lasted posts

Popular

 

ความชิงชังของอิบนุตัยมียะฮ์ที่มีต่อฟาติมะฮ์ บุตรีท่านศาสดา(ศ) ตอน 1

@@@@@@ @@@@@@

อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสในคัมภีร์อัลกุรอานว่า

لَا يُحِبُّ اللَّهُ الْجَهْرَ بِالسُّوءِ مِنَ الْقَوْلِ إِلَّا مَنْ ظُلِمَ

อัลลอฮ์ไม่ทรงรักการใช้เสียงดังในถ้อยคำที่เลวร้าย ยกเว้น ผู้ถูกซอลิม(อธรรม)
อัลกุรอ่านบทที่ 4 : 148

มะฮับบัต(รัก)กับกะรอฮัต(ชัง)ใช้กับอัลลอฮ์ไม่ได้เพราะมันคือนิสัยมนุษย์
สิ่งที่คู่ควรใช้กับอัลลอฮ์คือริฎอ(พอพระทัย)กับฆ่อฎ็อบ(ไม่พอพระทัย)

คำ(ยา ยุฮิบบุ-ไม่รัก)ในวิชาอุซูล เท่ากับรูปคำ ปฏิเสธการอนุญาติ(ไม่อนุญาติ) รากเดิมคำนี้คือ ตะห์รีม(สิ่งที่ฝ่าฝืนทำ ถือว่ามีความผิดบาป)

นี่คือความหมายของอายัตนี้ เพราะ(ยา ยุฮิบบุ)หมายถึง (ยักกะร่อฮุ – ไม่ชอบ) ซึ่งย้อนกลับไปที่ความหมาย(อันนะฮ์ยุ-ห้ามทำ)

ความหมาย(อัลญะฮ์รุ) คือ ประกาศให้ผู้คนได้ยิน ได้รับรู้

เมื่อการรังแกคนด้วยคำพูดนั้นฮะร่าม แล้วการรังแกคนด้วยการกระทำย่อมเป็นสิ่งฮะร่ามหนักที่สุด

(อิลลา มัน ซุลิม่ะ- ยกเว้นผู้ถูกอธรรม ถูกข่มเหงรังแก) อัลลอฮ์ทรงอนุญาติให้ประกาศความเลวร้ายของผู้ซอลิม อายัตนี้กล่าวแบบ อุมูม มุตลัก

สรุป อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงพอพระทัยต่อการประจานความชั่วของคนซอลิม(คนที่กดขี่หรือได้อธรรม ละเมิดสิทธิต่อผู้อื่น)
ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ได้สั่งเสียว่า ให้รักและปฏิบัติตามแนวทางของอะฮ์ลุลบัยต์

เรื่องของท่านหญิงฟาติมะฮ์(อ)เป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง ขอให้ท่านผู้อ่านโปรดตั้งใจฟังดีๆ

ต้องนับว่า ความมัซลูมของท่านหญิงฟาติมะฮ์ ซิดดีเกาะฮ์ คือมีซาน(ตราชั่ง,บรรทัดฐาน,มาตรวัด) จำแนกระหว่างอีหม่าน(ความศรัทธา)กับนิฟ๊าก(ความกลับกลอก) จำแนกระหว่างบุฎดุน(ความชัง)กับฮุบบุน(ความรัก)

เป็น”มีซาน”สอนมุสลิมให้รู้จักว่า เขาอยู่กับฮั๊ก(ถูก)หรือบาติล(ผิด) ใครคือมุฮิ๊ก(คนถูก) ใครคือมุบติล(คนผิด)
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงทดสอบมนุษย์ด้วยบท ทดสอบ ต่างๆ นี่คือ ซุนนะตุลลอฮ์

บททดสอบหนึ่งคือการมะริฟัตมุอ์มิน(รู้จักผู้ศรัทธา) เพื่อจำแนกออกจากพวกอื่น อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

الم أَحَسِبَ النَّاسُ أَنْ يُتْرَكُوا أَنْ يَقُولُوا آَمَنَّا وَهُمْ لَا يُفْتَنُونَ وَلَقَدْ فَتَنَّا الَّذِينَ مِنْ قَبْلِهِمْ فَلَيَعْلَمَنَّ اللَّهُ الَّذِينَ صَدَقُوا وَلَيَعْلَمَنَّ الْكَاذِبِينَ

อะลิฟ ลาม มีม มนุษย์คิดหรือว่า พวกเขาจะถูกทอดทิ้งเพียงแต่พวกเขากล่าวว่าเราศรัทธา และพวกเขาจะไม่ถูกทดสอบกระนั้นหรือ

และโดยแน่นอน เราได้ทดสอบผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเขาแล้ว 
ดังนั้นอัลลอฮ์จะทรงจำแนกให้รู้จัก”ซอดิกีน”และจะทรงจำแนกให้รู้จัก”กาซิบีน” อัลอังกะบูต : 1-3

ซอดิกีน(คนสัตย์จริง) / กาซิบีน (คนมุสา)

หากมาตรวัดการรู้จักฮั๊กและบาติลได้เกิดปะปนกัน ด้วยสาเหตุขัดแย้งกันในความเข้าใจในหมู่มนุษย์ ทุกฝ่ายก็เชื่อว่าตนเองอยู่บนฮั๊กและฝ่ายโจทย์อยู่บนบาติล ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เห็นกัน
อุละมาอ์โลกมุสลิมทุกกลุ่ม ได้ขัดแย้งกันมากมายในความหมายอายัตกุรอ่านหรือมะอ์นาฮะดีษ ซึ่งเรื่องนี้มัชฮูร ต่างฝ่ายก็พยายามให้ฝ่ายตรงข้ามจำนนต่อความถูกต้องในความเข้าใจของเขา

ปัญหาที่ซ่อนอยู่ในประเด็นนี้คือ ทั้งสองฝ่ายมีมาตรวัดความน่าเชื่อถือของฮะดีษแตกต่างกัน นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นท่ามกลางมุสลิมทุกกลุ่ม

แต่ความขัดแย้งในเรื่องท่านหญิงฟาติมะฮ์ที่ถูกอธรรม กดขี่ ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งกันในตัวบทฮะดีษต่างๆเท่านั้น แต่ว่า ตัวท่านหญิงฟาติมะฮ์เองคือ มิ๊กยาส คือ มีซาน (ตราชั่ง,บรรทัดฐาน,มาตรวัด)

ด้วยเหตุนี้ ตลอดชีวิตของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) ท่านได้ให้บรรดามุสลิมสนใจต่อท่านหญิงฟาติมะฮ์ เนื่องจากนางคือ “มีซาน-มาตรวัด”ความถูกต้องเมื่อเกิดฟิตนะฮ์ใดๆก็ตาม 
เพราะฟิตนะฮ์ย่อมเกิดขึ้นกับมุสลิมได้ทุกเวลา ทุกสถานที่

คำถามคือ อิบนุตัยมียะฮ์ได้อธรรมอะไร ต่อท่านหญิงฟาติมะฮ์ บุตรีของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ) โปรดติดตามตอน 2