lasted posts

Popular

emamezaman-tavabin.ir_

 

การปรากฏตัวของอิม่ามมะฮ์ดี(อ)ซึ่งในภาษาอาหรับเรียกว่า ซุฮูรหรือคูรูจญ์อัลมะฮ์ดี คือเรื่องจำเป็น แต่ท่านจะยังไม่ซุฮูร จนกว่าโลกจะเต็มไปด้วยความอธรรม เมื่อนั้นท่านจึงจะซุฮูร เพื่อทำให้โลกเต็มไปด้วยความยุติธรรม ภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสุดท้ายคือ การออกมาสร้างความสงบสุขให้กับชาวโลก ทำให้ทุกชนชั้นได้รับความเป็นธรรมถ้วนหน้า ตกเป็นหน้าที่ของอิม่ามมะฮ์ดี ผู้สืบเชื้อสายมาจากศาสดามุฮัมมัด(ศ) เรื่องการซุฮูรนี้เป็น ฮะดีษมุตะวาติร กล่าวคือมีสถานะ “ ซอฮิฮ์สูงที่สุด ” ความเชื่อเรื่องการปรากฏตัวของอิม่ามมะฮ์ดี คืออะกีดะฮ์ที่มั่นคงแน่นอน ที่รายงานมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ) และเป็นวายิบต้องเชื่อถือ เพราะมันเป็นหนึ่งจากเรื่องเร้นลับ และการมีศรัทธาต่อเรื่องเร้นลับของพระเจ้าคือซิฟัตหนึ่งของมุตตะกีน(ผู้ยำเกรงอัลลอฮ์)  ดังที่อัลลอฮ์(ซ.บ)ตรัสว่า

اَلِفْ لاَم مِيْم  ذَلِكَ الْكِتَابُ لَا رَيْبَ فِيهِ هُدًى لِلْمُتَّقِينَ  الَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِالْغَيْبِ

อะลิฟ ลาม มีม คัมภีร์นี้ ไม่มีข้อสงสัยใดๆในนั้น เป็นคำแนะนำสำหรับมุตตะกีนเท่านั้น คือบรรดาผู้ที่มีอีหม่านต่อสิ่งเร้นลับ (ซูเราะฮ์ที่ 2 : 1- 3)

 

1.ความเชื่อเรื่องการปรากฏตัวของอิม่ามมะฮ์ดี()

1.1.ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

لَا تَقُومُ السَّاعَةُ حَتَّى تَمْتَلِئَ الْأَرْضُ ظُلْمًا وَعُدْوَانًا قَالَ ثُمَّ يَخْرُجُ رَجُلٌ مِنْ عِتْرَتِي أَوْ مِنْ أَهْلِ بَيْتِي يَمْلَؤُهَا قِسْطًا وَعَدْلًا كَمَا مُلِئَتْ ظُلْمًا وَعُدْوَانًا

วันสิ้นโลกจะยังไม่อุบัติ จนกว่าโลกจะเต็มไปด้วยความอธรรมและการเป็นศัตรูกัน

ท่านกล่าวว่า ต่อจากนั้นจะมี < บุรุษหนึ่งออกมา > จากอิตเราะฮ์ของฉันหรือจากอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน  เขาจะทำให้โลกนี้เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม ดั่งที่มันเคยเต็มไปด้วยความอธรรมและการเป็นศัตรูกัน

หนังสือ มุสนัด อะหมัด ฮะดีษที่ 10887  เชคชุเอบ อัรนะอูฏี กล่าวว่า สายรายงานของมัน ถูกต้อง  บนเงื่อนไขของเชคทั้งสอง(คือบุคอรีและมุสลิม)

หนังสือ ซิลซิละฮ์ ซ่อฮีฮะฮ์ ของเชคอัลบานี  เล่ม 4 : 38 ฮะดีษที่ 1529

1.2.คำฟัตวา ของ เชค อับดุลอะซีซ บิน บาซ (นักปราชญ์วาฮาบีย์)

س- يُوجَد لَدَينا رَجُلٌ يُنكِرُ الْمَسِيحَ الدَّجاَّل وَالْمَهْدِيَّ وَنُزُولَ عِيسَى عليه السلام وَيَأجُوج وَمَأجُوج وَلاَ يَعتَقِدُ فِي شَيءٍ مِنهاَ، وَيدَّعِي عَدَمَ صِحَّةِ ماَ وَرَدَ فِي ذَلِكَ مِن أحاَدِيْث، مَعَ الْعِلْمِ بِأَنَّهُ لاَ يَفْقَهُ شَيْئاً فِي عِلْمِ الْحَدِيث وَلاَ فِي غَيْرِهِ، وَقَد نُوْقِشَ فِي هَذِهِ الْأُمُورِ مِنْ قِبَلَ عُلَماَء وَلَكِنَّهُ يَزْعَمُ أنَّ كُلَّ الْأَحاَدِيْث الْواَرِدَةِ فِي هَذِهِ الْأُمُوْرِ مَكْذُوْبَةٌ عَلَى النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم وَدَخِيْلَةٌ عَلَى الْإِسْلاَم، وَهُوَ يُصَلِّي وَيَصُوْمُ وَيَأْتِي بِالْفَرَائِضِ. فَماَ حُـكْمُهُ ؟ وَفَّقَكُمُ اللهُ

ج- مِثْلُ هَذاَ الرَّجُلُ يَكُوْنُ كاَفِراً وَالْعِياَذُ بِاللهِ ؛ لِأَنَّهُ أَنْكَرَ شَـيْئاً ثاَبِتاً عَنْ رَسُوْلِ اللهِ عليه الصلاة والسلام  فَإِذاَ كاَنَ بَيَّنَ لَهُ أَهْلُ الْعِلْمِ وَوَضَّحُوْا لَهُ وَمَعَ هَذاَ أَصَرَّ عَلَى تَكْذِيْبِهاَ وَإِنْكاَرِهاَ فَيَكُوْنُ كاَفِراً لِأَنَّ مَنْ كَذَّبَ الرَّسُوْلَ صلى الله عليه وسلم فَهُوَ كاَفِرٌ، وَمَنْ كَذَّبَ اللهَ فَهُوَ كاَفِرٌ

คำถาม ในหมู่พวกเรามีชายคนหนึ่งได้ปฏิเสธเรื่อง มะซีห์ดัจญาล ,เรื่องอัลมะฮ์ดี,เรื่องการลงมาของนบีอีซา(อ),เรื่องยะอ์ยูจญ์และมะอ์ยูจญ์ และเขาไม่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านั้นเลย โดยเขาอ้างว่าไม่มีความถูกต้องในสิ่งที่รายงานไว้ในเรื่องเหล่านั้นจากฮะดีษต่างๆ ทั้งๆที่รู้ว่า ชายคนนั้นไม่มีความรู้ใดเลยในวิชาอัลฮะดีษและวิชาอื่นๆ และบางครั้งยังมีการถกเถียงกันในเรื่องเหล่านี้จากบรรดาอุลามาอ์ แต่เขากลับอ้างว่าฮะดีษทั้งหมดที่รายงานในเรื่องเหล่านี้คือการโกหกกล่าวร้ายให้กับท่านนะบี(ศ)และสอดแทรกเข้ามาในอัลอิสลาม และเขาทำนมาซ ถือศีลอดและปฏิบัติต่อภารกิจที่เป็นฟัรฎูทั้งหลาย ดังนั้นฮุก่มของเขาคืออะไร

เชคบินบาซตอบว่า เช่นเดียวกับชายคนนี้ เขาคือคนกาเฟ็ร และเราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์  เพราะเขาได้ปฏิเสธสิ่งที่ยืนยันอย่างมั่นคงว่ามาจากท่านรอซูล(ศ) ดังนั้นเมื่อมีผู้รู้ได้ชี้แจงและได้อธิบายแก่เขาแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังยืนกรานว่าไม่จริงและปฏิเสธเรื่องเหล่านี้ ฉะนั้นเขาคือคนกาเฟ็ร เพราะเท่ากับเขาคือผู้ที่ปฏิเสธท่านรอซูล(ศ)เขาจึงเป็นกาเฟร และผู้ใดปฏิเสธอัลลอฮ์ เขาก็คือคนกาเฟร

หนังสือ ฟะตาวา นูรุน อะลา อัดดัรบิ เล่ม 1 : 355

อ้างจากเวบไซต์  http://www.binbaz.org.sa/mat/21563

 

  1. เชื้อสาย ชาติตระกูล ของอิม่ามมะฮ์ดี()

รายงานฝ่ายชีอะฮ์

2.1.รายงานจากอิม่ามฮาซัน อัสกะรีย์ บิน อาลี(อัลฮาดี) บิน มุฮัมมัด(อัลญะวาด) บิน อาลี(อัลริฎอ) บิน มูซา(อัลกาซิม) บิน ญะฮ์ฟัร  จากอิม่ามญะอ์ฟัร บิน มุฮัมมัด(อัลบากิร) จากบิดาของเขาคือ อิม่ามมุฮัมมัด บิน อาลี ซัยนุลอาบิดีน (อ) เล่าว่า

أَوْصَى النَّبِيُّ (ص) إِلَى عَلِيٍّ وَالْحَسَنِ وَالْحُسَيْنِ عَلَيْهِمُ السَّلَامُ  ثُمَّ قَالَ فِي قَوْلِهِ عَزَّ وَجَلَّ: {يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا أَطِيعُوا اللَّهَ وَأَطِيعُوا الرَّسُولَ وَأُولِي الْأَمْرِ مِنْكُمْ}  قاَلَ : الْأَئِمَّةُ مِنْ وَلَدِ عَلِيٍّ وَفاَطِمَةَ عَلَيْهِمُ السَّلَامُ إِلَى أَنْ تَقُوْمَ الساَّعَةُ

ท่านนบี(ศ)ได้สั่งเสียต่อท่านอาลี ,ฮาซัน และฮูเซน จากนั้นท่านได้กล่าวถึงโองการที่อัลลอฮ์(ซ.บ)ตรัสว่า(โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮ์ และจงเชื่อฟังปฏิบัติตามรอซูลและผู้ปกครองจากหมู่พวกเจ้า) บทที่ 4 : 59 ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า  บรรดาอิม่ามนั้น จะมาจากบุตรของอาลีกับฟาติมะฮ์(อ) จนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก

หนังสือ อุยูน อัคบาร อัลริฎอ ของเชคศอดูก  เล่ม 2 : 138 ฮะดีษที่ 14  สายรายงานเชื่อถือได้

 

รายงานฝ่ายซุนนี่

2.2.ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

الْمَهْدِىُّ مِنْ عِتْرَتِى مِنْ وَلَدِ فَاطِمَةَ

อัลมะฮ์ดีนั้นสืบเชื้อสายมาจากอิตเราะฮ์ของฉัน จากบุตรของฟาติมะฮ์

 

ดู สุนัน อบีดาวูด ฮะดีษที่ 4286 และ สุนัน อิบนิมาญะฮ์ ฮะดีษที่ 4086

เชคอัลบานีกล่าวว่า เป็นฮะดีษ ซอฮิฮ์

 

ไม่มีความขัดแย้งระหว่าง ซุนนี่กับชีอะฮ์ว่า อิม่ามมะฮ์ดี สืบเชื้อสายมาจากท่านหญิงฟาติมะฮ์(อ) เพราะปู่ทวดของอิม่ามมะฮ์ดีคือ อิม่ามอาลี(อ) และย่าทวดคือ ท่านหญิงฟาติมะฮ์

 

2.3. ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ (ศ) กล่าวว่า

الْمَهْدِيُّ مِنْ وَلَدِ الْعَباَّسِ عَمِّيْ

อัลมะฮ์ดีนั้นมาจากบุตรหลานของท่านอับบาส ลุงของฉัน

สถานะฮะดีษ เมาฎู๊อ์(กุขี้น)  ดูหนังสือ ซิลซิละตุล อะฮาดีษ อัฏฎ่ออีฟะฮ์

เล่ม 1 : 188 ฮะดีษที่ 80 ตรวจทานโดยเชคอัลบานี

 

เชคอัลบานี กล่าวว่า สิ่งที่บ่งบอกว่าฮะดีษนี้โกหกคือ มันขัดแย้งกับฮะดีษที่ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า “ อัลมะฮ์ดีนั้นสืบเชื้อสายมาจากอิตเราะฮ์ของฉัน จากบุตรของฟาติมะฮ์ ” ที่ท่านอบีดาวูด ,อิบนิมาญะฮ์ และอัลฮากิมได้รายงานไว้

ดูหนังสือ ซิลซิละตุล อะฮาดีษ อัฏฏ่ออีฟะฮ์  เล่ม 1 : 188 ฮะดีษที่ 80

สรุป อิม่ามมะฮ์ดี(อ) สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอาลาวี ไม่ใช่ตระกูล อับบาซียะฮ์

 

2.4.อิม่ามมะฮ์ดีมาจากอะฮ์ลุลกีซา ( ผู้อยู่ภายใต้ผ้าคลุมกีซา )

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ เล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้เอาผ้ากีซาคลุมบนตัวฮาซัน,ฮูเซน,อาลีและฟาติมะฮ์ จากนั้นท่านกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ บุคคลเหล่านี้คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน และเป็น <อะฮ์ลุลบัยต์คอศ > พิเศษของฉัน  โปรดขจัดความสงสัยในศาสนาออกจากพวกเขา และโปรดชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยเถิด

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ กล่าวว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์  ขอให้ฉันได้อยู่กับพวกเขาด้วยเถิด  ท่านตอบว่า เธอไปยังความดี

หนังสือ สุนัน ติรมิซี ฮะดีษที่ 3871 เชคอัลบานี กล่าวว่า ซอฮิฮ์

أَنَّ النَّبِىَّ (ص) جَلَّلَ عَلَى الْحَسَنِ وَالْحُسَيْنِ وَعَلِىٍّ وَفَاطِمَةَ كِسَاءً ثُمَّ قَالَ اللَّهُمَّ هَؤُلاَءِ أَهْلُ بَيْتِى وَخَاصَّتِى أَذْهِبْ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهِّرْهُمْ تَطْهِيرًا فَقَالَتْ أُمُّ سَلَمَةَ وَأَنَا مَعَهُمْ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ  إِنَّكِ إِلَى خَيْرٍ

จากฮะดีษบทนี้ ท่านนบี(ศ)ได้แบ่งอะฮ์ลุลบัยต์ของท่านออกเป็น 2 กลุ่ม

1.อะฮ์ลุลบัยต์คอศ(พิเศษ) คือ ท่านอาลี,ฟาติมะฮ์,ฮาซันและฮูเซน

2.อะฮ์ลุลบัยต์อาม(ธรรมดา) คือบรรดาภรรยานบี และเครือญาติทั่วไป