lasted posts

Popular

Wahabi+muslims_790c36_6033310

วาฮาบีกล่าวว่า ซุนนี่อะชาอิเราะฮ์ไม่ใช่อะฮ์ลุซซุนนะฮ์

เชค มุฮัมมัด บิน ศอและห์ อัลอุษัยมีน (1347 – 1421 ฮ.ศ.) กล่าวว่า

عُلِمَ مِنْ كَلاَمِ الْمُؤَلِّف رَحِمَهُ الله أنَّهُ لاَ يَدْخُلُ فِيْهِمْ مَنْ خاَلَفَهُمْ فِي طَرِيْقَتِهِم، فَالأشاَعِرَةُ مَثَلاً وَالْماَتُرِيدِيَّةُ لاَ يُعَدُّوْنَ مِنْ أهْلِ السُّنَّةِ وَالْجَماَعَة لِأَنَّهُمْ مُخاَلِفُوْنَ لِماَ كاَنَ عَلَيْهِ النَّبِيّ – صَلَّى اللهُ عليه وسلم – وَأصْحاَبه فِي إجْرَاءِ صِفاَتِ الله سُبْحاَنَهُ وَتَعاَلَى عَلَى حَقِيْقَتِهاَ، لِهَذاَ يُخْطِئُ مَنْ يَقُوْلُ : إنَّ أَهْلَ السُّنَّةِ وَالْجَماَعَة ثَلاَثَة: سَلَفِيُّوْنَ، وَأَشْعَرِيُّوْنَ، وَماَتُرِيْدِيُّوْنَ، فَهَذاَ خَطَّأٌ؛ نَقُوْلُ : كَيْفَ يَكُوْنُ الْجَمِيْعُ أَهْلَ سُنَّةٍ وَهُم مُخْتَلِفُوْنَ

จึงเข้าใจได้จากคำพูดของผู้เขียน(คืออิบนุตัยมียะฮ์)ว่า ไม่ได้เข้าอยู่ร่วมในพวกเขา ผู้ที่ขัดแย้งต่อพวกเขาในแนวทางของพวกเขาเช่น อะชาอิเราะฮ์และมาตูรีดี ทั้งสองไม่ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของอะฮ์ลุซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  เพราะกลุ่มทั้งสองมีความเชื่อขัดแย้งกับสิ่งที่ท่านนบี(ศ)และซอฮาบะฮ์กล่าวไว้ในรายละเอียดเรื่องซิฟัตอัลเลาะฮ์บนความหมายที่แท้จริงของมัน

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นความผิดพลาดของผู้ที่กล่าวว่า อะฮ์ลุซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  มีสามกลุ่มคือ สะละฟี อะชาอิเราะฮ์ และมาตูรีดี  การกล่าวเช่นนี้ถือว่าผิด  เราขอกล่าวว่า ทั้งสามกลุ่มจะเป็นอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขามีความเชื่อขัดแย้งกัน ?

หนังสือ ชัรฮุล อัลอะกีดะอ์ อัลวาซิตียะฮ์ ของเชค อิบนุ อุซัยมีน เล่ม 1 หน้า 25

มุฟตีสูงสุดแห่งประเทศซาอุดิอารเบียคนนี้ได้ประกาศชัดว่า ซุนนี่เก่าหรือซุนนี่อะชาอิเราะฮ์ ไม่ใช่อะฮ์ลุซซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์  เพราะหลักความเชื่อของซุนนี่คณะเก่ามีความขัดแย้งต่อท่านนบีมุหัมมัด(ศ)และบรรดาซอฮาบะฮ์

วาฮาบีได้ตักฟีรซุนนี่อะชาอิเราะฮ์เป็นกาเฟ็ร

หนังสืออัดดุร็อร อัสสะนียะฮ์ เป็นตำรารวบรวมคำพูดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบและคำพูดของอุละมาอ์วาฮาบีทั้งหมดจนมาถึงปัจจุบัน

وَهَذِهِ الطاَّئِفَةُ : الَّتِي تَنْتَسِبُ إلَى أبِي الْحَسَن الأَشْعَرِيّ ، وَصَفُوا رَبَّ الْعاَلِمِيْنَ ، بِصِفاَتِ الْمَعْدُوم وَالْجُماَد فَلَقَد أَعْظَمُوا الْفَرِيَّة عَلَى الله ، وَخاَلَفُوا أَهْلَ الْحَقِّ مِنَ السَّلَف ، وَالْأَئِمَّة ، وَأَتْباَعِهِم؛ وَخاَلَفُوا مَن يَنتَسِبُون إليه فَإنَّ أباَ الْحَسَن الأَشْعَرِي ، صَرَّحَ فِي كِتاَبِه: الإباَنَة ، وَالْمَقاَلاَت ، بِإثْباَتِ الصِّفاَت؛ فَهَذِهِ الطاَّئِفَة الْمُنْحَرِفَة عَنِ الْحَقِّ  قَدْ تَجَرَّدَت شَياَطِينُهُم لِصَدِّ الناَّسِ عَن سَبِيلِ الله ، فَجَحَدُوا تَوحِيْدَ الله فِي الإلَهية وَأَجاَزُوا الشِّرْكَ الَّذِي لاَ يَغفِرُهُ اللهُ ، فَجَوَّزُوْا : أَن يعبد غيره من دونه ، وجَحَدُوا تَوحِيدَ صِفاتِه بِالتَّعطِيْل فَالأئِمَّةُ مِنَ أهلِ السنة ، وأتباعِهم ، لَهُم الْمُصَنَّفاَت الْمَعرُوْفَة ، فِي الرَّدِّ عَلَى هَذِهِ الطاَّئِفَة ، الْكاَفِرَةُ الْمُعاَنِدَةُ

 

เชคอับดุลเราะห์มาน หลานชายของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ กล่าวว่า

คนกลุ่มนี้(ซุนนี่อะชาอิเราะฮ์)ที่อ้างไปยังท่านอบูฮาซันอัชอะรี พวกเขาอธิบายถึงพระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลกด้วยคุณลักษณะที่ไม่มีเรือนร่าง)และนิ่งไม่เคลื่อนไหว พวกเขาให้ร้ายต่ออัลเลาะฮ์อย่างมหันต์ และพวกเขาได้ขัดแย้งต่อ”อะฮ์ลุล-ฮั๊ก” จากชาวสะลัฟและอะอิมมะฮ์ และบรรดาผู้ปฏิบัติตามพวกเขา และพวกเขาได้ขัดแย้งต่อผู้ที่อ้างอิงไปหาเขา

เพราะท่านอบูฮาซันอัชอะรีได้กล่าวชัดเจนในตำราขอเขาชื่อ อัลอิบานะฮ์และมะกอล๊าตอัลอิสลามียีน โดยได้ยืนยันซีฟัตของอัลเลาะฮ์ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงหลงออกจากสัจธรรม

บรรดาหัวโจกของพวกเขาได้แยกตัวออกมา เพื่อปิดกั้นผู้คนให้หันออกจากหนทางของอัลเลาะฮ์ ดังนั้นพวกเขาได้ปฏิเสธเตาฮีดของอัลเลาะฮ์ในความเป็นพระเจ้า

พวกเขาอนุญาติให้มีการตั้งภาคี ซึ่งอัลเลาะฮ์จะไม่อภัยให้เขา แล้วพวกเขาอนุญาติให้เคารพสักการะสิ่งอื่นจากอัลเลาะฮ์ และพวกเขาได้ปฏิเสธการมีเตาฮีดในซีฟาตของอัลเลาะฮ์ ด้วยการตะอ์ตีล  ดังนั้นบรรดาอิหม่ามจากอะฮ์ลิซซุนนะห์(คืออุละมาอ์วาฮาบี)และพวกที่ปฏิบัติตามพวกเขา สำหรับพวกเขาได้มีตำราต่างๆที่รู้จักกันดีได้ตอบโต้คนกาเฟ็รกลุ่มนี้(คือซุนนี่เก่า)

หนังสือ อัด-ดุร็อร อัส-สะนียะฮ์ ฟิล อัจญ์วิบะฮ์ อัน-นัจญ์ดียะฮ์ เล่ม 3 หน้า 210 – 211

ตำราของวาฮาบีเล่มนี้ได้ทำการฮุก่มต่อ ชาวซุนนี่เก่า หรือ ซุนนี่อะชาอิเราะฮ์ ว่าเป็น กาเฟ็ร