lasted posts

Popular

896

วาฮาบีเท่านั้นที่เชื่อว่า อัลลอฮ์อยู่ในเมฆ

มีหะดีษบันทึกไว้ดังนี้

حَدَّثَنَا يَزِيدُ بْنُ هَارُونَ أَخْبَرَنَا حَمَّادُ بْنُ سَلَمَةَ عَنْ يَعْلَى بْنِ عَطَاءٍ
عَنْ وَكِيعِ بْنِ عُدُسٍ عَنْ عَمِّهِ أَبِي رَزِينٍ(الْعُقَيْلِيِّ) قَالَ قُلْتُ : يَا رَسُولَ اللَّهِ أَيْنَ كَانَ رَبُّنَا عَزَّ وَجَلَّ قَبْلَ أَنْ يَخْلُقَ خَلْقَهُ ؟ قَالَ : كَانَ فِي عَمَاءٍ مَا تَحْتَهُ هَوَاءٌ وَمَا فَوْقَهُ هَوَاءٌ ثُمَّ خَلَقَ عَرْشَهُ عَلَى الْمَاءِ

จากวะเกี๊ยะอ์บินอุดุส จากลุงของเขาคือ

อะบีร่อซีนเล่าว่า  ฉันกล่าวว่า  :

โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์  เดิมนั้นพระเจ้าของพวกเรา(อัซซะวะญัล) อยู่ที่ไหนครับ ก่อนที่พระองค์จะสร้างมัคลู๊ก ?

ท่าน รอซูล(ศ)ตอบว่า  : เดิมนั้นพระองค์ทรงอยู่ในเมฆหนา สิ่งที่อยู่ใต้เมฆนี้คือฮะวา(อากาศ)และสิ่งที่อยู่เหนือเมฆนี้คือฮะวา  ต่อมาพระองค์จึงสร้างอารัชของพระองค์ไว้บนน้ำ

ใครรายงานหะดีษนี้บ้าง

1.อิม่ามอะหมัด  ดูมุสนัดอะหมัด  หะดีษที่ 15599, 155601
2.อิบนุมาญะฮ์   ดูสุนันอิบนิมาญะฮ์  หะดีษที่  187
3.อัตติรมิซี       ดูสุนันติรมิซี  หะดีษที่  3394
4.อัตต็อบรอนี   ดูมุอ์ญัมกะบีร  หะดีษที่  468

Φ  อิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า

وَقاَلَ لَهُ أَبُوْ رَزِينٍ الْعُقَيْلِيُّ : أَيْنَ كَانَ رَبُّنَا قَبْلَ أَنْ يَخْلُقَ خَلْقَهُ قَالَ كَانَ فِى عَمَاءٍ مَا تَحْتَهُ هَوَاءٌ وَمَا فَوْقَهُ هَوَاءٌ وَخَلَقَ عَرْشَهُ عَلَى الْمَاءِ
وَمَنْ نَفَى الْأَيْنَ عَنْهُ يَحْتاَجُ إِلَى أَنْ يَسْتَدِلَ عَلَى انْتِفَاءِ ذَلِكَ بِدَلِيْلٍ !!
الكتاب : الاستقامة  المؤلف : إبن تيمية الحراني  ص 126

อะ บูร่อซีนอัลอุกัยลีได้ถาม(ท่านรอซูลว่า) :  เดิมนั้นพระเจ้าของพวกเราอยู่ที่ไหนครับ ก่อนที่พระองค์จะสร้างมัคลู๊ก ?  ท่านรอซูล(ศ)ตอบว่า  เดิมนั้นพระองค์ทรงอยู่ในเมฆหมอกอันหนาทึบ สิ่งที่อยู่ใต้หมอกควันนี้คือฮะวา(อากาศ)และสิ่งที่อยู่เหนือหมอกควันนี้คือ ฮะวา  ต่อมาพระองค์จึงสร้างอารัชของพระองค์ไว้บนน้ำ

(อิบนุตัยมียะฮ์ กล่าวว่า ) ผู้ใดปฏิเสธคำว่า (( อยู่ที่ไหน  أَيْنَ )) ออกไปจากพระองค์ เขาก็จำเป็นจะต้องแสดงเหตุผลต่อการปฏิเสธสิ่งนั้นด้วยหลักฐาน

ดูหนังสืออัลอิสติกอมะฮ์ โดยอิบนุตัยมียะฮ์  หน้า 126  

เชควาฮาบี ชื่อนาซิรุดดีน อัลบานี
ได้กล่าวไว้ในเชิงอรรถของหนังสือมุคตะศ่อรุลอุลูว์  หะดีษที่ 193 , 250  ว่า

فَقاَلَ : الْعَماَءُ : السَّحاَبُ . قاَلَ الْعُلَماَءُ : هَذاَ مِنْ حَدِيْثِ الصِّفاَتِ، فَنُؤْمِنُ بِهِ مِنْ غَيْرِ تَأْوِيْلٍ وَلاَ تَشْبِيْهٍ، وَنَكِلُ عِلْمَهُ إِلَى عاَلِمِهِ

►อัลอะมาอุ  หมายถึง  เมฆ  ◄ บรรดาอุละมาอ์กล่าวว่า : นี่คือหนึ่งจากหะดีษเรื่องซิฟัต(ของอัลลอฮ์) ดังนั้นเราเชื่อศรัทธาต่อมันโดยจะไม่ทำการตะอ์วีลและตัชบี๊ห์ใดๆ และเราขอมอบหมายความรู้ของมันไปยังผู้รู้ของมัน

( صَحِيْحٌ ) أَبِي الْحَسَنِ الداَّرَقُطْنِيِّ حَدَّثَنَا مُحَمَّدُ بْنُ مَخْلَدٍ حَدَّثَنَا الْعَبَّاسُ الدُّورِىُّ سَمِعْتُ أَبَا عُبَيْدٍ وَذَكَرَ الْباَبَ الَّذِيْ يَرْوِى فِيْهِ حَدِيْثُ الرُّؤْيَةِ وَالْكُرْسِيِّ وَ مَوْضِعِ الْقَدَمَيْنِ وَضَحْكِ رَبِّناَ وَحَدِيْثُ أَيْنَ كاَنَ رَبُّناَ فَقاَلَ هَذِهِ أَحاَدِيْثُ صِحاَحٌ حَمَلَهاَ أَصْحاَبُ الْحَدِيْثِ وَالْفُقُهاَءِ بَعْضِهِمْ عَنْ بَعْضٍ وَهِيَ عِنْدَناَ حَقٌّ لاَ نَشُكُّ فِيْهاَ وَلَكِنْ إِذاَ قِيْلَ لَناَ كَيْفَ وَضَعَ قَدَمَهُ وَكَيْفَ يَضْحَكُ قَلْناَ لاَ نُفَسِّرُ هَذاَ وَلاَ سَمِعْناَ أَحَداً يُفَسِّرُهُ
الكتاب : مُخْتَصَرُ الْعُلُوِّ للعلي الغفار المؤلف : الحافظ الذهبي ج 1 ص 75
تحقيق : اختصره وحققه وعلق عليه وخرج أحاديثه محمد ناصر الدين الألباني

( หะดีษซอฮี๊ฮ์ )   อะบิลฮาซัน อัดดาร่อกุฏนี  มุฮัมมัด บินมัคลัดเล่าให้เราฟัง อัลอับบาส อัดดูรี เล่าให้เราฟัง ฉันได้ยินอะบาอุบัยดิน และเขาได้กล่าวถึงบาท(บท)ที่เขารายงานในบทนั้นถึง หะดีษเรื่องการเห็น(อัลลอฮ์)  กุรซี  สถานที่วางเท้าทั้งสอง การหัวเราะของพระเจ้าของเรา และ►หะดีษเดิมนั้นพระเจ้าของเราอยู่ที่ไหน◄  แล้วเขากล่าวว่า หะดีษเหล่านี้คือ☺หะดีษซอฮิ๊ฮ์☺ ที่บรรดาอัศฮาบหะดีษและฟุก่อฮาอ์บางส่วนในหมู่พวกเขาได้แบกรับมันเอาไว้  และตามทัศนะของเราถือว่า ฮั๊ก (ถูกต้อง) เราจะไม่ไปสงสัยในหะดีษเหล่านั้น แต่ถ้ามีคนถามกับเราว่า  พระเจ้าทรงวางเท้าของพระองค์อย่างไร ทรงหัวเราะอย่างไร  เราขอตอบว่า เราจะไม่อธิบายสิ่งนี้และเราไม่เคยได้ยินว่าใครสักคนหนึ่งทำการอธิบายมัน ด้วย
ดูหนังสือมุคตะศ่อรุลอุลูว์  สรุปย่อโดยอัลบานี  เล่ม 1 : 75

۩ วิจารณ์หะดีษ  อัลลอฮ์อยู่ในเมฆ

1.แสดง ว่า อัลลอฮ์ของวาฮาบี มุตะฮัยยิซ(ครอบครองเนื้อที่)กล่าวคือ อัลลอฮ์ของวาฮาบีมีสถานที่สำหรับพำนัก(นะอูซุลบิลลาฮ์ที่กล่าวเช่นนี้) ก่อนที่อัลลอฮ์จะสร้างมัคลู๊ก(สิ่งถูกสร้าง) พระเจ้าของวาฮาบีทรงอยู่ภายใต้ร่มเงาเมฆ

2.วาฮาบียังเชื่อว่า  หลังจากที่อัลลอฮ์ตะอาลาได้สร้างมัคลู๊ก(สิ่งถูกสร้าง)แล้ว พระองค์ทรงประทับอยู่เหนืออารัช(บัลลังก์)ของพระองค์ จนอารัชนั้นส่งเสียงร้องลั่นเนื่องจากความหนักของพระองค์  เหมือนสัตว์พาหนะที่ส่งเสียงร้องเพราะคนขี่มันนั้นหนักมากเกินไป

3.อัลลอฮ์ของวาฮาบี มีสถานที่พำนักหลากหลายตามพระราชหฤทัย  ท่านจะพบว่าบางครั้งหะดีษซุนนี่รายงานว่า
อัลลอฮ์ อยู่ในเมฆ   อยู่บนอารัช  หรือบางครั้งเสด็จลงมาใต้อารัช  อยู่ตรงหน้าทิศกิบลัตของคนละหมาด และทรงอยู่ตรงกลางระหว่างคนละหมาดกับกิบลัต

4.นอกเหนือจากหะดีษเหล่า นี้ ที่บอกเล่าให้เราทราบว่า  อัลลอฮ์ของวาฮาบีมีเรือนร่าง หรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับมัคลู๊กแล้ว ก็ยังมีตำราหะดีษซุนนี่อีกส่วนหนึ่งที่ระบุถึงระยะทางที่ประทับระหว่าง อัลลอฮ์ของวาฮาบีกับโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ว่ามีระยะทางอยู่ห่างกันเท่าไร

หะ ดีษเหล่านี้คงทำให้นักศึกษาศาสนาผู้มีวิจารณญาณอย่างลึกซึ้งจริงๆสามารถ ตัดสินตามหะดีษเนื้อหาหะดีษได้ว่า      พวกวาฮาบีเชื่อว่า  อัลลอฮ์ทรงพำนักอยู่ในสถานที่หนึ่ง  ทั้งๆที่อัลลอฮ์คือผู้สร้างสถานที่

ตำรามากมายของพวกเขาเล่าว่า  อัลลอฮ์ทรงประทับอยู่เหนืออารัช และความเชื่อนี้ยังสืบทอดมาถึงวาฮาบียุคปัจจุบัน.

5. หากว่า พระเจ้าของวาฮาบีถูกอากาศโอบอุ้มเอาไว้ (ตามหะดีษที่เล่าว่า พระองค์อยู่ในเมฆ ) เท่ากับพระเจ้าของวาฮาบีได้กลายเป็นผู้ครอบครองสถานที่หนึ่งๆและอยู่ในทิศ หนึ่ง
ดังนั้นก็จำเป็นที่พระเจ้าของวาฮาบีจะต้องเป็นมัคลู๊ก(สิ่งถูก สร้าง)และฮาดิษ(สิ่งใหม่ไม่ใช่มีมาแต่ดั้งเดิม)  เพราะสติปัญญาได้ยืนยันว่า ทุกสิ่งที่ครอบครองสถานที่หรือตั้งอยู่ในทิศทางหนึ่งๆนั้น มันจำเป็นต้องพึ่งพาไปยังผู้ที่นำมันไปไว้ยังสถานที่นั้นๆหรือทิศนั้นๆ
ฉะนั้น ตามที่กล่าวมานี้ย่อมแสดงว่า พระเจ้าของวาฮาบีเป็นสิ่งใหม่ เมื่อไม่ใช่สิ่งเก่าที่มีมาก่อนสรรพสิ่งทั้งหลายก็ย่อมเสมอเหมือนเท่าเทียม กับรูปเจว็ดทั้งหลายที่พวกมุชริกมักกะฮ์เคารพบูชากันในยุคญาฮิลียะฮ์

Θ ซุนนี่อะชาอิเราะฮ์กับอะกีดะฮ์เรื่อง พระเจ้าไม่อยู่ในสถานที่หนึ่งหรือทิศทางหนึ่ง

คุณ al-azhary หรืออาจารย์อารีฟีน  แสงวิมานกล่าวว่า

คำนิยามของ สถานที่(มะกาน)และทิศ(ญิฮะฮ์)
1. ท่านอัรรอฆิบ อัลอัศฟะฮานี ( 502 ฮ.ศ.) กล่าวไว้ ความว่า
\\\”มะ กาน ตามทัศนะของนักปราชญ์ภาษาอาหรับนั้นคือ สถานที่ห้อมล้อมให้กับสิ่งหนึ่ง\\\” ดู หนังสือ อัลมุฟร่อด๊าต ฟี ฆ่อรีบุลกุรอาน หน้า 471
2.ท่านอัลฟัยรูซฺ อาบาดี (817 ฮ.ศ.) กล่าวว่า
\\\”มะกาน คือสถานที่ตั้งอยู่ พหูพจน์ คือ อัมกินะฮ์ และ อะมากิน\\\” ดู หนังสือ อัลกอมูส อัลมุฮีฏ หน้า 1594
3.ท่านอัลลามะฮ์ อัลบายาฏี อัลฮะนาฟี ( 1098 ฮ.ศ.) กล่าวว่า
\\\” มะกาน คือ ที่ว่างที่ร่างกายต้องการอยู่กับมัน\\\” ดู หนังสือ อิชาร๊อต อัลมะรอม หน้า 197
4. ท่านเชคยูซุฟ บินสะอีด อัลซิฟะตี กล่าวว่า
\\\”อะฮ์ ลุสซุนนะฮ์กล่าวว่า มะกาน นั้นคือ ที่ว่างซึ่งสิ่งที่เป็นร่างกายอาศัยอยู่ในมัน\\\” ดู หนังสือ ฮาชียะฮ์ อัซซิฟะตี นะวากิฏ อัลวุฏุอ์ หน้า 27
5. ท่านซัยยิด มุรตะฏอ อัซซะบีดี กล่าวว่า
\\\”มะกาน ตามทัศนะของอุลามาอ์ภาษาอาหรับนั้นคือ สถานที่ห้อมล้อมให้กับสิ่งหนึ่ง\\\” ดู หนังสือ ตาญุล อุรูจญ์ เล่ม 9 หน้า 348
6. ท่านสะลามะฮ์ อัลกุฏออี อัลอัซซามี กล่าวว่า
\\\”มะ กาน คือสถานที่ซึ่งมีมวลสารหนึ่งได้อยู่บนขนาดของมัน และทิศก็คือสถานที่ดังกล่าวนั้น\\\”  ดู ฟุรกอนุลกุรอาน (ตีพิมพ์พร้อมกันหนังสืออัลอัสมาอ์ วัศ-ศิฟาต ของท่านอัลบัยฮะกี หน้า 62
ดัง นั้น การถ่ายทอดคำนิยามของสถานที่จากบรรดานักปราชญ์ภาษาอาหรับและบรรดานักวิชาการ นั้น คือหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ท่านนะบี(ศ)และบรรดาซอฮาบะฮ์ของท่าน เชื่อและศรัทธาว่า อัลเลาะฮ์ ซุบหานะฮูวะตะอาลา ทรงมีโดยไม่มีสถานที่ พระองค์ทรงไม่อยู่บนบัลลังก์และไม่อยู่ในฟากฟ้าหรือบนฟากฟ้า เนื่องจากอัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาด้วยภาษาอาหรับ ดังที่อัลเลาะฮ์ตะอาลาตรัสว่า
\\\”ด้วยภาษาอาหรับอันชัดเจน\\\” ซูเราะฮ์อัชชุอะรออ์ : 195
ท่าน นะบี(ศ)เป็นผู้ที่รู้ยิ่งเกี่ยวกับภาษาอาหรับ ดังนั้น สิ่งดังกล่าวจึงทำให้การยึดมั่นของพวกมุญัสสิมะฮ์ด้วยความหมายแบบผิวเผินของ บางอายะฮ์และบรรดาหะดีษที่มีความหมายคลุมเคลือต้องโมฆะไป เพราะฉะนั้นบรรดาตัวอย่างนี้ จึงไม่ถูกเข้าใจแบบความหมายผิวเผิน ด้วยความเห็นพ้องของนักปราชญ์สะลัฟและคอลัฟ เนื่องจากพวกเขาศรัทธาว่า เป็นไปไม่ได้ที่อัลเลาะฮ์จะอยู่ในสถานที่
หลังจากที่กล่าวมาแล้วนี้ ก็ประจักษ์แก่ท่านผู้อ่านแล้วว่า อัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่ได้อยู่ในสถานที่ใด  ไม่ว่าจะเป็นบรรดาสถานที่สูงหรือสถานที่ต่ำ หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็แสดงว่า  สถานที่นั้นได้ห้อมล้อมอัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา และผู้ใดที่สถานที่ห้อมล้อมเขา แน่นอนว่า เขาต้องมีต้องขนาด และนี่ก็ย่อมเป็นหนึ่งจากบรรดาลักษณะของวัตถุและบรรดามัคลู๊ก การที่อัลเลาะฮ์ทรงมีคุณลักษณะหนึ่งด้วยคุณลักษณะของมนุษย์นั้น  ย่อมเป็นไปไม่ได้สำหรับอัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
ดังนั้น ถือว่าเป็นความถูกต้องในการศรัทธาของอะฮ์ลุสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ที่เชื่อใน ความบริสุทธิ์ของอัลเลาะฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา จากสถานที่และทิศ
สำหรับ เรื่องของทิศนั้น พวกมุญัสสิมะฮ์หรือวาฮาบียุคปัจจุบัน พยายามสร้างความสับสนให้กับผู้คนทั้งหลาย โดยพวกเขากล่าวว่า \\\”อัลเลาะฮ์ทรงมี อยู่ในทิศหนึ่งที่อยู่ไกลโพ้นจากโลกนี้ หรืออยู่นอกโลก ดังนั้น ก่อนที่เราจะชี้แจงข้อเท็จจริงกับสิ่งดังกล่าว เราก็ขอกล่าวถึงความหมายของคำว่า ทิศตามทัศนะของนักปราชญ์ภาษาอาหรับและบรรดานักปราชญ์พอสังเขป
8.บรรดาอุลามาอ์ได้ให้ความหมายของ \\\”ทิศ – ญิฮะฮ์ \\\” ว่า
\\\”แท้ จริง ทิศ นั้น คือ บรรดาด้านต่างๆ ที่แผ่ไกลออกไปโพ้น\\\” ดู หนังสือ ตุสตูรุลอุลามาอ์ เล่ม 1 หน้า 288 ตีพิมพ์ ดารุลกุตุบอัลอิลมียะฮ์
9.ท่านอิบนุมันซูร กล่าวคำนิยามไว้ว่า
\\\”อัล- ญิฮะฮ์(ทิศ) และอัล-วิจญ์ฮะฮ์ ทั้งหมดนี้ คือ สถานที่ซึ่งท่านได้มุ่งหน้าไปยังมัน หรือมุ่งไปยังมัน\\\” ดู ลิซานุลอาหรับ เล่ม 13 หน้า 556
10.ท่านอัลฟัยรูซฺอาบาดี กล่าวว่า
\\\”อัล-ญะฮะฮ์(ทิศ) ก็คือ ด้านหนึ่ง พหูพจน์ คือ ญิฮ๊าต\\\” ดู อัล-กอมูส อัลมุฮีด หน้า 1620

ที่มา
http://www.sunnahstudent.com/index.php?option=com_content&task=view&id=25&Itemid=1&limit=1&limitstart=1

۩  สรุปความได้ว่า  

896

√ ส่วนชีอะฮ์และอะชาอิเราะฮ์เชื่อว่า
อัลลอฮ์ไม่ได้อยู่ในสถานที่หนึ่งหรือทิศหนึ่งในสากลจักรวาล
เพราะสากลจักรวาลก็คือมัคลู๊กที่อัลลอฮ์สร้างมา

ที่มา ًq4wahabi