lasted posts

Popular

62.

คำถามสำหรับวาฮาบี

มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ได้แสดงความรักต่อท่านอาลีในฐานะกะรอบะตุลรอซูล(ศ)ด้วยการด่าทอสาปแช่งกระนั้นหรือ ?

ทำไมกฎที่ท่านสร้างขึ้นมาว่า ห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ จึงไม่ถูกนำมาใช้กับพวกเขาเหล่านี้ ?

Θ อัลฮากิม อันนัยซาบูรี บันทึกว่า

حدثنا أبو محمد الحسن بن محمد بن يحيى ابن أخي طاهر العقيقي الحسني ، ثنا إسماعيل بن محمد بن إسحاق بن جعفر بن محمد بن علي بن الحسين ، حدثني عمي علي بن جعفر بن محمد ، حدثني الحسين بن زيد ، عن عمر بن علي ، عن أبيه علي بن الحسين قال :
خطب الحسن بن علي الناس حين قتل علي

ท่านฮาซัน บินอาลีได้ปราศัยกับประชาชนในวันที่ท่านอาลีเสียชีวิตว่า : …

أَيُّهَا النَّاسِ مَنْ عَرَفَنِيْ فَقَدْ عَرَفَنِيْ وَمَنْ لَمْ يَعْرِفْنَيْ فَأَنَا الْحَسَنُ بْنُ عَلِيٍّ وَأَنَا بْنُ النَّبِيِّ وَأَنَا بْنُ الْوَصِيِّ وَأَنَا بْنُ الْبَشِيْرِ وَأَنَا بْنُ الَّنذِيْرِ وَأَنَا بْنُ الدَّاعِيِّ إِلَى اللهِ بِإِذْنِهِ وَأَنَا بْنُ السِّرَاجِ الْمُنِيْرِ وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ كَانَ جَبْرِيْلُ يَنْزِلُ إِلَيْنَا وَيَصْعَدُ مِنْ عِنْدِنَا وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ أَذْهَبَ اللهُ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهَّرَهُمْ تَطْهِيْرًا وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ اِفْتَرَضَ اللهُ مَوَدَّتَهُمْ عَلَى كُلِّ مُسْلِمٍ فَقَالَ تَبَارَكَ وَتَعَالَى لِنَبِيِّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلّم قُل لَّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى وَمَن يَقْتَرِفْ حَسَنَةً نَّزِدْ لَهُ فِيهَا حُسْنًا {الشورى/23} فَإِقْتِرَافُ الْحَسَنَةِ مَوَدَّتُـنَا أَهْلُ الْبَيْتِ.

โอ้ประชาชนทั้งหลาย ผู้ใดรู้จักฉันเท่ากับเขาได้รู้จักฉันดีแล้ว แต่ถ้าผู้ใดยังไม่เคยรู้จักฉัน ดังนั้น(ขอแนะนำตัวว่า) ฉันคืออัลฮาซันบุตรของอะลี, ฉันคือบุตรหลานของท่านนะบี, ฉันคือบุตรของวะซี, ฉันคือบุตรของผู้บอกข่าวดี, ฉันคือบุตรของผู้แจ้งข่าวร้าย, ฉันคือบุตรของผู้เชิญชวนสู่อัลลอฮ์ด้วยอนุมัติของพระองค์, ฉันคือบุตรของประทีปแห่งแสงสว่าง, ฉันคือหนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์ที่ท่านญิบรีลลงมาหาพวกเราและขึ้นไปจากพวกเรา,
ฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์คนหนึ่งที่อัลลอฮ์ขจัดความโสมมออกไปจากพวกเขาและชำระพวกเขาจนบริสุทธิ์ไร้มลทิน, ฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์คนหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดว่าความรักที่มีต่อพวกเขาคือฟัรฎูของมุสลิมทุกคน ดังที่อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า

จงกล่าว ( ต่อมุสลิมทั้งหลายเถิดมุฮัมมัด ) ว่า ฉันไม่ขอค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการประกาศอิสลามนี้ ยกเว้น ให้แสดงความรักต่อญาติสนิท

แล้วผู้ใดได้ทำดี เราจะเพิ่มพูลให้เขาในการนั้นซึ่งความดี) เพราะฉะนั้นการทำความดีในที่นี้หมายถึง การแสดงความรักต่อเรา อะฮ์ลุลบัยต์

ดูหนังสือ อัลมุสตัดร็อก อัลฮากิม เล่ม 11 : 114 หะดีษที่ 4785
มุอ์ญัมเอาซัฏ เล่ม 5 : 199 หะดีษที่ 2244

Θ อัต ต็อบรอนีบันทึกว่า

حدثنا محمد بن عبد الله ثنا حرب بن الحسن الطحان ثنا حسين الأشقر عن قيس بن الربيع عن الأعمش عن سعيد بن جبير : عن ابن عباس رضي الله عنهما قال : لما نزلت { قل لا أسألكم عليه أجرا إلا المودة في القربى } قالوا : يا رسول الله ومن قرابتك هؤلاء الذين وجبت علينا مودتهم ؟ قال : علي و فاطمة وابناهما

ท่านอิบนุอับบาสเล่าว่า :

เมื่ออายัตมะวัดดะฮ์ฟิลกุรบาถูกประทานลงมา พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)กล่าวว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ใครคือกะรอบะฮ์ของท่านที่เป็นวายิบต้องแสดงความรักต่อพวกเขา ?

ท่านตอบว่า คืออาลี ฟาติมะฮ์และบุตรชายทั้งสองของเขา

มุอ์ญัมเอาซัฏ เล่ม 3 : 47 หะดีษที่ 2641 และเล่ม 11 : 444 หะดีษที่ 12259

Θอิบนุญะรีรบันทึกว่า

ท่านอะลี บินฮูเซน (ซัยนุลอาบิดีน)กล่าวว่า ฉันคือกุรบา ญาติสนิทของท่านศาสดา

عن السديّ، عن أبي الديلم قال : لَمَّا جِيْءَ بِعَلِيِّ بْنِ الْحُسَيْنِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ أَسِيْراً، فَأُقِيْمَ عَلَى دَرَجِ دِمَشْق، قَامَ رَجُلٌ مِنْ أَهْلِ الشَّامِ فَقَالَ : اَلْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِيْ قَتَلَكُمْ وَاسْتَأْصَلَكُمْ، وَقَطَعَ قَرْنَ الْفِتْنَةِ، فَقَالَ لَهُ عَلِيُّ بْنُ الْحُسَيْنِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ : أَقَرَأْتَ الْقُرْآنَ ؟ قَالَ: نَعَمْ، قَالَ: أَقَرَأْتَ آلَ حم ؟ قَالَ : قَرَأْتُ الْقُرْآنَ وَلَمْ أَقْرَأْ آلَ حم ؟ قَالَ : مَا قَرَأْتَ : { قُل لاَّ أَسْـئَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْراً إِلاَّ ٱلْمَوَدَّةَ فِى ٱلْقُرْبَىٰ } قَالَ : وَإِنَّكُمْ لَأَنْتُمْ هُمْ ؟ قَالَ : نَعَمْ .

อัซ-ซุดดีรายงานจากท่านอบี อัด-ดัยลัมเล่าว่า :

ตอนที่ท่านอะลี บุตรชายของท่านฮูเซนถูกคุมตัวเป็นเชลยมายืนอยู่ที่ถนนเมืองดามัสกัส มีชายชาวเมืองซีเรียคนหนึ่งด่าท่านว่า : ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ทรงสังหารพวกเจ้าและตัดเขาแห่งความวุ่นวาย

ท่านอะลี บุตรฮูเซนได้ถามชายชาวเมืองซีเรียคนนั้นว่า : ท่านอ่านอัลกุรอ่านบ้างไหม ?

ชายชาวเมืองซีเรีย : เคยอ่านสิ

ท่านอะลีบุตรฮูเซน : แล้วท่านเคยอ่านซูเราะฮ์อัชชูรอ(บทที่43)บ้างไหม

ชายชาวเมืองซีเรีย : ฉันเคยอ่านอัลกุรอ่าน แต่ไม่เคยอ่านซูเราะฮ์อัชชูรอ

ท่านอะลี บุตรฮูเซน : ท่านคงไม่เคยอ่านโองการที่อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัดต่อมุสลิมทั้งหลายว่า) ฉันไม่ขอค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการประกาศอิสลามนี้ ยกเว้น ให้แสดงความรักต่อญาติสนิท ) นี้ใช่ไหม ?

ชายชาวเมืองซีเรียถามว่า : พวกท่านคืออัลกุรบา(ญาติสนิท)ของท่านศาสดามุฮัมมัดกระนั้นหรือ ?

ท่านอะลี บุตรฮูเซน ตอบว่า : ใช่แล้ว

ดูตัฟสีรอัต-ต็อบรี อิบนุ ญะรีร เล่ม 21 หน้า 528 ดูบทอัช-ชูรอ : 23

หะดีษเหล่านี้ได้บอกเล่าว่า ใครคือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)ที่มุสลิมจำเป็นต้องมอบความรักให้กับพวกเขา

อย่างไรก็ตามการตัฟสีรและหะดีษของอุละมาอ์ซุนนี่เหล่านี้ยังไม่อาจทำให้วาฮาบีที่ใจมืดบอดเปิดตาใจยอมรับว่า

ท่านอาลี ฟาติมะฮ์และฮาซันกับฮูเซนคือญาติสนิทที่สุดของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)ได้หรอกเราทราบดี

เพราะคำถามที่วาฮาบีจะนำมาอ้างกับชีอะฮ์แบบทุเรศคือ

หะดีษที่ยกมานั้นมันไม่ซอฮิ๊ฮ์ คือไม่อยู่ในระดับที่จะเชื่อได้ว่า บุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทของท่านนะบี(ศ)

ความเป็นจริงเราไม่จำเป็นต้องยกหลักฐานใดมายืนยันหรอกว่า บุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)

เพราะบุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)อันเป็นที่รู้กันอยู่แล้วในหมู่ซอฮาบะฮ์

แต่ที่วาฮาบีถามหาหลักฐานซอฮิ๊ฮ์ในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาต้องการปกป้องมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์รวมทั้งนักปราชญ์บางส่วนของพวกเขาที่ด่าทอว่าร้ายญาติสนิทของท่านรอซูล(ศ) ก็เท่านั้นเองเนื่องจากนัยยะของอายะฮ์มะวัดดะฮ์ฟิลกุรบาเป็นโองการที่ชีอะฮ์สามารถนำมาถามพวกวาฮาบีว่า

เมื่ออัลกุรอ่านสั่งให้รักญาติสนิทของท่านรอซูล(ศ) ทำไมยังมีชาวสะลัฟและค่อลัฟบางส่วนด่าว่าท่านอาลี ???

คำถามนี้จะย้อนศรกลับไปยังพวกวาฮาบีว่า หากมีรายงานว่าท่านนะบี(ศ)สั่งห้ามด่าว่าซอฮาบะฮ์จริงๆ ทำไมคนกลุ่มแรกที่ทำบิดอะฮ์โดยริเริ่มด่าทอสาปแช่งซอฮาบะฮ์นั้นก็คือมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์มิใช่หรือ ???

และซอฮาบะฮ์ที่ถูกด่าทอสาปแช่งมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามคือ ท่านอาลีใช่ไหม ?

คำถามต่อมาคือ ทำไมชาวสะลัฟและค่อลัฟบางส่วนจึงกล้าด่าทอว่าร้ายชายที่ชื่ออาลี ???

หรือว่า ชาวสะลัฟและค่อลัฟเหล่านั้นไม่รู้จักสถานะของชายชื่ออาลี ???

หรือว่า ชาวสะลัฟและค่อลัฟเหล่านั้นรู้จักสถานะของชายชื่ออาลีดี แต่เจตนาจะด่าทอเขา ???

۞ ทีนี้ถ้าถามว่า อาลีคนนี้เป็นอะไรกับท่านนะบี(ศ) เราจะพบหลักฐานดังนี้

☼ ท่านหญิงอุมมุ สะละมะฮ์เล่าว่า :

أَنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه و سلم جَلَّلَ عَلَى الْحَسَنِ وَالْحُسَيْنِ وَعَلِيٍّ وَفَاطِمَةَ كِسَاءً
ثُمَّ قَالَ : اللّهُمَّ هَؤُلاءِ أهْلُ بَيْتِيْ وَخَاصَّـتِيْ أذْهِبْ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهِّرْهُمْ تَطْهِيْراً
فَقَالَتْ أمُّ سَلَمَة وَاَنَا مَعَهُمْ يَا رَسُوْلَ اللهِ ؟ قَالَ (ص) : إنَّكِ اِلَى خَيْرٍ

แท้จริงท่านนบี(ศ)ได้เอาผ้ากีซาคลุมบนตัวอัลฮาซัน ,อัลฮูเซน,อาลีและฟาติมะฮ์

จากนั้นท่านกล่าวว่า : โอ้อัลลอฮ์บุคคลเหล่านี้คืออะฮ์ลุลบัยต์ของข้าพเจ้า และเป็นอะฮ์ลุลบัยต์พิเศษของข้าพเจ้า

โปรดขจัดความโสมมออกจากพวกเขา และโปรดชำระพวกเขาให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเถิด

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์(ร.ฎ)กล่าวว่า : ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่พร้อมกับพวกเขาด้วยเถิด โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ท่านตอบว่า : เธอไปยังความดี

สถานะหะดีษ : ซอฮิ๊ฮ์ ดูซอฮีฮุต-ติรมิซี หะดีษที่ 3038 ตรวจทานโดยเชคอัลบานี

หะดีษข้างต้นระบุว่า อาลีคืออะฮ์ลุลบัยต์ค็อศ(ญาติสนิทคนหนึ่ง)ของท่านนะบี(ศ) แล้วไง ?

☼ ท่านสะอัด บุตรอบีวักกอศเล่าว่า :

لَمَّا نَزَلَتْ هذِهِ الْآيَةُ : { .. فَقُلْ تَعَالَوْاْ نَدْعُ أَبْنَاءنَا وَأَبْنَاءكُمْ .. }
دَعَا رَسُوْلُ الله ( ص ) عَلِيًّا وَ فَاطِمَةَ وَ حَسَنًا وَ حُسَيْنَا فَقَالَ : \\\” اللّهُمَّ هؤُلاَءِ أَهْلِيْ

เมื่อโองการนี้ประทานลงมา: ( ดังนั้นจงมาเถิด เราก็จะเรียกลูก ๆ ของเรา และลูกของพวกท่าน… )

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้เรียก อะลี ฟาติมะฮ์ ฮาซันและฮูเซนมา

แล้วกล่าวว่า : โอ้อัลลอฮ์ พวกเขาเหล่านี้คือ (อะฮ์ลี) ครอบครัวของข้าพเจ้า

ดูซอฮิ๊ฮ์มุสลิม หะดีษที่ 4420

☼ ท่านฮุบชี บินญุนาดะฮ์เล่าว่า :

قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ : عَلِيٌّ مِنِّي وَأَنَا مِنْهُ

ท่านรอซูลุลเลาะฮ์(ศ)กล่าวว่า : อาลีมาจากฉัน และ ฉันมาจากเขา

ดูหนังสือสุนันติรมิซี หะดีษที่ 4085
สุนันอิบนิมาญะฮ์ หะดีษที่ 124
สุนันกุบรอ นะซาอี หะดีษที่ 8146,8147
มุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 16853,16856,16857,16858
มุอ์ญัมกะบีร อัตต็อบรอนี หะดีษที่ 3511,3513
มุสนัดอิบนิอบีชัยบะฮ์ หะดีษที่ 844
มุสนัดอบียะอ์ลา หะดีษที่ 355
มุศ็อนนัฟอับดุลร่อซ๊าก หะดีษที่ 439

หะดีษเหล่านี้ยังไม่พออีกหรือที่จะบอกว่า อาลีคือญาติสนิทของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) แล้วไง ?

۩ ก็แล้วเมื่อท่านนะบี(ศ)วะฟาตในปีฮิจเราะศักราชที่ 11 ถัดมาอีก 30 ปี

มุอาวียะฮ์ขึ้นปกครองอาณาจักรอิสลามในปีฮ.ศ.ที่ 41–60 เป็นเวลา19 ปีมุอาวียะฮ์ออกคำสั่งให้ด่าทอสาปแช่งคนชื่ออาลีบนมิมบัรของท่านรอซูล(ศ)

หลังจากมุอาวียะฮ์ตาย พวกอุมัยยะฮ์ก็ยังด่าทอสาปแช่งคนชื่ออาลีต่อไป การด่าทอคนชื่ออาลีมาสิ้นสุดลงที่ปีฮ.ศ. 99 ซึ่งเป็นยุคที่อุมัรบินอับดุลอะซีซขึ้นปกครองและสั่งให้ยกเลิกประเพณีด่าทอท่านอาลี รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 58 ปีเต็ม

Θ คำถามสำหรับวาฮาบี

เวลา 58 ปีเต็มที่ซอฮาบะฮ์ชื่อ “ อาลี “ ถูกด่าทออยู่ในมัสยิด ในที่สาธารณ เราไม่ทราบว่าพวกซุนนี่เอาหะดีษบทนี้

مَنْ سَـبَّ أَصْحاَبِيْ ، فَعَلَيْهِ لَـعْنَةُ اللهِ وَالْمَلاَئِكَةِ وَالناَّسِ أَجْمَعِيْنَ

ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน การสาปแช่งของอัลลอฮ์ มลาอิกะฮ์และมนุษย์ทั้งมวลจะตกแก่เขาผู้นั้น ไปหมกไว้ตรงไหนมิทราบ ???

หากหะดีษบทนี้ซอฮิ๊ฮ์(ถูกต้อง)จริงๆ ทำไมเชคอัลบานีต้องออกมาวิจารณ์แบบนี้ครับ

قُلْتُ : و بالجملة ، فالحديث بمجموع طرقه حسن عندي على أقل الدرجات . و الله أعلم
السلسلة الصحيحة ج 5 ص 339 ح 2340

ฉัน(อัลบานี)ขอกล่าวว่า : โดยรวมๆแล้ว หะดีษ(ใครด่าทอซอฮาบะฮ์ต้องถูกอัลลอฮ์ละอ์นัตข้างต้น) สายรายงานหะดีษของมันทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดในทัศนะของผมถือว่า อยู่ในระดับฮาซัน วัลลอฮุอะอ์ลัม.

ดูซิลซิละตุซ ซ่อฮีฮะฮ์ เล่ม 5 : 339 หะดีษที่ 2340

ถ้าจะถามพวกวาฮาบีว่า ในยุคมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์เรืองอำนาจนั้น หะดีษนี้ยังไม่บรรลุถึงขึ้นฮาซันหรือครับ

พวกซุนนี่ในยุคนั้นเลยไม่กล้าสาปแช่งพวกอุมัยยะฮ์ที่ด่าทออาลีผู้เป็นซอฮาบะฮ์ถึง 58 ปีเต็ม ?

แต่หะดีษนี้พึ่งจะหาเจอและงัดเอามันขึ้นมาใช้กันในยุคปัจจุบันใช่ไหม ?

แล้วเอามาทำอะไร เอามาเพื่อปกป้องมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ใช่ไหม ?

→ ผมชอบคำพูดของเชควาฮาบีชื่อ ซอและห์ บินอับดุลอะซีซ อาลิช ชัยค์

ภาพ http://www.watein.com/ksaimg/albums/userpics/10001/ksa-local1_492507.jpg
ที่กล่าวว่า

حقيقة السبّ عدم الرضا عن من سُبَّ، وكُرْهْ ما فَعَلْ وإلا فإنَّ الراضي يحمد ويُثْنِي، والمُبْغِضْ هو الذي يسب ويتبرأ. لهذا نهى النبي صلى الله عليه وسلم عن سب الصحابة فقال «لا تسبّوا أصحابي» وهذا يقتضي التحريم، فكل سَبٍّ للصحابة محرم، وأكَّدَّ ذلك صلى الله عليه وسلم بقوله «من سبَّ أصحابي فقد آذاني» وأذيته صلى الله عليه وسلم محرمة وكبيرة

ฮะกีกัตของซุบ(การด่าทอ)คือความไม่พอใจต่อคนที่ถูกด่า และรังเกียจสิ่งที่เขาทำ หากมิเป็นเช่นนั้น(เขาคงไม่ด่าทอ) เพราะผู้พอใจ ย่อมให้การยกย่องสรรเสริญ ส่วนผู้โกรธคือคนที่จะด่าและไม่ข้องแวะ(กับคนที่เขาโกรธ) ด้วยเหตุนี้ท่านนะบี(ศ)จึงห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ ท่านกล่าวว่า พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน หะดีษนี้จึงบ่งบอกว่า ฮะร่าม ดังนั้นทุกๆการด่าทอต่อซอฮาบะฮ์จึงถือว่าฮะร่าม ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่

อ้างอิงจากหนังสือ
ชัรฮุลอะกีดะฮ์ ต่อฮาวียะฮ์ โดยซอและห์อาลิชชัยค์ เล่ม 1 : 628 มัสอะละฮ์ที่ 5

พวกวาฮาบีทั้งหลายต้องยอมรับอยู่แล้วว่า คำพูดข้างต้นถูกต้อง

۩ คำถามสำหรับวาฮาบี

ฮะกีกัตที่มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ด่าทออาลี คือพวกเขาไม่พอใจต่ออาลีจึงด่า และพวกเขารังเกียจสิ่งที่อาลีทำ หากมิเป็นเช่นนั้นพวกเขาคงไม่ด่าทออาลีหรอก

เพราะผู้พอใจ ย่อมให้การยกย่องสรรเสริญ ส่วนผู้โกรธคือคนที่จะด่าและไม่ข้องแวะ(กับคนที่เขาโกรธ) ด้วยเหตุนี้ท่านนะบี(ศ)จึงห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ ท่านกล่าวว่า พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน หะดีษนี้จึงบ่งบอกว่า ฮะร่าม

ดังนั้นทุกๆการด่าทอต่อซอฮาบะฮ์จึงถือว่าฮะร่าม ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่

ผมจะขอยืมฮุก่มของเชควาฮาบีผู้นี้มาใช้กับมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ได้ไหมว่า

การที่พวกเขาด่าทออาลีจึงถือว่าฮะร่าม ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า ผู้ใดด่าทออาลีญาติสนิทของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่ เพราะฉะนั้นมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์จึงทำสิ่งฮะร่ามและมีบาปใหญ่ติดตัว ???

ขอให้เราย้อนกลับมาพิจารณาหะดีษหมกเม็ดของท่านบุคอรีกันอีกครั้ง

Θ สายรายงาน :

حَدَّثَنَا آدَمُ بْنُ أَبِى إِيَاسٍ حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنِ الأَعْمَشِ قَالَ سَمِعْتُ ذَكْوَانَ يُحَدِّثُ عَنْ أَبِى سَعِيدٍ الْخُدْرِىِّ قَالَ
อาดัม บินอบีอิยาสจาก →ชุอ์บะฮ์ →อัลอะอ์มัช→ซักวาน→ท่านอะบีสะอีด อัลคุดรีเล่าว่า :

Φ ตัวบท : ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า :

قَالَ النَّبِىُّ – صلى الله عليه وسلم – « لاَ تَسُبُّوا أَصْحَابِى ، فَلَوْ أَنَّ أَحَدَكُمْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا بَلَغَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ » .

พวกเจ้าจงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน เพราะหากพวกท่านบริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

อ้างอิงจากซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 3673
ดูเวบ http://hadith.al-islam.com/Display/Display.asp?hnum=3397&doc=0

☼ ท่านจะเห็นได้ว่า บุคอรีได้ตัดสาเหตุของท่านนะบี(ศ)ออกไปว่า ทำไมท่านจึงพูดเช่นนี้ จากนั้นเราลองมาอ่านนักบันทึกหะดีษของซุนนี่คนอื่นๆว่าเขากล่าวสาเหตุที่มาของเรื่องนี้อย่างไร ???

ท่านมุสลิมบินฮัจญ๊าจญ์บันทึกว่า :

Θ สายรายงาน :

حَدَّثَنَا عُثْمَانُ بْنُ أَبِى شَيْبَةَ حَدَّثَنَا جَرِيرٌ عَنِ الأَعْمَشِ عَنْ أَبِى صَالِحٍ عَنْ أَبِى سَعِيدٍ قَالَ
อุษมาน บินอบีชัยบะฮ์→ญะรีร → อะอ์มัช → อบีซอและห์ → อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า

Φ ตัวบท :

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَىْءٌ فَسَبَّهُ خَالِدٌ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ ».

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง
แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ »

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน
เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

อ้างอิงจากซอฮิ๊ฮ์มุสลิม หะดีษที่ 6652, 6653
ดูเวบ http://hadith.al-islam.com/Display/Display.asp?hnum=4611&doc=1

۞ วรรคสำคัญที่บุคอรีตัดออกไปคือ

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَىْءٌ فَسَبَّهُ خَالِدٌ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ ».
ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง
แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

ทั้งสองหะดีษคือเรื่องเดียวกัน สาเหตุหลักคือ ท่านคอลิด กับ ท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฤมีปากเสียงกันทะเลาะ แล้วท่านคอลิดไปด่าว่าท่านอับดุลเราะห์มานเข้า

เมื่อท่านนะบีรู้เรื่องว่าทั้งสองเกิดการวิวาทกัน ท่านนะบีจึงออกมาห้ามทั้งสองให้หยุดด่าทอกัน

คำถาม วรรคที่บุคอรีตัดออกไปยังมีบันทึกอยู่ในตำราหะดีษซุนนี่เล่มอื่นๆอีกไหม ???

คำตอบ ต่อไปนี้คือหนังสือและรายนามนักปราชญ์ซุนนี่ที่บันทึก

Θ อิหม่ามอะหมัดบันทึกว่า

حَدَّثَنَا أَحْمَدُ بْنُ عَبْدِ الْمَلِكِ حَدَّثَنَا زُهَيْرٌ حَدَّثَنَا حُمَيْدٌ الطَّوِيلُ عَنْ أَنَسٍ قَالَ
كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ كَلَامٌ فَقَالَ خَالِدٌ لِعَبْدِ الرَّحْمَنِ تَسْتَطِيلُونَ عَلَيْنَا بِأَيَّامٍ سَبَقْتُمُونَا بِهَا فَبَلَغَنَا أَنَّ ذَلِكَ ذُكِرَ لِلنَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ دَعُوا لِي أَصْحَابِي فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ لَوْ أَنْفَقْتُمْ مِثْلَ أُحُدٍ أَوْ مِثْلَ الْجِبَالِ ذَهَبًا مَا بَلَغْتُمْ أَعْمَالَهُمْ

อะหมัดบินอับดุลมะลิก – ซุเฮร – ฮุมัยด์ ต่อวีล – ท่านอะนัสเล่าว่า :

ระหว่างคอลิดบินวาลีดกับอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟปรากฏว่ามีปากเสียงกัน คอลิดได้กล่าวกับอับดุลเราะห์มานว่า พวกท่านล่วงเกินเราด้วยวันเวลา(เพราะเหตุที่)ท่านล้ำหน้า(เข้ารับอิสลามก่อน)เรากระนั้นหรือ ?

แท้จริงเรื่องนั้นได้ถูกนำมาเล่าให้ท่านนะบี(ศ)ฟัง
ท่านจึงกล่าวว่า : พวกท่านจงยุติ(เรื่อง)ซอฮาบะฮ์ของฉันเพื่อฉัน…

สถานะหะดีษ : ซอฮิ๊ฮ์ ดูมุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 13839 ฉบับตรวจทานโดยเชคอัรนะอูฏี

Θ ท่านอบูยะอ์ลาบันทึกว่า

حَدَّثَنَا زُهَيْرٌ ، حَدَّثَنَا جَرِيرٌ ، عَنِ الأَعْمَشِ ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ ، قَالَ :
كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ ، وَعَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَيْءٌ ، فَسَبَّهُ خَالِدٌ ، فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم : لا تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِي ، فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلا نَصِيفَهُ
قَالَ حُسَيْن سُلَيْم أَسَدٌ : إسْنَادُهُ صَحِيْحٌ
مسند أبي يعلى ج 2 ص 396 ح 1171

ซุเฮร – ญะรีร – อัลอะอ์มัช – อบีซอและห์ – อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง
แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)
ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน
เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาค(ทอง)ประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

สถานะหะดีษ : ซอฮิ๊ฮ์ ดูมุสนัดอบียะอ์ยา หะดีษที่ 1171ฉบับตรวจทานโดยฮูเซนสุลัยม์อะซัด

Θ อิบนุอาศิม อัษษะก่อฟีบันทึกว่า

حدثنا محمد بن عاصم ، حدثنا الجعفي عن زائدة عن عاصم عن أبي صالح عن أبي هريرة ، قال : كان بين خالد بن الوليد وبين عبد الرحمن بن عوف بعض ما يكون بين الناس . قال : فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : « ذروا لي أصحابي أو أصيحابي فإن أحدكم لو أنفق مثل أحد ذهبا ، لم يدرك مد أحدهم ولا نصيفه »
كتاب : جزء محمد بن عاصم الثقفي ج 1 ص 14 ح 12

มุฮัมมัดบินอาศิม – อัลญุอ์ฟี – ซาอิดะฮ์ – อบีซอและห์ – อบีฮุร็อยเราะฮ์เล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีบางสิ่งเกิดขึ้นในหมู่ผู้คน
แล้วท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า : พวกเจ้าจงยุติ(เรื่อง)ซอฮาบะฮ์ของฉันเพื่อฉัน
เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

ดูหนังสือญุซอุ มุฮัมมัดบินอาศิม อัษษะก่อฟี หะดีษที่ 12

Θ อิบนุหะญัร อัลอัสก่อลานีบันทึกว่า

حدثنا داود بن عمرو الضبي قال حدثنا جرير قال حدثنا الأعمش عن أبي صالح عن أبي سعيد رضي الله تعالى عنه قال :
كان بين خالد بن الوليد وبين عبد الرحمن بن عوف شيء وفي رواية داود كلام فسبه خالد
فقال رسول الله صلى الله عليه و سلم لا تسبوا أحدا من أصحابي فلو أنفق أحدكم ميل أحد ذهبا ما أدرك مذ أحدهم ولا نصيفه
كتاب : الأمالي المطلقة لابن حجر العسقلاني ج 1 ص 53

ดาวูด บินอัมรู อัฎฎ็อบบี – ญะรีร – อัลอะอ์มัช – อบีซอและห์ – อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง
แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน
เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

ดูหนังสืออัลอะมาลี มุฏละเกาะฮ์ โดยอิบนุหะญัร เล่ม 1 : 53

หากถามว่าระหว่างท่านคอลิดบินวาลีด กับ ท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟ ทะเลาะกันเรื่องอะไรจนท่านคอลิดถึงกับด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานที่อาวุโสกว่า ?

Θ อิบนุกะษีรกล่าวว่า

เ ป็นที่รู้กันว่า การเข้ารับอิสลามของท่านคอลิดบินวาลีดตรงต่อคิตอบ(ซูเราะฮ์อัลหะดีด อายัตที่ 10 ) นี้เพราะระหว่างการทำสัญญาฮุดัยบียะฮ์กับการพิชิตนครมักกะฮ์
และปรากฏว่า การขัดแย้งระหว่างทั้งสอง(คือคอลิดกับอับดุลเราะห์มาน)นี้เกี่ยวกับเผ่าบะนีญะซีมะฮ์ ท่านรอซูล(ศ)ได้ส่งคอลิดบินวาลีดไปหาพวกเขาหลังจากที่พิชิตมักกะฮ์แล้ว พวกญะซีมะฮ์ได้กล่าวว่า صَـبَأْناَ แปลว่าเราเปลี่ยนศาสนาแล้ว พวกเขาไม่สามารถกล่าวว่า أَسْـلَمْناَ ได้ (คือเราเข้ารับอิสลามแล้ว) ดังนั้นท่านคอลิดจึงสั่งให้ประหารชีวิตพวกเขาและสั่งให้ฆ่าเชลยศึกบางส่วนของพวกญะซีมะฮ์
ฝ่ายท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟและท่านอิบนุอุมัรไม่เห็นด้วยกับ(การกระทำของ)ท่านคอลิด ดังนั้นท่านคอลิดจึงเกิดทะเลาะวิวาทกับท่านอับดุลเราะห์มานด้วยสาเหตุดังกล่าว.

อ้างอิงจาก
ตัฟสีรอิบนุกะษีร เล่ม 8 : 12 ดูตรงคำอธิบายซูเราะฮ์อัลหะดีด อายัตที่ : 10

เพราะฉะนั้นหะดีษที่ถูกบันทึกอยู่ในซอฮิ๊ฮ์มุสลิมจึงทำให้เราเข้าใจได้ชัดเจนว่า หะดีษที่บุคอรีบันทึกว่า ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน
ความจริงท่านนะบี(ศ)ได้มุ่งคำพูดนี้ไปที่ท่านคอลิดบินวาลีดโดยเฉพาะ แต่สะบับหะดีษ หมายถึงสาเหตุของหะดีษกลับถูกท่านบุคอรีตัดออกไป

ท่านอิบนุอุมัรได้เล่าว่า

( หลังจากท่านนะบีได้รับฟังเรื่องที่ท่านคอลิดสังหารเผ่าญะซีมะฮ์ ด้วยสาเหตุที่พวกเขากล่าวคำว่า อัสลัมนาไม่ได้ ) ท่านได้ยกมือทั้งสองของท่านขอดุอาอ์ว่า

قَالَ ابْنُ عُمَرَ رَفَعَ النَّبِىُّ – صلى الله عليه وسلم – يَدَيْهِ « اللَّهُمَّ إِنِّى أَبْرَأُ إِلَيْكَ مِمَّا صَنَعَ خَالِدٌ »

โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความบริสุทธิ์ต่อพระองค์จากสิ่งที่คอลิดได้กระทำด้วยเถิด

ดูซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 23 , 7189

สรุปความได้ว่า

ท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านคอลิดลงมือสังหารเผ่าญะซีมะฮ์เพียงแค่พวกเขาพูดอาหรับการเข้ารับอิสลามของพวกเขาว่า ซ่อบะอ์นา แต่ไม่พูดว่าอัสลัมนา ทำให้ท่านคอลิดไม่ยอมรับและสุดท้ายท่านคอลิดลงมือประหารพวกเขา จนมีปากเสียงกับท่านอับดุลเราะห์มานที่คัดค้านไม่ทำตาม ฝ่ายท่านคอลิดได้ล่วงเกินไปด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานซึ่งอาวุโสกว่าทั้งอายุและทั้งการเข้ารับอิสลามในรุ่นแรกๆ ท่านนะบีจึงออกมาสั่งท่านคอลิดว่า จงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน
ผมคิดว่านักปราชญ์ซุนนี่รู้อยู่แก่ใจดีว่าเรื่องราวเป็นเช่นนี้ แต่อาศัยการบันทึกของท่านบุคอรีที่ตัดสะบับหะดีษออก แล้วหยิบเอามาใช้ประโยชน์สำหรับมัซฮับของตัวเอง

۩ คำถามสำหรับวาฮาบี

ท่านนะบี(ศ) สั่งห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ของท่านจริง แต่ขอถามว่า

ท่านสั่งใคร ระหว่างท่านคอลิด หรือ มุสลิมทั้งหมด ???

ถ้าท่านตอบว่า ท่านนะบี(ศ)สั่งกับคอลิด ท่านพูดถูก

แต่ถ้าท่านตอบว่า ท่านนะบี(ศ)สั่งกับมุสลิม ท่านโกหก

และขอฝากกุรอ่านไว้หนึ่งอายัตสำหรับพวกที่ชอบอำพรางหลักฐานดังที่อัลลอฮ์ตะอาลาตรัสว่า

إِنَّ الَّذِينَ يَكْتُمُونَ مَا أَنْزَلْنَا مِنَ الْبَيِّنَاتِ وَالْهُدَى مِنْ بَعْدِ مَا بَيَّنَّاهُ لِلنَّاسِ فِي الْكِتَابِ أُولَئِكَ يَلْعَنُهُمُ اللَّهُ وَيَلْعَنُهُمُ اللَّاعِنُونَ

แท้จริงบรรดาผู้ที่ปิดบังหลักฐานอันชัดเจน และคำชี้นำที่เราได้ประทานลงมา หลังจากที่เราได้ชี้แจงมันไว้แล้วในคัมภีร์สำหรับมนุษย์นั้น
พวกเขาเหล่านี้ อัลลอฮ์จะสาปแช่งพวกเขา และผู้สาปแช่งทั้งหลายก็จะละอ์นัตพวกเขาด้วยซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ : 159
พวกวาฮาบีมีลีลาในการอธิบายหะดีษตามที่ตนต้องการอาทิเช่น

ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านจงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน

คำสั่งนี้เป็นคำสั่งคอศ( خاص )ไม่ใช่อาม( عام ) หมายถึงท่านนะบี(ศ)สั่งกับคอลิดบินวาลีดโดยเฉพาะว่าอย่าไปด่าทออับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟ แต่พวกวาฮาบีกลับบอกว่าหะดีษนี้ยังรวมไปถึงมุสลิมทั้งหมดด้วย

ทีนี้เราลองยกหะดีษนี้มาให้พวกวาฮาบีอธิบายคือ

ท่านอับดุลลอฮ์เล่าว่า ฉันได้ยินท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า :

أَنَا فَرَطُكُمْ عَلَى الْحَوْضِ ، وَلَيُرْفَعَنَّ رِجَالٌ مِنْكُمْ ثُمَّ لَيُخْتَلَجُنَّ دُونِى فَأَقُولُ يَا رَبِّ أَصْحَابِى . فَيُقَالُ إِنَّكَ لاَ تَدْرِى مَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ

ฉันจะล่วงหน้าพวกท่านไปที่สระ(เกาษัร)ก่อน และจะมีบรรดาชายจากหมู่พวกท่านถูกยกมา(ที่ฉัน) จากนั้นก็ถูกกันออกไปจากฉัน ฉันจึงกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของฉัน นั่นคือ ►ซอฮาบะฮ์ของฉัน ◄ จะมีผู้กล่าวว่า ท่านไม่รู้ดอกว่า พวกเขาได้ทำอุตริกรรมอันใดเอาไว้หลังจากท่าน

ดูซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 6576

และท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

يَرِدُ عَلَىَّ يَوْمَ الْقِيَامَةِ رَهْطٌ مِنْ أَصْحَابِى فَيُحَلَّئُونَ عَنِ الْحَوْضِ فَأَقُولُ يَا رَبِّ أَصْحَابِى . فَيَقُولُ إِنَّكَ لاَ عِلْمَ لَكَ بِمَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ ، إِنَّهُمُ ارْتَدُّوا عَلَى أَدْبَارِهِمُ الْقَهْقَرَى »

ในวันกิยามะฮ์ จะมีคนกลุ่มหนึ่งจากซอฮาบะฮ์ของฉันเข้ามาหาฉัน แล้วพวกเขาถูกกันออกไปจากสระ(เกาษัร) ฉันจึงกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของฉัน นี่คือ►ซอฮาบะฮ์ของฉัน ◄ มีผู้กล่าวว่า แท้จริงท่านไม่รู้อะไรสำหรับท่าน ต่อสิ่งที่พวกเขาได้ก่ออุตริกรรมเอาไว้หลังจากท่าน แท้จริงพวกเขาได้ตกมุรตัด หันหลังออกจากศาสนาของพวกเขา

ดูซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 6585

หะดีษระบุชัดเจนว่า ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์นั่นคือ ►ซอฮาบะฮ์ของฉัน ◄ ขอรับ

แต่ถ้าท่านเอาสองหะดีษนี้ไปถามพวกเขา ก็จะได้คำตอบแบบข้างๆคู หรือเลี่ยงบาลีว่า

ซอฮาบะฮ์ในที่นี้ไม่ใช่ซอฮาบะฮ์ในยุคท่านรอซูล(ศ) ทั้งๆที่ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า ►ซอฮาบะฮ์ของฉัน ◄

และในที่สุดพวกวาฮาบีก็จะเล่นลิ้นกับพวกท่านว่าหมายถึง อุมมะฮ์ดะอ์วะฮ์ ไม่ใช่ อุมมะฮ์อิญาบะฮ์

เหตุเพราะมีหะดีษอีกบทหนึ่งรายงานว่าท่านนะบี(ศ)ได้คุตบะฮ์ว่า

أَلاَ إِنَّهُ يُجَاءُ بِرِجَالٍ مِنْ أُمَّتِى ، فَيُؤْخَذُ بِهِمْ ذَاتَ الشِّمَالِ ، فَأَقُولُ يَا رَبِّ أَصْحَابِى فَيُقَالُ لاَ تَدْرِى مَا أَحْدَثُوا بَعْدَكَ

ในวันกิยามะฮ์ พึงรู้เถิดว่า จะมีบรรดาชายกลุ่มหนึ่งจากอุมมะฮ์(ประชาชาติ)ของฉันถูกนำมา แล้วพวกเขาจะถูกพาเอาไปทางด้านซ้าย(คือไปนรก) ฉันจึงกล่าวว่า โอ้พระเจ้าของฉัน นี่คือ►ซอฮาบะฮ์ของฉัน ◄ ขอรับ มีผู้กล่าวว่า ท่านไม่รู้ดอกว่า พวกเขาได้ก่ออุตริกรรมอะไรเอาไว้หลังจากท่าน

ดูซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 4740

ถ้าท่านถามกับพวกเขาว่าคำ “ อัศฮาบี “ ในหะดีษเหล่านี้คือซอฮาบะฮ์ในยุคไหน ???
ท่านก็โดนวาฮาบีหาคดีให้ท่านว่า กำลังด่าทอซอฮาบะฮ์ เพราะนั่นคืออุปนิสัยของวาฮาบีที่แตะต้องซอฮาบะฮ์ไม่ได้
แต่ถ้าพวกอุมัยยะฮ์หรือนักปราชญ์ซุนนี่ด่าทอใส่ซอฮาบะฮ์ชื่ออาลีบินอบีตอลิบนั้นไม่เป็นไร พวกเขาจะนิ่งเงียบและบอกกับท่านว่า มันเป็นเรื่องในอดีตเราไม่อยากคุย ไม่อยากขุดขุ้ย

พวกเขาจะบอกว่า อาลีเราก็รักเหมือนกัน ความรักของพวกวาฮาบีที่มีต่ออาลีบินอบีตอลิบคือ

อย่าไปต่อว่า สะลัฟและค่อลัฟบางส่วนที่เคยด่าทอว่าร้ายต่ออาลีบินอบีตอลิบ นั่นแหล่ะอะกีดะฮ์ของพวกเขา.

ทำไม ต้องรื้อฟื้นขุดขุ้ยเรื่องของทุกคนที่เคยมีปัญหากับท่านอาลี บินอะบีตอลิบ มาพิจารณากันใหม่ ?????

เพราะ……………………………………

۞ อาลี บินอบีตอลิบคือเครื่องวัดว่า ใครมีอีหม่าน ใครกุโฟ้ร และใครมุนาฟิก

หลังจากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)วะฟาตแล้ว หากเราอยากทราบว่า ใครมีอีหม่าน ใครไม่มีอีหม่านและใครคือคนสับปลับกลับกลอก ท่านรอซูล(ศ)ได้สอนว่า ให้ดูว่ามุสลิมคนนั้นมีทัศนะเช่นไรกับซอฮาบะฮ์ชื่ออาลีบินอบีตอลิบ หลักฐานมีมากมายเช่น

☺ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

إِنَّ اللَّهَ أَمَرَنِى بِحُبِّ أَرْبَعَةٍ وَأَخْبَرَنِى أَنَّهُ يُحِبُّهُمْ قِيلَ يَا رَسُولَ اللَّهِ سَمِّهِمْ لَنَا قَالَ : عَلِىٌّ مِنْهُمْ يَقُولُ ذَلِكَ ثَلاَثًا وَأَبُو ذَرٍّ وَالْمِقْدَادُ وَسَلْمَانُ

แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรับสั่งฉันให้มีความรักสี่บุคคลและพระองค์ทรงแจ้งให้ฉันทราบว่า พระองค์ทรงรักพวกเขา

มีคนถามว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ โปรดบอกชื่อพวกเขาแก่พวกเราด้วย

ท่านกล่าวว่า อาลีคือหนึ่งในนั้น ท่านกล่าวว่าอีกสามคนคือ อะบูษัร มิกด๊าดและซัลมาน

ดูสุนันติรมิซี หะดีษที่ 4084 สถานะหะดีษ ฮาซัน เฆาะรีบ
สุนันอิบนิมาญะฮ์ หะดีษที่ 154
มุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 21936

ในรายงายของอัลฮากิมบันทึกว่า ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า

إنَّ اللهَ أَمَرَنِي بِحُبِّ أَرْبَعَة مِن أَصْحاَبِي ، وَأَخْبَرَنِي أَنَّهُ يُحِبُّهُم » ، قاَلَ : قُلْناَ : مَن هُم ياَ رَسُولَ الله ؟ وَكُلُّناَ نُحِبُّ أَن نَكُونَ مِنهُم ، فَقاَلَ : « أَلاَ إِنَّ عَلِياًّ مِنهُم ، ثُمَّ سَكَتَ ، ثُمَّ قَالَ : أَما إِنَّ عَلِياًّ مِنهُم » ، ثُمَّ سَكَتَ قال الحاكم : « هذا حديث صحيح على شرط مسلم ، ولم يخرجاه »

แท้จริงอัลลออ์ทรงสั่งฉันให้รักสี่บุคคลจากซอฮาบะฮ์ของฉัน และพระองค์ทรงแจ้งให้ฉันทราบว่า พระองค์ทรงรักพวกเขา พวกเราจึงกล่าวว่า พวกเขาเป็นใครหรือโอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ? พวกเราทุกคนปรารถนาจะได้เป็นหนึ่งจากพวกเขา
ท่านตอบว่า พึงรู้เถิดว่า อาลีเป็นหนึ่งในหมู่พวกเขา จากนั้นท่านนิ่งเงียบ แล้วท่านกล่าวต่อว่า แท้จริงอาลีคือหนึ่งจากพวกเขาแล้วท่านได้เงียบไปอีก
อัลฮากิมกล่าวว่า หะดีษซอฮี๊ฮ์ตามเงื่อนไขของท่านมุสลิม

ดูอัลมุสตัดร็อก หะดีษที่ 4624

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า :

لاَ يُحِبُّ عَلِيًّا مُنَافِقٌ وَلاَ يَبْغَضُهُ مُؤْمِنٌ

คนมุนาฟิกจะไม่รักอาลี และมุอ์มินผู้ศรัทธาจะไม่เกลียดชังเขา

ดูสุนันติรมิซี หะดีษที่ 4083 สถานะหะดีษ ฮาซัน เฆาะรีบ

อย่างไรก็ตาม

รายงานหะดีษของท่านติรมิซี ท่านอิบนิมาญะฮ์ ท่านอิม่ามอะหมัดและท่านฮากิมต้องถูกวาฮาบีเล่นลิ้นว่า สะนัดไม่แข็งแรงพอที่จะยึดเป็นหลักฐาน ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาหะดีษอื่นๆกันต่อไป

q4wahabi.com