lasted posts

Popular

hamka146

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนความสุดโต่งในตัวเชคมุฮัมมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ตอนที่๒

 

 

 

แต่นี่ก็ยังไม่ใช่ประเด็นที่ข้าพเจ้าต้องการจะกล่าวถึง ประเด็นปัญหาที่เราต้องเผชิญหน้าอยู่ทุกวันคือ เมื่อเราได้ศึกษาประวัติของท่านมุฮัมมัด บิน อับดุลอะฮาบ แล้วประหนึ่งว่าเราได้อ่านหรือศึกษาประวัติของมุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ (ซ็อล ฯ) เราถือว่าศัตรูของมุฮัมมัด บิน อับดุลลวะฮาบเป็นผู้ปฏิเสธ และเป็นผู้ตั้งภาคีเทียบเคียงยิ่งกว่าศัตรูของมุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ (ซ็อล ฯ) เสียอีก

 

สิ่งนี้ไม่ใช้ประสบการณ์เฉพาะในช่วงที่ข้าพเจ้ายังอยู่กับกลุ่มวะฮาบียฺเท่านั้น ทว่าเป็นความเชื่อของบรรดาผู้ที่เป็นวะฮาบีทั้งหมด ดังนั้น สำหรับความสมบูรณ์ของประสบการณ์นี้ และเพื่อการรู้จักพี่น้องวะฮาบีให้มากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าจะขอกล่าวอธิบายความเชื่อที่สุดโต่งของเราที่มีต่อ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ซึ่งตัวของเชคนั้นได้สอดแทรกทางความคิดเข้าไปในความคิดและปัญญาของเราะอย่างไร เชคเชื่อว่าศัตรูของเชคบนคราบสมุทรอาหรับนั้น เป็นกาฟิรและเป็นผู้ตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจ้า ยิ่งกว่าศัตรูของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) เสียอีก เชคกล่าวว่า

 

จงรู้ไว้เถิดว่าบรรดาผู้ตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจ้าในยุคก่อน (บุคคลที่ศาสดาได้ต่อสู้กับพวกเขา) ถือว่าการปฏิเสธของพวกเขาน้อยยิ่งกว่าผู้ตั้งภาคีในยุคสมัยเรา”

 

เชคกล่าวว่า “บุคคลที่ศาสดาได้ต่อสู้กับพวกเขาล้วนเป็นผู้สติปัญญาสมบูรณ์ทั้งสิ้น และการตั้งภาคีของพวกเขาก็น้อยกว่า หมายถึงน้อยกว่าบุคคลที่เชคได้ต่อสู้กับพวกเขา” 

 

เชคกล่าวว่า “การตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจ้าของชาวกุเรชน้อยกว่า การตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจ้าของคนส่วนใหญ่ที่ในสมัยนี้”

 

ความเลยเถิดของเชคกลายเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้ความคิดของพวกเราสุดโต่งตามไปด้วย แนวทางด้านการศึกษาเช่นกัน ส่งผลลัพธ์ไม่ดีในการสร้างความคิดแบบเลยเถิดในตัวเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ซึ่งสิ่งนั้นก็มีอิทธิพลต่อพวกเราอย่างยิ่ง จนกระทั่งว่าเราได้วางตัวเองไว้บนเส้นแดนของผู้ที่นิยมในความคิดของเชค ในลักษณะที่ว่าบุคคลใดก็ตามขัดแย้งกับเชคทั้งในช่วงที่เชคมีชีวิตอยู่ หรืออำลาจากไปแล้วก็ตาม คนเหล่านี้ล้วนเป็นการฟิรทั้งสิ้น บรรดาอุละมาอฺและนักปราชญ์อิสลามผู้ทรงคุณวุฒิทุกคน ที่ได้ต่อสู้และวิพากษ์กับเชค พวกเราต่างปฏิเสธพวกเขาทุกคน และพวกเราต่างเห็นตรงกันว่าบรรดานักปราชญ์เหล่านั้นเป็นกาฟิรยิ่งกว่าอบูละฮับและญะฮิลเสียอีก เนื่องจากเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบได้แสดงภาพของนักปราชญ์อิสลามผู้ปฏิเสธและตั้งภาคีเทียบเคียงพระเจ้าให้พวกเราได้เห็นอย่างชัดเจน

 

มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ขัดแย้งกับนักปราชญ์ร่วมสมัยท่านหนึ่งนามว่า เชคสุลัยมาน บิน สะฮีม อัลฮันบะลียฺ ซึ่งเชคมุฮัมมัด บิบ อับดุลวะฮาบได้ส่งจดหมายไปถึงเชคสุลัยมาน ซึ่งพวกเราทุกคนต่างได้อ่านจดหมายฉบับนั้น มันทำให้เราหวนคิดถึงสาส์นของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ที่ส่งถึงบรรดาผู้ปฏิเสธและผู้ตั้งภาคีเทียบเคียงในสมัยนั้น เชคกล่าวว่า

 

เราขอเตือนสติท่านว่า ตัวท่านและบิดาของท่านได้กลายเป็นกาฟิร เป็นนิฟาก และเป็นชิริกไปเสียแล้ว ท่านและบิดาของท่านต่างเป็นศัตรูกับศาสนาและได้พยายามแสดงออกอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ท่านคือบุรุษที่ได้รับการสาปแช่งและหลงทาง เนื่องจากทั้งที่มีความรู้แต่เห็นว่าการปฏิเสธนั้นดีกว่าอิสลาม และนี่คือ หนังสือของท่าน ซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นผู้ปฏิเสธของท่านในนั้น 

 

ในความเป็นจริงแล้วพวกเราต้องการสภาพที่มีความพร้อมทางจิตใจที่แตกต่าง ซึ่งสิ่งนั้นคือการหยิบฉวยโอกาสและการใช้ความรุนแรง และจำเป็นต้องกล่าวถึงเพื่อจะได้สามารถสะท้อนความคิดของเชคมุฮัมมัด อับดุลวะฮาบได้อย่างถูกต้อง และจะได้เข้าใจความรู้สึกและแนวคิดของเชคบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากการเผยแพร่เชิญชวนของเชคอับดุลวะฮาบกลายเป็น ฟิตนะฮฺอันยิ่งใหญ่ที่ขจรขจายไปทั่วโลก เราต้องการรู้จักบุคลิกภาพของเชคให้มากกว่านี้ เพื่อจะได้สามารถเข้าใจสถานการณ์และรับรู้ถึงบรรดาพวกที่นิยมในความคิดของเชค และสิ่งนี้จะทำให้เรารู้จักพวกเขาดีมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้เสนอหลักการเยียวยารักษาที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์แก่พวกเขา และบัดนี้ ข้าพเจ้าเป็นต้องการกล่าวถึงผลสะท้อนของเชคอับดุลวะฮาบที่มีอิทธิพลต่อระบบประสาท จิตใจ และชีวิตของข้าพเจ้าทั้งหมด ซึ่งบนพื้นฐานของสิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นห่วงเป็นใย และมองพี่น้องของเราอีกมากมายที่นิยมแนวความคิดของเชคอับดุลวะฮาบ ด้วยสายตาที่มีแต่ความสงสาร

 

เชคมุฮัมมัด อับดุลวะฮาบ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) กล่าวถึงนักปราชญ์ผู้รู้ร่วมสมัย และคิดว่าพวกเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการเคารพสักการเทวรูปแห่งยุคสมัย เชคได้กล่าวถึงหนึ่งในนักปราชญ์ร่วมสมัยเดียวกันกับท่านนามว่า เชคอัลลามะฮฺ อิบนุ ยะฮฺยา ว่า

 

เขาเป็นคนโสโครกและเป็นกาฟิรที่สกปรกที่สุดในหมู่พวกเขา”

 

การงานของเชคผ่านพ้นไปถึงอีกระดับขึ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การมอบตำแหน่งกาฟิรของเชคให้แก่บุคคลอื่น ได้ครอบคลุมนักปราชญ์ร่วมสมัยกับท่านหลายคนด้วยกัน สถานภาพนับวันยิ่งเลวร้ายขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับ จนกระทั่งสมญานามชายแปลกหน้ายิ่งเป็นจริงขึ้นมา ขอบข่ายของการปฏิเสธได้ครอบงำประวัติศาสตร์ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 เรื่อยลงมาจนถึงสมัยของตน ความรุนแรงและความแข็งกระกร้าวได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนกระทั่งเชคได้กล่าวอ้างตนว่า เฉพาะผู้ที่นิยมในความคิดของตนเท่านั้นที่เป็นมุสลิมบนโลกนี้ ฉะนั้น เชคจึงปฏิเสธมุสลิมซุนนียฺที่ปฏิบัติตาม 4 สำนักคิด (ชาฟิอียฺ มาลิกียฺ ฮันบะลียฺ และฮะนะฟียฺ) ส่วนกลุ่มบุคคลที่ตัดสัมพันธ์กับกลุ่มวะฮาบียฺ ก็ถูกตราหน้าว่าตกศาสนา (มุรตัด) ซึ่งการลงโทษผู้ที่ตกศาสนาคือ ความตาย และเชคได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่นิยมแนวคิดของตนว่า ให้จัดการลงโทษกลุ่มชนที่ตกศาสนาทั้งหมดไปตามระเบียบการ ที่ประหลาดไปกว่านั้นคือ คราวใดที่เชคได้ยินว่าผู้ที่เป็นปรปักษ์กับตนถูกสังหารแล้ว เชคจะมีความสุขและดีใจเป็นอย่างยิ่ง ความสุดโต่งของเชคดำเนินไปจนถึงขั้นที่ว่า เชค เริ่มปฏิเสธประชาชนและสิ่งนี้ได้ครอบงำเหนือตัวเอง ดังนั้น บุคคลใดมีความคิดเห็นไม่ตรงกับเชค เชคจะถือว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ปฏิเสธทันที

 

 

 

anti-salafi.com