lasted posts

Popular

hamka189

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนความแตกต่างระหว่างเตาฮีดตอนที่๔

ความแตกต่างระหว่างเตาฮีดของมุฮัมมัดบินอับดุลวะฮาบกับเตาฮีดของกุรอาน

 

 

 

ประการที่สอง

ความน่าประหลาดใจและความไม่เข้ากันในช่วงรอยประติดประต่อระหว่าง เตาฮีดระบูยียะฮฺ (ความเอกเทศในการบริบาล) และเตาฮีดอุลูฮียะฮฺ (พระผู้ควรแก่การสรรเสริญยกย่อง) เตาฮีดอัสมา (พระนาม) และซิฟัต (พระลักษณะ) ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้คือความสัมพันธ์อันเป็นรากเหง้า กับปัญหาที่กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นแล้วการแบ่งเตาอีดในลักษณะดังนี้ ยังบ่งบอกให้เห็นถึงความอ่อนหัดด้านความคิด  ซึ่งไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลอ้างอิง และไม่มีบทสรุปอีกต่างหาก เป็นเพราอะไร ….

 

1. การจัดแบ่งเตาฮีดที่เชคได้นำเสนอมานั้น เนื่องจากความขัดแย้งและการก้าวก่ายกันในประเภท ทำให้ไม่เหมาะสมและไม่เข้ากัน

 

2. การจัดแบ่งประเภทนี้ เท่ากับเป็นการขจัดรุกุ่นสำคัญบางประการของเตาฮีดให้หลุดออกไป เช่น ไม่ครอบคลุมความเป็นเอกเทศในการปกครอง ความเป็นเอกเทศในความเป็นมิตร และผู้คุ้มครอง

 

3. การจัดแบ่งเตาฮีดเช่นนี้ เป็นการนำเข้าภารกิจบางอย่างซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเตาฮีด ให้เข้ามาอยู่ในเตาฮีด เช่น ประเด็นเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีความจำเป็นเนื่องจากสิ่งนี้ไม่ใช่แก่นอันเป็นรากหลัก

 

4) การจัดแบ่งประเภทนี้เป็นลักษณะทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในหลักการของชัรอียฺ เนื่องจากเหตุผลของชัรอียฺ ที่อธิบายคำว่า อัลลอฮฺ ร็อบ และคำอื่นๆ เอาไว้ มิได้ถูกตีความอย่างสมบูรณ์

 

5) การวิพากของเชคมุฮัมมัดเกี่ยวกับความจริงในการตั้งภาคีเที่ยบเคียง และอิบาดะฮฺ เป็นเพีงกฎทั่วไป และสำหรับประชาชนอาหรับแล้ว ขณะที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาถือว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากเชคได้จินตนาการประเภทเตาฮีดขึ้นเอง มิได้วางอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่มาจากหลักความเชื่อที่สลับซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยภูมิปัญญาและหลักฐานอันมั่นคงในการพิสูจน์ ทั้งที่สิ่งนั้นอัลกุรอานได้กล่าวถึงไว้แล้ว และได้มีการวิเคราะห์ในเชิงวิชาการไว้แล้ว

 

ประการที่สาม

ในยุคปัจจุบันเกิดปัญหามากมายเกี่ยวกับแนวคิดของมุฮัมมัด บินอับดุลวะฮาบ ในเรื่องเตาฮีด ซึ่งกลายเป็นปัญหาหลักประจำวัน อันเป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับแก่นของเตาฮีด ประเภท และการขยายวงกว้างของการกำหนดกฎสภาวะของพระเจ้า ในเรื่องการพิพากษา ความเป็นมิตร และศัตรู ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากการแบ่งประเภทเตาฮีดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น บรรดานักปราชญ์จำนวนไม่น้อยที่มีส่วนร่วมในการขยายวงของปัญหา และการทำให้ประชาชนต้องหลงทางออกไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้องตามปฏิบิติรับใช้เหล่าผู้นำของพวกตน ซึ่งกลายเป็นอิมามผู้ปฏเสธและอธรรม ต้องยอมรับศัตรูของอัลลอฮฺว่าเป็นผู้ปกครอง และต้องถือว่าหมู่มวลมิตรของอัลลอฮฺคือ ศัตรูที่แท้จริง ขณะที่ถ้าเราได้ยึดมั่นอยู่กับหนังสือเตาฮีดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ซึ่งเปี่ยมไปด้วยข้อผิดพลาดและความบกพร่องต่างๆ มากมาย

สถานภาพของพวกเขาดังที่ อิบนุก็อยยิม ได้สาธยายไว้ในหนังสือของเขานามว่า มะดาริจญ์ อัสซากีน ซึ่งเขากล่าวว่า

ถ้าหากสัจธรรมความจริงได้อยู่ระหว่างทางของพวกเขา พวกเขาจะแสดงความดื้อรั้นออกมา ถ้าหากพวกเขาจัดการอะไรไม่สำเร็จ พวกเขาก็จะถือว่าเจ้าของสัจธรรมนั้นคือศัตรู และจะโยนเขาออกข้างทาง แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีก พวกเขาก็จะจับผู้นั้นขังคุกไปตามหนทางของเขา และจะหาหนทางใหม่ พวกเขาจะพยายามจนสุดความสามารถเพื่อขจัดเขาผู้นั้นให้พ้นไปจากทางของพวกเขา แต่ถ้ายังไม่สามารถจัดการได้อีก เขาก็จะเปลี่ยนวิธีโดยการเสนอตำแหน่งและเงินทองให้ โดยไม่มีผู้ใดไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แต่ถ้าสัจธรรมได้มาสู่พวกเขาซึ่งพวกเขาได้รับประโยชน์อันมากมายนั้น พวกเขาก็จะแสดงตนเป็นสมัครพรรคพวก แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นเป็นเพราะสัจธรรมพวกเขาจึงช่วยเหลือ ทว่าสิ่งนั้นตรงกับความต้องการของพวกเขาและเป็นสิ่งที่พวกเขาปรารถนาอยู่แล้ว

 

แน่นอน มันเป็นความสวยงามอย่างหนึ่งที่ได้กล่าวถึงสภาพอันเลวร้ายของพวกเขา บัดนี้ จะขอนำเสนอคำพูดของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของพวกเขา และขอให้ท่านผู้อ่านโปรดคิดใคร่ครวญถึงเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และกลุ่มของพวกเขาให้ดีไม่ว่าจะเป็น ญัมอียะฮฺ อะฮฺลุซซุนนะฮฺ วัลฮะดีซ อันซอรุลซุนนะฮฺ มุฮัมมะดียะฮฺ หรือญุนูดุลเซาะฮาบะฮฺ นอกจากนั้นแล้วจำเป็นต้องใส่ใจหนังสือต่างๆ ที่พวกเขาเขียนขึ้นและแจกฟรี เช่น อัลกุฎบียะฮฺ ฮิยะ อัลฟิตนะฮฺ ฟะฮฺซะรูฮา ฎออะตุรเราะฮฺมาน ฟี ฏออะฎิสซุลฏอน อัลฮากิมมียะฮฺ วะ ฟิตนะตุล ตักฟีร[2]

 

เรากล่าวว่า ปรากฏการณ์แห่งการออกห่างเตาฮีดของ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ มิได้เฉพาะเจาะจงอยู่แค่ประเทศซาอุดีอาระเบียเท่านั้น ทว่าได้แพร่กระจายไปในประเทศต่างๆ บนโลกนี้ ข้าพเจ้ารู้จักบุคคลมากมายที่ได้ออกห่างจากแนวคิดของ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ  และอีกมากมายที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก ซึ่งพวกเขาได้ออกห่างจากแนวคิดของเชค นับตั้งแต่สมัยของเชคจวบจนถึงปัจจุบัน

 

มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้กล่าวร้ายถึงบุคคลมากมายซึ่งสมัยหนึ่งเคยอยู่กับท่าน ต่อมาเมื่อพวกเขาค้นพบความผิดพลาดบางอย่างของเชค เกี่ยวกับหลักเตาฮีด พวกเขาก็ได้ออกห่างจากเชคไป หนึ่งในนั้นคือ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ ฟีรูซ อัลฮันบะลียฺ[3] ซึ่งท่านเป็นอุละมาอฺใหญ่คนหนึ่งของอียิปต์ อิทธิพลทางความรู้ทำให้เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ต้องเชิญชวนท่าน ครั้งหนึ่งเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้ส่งจดหมายไปถึง เชค อะฮฺมัด บิน อิบรอฮีม ซึ่งเป็นอุละมาอฺประจำเมือง มะรอต ในจดหมายนั้นท่านได้เขียนยกย่องสรรเสริญ อัลลามะฮฺ อิบนุ ฟีรูซ และกล่าวว่า ท่านทราบไหมว่า ในหมู่พวกเขา อิบนุฟีรูซ คือผู้ใกล้ชิดอิสลามมากที่สุด เขาเป็นหนึ่งในสายตระกูลของ ฮะนาบิละฮฺ ที่ยอมรับคำพูดของ เชคอิบนิตัยมียะฮฺ และอิบนิก็อยยิม

 

 


 

 

[2] อัสลุลอิสลาม วะฮะกีกัต อัตเตาฮีด เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ อัลมัสอะรียฺ พิมพ์ที่สำนักพิมพ์ อัรรอฟิด พิมพ์ครั้งแรก ปี ค..1997 บทนำหนังสือ

[3] มุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ ฟีรูซ อัลฮันบะลียฺ เป็นนักปราชญ์จากเมืองนัจญฺด์ ได้รับการเชิญชวนจากเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ และต่อมาท่านได้ละทิ้งไป ท่านถือกำเนิด ในปี ฮ.. ที่ 1142 ท่านได้รับการเรียนรู้จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน มีลูกศิษย์จำนวนมากมาย ท่านเสียชีวิตในปี ฮ.. 1216 ประวัติของท่านถูกบันทึกอยู่ในหนังสือ อุละมอฺอันนัจญฺด์ เขียนโดยนักประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายท่านจาก อันบิซาม (3/882) และหนังสือ อัซซุฮฺบุตุวาบิละฮฺ เชียนโดย อิบนุ ฮะมีด หน้า 721

 

 

 

anti-salafi.com