lasted posts

Popular

hamka172

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนซัยยิดกุฏบ์ ตอนที่๑

 

 

 

ตามความเป็นจริงแล้วสิ่งที่คล้ายคลึงกันที่เกิดขึ้นกับ เชคสุลัยมาน บิน เอาดะฮฺ ข้าพเจ้าได้มีการสนทนากันยาวนานกับพี่น้องวะฮาบียฺ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดกับหลักเตาฮีดตามแนวคิดของอับดุลวะฮาบ ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านั้นมีอยู่สาเหตุเดียวนั่นคือ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลลอฮฺ ไม่มีความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโองการอัลกุรอาน ที่กล่าวถึงหลักเตาฮีด และความไร้สามารถในการควบคุมโองการต่างๆ เหล่านั้น ตลอดจนการไม่รู้จักเป้าหมายของโองการ

 

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อุละมาอฺอะฮฺลิซซุนนะฮฺบางคนที่ศึกษางานของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ เกี่ยวกับเรื่องเตาฮีด ล้วนแล้วแต่มีบทบาทในการช่วยเหลือข้าพเจ้าให้รอดพ้นจากแนวคิดเรื่องเตาฮีด ของเชคทั้งสิ้น ซึ่งบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคือ ชะฮีด ซัยยิดกุฎบ์ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ท่านเป็นผู้เปิดเผยจุดหันเหด้านความเชื่อของเชคอับดุลวะฮาบ ท่านประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแนวคิดด้านเตาฮีดของเชคด้วยใจจริง ท่านพยายามที่จะอธิบายถึงการหักเหด้านความเชื่อของเชค ตรงประเด็นนี้เองที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย ตั้งตนเป็นปรปักษ์กับหนังสือต่างๆ ของซัยยิดกุฎบ์ เนื่องจากซัยยิดหันเหออกจากหลักเตาฮีดของเชคอับดุลวะฮาบ

 

ตามความเป็นจริงแล้ว เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือตัฟซีรกุรอาน ฟีฎิลาลิลกุรอาน ซึ่งเขียนโดยซัยยิดกุฎบ์ และต่อมาข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือของ สุลัยมาน บินอัลดุลวะฮาบ ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง มิหนำซ้ำความเชื่อของข้าพเจ้าที่มีต่อหลักเตาฮีดของเชคอับดุลวะฮาบ ก็เกิดความสับสนอย่างรุนแรง ในที่สุดความเชื่อในหลักเตาฮีดของเชคได้ละลายหายไปจากใจของข้าพเจ้าที่ละนัอย ในทัศนะของซัยยิดกุฎบ์ นั้นเชื่อว่าเตาฮีดได้ละลายหายไปในใจแล้ว แต่ยังมีภารกิจอีกมากมายที่ยังไม่ได้กระทำพร้อมกับเตาฮีด ข้าพเจ้ายังจำได้ดีเสมอสมัยที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อนบางคนของข้าพเจ้าที่เห็นข้าพเจ้าอ่านหนังสือตักซีร ฟีฎิลาลิลกุรอาน เขาได้แซวภาษาเพื่อนที่เป็นกันเองว่า เอ้ นายไม่เคยเห็นฟัตวาของเชคบินบาซ และบรรดาเชคซาอุดิอาระเบียอีกหลายสิบคน ที่ฟัตวาว่า ซัยยิดกุฎบ์หลงทางไปแล้วดอกหรือ

 

ข้าพเจ้าตอบเพื่อนว่า แล้วพวกคุณเคยอ่านหนังสือของซัยยิดกุฎบ์บ้างไหม

เพื่อนตอบข้าพเจ้าว่า ผมจะไม่อ่านหนังสือที่หลงทางอย่างเด็ดขาด

 

 

 

การสนทนาระหว่างข้าพเจ้ากับเพื่อนยังคงดำเนินต่อไป แต่ว่าไม่มีบทสรุปของการสนทนาแต่อย่างใด เนื่องจากได้มีคำสั่งให้เผาหนังสือของซัยยิดกุฎบ์ทิ้งทั้งหมด สาเหตุนั้นเนื่องมาจากว่าซัยยิดมีความเห็นเรื่องเตาฮีด ขัดแย้งกับทัศนะเชคอับดุลวะฮาบเท่านั้นเอง

ตรงนี้สามารถนำเอาหนังสือของวะฮาบียฺที่เขียนเกี่ยวกับ ผลสะท้อนของหนังสือซัยยิดกุฎบ์ อันเป็นสาเหตุทำให้ผู้คนละทิ้งหนังสือของ เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ มาเป็นพยานในที่นี้ได้

 

เชคคุลอุละมาอฺซุนนียฺวะฮาบียฺนามว่า อุษมาน อับดุลสลาม นูฮฺ ได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อว่า อัฎเฎาะรีก อิลา อัลญะมาอะติล อุม เกี่ยวกับบทบาทของซัยยิดกุฎบ์ ที่ทำให้ประชาชนออกห่างจากหลักเตาฮีดของเชคอับดุลวะฮาบ ในหนังสือเล่มดังกล่าวยังได้อ้างอิง เนื้อหาบางประโยคจากหนังสือของซัยยิดกุฎบ์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้วะฮาบียฺจำนวนไม่น้อยเยอะเย้ยหลักเตาฮีด ที่เชคอับดุลวะฮาบ แต่งขึ้นมา เขาได้เขียนว่า ..

 

 

 

ซัยยิดกุฎบ์ กล่าวไว้ในหนังสือตัฟซีรของตนนามว่า ฟีฎิลาลิกุรอาน[1] ดังนี้

เทวรูปที่ศาสดาอิบรอฮีม (.) พยายามวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ เพื่อให้ท่านและลูกหลานของท่านออกห่าง ซึ่งท่านต้องการบอกพวกอาหรับที่โง่เขลาในสมัยก่อน ถึงสิ่งที่พวกเขาเผชิญด้วยวิธีการง่ายๆ หรือการเลือกเคารพสักการะสองสิ่งในเวลาเดียวกัน ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน เช่น การสักการะก้อนหิน  ต้นไม้ สัตว์ นก ดวงดาว ไฟ ดวงวิญญาณ และภูตผีเป็นต้น  การตั้งภาคีชนิดง่ายๆ เพื่อสักการะเหล่านี้ ไม่ได้ครอบคลุมการทำชิริกกับอัลลอฮฺไปในทุกเรื่อง ตลอดจนเป้าหมายของชิริกเหล่านี้ ก็ไม่ได้ทำให้เราเข้าใจถึงชิริกที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้เลย แต่กับกีดกันเราให้ออกห่างจากความเข้าใจในแก่นแท้ความจริงของชิริก ตามที่ญาฮิลยุคใหม่ได้ประกอบขึ้น

การตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ คือ การะทำสิ่งที่ขัดแย้งกับชะฮาดัตที่กล่าวว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ” (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ) ไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดก็ตาม หรือในเสี้ยวหนึ่งของชีวิตถ้ามาตรว่าอีมาน (ความศรัทธา) ของเราไม่บริสุทธิ์ใจจริงต่ออัลลอฮฺ เหล่านั้นถือเป็นชิริกทั้งสิ้น ดังนั้น การเกิดชิริกเพียงแค่บุคคลหนึ่งในบางภารกิจของชีวิตเขามีศรัทธาต่ออัลลอฮฺ แต่ในบางภารกิจเขากับพึ่งพิงไปยังบุคคลหรือสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากอัลลอฮฺ ตัวอย่างในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เราเข้าใจชิริกได้ดียิ่งขึ้น ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในความคู่ควรแก่การเคารพภักดีของอัลลอฮฺ (ซบ.)  ข้าพเจ้าได้วุฎูอฺ และชำระล้างร่างกายเพื่อความใกล้ชิดพระองค์ นมาซ ถือศีลอด บำเพ็ญฮัจญฺ และกระทำทุกสิ่งตามคำสอนของศาสนา ก็เพื่อแสวงความใกล้ชิดกับพระองค์ แต่ในเวลาเดียวกันการใช้ชีวิตทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ กับพึ่งพิงหลักการของบุคคลอื่นที่นอกเหนือไปจากหลักการของอัลลอฮฺ ความประพฤติ กริยามารยาททางสังคมกับนิยมคำพูดหรือข้อคิดของบุคคลอื่น ซึ่งขัดแย้งกับคำสอนของอัลลอฮฺ ส่วนจริยธรรมและอารยธรรมตลอดจนประเพณีได้ยึดถือปฏิบัติตามมนุษย์ เขาได้ปฏิบัติภารกิจทั้งหมดที่ขัดแย้งกับหลักการและคำสั่งสอนของพระเจ้า ฉะนั้น บ่าวคนนี้ได้ตั้งภาคี (ชิริก) ประเภทเฉพาะเจาะจงพิเศษ และสิ่งนี้ก็คือแก่นแท้ของชิริกที่ขัดแย้งกับคำปฏิญาณที่กล่าวว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ มุฮัมมัดคือเราะซูลของพระองค์ และสิ่งนี้ก็คือ สิ่งที่ประชาชนในยุคสมัยนี้ถือปฏิบัติกัน พวกเขาถือว่านี่คือสิ่งอนุญาตให้ปฏิบัติ อันที่จริงสิ่งนี้ก็ชิริกที่กาฟิรหรือมุชริกในทุกยุคทุกสมัยและทุกทีเคารพบูชากัน

เทวรูปต่างๆ ที่เคารพสักการะไม่จำเป็นต้องมีรูปพรรณสัณฐาน หรือปรากฏรูปโฉมแบบเรียบง่ายให้ได้เห็นกัน อันที่จริงแล้วเทวรูปไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากสื่อที่มีอยู่ในมือของพวกอธรรม (ฏอฆูต) พวกเขาจะซ่อนเทวรูปไว้ในความเลวร้ายของเขา และบีบบังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามเขา ความเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์ของประชาชนจะถูกประกันด้วยสิ่งนั้น

เทวรูปไม่สามารถพูดหรือสนทนาได้ มองไม่เห็น และไม่ได้ยิน คนที่ดูแลเทวรูป หรือผู้ปกครองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเทวรูปนั้นเองที่เป็นผู้กระทำการ และชักใยอยู่ด้านหลังในนามของเทวรูป ไม่ว่าสิ่งใดที่สามารถทำให้มนุษย์เป็นบ่าวของเขาได้ หรือสามารถทำให้มนุษย์หลงทางได้มากเท่าไหร่พวกเขาก็จะทำและจะพูด

ดังนั้นในทุกยุคทุกสมัยและไม่ว่าที่ใดก็ตามถ้าหากมีเสียงเปล่าประกาศดังกึกก้องขึ้น จากบรรดาผู้ปกครองที่อธรรม หรือผู้ดูแลเทวรูปไม่ว่าจากที่ใดก็ตาม ซึ่งในนามของพวกเขากฎเกณฑ์ ธรรมนูญ หลักคำสอน และภารกิจอื่นๆ ได้ถูกอนุมัติ ทั้งที่ไม่ใช่พระประสงค์และไม่ได้รับอนุญาตพระเจ้าแล้วละก็ สิ่งนั้นก็คือแก่นแท้ สถานภาพ และบทบาทของเทวรูปนั่นเอง ดังนั้น ถ้าความเป็นชาตินิยม ความนิยมในประเทศมาตุภูมิ หรือเชื้อชาติ และวรรณะทางสังคมได้ดังกึกก้องขึ้นมา และได้มีเสียงร้องเรียกให้ประชาชนนำสิ่งนี้ไปร่วมเคารพภักดีพระเจ้า และจงเสียสละเลือดเนื้อ ทรัพย์สิน เหล่าสตรีของตน ตลอดจนจริยธรรมและวัฒนธรรมเพื่อสิ่งนั้น ขณะเดียวกันถ้ากฎเกณฑ์คำสอนของพระเจ้าขัดแย้งกับเสียงเรียกร้องเหล่านั้น พวกเขาได้ปล่อยวางกฎเกณฑ์คำสอน และยึดมั่นคำเรียกร้องของตน ซึ่งสิ่งนี้ก็คือการบูชาเทวรูปของคนโง่เขลา (ญาฮิล) ในสมัยใหม่

หรือกล่าวในสำนวนที่ถูกต้องและละเอียดลงไปมากกว่านี้ก็คือ ความต้องการของบรรดาฏอฆูตที่อยู่เบื้องหลังคำเรียกร้อง ในความเป็นจริงก็คือเทวรูปที่อยู่เคียงข้างอัลลอฮฺนั่นเอง ซึ่งไม่มีความจำเป็นว่าเทวรูปนั้นต้องปรากฏเป็นตัวตนหรือเป็นหินหรือไม้ให้เห็น อาจเป็นเพียงนามหนึ่งของเทวรูป ของนิกาย หรือของคำเรียกร้อง

อิสลามไม่ได้ถูกประกาศขึ้นเพื่อทำลายเทวรูปที่เป็นหินหรือเป็นไม้เท่านั้น บรรดาศาสดาที่ได้ถูกประทานลงมาสั่งสอน ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ความกดดันที่ได้รับ การกลั่นแกล้ง ความเจ็บปวด และการทรมานที่ได้รับจากศัตรู สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กระทำลงไปเพื่อทำลายเทวรูปที่เป็นหินหรือเป็นไม้เพียงอย่างเดียว

 

 


 

[1] ฟีฎิลาลิกุรอาน เล่ม 4 หน้า 2114-2116

 

 

 

anti-salafi.com