lasted posts

Popular

hamka158

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนทัศนะของวะฮาบียฺต่อขบวนการอิควานุลมุสลิมีน

ตอนที่๑

 

 

 

ข้าพเจ้าจำได้ว่าครั้งเมื่อพวกเราอยู่ในมัสญิดสำคัญแห่งหนึ่งของวะฮาบียฺ คือ มัสญิดอัดดะอฺวะฮฺ ในเวลานั้นเราได้ข่าวการเสียชีวิตของเชคอุมัร อัตติลมะซานียฺ หัวหน้าขบวนการอิควนุลมุสลิมีน มีพี่น้องคนหนึ่งของเราเสนอว่าให้นมาซฆออิบให้เขา แต่พวกเราได้สั่งให้นำร่างของเขาออกไปนอกมัสญิด พี่น้องของเราคนนั้นกล่าวด้วยเสียงดังว่า “เชคอุมัร อัตติลมะซานียฺ ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ที่ยืนหยดต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการนาซิรี [1]แห่งอิยิปต์ดอกหรือ

 

เราได้กล่าวกับเขาว่า ขบวนการอิควานุลมุสลิมีนคือขบวนการเผยแผ่ชิริก พวกเขาอยู่ในขั้นต่ำที่สุด เนื่องจากเป็นเหล่าชนที่อยู่ในสำนักคิดไม่ใช่พวกสะละฟีย์ และถ้าพวกเขาปฏิบัติตามขบวนการอิควานุลมุสลิมีน เราก็จะกลายเป็นผู้ปกครองมุชริกทันที หรืออย่างน้อยที่สุดที่เป็นไปได้เราก็จะเป็นผู้ปกครองที่ปฏิบัติตามสำนักคิดฮะนะฟียฺ ซึ่งอบูฮะนีฟะฮฺนั้นไม่ได้ดีไปกว่าญะมาล อับดุลนาซิรแม้แต่นิดเดียว

 

และนี่คือส่วนหนึ่งที่เราได้ดูถูกบรรพชนก่อนหน้าเราเฉกเช่น อบูฮะนียฟะฮฺ และชนร่วมสมัยเดียวกันกับเรา เช่น อุมัร อัลติลมะซานียฺ ซึ่งในที่สุดแล้วเรากลายเป็นประชาชาติที่ไม่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา

ตามความเป็นจริงแล้วหลังจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ได้ชี้นำทางใหม่แก่ข้าพเจ้าโดยผ่านหนังสือของ เชคสุลัยมาน บิน อับดุลวะฮาบ ทำให้ข้าพเจ้าพบว่าตนผูกพันอยู่กับกลุ่มศาสนา ซึ่งสมาชิกในกลุ่มไม่มีหัวหน้าพวกเราจึงได้จัดตั้งกลุ่มศาสนาขึ้น บนพื้นฐานดังกล่าวนั้นพวกเราจึงเปรียบเสมือนโจรในคราบผู้ดี หรือนักบุญใจบาป

 

ทั้งหมดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พวกเราทุกคนคือ กุรบาน (สิ่งถูกเชือดพลี) เพื่อหนังสือของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ

 

ตำราทั้งหลายของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้สอนให้เราเชื่อถึงขั้นที่ว่า พวกเราไม่เคยกล่าวคำต่อต้านยิวไซออนิสต์ พวกสะลีบียฺ (พวกบูชาไม้กางเขน) คอมมิวนิสต์ หรือแม้แต่พวกเผด็จการทั้งหลายแม้แต่คำเดียว ขณะเดียวกันพวกเราได้เขียนหนังสือต่อต้านมุสลิมด้วยกันอย่างมากมาย เพราะอะไร ก็เพราะว่าพวกเขาปฏิบัติตัวขัดแย้งกับแนวทางของเชค ในเวลานั้นพวกเราทุกคนต่างเชื่อว่าคำพูดของเชคเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม ส่วนคำพูดของคนอื่นล้วนเป็นคำพูดที่ผสมผสานกับความเป็นกาฟิร ซึ่งรังแต่ชี้นำผู้คนให้ออกนอกอิสลาม และตามความเป็นจริงแล้ว เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบเท่านั้นคือ ผู้จำแนกแยกแยะอย่างเด็ดขาดระหว่างการปฏิเสธกับอีมาน และเตาฮีด (ความเป็นเอกะ) กับชิริก (ตั้งภาคี)

 

 

 

คำพูดขัดแย้งกันของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบในเรื่องการตะวัซซุล

 

แนวความคิดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ไม่ได้วางอยู่บนพื้นฐานของอัลกุรอาน และซุนนะฮฺของศาสดา (ซ็อล ฯ) แต่อย่างใด เพราะเขาเชื่อว่าการตะวัซซุลไปยังตัวตนของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ภายหลังจากการจากไปของท่าน ถือเป็นชิริกที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวจะทำให้ผู้คนออกนอกแนวทางอิสลาม ขณะเดียวกันเขาได้อนุญาตให้สังหารบุคคลที่อนุญาตให้ทำการตะวัซซุล และยังถือว่าพวกเขาล้วนเลวทรามยิ่งกว่าบรรดากาฟิรชาวกุเรชเสียอีก คำพูดอันร้อนแรงของเขาที่เปล่งออกมาเสมือนเป็นการชี้นำไปสู่การนองเลือดพี่น้องมุสลิมด้วยกัน และจำคำพูดนั้นเองทำให้พี่น้องมุสลิมจำนวนหลายพันคนต้องถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด และแน่นอนที่สุดผลที่ติดตามมาคือ การนองเลือดและการเข่นฆ่ากันเองระหว่างพี่น้องมุสลิมซึ่งดำเนินมาจวบจนถึงปัจจุบัน และปัจจุบันนี้ปัญหาเรื่องการตะวัซซุลกับคนตายก็กลายเป็นปัญหาสำคัญและปัญหาใหญ่ ทำให้ผู้นิยมในแนวความคิดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ก่อการนองเลือดและเข่นฆ่าพี่น้องมุสลิมไปเป็นจำนวนมาก แต่ในที่สุดแล้วหลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไป ทุกสิ่งที่เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้ถักทอขึ้นมามันได้กลายเป็นรากเหง้า และทุกสิ่งที่สร้างขึ้นมาเชคก็ได้ทำลายมันจนหมดสิ้น เชคกล่าวว่า..

 

เนื่องจากบางคนอนุญาตให้ตะวัซซุลกับบ่าวที่เป็นกัลยาณชน และบางคนอนุญาตให้ทำการตะวัซซุลได้เฉพาะศาสดา (ซ็อล ฯ) เท่านั้น แต่อุละมาอฺส่วนใหญ่ถือว่าเป็นมักรูฮฺ และสั่งห้ามไม่ให้กระทำ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาเรื่องฟิกฮฺ แม้ว่าทัศนะที่ถูกต้อง ณ เราคือ ความเห็นของอุละมาอฺส่วนใหญ่ที่ว่าการตะวัซซุลเป็นมักรูฮฺ ด้วยเหตุนี้ บนพื้นฐานดังกล่าวเราจะไม่ท้วงติงกลุ่มบุคคลที่ทำการตะวัซซุลแต่อย่างใด เนื่องจากหลักการอิจญฺติฮาด (วินิจฉัย) ย่อมมีการปฏิเสธไม่เห็นด้วยและมีข้อสงสัยเป็นเรื่องธรรมดา[2]

 

นี่คือคำวินิจฉัย (ฟัตวา) ประการหนึ่งของเชคที่สร้างความประหลาดใจแก่ข้าพเจ้ามากที่สุด เนื่องจากคำฟัตวานี้ได้ขุดรากถอนโคนความคิดที่เชคที่เคยจับใส่ในความคิดของพวกเราที่ว่า การตะวัซซุลกับคนตายเป็นชิริกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ปัจจุบันเชคได้หักล้างคำพูดของตนเองและถือว่า การตะวัซซุล เป็นเพียงปัญหาของฟิกฮฺเท่านั้น ไม่ใช่ปัญหาด้านหลักความเชื่อ (อุซุลลุดดีน) และเชคยังได้กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื่องการตะวัซซุลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอีมานและการปฏิเสธ หรือการตั้งภาคีกับเตาฮีดแต่อย่างใด

 

ฉะนั้น ตามความเชื่อของข้าพเจ้าการจัดพิมพ์ฟัตวา (คำวินิจฉัย) เหล่านี้ เพื่อแจกจ่ายในหมู่วะฮาบียฺที่มีความสุดโต่งด้านความเชื่อ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อว่ากลุ่มบุคคลที่มีความเชื่อชนิดสุดโต่งจะได้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับบุคคลที่เชื่อในเรื่องการตะวัซซุลกับคนตาย และพวกเขาจะได้รับรู้ว่าแนวความคิดเรื่องการขับไล่คนออกจากศาสนา (ตักฟีร) ของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ไม่ได้ปฏิบัติไปตามอัลกุรอานและซุนนะฮฺของศาสดา (ซ็อล ฯ) แต่อย่างใด ดังนั้น จะเห็นว่าคำพูดขัดแย้งกันของเชคนั้นมีจำนวนมากมาย ซึ่งช่วงเวลาที่พี่น้องของเราได้พบความขัดแย้งกันในคำพูดของเชค ทำให้พวกเขาละทิ้งแนวคิดแบบเลยเถิดของเชคในเรื่องการเป็นกาฟิรของมุสลิม  ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากตำราและจดหมายชนิดสุดโต่งของเชคนั่นเอง

 

จำเป็นต้องพูดกับพี่น้องวะฮาบียฺของเราเกี่ยวกับสถานภาพอันน่าประหลาด และความขัดแย้งกันทางความคิดซึ่งครอบคลุมอยู่เหนือตัวเชค ในเวลานั้นความอคติที่มีต่อพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ซึ่งฝังแน่นอยู่ในใจมานานจะได้หมดไปเสียที และจะได้ช่วยเหลือให้ตนเองรอดพ้นจากการกล่าวประณาม และคำพูดดูถูกเหยียดหยามพี่น้องมุสลิมด้วยกันว่าเป็น กาฟิร หรือเป็นผู้อธรรม

 

 


 

 

[1] จุดประสงค์คือ การปกครองของ ญะมาล อับดุลนาซิร

[2]  มุอัลละฟาต อัลอิมาม มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ภาคที่ 3 ฟัตวา ลำดับที่ 68

 

 

 

anti-salafi.com