lasted posts

Popular

 hamka069

 

 

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนวุฎูอฺของชีอะฮฺถูกต้องหรือซุนนะฮฺ ตอนที่๓

 

 

 

 

 

 

 

การล้างเท้าสะอาดกว่าการเช็ดไม่ใช่หรือ

 

 

 

มีคำพูดกล่าวอ้างว่า การล้างเท้าในวุฎูอฺนั้นสะอาด และถูกสุขอานามัยมากกว่าการเช็ด ซึ่งคำกล่าวอ้างเช่นนี้ไม่ถูกต้องเนื่องจากว่า

 

 

๑. เราไม่สามารถกล่าวอ้างบางอย่างที่ขัดแย้งกับคำสั่งของอัล-กุรอานได้เด็ดขาด เพราะอัล-กุรอานสั่งให้เช็ดไม่ใช่ล้าง

 

 

๒. ปรัชญาของวุฏูอฺไม่ใช่เพื่อความสะอาดหรือสุขอานามัยอย่างเดียว แต่ยังมีปรัชญาอื่นแฝงอยู่อีกมากมาย ดังนั้น ถ้าปรัชญาของวูฎูอฺเพื่อความสะอาดอย่างเีดียว ทำไมหลังจากอาบน้ำเสร็จถ้าต้องการนะมาซ ไม่สามารถนะมาซได้ต้องทำวุฎูอฺก่อน

 

 

๓. ความสะอาด และสุขอานามัยเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าท่านต้องการทำวุฎูอฺหรือไม่ท่านต้องล้างเท้า หรือก่อนหรือหลังวุฎูอฺท่านสามารถล้างเท้าได้ แต่วุฏูอฺท่านต้องเช็ดเท้า ซึ่งการล้างเท้าไม่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของวุฎูอฺแต่อย่างใด

 

 

 

อะฮฺลิซซุนนะฮฺอธิบายการล้างเท้าในการทำวุฎูอฺว่าอย่างไร

 

 

มีคำถามหนึ่งคือ ทำไมอะฮฺลิซซุนนะฮฺจึงปฏิบัติขัดแย้งกับสิ่งที่ตนยอมรับ จากหลักฐานที่กล่าวมาจะเห็นว่า อะฮฺลิซซุนนะฮฺยอมรับว่าในการทำวุฎูอฺเป็นวาญิบต้องเช็ด ไม่ใช่ล้าง แต่พวกเขามีเหตุผลอะไรจึงล้างแทนการเช็ด เพื่อความเข้าใจขอยกคำพูดของนักปราซญ์อะฮิลิซซุนนะฮฺบางท่าน เช่น

 

 

ซะมัคชะรียฺ ได้กล่าวไว้ในตัฟซีรของตนว่า เท้าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ต้องล้างเมื่อทำวุฏูอฺ ดังนั้นจะเห็นว่ามีการฟุ่มเฟือยในการใช้น้ำมาก อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประสงค์ที่จะห้ามการฟุ่มเฟือย พระองค์จึงได้ตรัสโดยให้ {اَرْجُلَكُمْ} เชื่อมกับคำว่า {بِرُؤُوسِكُمْ} โดยมีเจตนาเพื่อห้ามการฟุมเฟือยในการใช้นำ้ ไม่ใช่ให้เช็ดเท้า[๑๐]

 

 

ตอบข้อกล่าวอ้าง ถ้าพูดถึงการฟุ่มเฟือยการล้างหน้า และมือก็เป็นไปได้ที่อาจฟุ่มเฟือย ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงประสงค์ที่จะป้องกันการฟุ่มเฟือยจึงไม่สอดคล้องกับอัล-กุรอาน

 

 

คำกล่าวอ้าง ถ้าพิจารณาจะเห็นว่าหลังจากคำว่า {اَرْجُلَكُمْ} พระองค์ได้วางเงื่อนไขว่า

{الى الكعبين}ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึง วาญิบในการล้าง ซึ่งสัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถอธิบายได้ดังนี้

 

 

อิลา ในที่นี้อธิบายขอบเขต แน่นอนถ้าเป็นการอธิบายขอบเขตนั่นย่อมบ่งบอกถึงการล้างไม่ใช่การเช็ด จุดประสงค์ของพวกเขาเนื่องจากประโยคที่ว่า { أيدكم إلى المرافق } ถูกกำหนดขอบเขตด้วยคำว่า อิลา ขณะที่ประโยค {أرجلكم إلى الكعبين}ก็ถูกกำหนดขอบเขตด้วยคำว่า อิลา เช่นกัน ดังนั้น ทั้งสองจึงอยู่ในกฏเดียวกันคือการล้าง[๑๑]

 

 

ตอบข้อกล่าวอ้าง ตามที่กล่าวว่า อิลา อธิบายถึงขอบเขตนั้น ลองพิจารณาประโยคแรกซึ่งกล่าวถึงการล้าง ตรงนี้สามารถเข้าใจได้จากกิริยาในประโยคที่ว่า ดังนั้นจงล้าง {فاغسلوا} ไม่ได้เข้าใจจากคำว่า อิลา ดังนั้น คำว่าอิลาจึงไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของการล้างแต่อย่างใด ส่วนประโยคที่สอง การเช็ด เข้าใจได้จากกิริยาในประโยคเช่นกันคือ วัมซะฮู ซึงทั้งสองประเด็นนักตัฟซีรอะฮฺลุิซซุนนะฮฺเองก็ยอมรับ[๑๒]

 

 

ข้อกล่าวอ้าง มุฮัมมัด เราะชีด ริฎอ ได้บันทึกไว้ในตัฟซีรอัล-มินาร[๑๓] ว่า วาญิบต้องเช็ดถือว่าไม่เข้ากับสติปัญญา เนื่องจากว่าการเช็ดต้องมือที่เปียกไปเช้ดเท้าที่สกปรกเปื้อนฝุ่นและดิน นอกจากจะไม่ทำให้สะอาดแล้วยังทำให้มือเปื้อนอีกต่างหาก แน่นอนการทำเช่นนี้ย่อมขัดแย้งกับกฏของวุฎูอฺที่ตั้งไว้เพื่อการรักษาความสะอาด

 

 

ตอบข้อกล่าวอ้าง อวัยวะที่ต้องทำวุฎูอฺเป็นมุซตะฮับให้ชำระล้างให้สะอาดก่อนทำวุฎูอฺ ดังนั้น ไม่น่าจะมีปัญหากับการเช็ดแต่อย่างใด

 

– อนุญาตให้ล้างมือและเท้าหลังจากทำวุฎูอฺเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นมุซตะฮับควรนะมาซด้วยร่างกายและเสื้อผ้าที่สะอาด ดังนั้นเป็นไปได้อย่างไรที่ว่าขณะที่ทำวุฎูอฺเท้าจะเปื้อนฝุ่นและดิน

 

 

– กฏของวุฎูอฺไม่ใช่เพื่อความสะอาดเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมต้องทำเป็นขั้นตอน และต้องเนียตเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดด้วย

 

 

– เจ้าของตัฟซีรมะนารกล่าวว่า เหตุผลหักล้างเหตุผลของชีอะฮฺที่แข็งแรงที่สุดคือ การสิ้นสุดของเท้าด้วยประโยคที่ว่า อิลัลกะอฺบัยนฺ ซึ่งสิ่งนี้นอกจากการล้างเป็นอย่างอื่นไม่ได้เด็ดขาด

 

 

– คำตอบ จุดประส่งค์ของคำว่า กะอฺบัยนฺ ในทัศนะชีอะฮฺคือ โหนกหลังเท้าและกระดูกบริเวณข้อเท้า ดังนั้น เมื่อกะอฺบัยนฺหมายถึงสิ่งที่กล่าวมา ทำไมจะเช้ดไม่ได้ หรือเขาคิดว่าถ้าหากเช็ดและก่อนที่จะถึงกะอฺบัยนฺน้ำจะแห้งเสียก่อนกระนั้นหรือ

 

 

– อิบนิฮิซัม อัล มะฮัลลียฺ[๑๔] กล่าวว่า แม้ว่าอัล-กุรอานและริวายะฮิจำนวนมาก จะบ่งบอกว่าเป็นวาญิบต้องเช็ดก็ตาม แต่มีริวายะฮฺบางบทได้นัซคฺ (ยกเลิก) อัล-กุรอานและริวายะฮฺเหล่านั้น และริวายะฮฺอื่นกล่าวว่า ขณะเดินทางพวกเราได้แยกออกจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และได้ทำวุฎูอฺและได้เช็ดศีรษะและเท้า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ตะโกนเสียงดังถึง ๓ ครั้งว่า ขอความพินาศแก่เท้าที่ออกมาจากไฟนรก[๑๕]

 

 

– คำตอบ ริวายะฮฺเหล่านี้ได้พิสูจน์ถึง การเป็นวาญิบต้องเช็ด เนื่องจากเป็นไปได้อย่างไรที่เซาะฮาบะฮฺของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) จะทำวุฎูอฺไม่เป็น แน่นอนพวกเขาได้ทำวุฎูอฺอย่างถูกต้องเนื่องจากวุฎูอฺต้องทำทุกวัน ๆ ละหลายครั้งและได้เห็นท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ทำวุฎูอฺด้วยตาตนเอง

 

 

ประกอบกับหลักการยกเลิก (นัซคฺ) ริวายะฮฺไม่สามารถยกเลิกอัล-กุรอานได้

 

 

การที่ท่านศาสดาตะโกนด้วยเสียงดังถึง ๓ ครั้ง เนื่องจากพวกเขาไม่ใส่ใจต่อเงื่อนไขของวุฎูอฺต่างหาก เช่น เป็นไปได้ที่เ้ท้าของพวกเขาอาจจะเปื้อนนะยิซและพวกเขาได้เช็ดเ้ท้าในสภาพเช่นนั้น ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) จึงได้ร้องห้ามปรามพวกเขาว่าอย่าทำเช่นนั้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นไปได้เนื่องจากนิสัยดั้งเดิมของอาหรับนิยมยืนปัสสาวะ และปัสสาวะได้กระเด็นไปเปอะเปื้อนเท้า ดังนั้น ถ้าไม่ชำระล้างนะยิซที่เท้าเสียก่อนและได้เช้ดเท้าในสภาพเช่นนั้นแน่นอนวุฏูอฺบาฏิล[๑๖]

 

 

 

 


 

[๑๐]ซะมัคชะรียฺ อัล กิชาฟ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๓๒๖ ตอนอธิบายโองการวุฎูอฺ

[๑๑]ฟัครุร รอซียฺ ตัฟซีร กะบีร เล่มที่ ๑๑ หน้าที่ ๑๖๒ , อัล กุรฏุบียฺ อัล ญามิอฺ ลิอะฮฺกามิลกุรอาน เล่มที่ ๖ หน้าที่ ๙๑ ดารุลฟิกรฺ

[๑๒]อิบนิ ฮิซัม อัลมะฮัลลียฺ เล่มที่ ๒ หน้ที่ ๕๖ ข้อที่ ๒๐๐ ดารุล อาฟาก อัล ญะดีดะฮฺ เบรูต

[๑๓]เล่มที่ ๖ หน้าที่ ๒๓๔

[๑๔]เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๕๗ ข้อที่ ๒๐๐

[๑๕]มุฮัมมัดอิสมาอีล เซาะฮียฺบุคอรียฺ เล่มที่ ๑ กิตาบุลอิลมฺ หน้าที่ ๑๘ บาบ มัน เราะฟะอะ เซาตะฮู พิมพ์ที่ อับดุลฮะมีด อะฮฺมัด ฮะนะฟียฺ อียิปต์

[๑๖]เฏาะบัรเราะซียฺ มัจมะอุลบะยาน เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๒๕๘ ตอนอธิบายโองการวุฎูฮฺ ดารุลฟิกรฺ

 

 

 

al-shia.org

thaitalabeh.com