lasted posts

Popular

61.

 

 

 

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนใครกำหนดอะกีดะฮ์ชีอะฮ์ออกเป็น 5 ข้อ  ตอนที่๓

 

 

 

คำถาม      อะกีดะฮ์ทั้งห้านี้มีอัลกุรอานหรือหะดีษกล่าวกำกับเอาไว้หรือไม่ 

 

คำตอบ     อะกีดะฮ์ทั้งห้านี้ได้เอามาจากอัลกุรอานและหะดีษ เพียงแต่ไม่ได้กล่าวเรียงกันเท่านั้น

 

 

 

หากถามว่า : เมื่ออะฮ์ลุลบัยต์ไม่ได้กำหนดแสดงว่าอะกีดะฮ์ทั้งห้านี้เป็นบิดอะฮ์ใช่ไหม   

 

 

 

 

 

คำตอบ

 

 

เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ผู้ก่อตั้งสำนักคิดวาฮาบี(1115-1206 ฮ.ศ.) ได้แบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ประเภทคือ  1,เตาฮีดอุลูฮียะฮ์ 2, เตาฮีดรุบูบียะฮ์ 3, เตาฮีดอัสมาอ์วะซิฟาต    ซึ่งการแบ่งนี้ไม่มีระบุไว้ในอัลกุรอาน หะดีษนะบี และบรรดาซอฮาบะฮ์ ตาบิอีน และตาบิอิตตาบิอีน ก็ไม่ได้กล่าวไว้เลยเป็นที่ทราบดีว่า การแบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ข้อเช่นนี้ไม่เคยมีในยุคศตวรรษที่3 จนถึงศตวรรษที่ 6 เมื่อถึงศตวรรษที่ 7 การแบ่งเตาฮีดเป็นอุลูฮียะฮฺและรุบูบียะฮฺพึ่งเกิดขึ้น

 

 

 

ถามว่า : การแบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ประเภทนี้ เป็นบิดอะฮ์ใช่ไหม

 

 

 

นักปราชญ์อะชาอิเราะฮ์ ได้แบ่งซิฟัตอัลลอฮ์ออกเป็น 20 เรียกว่า ซิฟัตวายิบ 20 ข้อ

การแบ่งซิฟัตอัลลอฮ์ออกเป็น 20 ซิฟัตนี้ก็ไม่มีระบุไว้ในอัลกุรอาน หะดีษนบีและบรรดาซอฮาบะฮ์เช่นกัน

 

 

 

ถามว่า : การแบ่งซิฟัตอัลลอฮ์ออกเป็น 20 ข้อนี้ เป็นบิดอะฮ์ใช่ไหม

 

 

 

แน่นอนทั้งวาฮาบีและอะชาอิเราะฮ์จะตอบตรงกันว่า แม้อัลเลาะฮ์และรอซูลไม่ได้กำหนดไว้เช่นนั้น  แต่อุละมาอ์ของพวกเขาได้เอามาจากกุรอ่านและหะดีษ  แสดงว่าพวกเขาได้ตอบเหมือนที่อุละมาอ์ชีอะฮ์ตอบที่ว่า อะกีดะฮ์ชีอะฮ์ทั้งห้านั้นประมวลมาจากอัลกุรอ่านและหะดีษเช่นกัน  

 

 

 

การตั้งคำถามว่า “อะกีดะฮ์ทั้งห้าของชีอะฮ์มีอัลกุรอานหรือหะดีษกำกับไหม”  เราถือว่าเป็นการตั้งคำถามที่ผิดมากๆเพราะผู้ถามได้มองข้ามประเด็นหลักไป ฉะนั้นคำถามที่ถูกต้องคือ“ความเชื่อของชีอะฮ์มีหลักฐานจากกิตาบและซุนนะฮ์หรือไม่” ฝ่ายชีอะฮ์ขอตอบว่า แล้วความเชื่อของชีอะฮ์ข้อใดที่ขัดแย้งกับกิตาบหรือซุนนะฮ์ เราชีอะฮ์ขอชี้แจงให้ละเอียดลงไปอีกว่าความเชื่อของชีอะฮ์เรื่องอิมามัต(ผู้นำ)จะย้อนกลับไปยังเรื่องนุบูวัต ส่วนความเชื่อเรื่องนุบูวัตก็จะย้อนกลับไปยังเรื่องเตาฮีด และความเชื่อเรื่องอาดิลก็คือซิฟัตหนึ่งของอัลลอฮ์ซึ่งจะย้อนกลับไปยังเรื่องเตาฮีดเช่นกัน ท่านจะเห็นได้ว่าตอนนี้หลักความเชื่อก็เหลือแค่เพียงสองข้อคือเตาฮีดกับมะอาด ต่อจากนั้นความเชื่อในเรื่องมะอาดก็จะย้อนกลับไปยังเรื่องเตาฮีด ฉะนั้นจะเหลือเพียงหนึ่งหัวข้อเท่านั้นสำหรับความเชื่อที่เป็นรากฐานของหลักความเชื่อทั้งหลายนั่นคือ “อัตเตาอีด “ ดังที่อิม่ามศอดิก(อ)ได้กล่าวว่า  

 

 

 

إِنَّ أَساَسَ الدِّيْنِ التَّوْحِيْدُ وَالْعَدْلِ

แท้จริงรากฐานของศาสนาคือ  อัตเตาฮีดและอัลอัดลุ(ความยุติธรรม)

 

 

 

ดูมะอานี อัลอัคบาร โดยเชคศอดูก หน้า 1 หะดีษ 2  และหะดีษบทนี้เราชีอะฮ์ยังเชื่อว่าเป็นวจนะของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)อีกด้วย เพราะอิม่ามศอดิก(ผู้นำที่ 6 )กล่าวว่า  

 

 

حَدِيثِي حَدِيثُ أَبِي وَ حَدِيثُ أَبِي حَدِيثُ جَدِّي وَ حَدِيثُ جَدِّي حَدِيثُ الْحُسَيْنِ وَ حَدِيثُ الْحُسَيْنِ حَدِيثُ الْحَسَنِ وَ حَدِيثُ الْحَسَنِ حَدِيثُ أَمِيرِ الْمُؤْمِنِينَ ( عليه السلام ) وَ حَدِيثُ أَمِيرِ الْمُؤْمِنِينَ حَدِيثُ رَسُولِ اللَّهِ ( صلى الله عليه وآله ) 

 

 

หะดีษของฉันคือ หะดีษของบิดาฉัน(อิม่ามบาเก็ร), หะดีษของบิดาฉันคือหะดีษของปู่ฉัน(อิม่ามซัยนุลอาบิดีน),หะดีษของปู่ฉันคือหะดีษของอิม่ามฮูเซน, หะดีษของอิม่ามฮูเซนคือหะดีษของอิม่ามฮาซัน, หะดีษของอิม่ามฮาซันคือหะดีษของอิม่ามอาลี, หะดีษของอิม่ามอาลีคือคำพูดของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)  

 

 

ดูอัลกาฟี โดยเชคกุลัยนี เล่ม 1 : 53 หะดีษที่ 14สายรายงานหะดีษ เชื่อได้

 

 

 

 

 

โดย : มุฮามี อะฮ์ลิลเบต 

anti-salafi.com