lasted posts

Popular

hamka017

 

 

เปิดสมองวะฮาบี  ตอน มุตอะฮฺในซุนนะฮ์

 

 

 

 

๑. ในหมวดนิกาห์ อัลมุตอะฮฺ ศ่อฮีย์มุสลิม-บุคคอรีย์. มุศนับอับดุรฺรอซาก , มุสนับ อบี ชัยบะฮฺ , มุสนัดอหฺมัด, สุนันบัยหะกีย์ และหนังสือเล่มอื่นๆ ได้รายงานจากท่านอับดุลลอฮฺ บินมัสอูดว่า “ครั้งหนึ่งเราได้ออกไปทำสงครามร่วมกับ ท่านรอซูล (ศ็อลฯ) และเราไม่ได้พาภรรยาของเราไปด้วย ดังนั้นเราจึงไปถามท่านรอซูล (ศ็อลฯ) ว่า “ดีไหมหากเราจะตอนตัวเอง” ท่านได้ห้ามเรามิให้ทำเช่นนั้น แต่ได้อนุญาตให้เราแต่งงานกับผู้หญิง (โดยให้เสื้อผ้าและสิ่งที่คล้ายคลึงกันเป็นสิ่งตอบแทนแก่เธอ(มะฮัรฺ)) จนถึงวันที่กำหนดไว้ 

หลังจากนั้น ท่านอับดุลลอฮฺได้อ่านโองการ

 

 

 

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ لاَ تُحَرِّمُواْ طَيِّبَاتِ مَا أَحَلَّ اللّهُ لَكُمْ وَلاَ تَعْتَدُواْ إِنَّ اللّهَ لاَ يُحِبُّ الْمُعْتَدِينَ

“โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าได้ให้บรรดาสิ่งดี ๆ ที่อัลลอฮฺได้ทรงอนุมัติแก่พวกเจ้าเป็นที่ต้องห้าม และพวกเจ้าจงอย่าละเมิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นไม่ทรงชอบบรรดาผู้ละเมิด” [๑]

 

 

 

๒. ศ่อฮีย์บุคคอรีย์ ศ่อฮีย์มุสลิม มุศนัฟ อับดุรฺรอซาก รายงานมาจากท่าน ญาบีรฺ อับดุลลอฮฺ และมุสละมะฮฺ บิน อักวะฮฺ ว่าได้มีผู้มาแจ้งว่า “ท่านศาสดา (ศ็อลฯ)ได้อนุญาตให้พวกท่านทำมุตอะฮฺกับผู้หญิงได้ (แต่งงานโดยมีกำหนดเวลา)”[๒]

 

 

 

๓.ศ่อฮีย์มุสลิม มุสนัดอหฺมัด สุนันบัยหะกีย์ ได้รายงานจากซุบเราะฮฺ ญะฮันนีย์ว่า “ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้อนุญาตให้พวกเราทำมุตอะฮฺ (การแต่งงานที่มีกำหนดเวลา)  ซึ่งฉันและเพื่อนอีกคนได้ไปขอผู้หญิงจากเผ่า บนีอามิรฺ ได้มีผู้หญิงที่ร่างใหญ่สูงตระหง่านคนหนึ่งถามฉันว่า ท่านจะให้มะฮัรฺอะไรแก่ฉัน ? ฉันพูดว่า “เสื้อผ้าของฉัน” และเพื่อนของฉันได้พูดว่า “เสื้อผ้า” เช่นกัน ซึ่งเสื้อผ้าของเพื่อนของฉันนั้นดีกว่าของฉันเสียอีก แต่ฉันนั้นหนุ่มกว่าเพื่อนของฉัน.และเธอได้มองไปที่เสื้อของเพื่อนฉันเธอชอบใจ แต่เมื่อเธอมองมาที่ฉัน เธอก็พอใจฉัน และเธอได้พูดว่า ฉันตกลงกับท่านแต่ขอเสื้อของเพื่อนของท่าน.ฉันได้นิกาห์มุตอะฮฺกับเธอเป็นเวลา ๓ วัน ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า “ใครก็ตามได้นิกาห์กับหญิงเหล่านี้ (มุตอะฮฺ) แต่ต้องปล่อยให้เธอเป็นอิสระ”[๓]

 

 

 

๔.มุสนัด ฎอยาลิซซีย์ ได้รายงานจากท่านมุสลิมกุรอยชีย์ว่า “เราได้ไปหาอัสมา บุตรี ของท่านอบุบักร์ และถามท่านเกี่ยวกับเรื่องมุตอะฮฺ ท่านตอบว่า เราได้ปฏิบัติมันในสมัยของท่านศาสดา” [๔]

 

 

 

๕.มุสนัด อหฺมัด และหนังสือเล่มอื่นๆ ได้รายงานจากท่าน อบี สะอีด คุดรีย์ ว่า

 “ในสมัยท่านศาสดา (ศ็อลฯ) เราได้ทำมุตอะฮฺ โดยกำหนดมะฮัรฺเป็นเสื้อผ้าและสิ่งที่คล้ายคลึงกัน” [๕]

 

 

 

๖. มุศอนิัฟ อับดุรฺรอซากบันทึกว่า “บางคนจากพวกเราได้ทำมุตอะฮฺโดยให้ถังที่เต็มไปด้วยแป้งเป็นมะฮัรฺ”[๖]

 

 

 

๗. ศ่อฮีย์มุสลิม มุสนัด อหฺมัด และตำราเล่มอื่นๆ ได้รายงานจาก อะฎอ ว่า “ท่านญาบีรฺ บิน อับดุลลอฮฺ ได้เดินทางมามักกะฮฺเพื่อทำอุมเราะฮฺ ซึ่งพวกเราได้ไปเยี่ยมท่านที่บ้าน และประชาชนได้ถามท่านเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงปัญหามุตอะฮฺด้วย, ท่านญาบีรฺได้ตอบว่า “เราได้ทำมันในสมัยของท่านศาสดา ท่านอบูบักร์ และท่านอุมัรฺ” [๗]

 

ส่วนในหนังสือมุสนัดอหฺมัด หลังจากนั้นได้กล่าวว่า

 “การมุตอะฮฺได้กระทำมาจนถึงปลายยุคของท่านอุมัรฺ”

 

ส่วนในหนังสือ บิดายะตุลมุจตะฮิด พูดว่า

 “การุตอะฮฺได้กระทำมาจนถึงกลางยุของท่านค่อลิฟะฮฺอุมัรฺ หลังจากนั้นท่านอุมัรฺได้สั่งห้ามไม่ให้ประชาชาชนทำอีกต่อไป”[๘]

 

 

 

๘. จากท่านอุมัรฺ บิน คัฎฎอบ เป็นคะบัรฺ มุตะวาติรฺกล่าวว่า…

 

 

متعتان كانتا على عهد رسول الله وانا انهى عنهما واعاقب عليهما: متعة الحج ومتعة النساء

 

 

“ในสมัยของท่านศาสดามีมุตอะฮฺอยู่สองประเภท (การได้รับประโยชน์จากสิ่งที่อนุมัติ) แต่ฉันได้ห้ามมันทั้งสอง และฉันจะลงโทษผู้กระทำมันทั้งสอง อันได้แก่ การมุตอะฮฺหัจญ์ และมุตอะฮฺนิซาอฺ”  [๙]

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

[๑] (มาอิดะฮฺ 87) (ศ่อฮีย์ มุสลิม กิตาบมุตอะฮฺ หะดีษที่ ๑๔๐๔ หน้าที่ ๑๐๒๒ โดยสายรายงานที่แตกต่างกัน, ศ่อฮีย์บุคคอรีย์ หน้าที่ ๓ หน้าที่ ๘๕ ในตับซีรฺซูเราะฮฺมาอิดะฮฺบาบที่ ๙ กิตาบนิกาห์ เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๑๕๙ บาบ (มายักระฮุ มินัตตับติล) ซึ่งรูปประโยคแตกต่างกันเล็กน้อย, มุศอนนิฟ อัลดุรฺรอซาก เล่มที่ ๗ หน้าที่ ๕๐๖ ซึ่งมีรูปประโยคเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยจนกระทั่งจบหะดีษ, มุสนัฟ อิบนิ อบีชัยบะฮฺ เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๒๙๔, มุสนัดอหฺมัด เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๔๒๐, ซึ่งในฮาชียะฮฺได้พูดว่า ท่านอิบนิมัศอูด ได้ปฏิบัติกฎนี้และถือว่าการนิกาห์มุตอะฮฺ เป็นสิ่งที่หะลาล, สุนันบัยหะกีย์ เล่มที่ ๗ หน้าที่ ๒๐๐ – ๒๐๑, ตับซีรฺอิบนิ กะษีรฺ เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๘๗.

[๒] (ศ่อฮีย์มุสลิม หน้าที่ ๑๐๒๒ หะดีษที่ ๑๔๐๕, ศ่อฮีย์บุคคอรีย์ เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๑๖๔ ,บาบนะฮีย์ รอซูล อัน นิกาหิลมุตอะฮฺ. ส่วนประโยคในบุคคอรีย์พูดว่า“ขณะที่เราอยู่ในกองทัพ ม้าเร็วของท่านศาสดาได้มาหาพวกเราและพูดว่า……ประโยคในมุสนัดอหฺมัด เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๕๑ ก็กล่าวไว้เช่นนี้เหมือนกัน. มุสนัฟ อับดุรฺรอซาก เล่มที่ ๕ หน้าที่ ๔๙๘ โดยที่รูปประโยคแตกต่างกันเล็กน้อย.)

[๓] (ศ่อฮีย์มุสลิม กิตาบ นิกาห์ หน้าที่ ๑๐๒๔ หะดีษที่ ๑๐๔๖ สุนัน บัยหะกีย์ เล่มที่ ๗ หน้าที่ ๒๐๒-๒๐๓ .มุสนัด อหฺมัด เล่มที่ ๓  หน้าที่ ๔๐๕)

[๔] (มุสนัด ฎอยาลิซซีย์ หะดีษที่ ๑๖๓๘)

[๕] (มุสนัดอหฺมัด เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๒๒ , มัจมะอุซซะวาอิด เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๒๔๖)

[๖] (มุศอนนิฟ อับดุรฺรอซาก เล่มที่ ๗ หน้าที่ ๔๕๘)

[๗] (ศ่อฮีย์ มุสลิม บาบนิกาห์ หน้าที่ ๑๐๒๓ หะดีษที่ ๑๔๐๕. ชัรห์นูวีย์ เล่มที่ ๙ หน้าที่ ๑๘๓, มุสนัดอหฺมัด เล่มที่ ๓ หน้าที่ ๓๘๐ , ริญาลอหฺมัด, ริญาลศ่อฮีย์.อบูดาวูด บาบ ซิดาก ได้พูดว่า “ในสมัยของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ท่านอบูบักร์ และครึ่งสมัยของท่านอุมัรฺ พวกเราได้ทำมุตอะฮฺกัน หลังจากนั้นท่านอุมัรฺได้สั่งห้ามมัน” (โปรดค้นคว้าเพิ่มเติมอีกในหนังสือ อุมดะตุลกอรีย์ เล่มที่ ๘ หน้าที่ ๓๑๐)

[๘] (บิดายะตุลมุจตะฮิดอิบนิ รุช เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๖๓)

[๙] (ตับซีรฺ กุรฺฎุบีย์ เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๓๗๐, ตับซีรฺฟัครุรฺ รอซีย์ เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๑๖๗,๒๐๑,๒๐๒. กันซุลอุมาล เล่มที่ ๘ หน้าที่ ๒๙๓-๒๙๔. อัล-บะยาน วัต ตับยีน ญาหิซ เล่มที่ ๒ หน้าที ๒๒๓)

 

 

 

 

al-shia.org

anti-salafi.com