lasted posts

Popular

images (7)

۩ เมื่อท่านนะบี()วะฟาตในปีฮิจเราะศักราชที่  11  ถัดมาอีก 30 ปี  

 

มุอาวียะฮ์ขึ้นปกครองอาณาจักรอิสลามในปีฮ.ศ.ที่ 41–60 เป็นเวลา19 ปีมุอาวียะฮ์ออกคำสั่งให้ด่าทอสาปแช่งคนชื่ออาลีบนมิมบัรของท่านรอซูล(ศ)

 

หลังจากมุอาวียะฮ์ตาย  พวกอุมัยยะฮ์ก็ยังด่าทอสาปแช่งคนชื่ออาลีต่อไป  การด่าทอคนชื่ออาลีมาสิ้นสุดลงที่ปีฮ.ศ. 99 ซึ่งเป็นยุคที่อุมัรบินอับดุลอะซีซขึ้นปกครองและสั่งให้ยกเลิกประเพณีด่าทอท่านอาลี รวมเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น  58 ปีเต็ม

 

Θ คำถามสำหรับวาฮาบี

 

เวลา 58 ปีเต็มที่ซอฮาบะฮ์ชื่อ “ อาลี “ ถูกด่าทออยู่ในมัสยิด ในที่สาธารณ เราไม่ทราบว่าพวกซุนนี่เอาหะดีษบทนี้

 

مَنْ سَـبَّ أَصْحاَبِيْ ، فَعَلَيْهِ لَـعْنَةُ اللهِ وَالْمَلاَئِكَةِ وَالناَّسِ أَجْمَعِيْنَ

 

ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน การสาปแช่งของอัลลอฮ์ มลาอิกะฮ์และมนุษย์ทั้งมวลจะตกแก่เขาผู้นั้น  ไปหมกไว้ตรงไหนมิทราบ ???

 

หากหะดีษบทนี้ซอฮิ๊ฮ์(ถูกต้อง)จริงๆ  ทำไมเชคอัลบานีต้องออกมาวิจารณ์แบบนี้ครับ

 

قُلْتُ : و بالجملة ، فالحديث بمجموع طرقه حسن عندي على أقل الدرجات . و الله أعلم

السلسلة الصحيحة   ج 5 ص 339  ح 2340

 

ฉัน(อัลบานี)ขอกล่าวว่า : โดยรวมๆแล้ว หะดีษ(ใครด่าทอซอฮาบะฮ์ต้องถูกอัลลอฮ์ละอ์นัตข้างต้น) สายรายงานหะดีษของมันทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดในทัศนะของผมถือว่า อยู่ในระดับฮาซัน วัลลอฮุอะอ์ลัม.  ดูซิลซิละตุซ ซ่อฮีฮะฮ์  เล่ม 5 : 339 หะดีษที่ 2340

 

ถ้าจะถามพวกวาฮาบีว่า ในยุคมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์เรืองอำนาจนั้น  หะดีษนี้ยังไม่บรรลุถึงขึ้นฮาซันหรือครับ

 

พวกซุนนี่ในยุคนั้นเลยไม่กล้าสาปแช่งพวกอุมัยยะฮ์ที่ด่าทออาลีผู้เป็นซอฮาบะฮ์ถึง 58 ปีเต็ม ?

 

แต่หะดีษนี้พึ่งจะหาเจอและงัดเอามันขึ้นมาใช้กันในยุคปัจจุบันใช่ไหม  ?

 

แล้วเอามาทำอะไร  เอามาเพื่อปกป้องมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ใช่ไหม ?

 

 

→ ผมชอบคำพูดของเชควาฮาบีชื่อ  ซอและห์ บินอับดุลอะซีซ อาลิช ชัยค์

ภาพ  http://www.watein.com/ksaimg/albums/userpics/10001/ksa-local1_492507.jpg

ที่กล่าวว่า

 

حقيقة السبّ عدم الرضا عن من سُبَّ، وكُرْهْ ما فَعَلْ وإلا فإنَّ الراضي يحمد ويُثْنِي، والمُبْغِضْ هو الذي يسب ويتبرأ.   لهذا نهى النبي صلى الله عليه وسلم عن سب الصحابة فقال «لا تسبّوا أصحابي» وهذا يقتضي التحريم، فكل سَبٍّ للصحابة محرم، وأكَّدَّ ذلك صلى الله عليه وسلم بقوله «من سبَّ أصحابي فقد آذاني» وأذيته صلى الله عليه وسلم محرمة وكبيرة

 

ฮะกีกัตของซุบ(การด่าทอ)คือความไม่พอใจต่อคนที่ถูกด่า และรังเกียจสิ่งที่เขาทำ หากมิเป็นเช่นนั้น(เขาคงไม่ด่าทอ)  เพราะผู้พอใจ ย่อมให้การยกย่องสรรเสริญ ส่วนผู้โกรธคือคนที่จะด่าและไม่ข้องแวะ(กับคนที่เขาโกรธ)  ด้วยเหตุนี้ท่านนะบี(ศ)จึงห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ ท่านกล่าวว่า พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน  หะดีษนี้จึงบ่งบอกว่า  ฮะร่าม ดังนั้นทุกๆการด่าทอต่อซอฮาบะฮ์จึงถือว่าฮะร่าม  ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า  ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่

อ้างอิงจากหนังสือ

ชัรฮุลอะกีดะฮ์ ต่อฮาวียะฮ์ โดยซอและห์อาลิชชัยค์  เล่ม 1 : 628 มัสอะละฮ์ที่ 5

 

พวกวาฮาบีทั้งหลายต้องยอมรับอยู่แล้วว่า คำพูดข้างต้นถูกต้อง

 

۩ คำถามสำหรับวาฮาบี

 

ฮะกีกัตที่มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ด่าทออาลี คือพวกเขาไม่พอใจต่ออาลีจึงด่า และพวกเขารังเกียจสิ่งที่อาลีทำ หากมิเป็นเช่นนั้นพวกเขาคงไม่ด่าทออาลีหรอก

 

เพราะผู้พอใจ ย่อมให้การยกย่องสรรเสริญ ส่วนผู้โกรธคือคนที่จะด่าและไม่ข้องแวะ(กับคนที่เขาโกรธ)  ด้วยเหตุนี้ท่านนะบี(ศ)จึงห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ ท่านกล่าวว่า พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน  หะดีษนี้จึงบ่งบอกว่า  ฮะร่าม

 

ดังนั้นทุกๆการด่าทอต่อซอฮาบะฮ์จึงถือว่าฮะร่าม  ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า  ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่

ผมจะขอยืมฮุก่มของเชควาฮาบีผู้นี้มาใช้กับมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ได้ไหมว่า

การที่พวกเขาด่าทออาลีจึงถือว่าฮะร่าม  ท่านนะบี(ศ)ได้ย้ำว่า  ผู้ใดด่าทออาลีญาติสนิทของฉันเท่ากับเขาได้รังแกทำร้ายฉันแล้ว และการอะซียะฮ์(รังแกทำร้าย)ท่านนะบี(ศ)ถือว่าฮะร่ามและเป็นบาปใหญ่ เพราะฉะนั้นมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์จึงทำสิ่งฮะร่ามและมีบาปใหญ่ติดตัว ???

 

 

ขอให้เราย้อนกลับมาพิจารณาหะดีษหมกเม็ดของท่านบุคอรีกันอีกครั้ง

Θ สายรายงาน :

حَدَّثَنَا آدَمُ بْنُ أَبِى إِيَاسٍ حَدَّثَنَا شُعْبَةُ عَنِ الأَعْمَشِ قَالَ سَمِعْتُ ذَكْوَانَ يُحَدِّثُ عَنْ أَبِى سَعِيدٍ الْخُدْرِىِّ  قَالَ

อาดัม บินอบีอิยาสจาก →ชุอ์บะฮ์ →อัลอะอ์มัช→ซักวาน→ท่านอะบีสะอีด อัลคุดรีเล่าว่า :

Φ ตัวบท :  ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า  :

 

قَالَ النَّبِىُّ – صلى الله عليه وسلم – « لاَ تَسُبُّوا أَصْحَابِى ، فَلَوْ أَنَّ أَحَدَكُمْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا بَلَغَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ » .

พวกเจ้าจงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน เพราะหากพวกท่านบริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

อ้างอิงจากซอฮิ๊ฮ์บุคอรี หะดีษที่ 3673

ดูเวบ   http://hadith.al-islam.com/Display/Display.asp?hnum=3397&doc=0

 

☼ ท่านจะเห็นได้ว่า  บุคอรีได้ตัดสาเหตุของท่านนะบี(ศ)ออกไปว่า ทำไมท่านจึงพูดเช่นนี้   จากนั้นเราลองมาอ่านนักบันทึกหะดีษของซุนนี่คนอื่นๆว่าเขากล่าวสาเหตุที่มาของเรื่องนี้อย่างไร ???

 

ท่านมุสลิมบินฮัจญ๊าจญ์บันทึกว่า :

Θ สายรายงาน :

حَدَّثَنَا عُثْمَانُ بْنُ أَبِى شَيْبَةَ حَدَّثَنَا جَرِيرٌ عَنِ الأَعْمَشِ عَنْ أَبِى صَالِحٍ عَنْ أَبِى سَعِيدٍ قَالَ

อุษมาน  บินอบีชัยบะฮ์→ญะรีร → อะอ์มัช → อบีซอและห์ →  อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า

Φ ตัวบท :

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَىْءٌ فَسَبَّهُ خَالِدٌ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ ».

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง

แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ »

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า  : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน

เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

อ้างอิงจากซอฮิ๊ฮ์มุสลิม  หะดีษที่ 6652, 6653

ดูเวบ  http://hadith.al-islam.com/Display/Display.asp?hnum=4611&doc=1

 

۞  วรรคสำคัญที่บุคอรีตัดออกไปคือ

 

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَىْءٌ فَسَبَّهُ خَالِدٌ فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- « لاَ تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِى فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ ذَهَبًا مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلاَ نَصِيفَهُ ».

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง

แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

 

 

ทั้งสองหะดีษคือเรื่องเดียวกัน   สาเหตุที่ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า จงอย่าด่าซอฮาบะฮ์ของฉัน… กล่าวคือ  ท่านคอลิดกับท่านอับดุลเราะห์มานมีปากเสียงกัน  แล้วท่านคอลิดไปด่าว่าท่านอับดุลเราะห์มานเข้า จนท่านนะบีรู้เรื่องเข้า ท่านจึงออกมาห้ามคอลิดว่าอย่าไปด่าสหายของฉัน

 

 

 

คำถาม  วรรคที่บุคอรีตัดออกไปยังมีบันทึกอยู่ในตำราหะดีษซุนนี่เล่มอื่นๆอีกไหม ???

 

คำตอบ    ต่อไปนี้คือหนังสือและรายนามนักปราชญ์ซุนนี่ที่บันทึก

 

Θอิหม่ามอะหมัดบันทึกว่า

 

حَدَّثَنَا أَحْمَدُ بْنُ عَبْدِ الْمَلِكِ حَدَّثَنَا زُهَيْرٌ حَدَّثَنَا حُمَيْدٌ الطَّوِيلُ عَنْ أَنَسٍ قَالَ

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ وَبَيْنَ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ كَلَامٌ فَقَالَ خَالِدٌ لِعَبْدِ الرَّحْمَنِ تَسْتَطِيلُونَ عَلَيْنَا بِأَيَّامٍ سَبَقْتُمُونَا بِهَا فَبَلَغَنَا أَنَّ ذَلِكَ ذُكِرَ لِلنَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ دَعُوا لِي أَصْحَابِي فَوَالَّذِي نَفْسِي بِيَدِهِ لَوْ أَنْفَقْتُمْ مِثْلَ أُحُدٍ أَوْ مِثْلَ الْجِبَالِ ذَهَبًا مَا بَلَغْتُمْ أَعْمَالَهُمْ

 

อะหมัดบินอับดุลมะลิก – ซุเฮร – ฮุมัยด์ ต่อวีล –  ท่านอะนัสเล่าว่า :

ระหว่างคอลิดบินวาลีดกับอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟปรากฏว่ามีปากเสียงกัน  คอลิดได้กล่าวกับอับดุลเราะห์มานว่า พวกท่านล่วงเกินเราด้วยวันเวลา(เพราะเหตุที่)ท่านล้ำหน้า(เข้ารับอิสลามก่อน)เรากระนั้นหรือ ?

แท้จริงเรื่องนั้นได้ถูกนำมาเล่าให้ท่านนะบี(ศ)ฟัง

ท่านจึงกล่าวว่า    :  พวกท่านจงยุติ(เรื่อง)ซอฮาบะฮ์ของฉันเพื่อฉัน…

สถานะหะดีษ  : ซอฮิ๊ฮ์  ดูมุสนัดอะหมัด  หะดีษที่  13839  ฉบับตรวจทานโดยเชคอัรนะอูฏี

 

Θ ท่านอบูยะอ์ลาบันทึกว่า

 

حَدَّثَنَا زُهَيْرٌ ، حَدَّثَنَا جَرِيرٌ ، عَنِ الأَعْمَشِ ، عَنْ أَبِي صَالِحٍ ، عَنْ أَبِي سَعِيدٍ الْخُدْرِيِّ ، قَالَ :

كَانَ بَيْنَ خَالِدِ بْنِ الْوَلِيدِ ، وَعَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ عَوْفٍ شَيْءٌ ، فَسَبَّهُ خَالِدٌ ، فَقَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم : لا تَسُبُّوا أَحَدًا مِنْ أَصْحَابِي ، فَإِنَّ أَحَدَكُمْ لَوْ أَنْفَقَ مِثْلَ أُحُدٍ مَا أَدْرَكَ مُدَّ أَحَدِهِمْ وَلا نَصِيفَهُ

قَالَ حُسَيْن سُلَيْم أَسَدٌ : إسْنَادُهُ صَحِيْحٌ

مسند أبي يعلى  ج 2  ص 396 ح 1171

 

ซุเฮร – ญะรีร – อัลอะอ์มัช – อบีซอและห์ – อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง

แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า  : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน

เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาค(ทอง)ประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

สถานะหะดีษ : ซอฮิ๊ฮ์  ดูมุสนัดอบียะอ์ยา  หะดีษที่ 1171ฉบับตรวจทานโดยฮูเซนสุลัยม์อะซัด

 

Θ อิบนุอาศิม อัษษะก่อฟีบันทึกว่า

 

حدثنا محمد بن عاصم ، حدثنا الجعفي عن زائدة عن عاصم عن أبي صالح عن أبي هريرة ، قال : كان بين خالد بن الوليد وبين عبد الرحمن بن عوف بعض ما يكون بين الناس . قال : فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : « ذروا  لي أصحابي أو أصيحابي فإن أحدكم لو أنفق مثل أحد ذهبا ، لم يدرك مد  أحدهم ولا نصيفه  »

كتاب : جزء محمد بن عاصم الثقفي  ج 1  ص 14  ح 12

 

มุฮัมมัดบินอาศิม – อัลญุอ์ฟี – ซาอิดะฮ์ – อบีซอและห์ – อบีฮุร็อยเราะฮ์เล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีบางสิ่งเกิดขึ้นในหมู่ผู้คน

แล้วท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า  :  พวกเจ้าจงยุติ(เรื่อง)ซอฮาบะฮ์ของฉันเพื่อฉัน

เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

ดูหนังสือญุซอุ มุฮัมมัดบินอาศิม อัษษะก่อฟี  หะดีษที่ 12

 

Θ อิบนุหะญัร อัลอัสก่อลานีบันทึกว่า

 

حدثنا داود بن عمرو الضبي قال حدثنا جرير قال حدثنا الأعمش عن أبي صالح عن أبي سعيد رضي الله تعالى عنه قال :

كان بين خالد بن الوليد وبين عبد الرحمن بن عوف شيء وفي رواية داود كلام فسبه خالد

فقال رسول الله صلى الله عليه و سلم لا تسبوا أحدا من أصحابي فلو أنفق أحدكم ميل أحد ذهبا ما أدرك مذ أحدهم ولا نصيفه

كتاب : الأمالي المطلقة لابن حجر العسقلاني  ج 1  ص 53

 

ดาวูด บินอัมรู อัฎฎ็อบบี – ญะรีร – อัลอะอ์มัช – อบีซอและห์ – อบีสะอีดอัลคุดรีเล่าว่า :

ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง

แล้วคอลิดได้ด่าทอเขา(คือด่าอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์)

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงได้กล่าวว่า  : พวกเจ้าจงอย่าด่าทอคนหนึ่งคนใดจากซอฮาบะฮ์ของฉัน

เพราะหากคนหนึ่งคนใดของพวกท่านได้บริจาคทองประหนึ่งดังภูเขาอุฮุด ก็จะไม่เท่ากับพวกเขาบริจาคหนึ่งมุดหรือเพียงครึ่งมุด

ดูหนังสืออัลอะมาลี มุฏละเกาะฮ์ โดยอิบนุหะญัร เล่ม 1 : 53

 

หากถามว่าระหว่างท่านคอลิดบินวาลีด กับ ท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟ ทะเลาะกันเรื่องอะไรจนท่านคอลิดถึงกับด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานที่อาวุโสกว่าเข้า ?

 

Θ อิบนุกะษีรกล่าวว่า

เป็นที่รู้กันว่า การเข้ารับอิสลามของท่านคอลิดบินวาลีดตรงต่อคิตอบ(ซูเราะฮ์อัลหะดีด อายัตที่ 10 ) นี้เพราะระหว่างการทำสัญญาฮุดัยบียะฮ์กับการพิชิตนครมักกะฮ์

และปรากฏว่า การขัดแย้งระหว่างทั้งสอง(คือคอลิดกับอับดุลเราะห์มาน)นี้เกี่ยวกับเผ่าบะนีญะซีมะฮ์  ท่านรอซูล(ศ)ได้ส่งคอลิดบินวาลีดไปหาพวกเขาหลังจากที่พิชิตมักกะฮ์แล้ว   พวกญะซีมะฮ์ได้กล่าวว่า  صَـبَأْناَ  แปลว่าเราเปลี่ยนศาสนาแล้ว  พวกเขาไม่สามารถกล่าวว่า أَسْـلَمْناَ ได้ (คือเราเข้ารับอิสลามแล้ว)  ดังนั้นท่านคอลิดจึงสั่งให้ประหารชีวิตพวกเขาและสั่งให้ฆ่าเชลยศึกบางส่วนของพวกญะซีมะฮ์

ฝ่ายท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟและท่านอิบนุอุมัรไม่เห็นด้วยกับ(การกระทำของ)ท่านคอลิด    ดังนั้นท่านคอลิดจึงเกิดทะเลาะวิวาทกับท่านอับดุลเราะห์มานด้วยสาเหตุดังกล่าว.

อ้างอิงจาก

ตัฟสีรอิบนุกะษีร  เล่ม  8 : 12   ดูตรงคำอธิบายซูเราะฮ์อัลหะดีด อายัตที่ : 10

 

เพราะฉะนั้นหะดีษที่ถูกบันทึกอยู่ในซอฮิ๊ฮ์มุสลิมจึงทำให้เราเข้าใจได้ชัดเจนว่า  หะดีษที่บุคอรีบันทึกว่า  ท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า   พวกท่านอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน

ความจริงท่านนะบี(ศ)ได้มุ่งคำพูดนี้ไปที่ท่านคอลิดบินวาลีดโดยเฉพาะ  แต่สะบับหะดีษ หมายถึงสาเหตุของหะดีษกลับถูกท่านบุคอรีตัดออกไป

 

ท่านอิบนุอุมัรได้เล่าว่า ( หลังจากท่านนะบีได้รับฟังเรื่องที่ท่านคอลิดสังหารเผ่าญะซีมะฮ์ ด้วยสาเหตุที่พวกเขากล่าวคำว่า อัสลัมนาไม่ได้ ) ท่านได้ยกมือทั้งสองของท่านขอดุอาอ์ว่า

 

قَالَ ابْنُ عُمَرَ رَفَعَ النَّبِىُّ – صلى الله عليه وسلم – يَدَيْهِ « اللَّهُمَّ إِنِّى أَبْرَأُ إِلَيْكَ مِمَّا صَنَعَ خَالِدٌ »

 

โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอความบริสุทธิ์ต่อพระองค์จากสิ่งที่คอลิดได้กระทำด้วยเถิด

ดูซอฮิ๊ฮ์บุคอรี  หะดีษที่ 23 , 7189

 

สรุปความได้ว่า   ท่านอับดุลเราะห์มานบินอู๊ฟไม่เห็นด้วยกับการที่ท่านคอลิดลงมือสังหารเผ่าญะซีมะฮ์เพียงแค่พวกเขาพูดอาหรับการเข้ารับอิสลามของพวกเขาว่า ซ่อบะอ์นา แต่ไม่พูดว่าอัสลัมนา ทำให้ท่านคอลิดไม่ยอมรับและสุดท้ายท่านคอลิดลงมือประหารพวกเขา จนมีปากเสียงกับท่านอับดุลเราะห์มานที่คัดค้านไม่ทำตาม ฝ่ายท่านคอลิดได้ล่วงเกินไปด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานซึ่งอาวุโสกว่าทั้งอายุและทั้งการเข้ารับอิสลามในรุ่นแรกๆ ท่านนะบีจึงออกมาสั่งท่านคอลิดว่า   จงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน

ผมคิดว่านักปราชญ์ซุนนี่รู้อยู่แก่ใจดีว่าเรื่องราวเป็นเช่นนี้  แต่อาศัยการบันทึกของท่านบุคอรีที่ตัดสะบับหะดีษออก แล้วหยิบเอามาใช้ประโยชน์สำหรับมัซฮับของตัวเอง

 

 

۩ คำถามสำหรับวาฮาบี

ท่านนะบี(ศ) สั่งห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ของท่านจริง   แต่ขอถามว่า

 

ท่านสั่งใคร ระหว่างท่านคอลิด  หรือ มุสลิมทั้งหมด  ???

 

ถ้าท่านตอบว่า ท่านนะบี(ศ)สั่งกับคอลิด ท่านพูดถูก

แต่ถ้าท่านตอบว่า  ท่านนะบี(ศ)สั่งกับมุสลิม  ท่านโกหก

 

 

และขอฝากกุรอ่านไว้หนึ่งอายัตสำหรับพวกที่ชอบอำพรางหลักฐานดังที่อัลลอฮ์ตะอาลาตรัสว่า

 

إِنَّ الَّذِينَ يَكْتُمُونَ مَا أَنْزَلْنَا مِنَ الْبَيِّنَاتِ وَالْهُدَى مِنْ بَعْدِ مَا بَيَّنَّاهُ لِلنَّاسِ فِي الْكِتَابِ أُولَئِكَ يَلْعَنُهُمُ اللَّهُ وَيَلْعَنُهُمُ اللَّاعِنُونَ

 

แท้จริงบรรดาผู้ที่ปิดบังหลักฐานอันชัดเจน และคำชี้นำที่เราได้ประทานลงมา  หลังจากที่เราได้ชี้แจงมันไว้แล้วในคัมภีร์สำหรับมนุษย์นั้น

พวกเขาเหล่านี้   อัลลอฮ์จะสาปแช่งพวกเขา และผู้สาปแช่งทั้งหลายก็จะละอ์นัตพวกเขาด้วย

ซูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์   :  159