lasted posts

Popular

images (7)

จับเท็จฮะดีษ” เก๊ “ เรื่อง นิกะห์ มุตอะฮ์ ถูกยกเลิกที่   ฮัจญะตุล วะดาอ์

 

###### ###### ######

 

 

คุณอ้างว่า

ซอฮาบะฮ์บางส่วนที่ยังถือว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติ หลังจากท่านรอซูล()วะฟาต จนมาถึงสมัยของคอลีฟะฮ์อบูบักร และมาจบที่คอลีฟะฮ์อุมัรได้ประกาศห้าม  สาเหตุเพราะ  ซอฮาบะฮ์เหล่านั้นไม่ได้รับรู้ข่าวสารว่า ท่านรอซูล()ได้สั่งห้ามแล้ว

 

คุณได้อ้างเองว่า ท่านรอซูล(ศ)ได้สั่งห้ามมุตอะฮ์ครั้งล่าสุด คือที่ฮัจญะตุลวะดาอ์ ฮ.ศ.ที่ 10

อัซซุฮ์รี่ ได้รายงานว่า

كُنَّا عِنْدَ عُمَرَ بْنِ عَبْدِ الْعَزِيزِ فَتَذَاكَرْنَا مُتْعَةَ النِّسَاءِ فَقَالَ لَهُ رَجُلٌ يُقَالُ لَهُ رَبِيعُ بْنُ سَبْرَةَ أَشْهَدُ عَلَى أَبِى أَنَّهُ حَدَّثَ أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- نَهَى عَنْهَا فِى حَجَّةِ الْوَدَاعِ.

พวกเราอยู่กับกษัตริย์อุมัร บิน อับดุลอะซีซ  แล้วพวกเราได้สนทนากันถึงเรื่องการทำมุตอะฮ์สตรี มีชายคนหนึ่งชื่อ ร่อบิ๊อ์ บิน ซับเราะฮ์ ได้กล่าวกับเขาว่า  ข้าพเจ้าขอเป็นพยานให้กับพ่อของข้าพเจ้าเองว่า แท้จริงพ่อของข้าพเจ้าได้รายงานฮะดีษว่า แท้จริงท่านรอซูล(ศ) ได้สั่งห้ามมุตอะฮ์สตรี ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์

ดู สุนัน อบีดาวูด ฮะดีษที่  2074

 

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

ชีอะฮ์ขอตอบว่า  เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้น เพราะ

สมจริงแล้วดังอัลลออ์ ตะอาลา ตรัสว่า

وَلَوْ كَانَ مِنْ عِنْدِ غَيْرِ اللَّهِ لَوَجَدُوا فِيهِ اخْتِلَافًا كَثِيرًا

และหากว่ามันมาจากผู้ที่ไม่ใช่อัลลอฮ์แล้ว แน่นอนพวกเขาก็จะพบว่า ในนั้นมีความขัดแย้งกันอย่างมากมาย  (ซูเราะฮ์อันนิซาอ์ : 82)

หากเรื่องสั่งห้ามนี้มันได้ออกมาจากปากของท่านรอซูล(ศ)จริงๆ มันคงไม่เกิดความขัดแย้งกันตามมาทีหลังอย่างมากมายเท่ากับเรื่องนี้ ขอให้ท่านฟังคำวิจารณ์เรื่องนี้จากอุละมาอ์ซุนนะฮ์เอง

 

หนึ่งอัลกุรอตีบีกล่าวว่า

مَحاَل أن يشكوا إليه العزبة في حجة الوداع لأنهم كانوا حجوا بالنساء وان تزويج النساء بمكة يمكنهم ولم يكونوا حينئذ كما كانوا في الغزوات المتقدمة ويحتمل أنه لما كانت عادة النبي صلى الله عليه و سلم تكرير مثل هذا في مغازيه وفي المواضع الجامعة ذكر تحريمها في حجة الوداع لاجتماع الناس حتى يسمعه من لم يكن سمعه فأكد ذلك حتى لا تبقى شبهة لأحد يدعي تحليلها ولأن هل مكة كانوا يستعملونها كثيراً

เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)จะร้องทุกข์ต่อท่านนบี(ศ)เรื่องความโสด ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์ เพราะพวกเขาได้มาทำฮัจญ์พร้อมกับบรรดาสตรี และอีกอย่างหนึ่งคือการนิกะห์กับสตรีที่มักกะฮ์ พวกเขาย่อมทำได้ในตอนนั้น ไม่ได้เป็นเหมือนตอนที่พวกเขาเคยเป็นในยามทำสงครามต่างๆที่ผ่านมา และคาดว่ามันคงเป็นวิสัยปกติของท่านนบี(ศ)ที่ทำการประกาศซ้ำๆแบบนี้ในสงครามต่างๆของท่าน และในที่ต่างๆที่มีผู้คนชุมนุม ท่านได้กล่าวถึงการตะห์รีมมุตอะฮ์สตรีในฮัจญะตุลวะดาอ์ เนื่องจากมีฝูงชนมารวมกัน เพื่อจะได้ทำให้ผู้ที่ไม่เคยได้ยินเรื่องห้ามนี้มาก่อนได้ยินมัน  ดังนั้นท่านจึงตอกย้ำเรื่องห้ามนี้ จะได้ไม่หลงเหลือข้อสงสัยแก่บุคคลใด ที่จะอ้างว่ามุตอะฮ์สตรีคือสิ่งฮะลาลอีก และนั่นเป็นเพราะชาวมักกะฮ์ได้ทำมุตอะฮ์สตรีกันโดยส่วนมาก

ดูตัฟสีรกุรตุบี เล่ม 5 หน้า 115

 

อัลกุรตุบีได้วิจารณ์ชัดเจนว่า รายงานฮะดีษนี้เป็นไปไม่ได้ และถามว่าใครรายงาน คำตอบคือ อัซซุฮ์รี อีกแล้ว

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

สองอิบนุฮัซมิน กล่าวว่า

قَالَ اِبْن حَزْم : ثَبَتَ عَلَى إِبَاحَتهَا بَعْد رَسُول اللَّه صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ اِبْن مَسْعُود وَمُعَاوِيَة وَأَبُو سَعِيد وَابْن عَبَّاس وَسَلَمَة وَمَعْبَد اِبْنَا أُمَيَّة بْن خَلَف وَجَابِر وَعَمْرو بْن حُرَيْثٍ وَرَوَاهُ جَابِر عَنْ جَمِيع الصَّحَابَة مُدَّة رَسُول اللَّه صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَأَبِي بَكْر وَعُمَر إِلَى قُرْبِ آخِر خِلَافَة عُمَر ، قَالَ : وَمِنْ التَّابِعِينَ طَاوُسٌ وَسَعِيد بْن جُبَيْر وَعَطَاء وَسَائِر فُقَهَاء مَكَّة

มี(ซอฮาบะฮ์กลุ่มหนึ่งได้)ได้ยืนยันว่า มุตอะฮ์สตรียังคงเป็นสิ่งที่อนุมัติ หลังจากท่านรอซูล(ศ)เสียชีวิต คือ

อิบนุมัสอู๊ด

มุอาวียะฮ์

อบูสะอีด

อิบนิอับบาส

สะละมะฮ์

มะอ์บัด บุตรชายทั้งสองของอุมัยยะฮ์ บินค่อลัฟ

ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์

และอัมรู บิน ฮุร็อยษ์

และญาบิร (บินอับดุลลอฮ์)ได้รายงานมันมาจากซอฮาบะฮ์ทั้งหลาย ในช่วงเวลาที่ท่านรอซูล(ศ)ยังอยู่ และในสมัยที่ท่านอบูบักรและอุมัร(เป็นคอลีฟะฮ์) จนถึงช่วงปลายๆการเป็นคอลีฟะฮ์ของอุมัร

อิบนุฮัซมินยังกล่าวว่า ส่วนหนึ่งจากตาบิอีน(ที่ยังถือว่ามุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติ)คือ ตอวูส, สะอีด บิน ญุเบร, อะฏออ์,และบรรดาฟุเกาะฮาอ์แห่งนครมักกะฮ์ทั้งหมด

ดู ฟัตฮุลบารี เล่ม 14 หน้า 369 ฮะดีษที่ 4725

 

วิจารณ์ –ทั้งๆที่มีตำราฮะดีษซุนนะฮ์แอบอ้างว่า มุตอะฮ์สตรีได้ถูกสั่งห้ามถึงเจ็ดครั้ง จนมาจบลงครั้งสุดท้ายที่ฮัจญะตุลวะดาอ์

คำถามคือ ซอฮาบะฮ์เหล่านี้ได้ออกไปประกอบพิธีฮัจญะตุลวะอาอ์ด้วยหรือไม่ เราจะจะไปค้นหาคำตอบด้วยกันในหัวข้อที่ “ หก “

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

สามอิบนุฮะญัร กล่าวว่า

وَقِصَّة عَمْرو بْن حُرَيْثٍ أَخْرَجَهَا عَبْد الرَّزَّاق فِي مُصَنَّفه بِهَذَا الْإِسْنَاد عَنْ جَابِر قَالَ ” قَدِمَ عَمْرو اِبْن حُرَيْثٍ الْكُوفَة فَاسْتَمْتَعَ بِمَوْلَاةٍ فَأَتَى بِهَا عَمْرو حُبْلَى ، فَسَأَلَهُ فَاعْتَرَفَ ، قَالَ فَذَلِكَ حِين نَهَى عَنْهَا عُمَر ”

เรื่องของอัมรู บินฮุร็อยษ์ ตามที่ท่านอับดุลร็อซซากได้รายงานไว้ในหนังสืออัลมุศ็อนนัฟของเขาด้วยสายรายงานนี้จากท่านญาบิร เล่าว่า อัมรู บิน ฮุร็อยษ์ ได้เข้ามาที่เมืองกูฟะฮ์ แล้วเขาได้นิกะห์มุตอะฮ์กับสาวใช้ จนนางตั้งครรถ์กับอัมรู  ท่านอุมัรจึงสอบถามเขา เขาก็ได้สารภาพ(ว่านางท้องกับเขา) ณ.บัดนั้นเองท่านอุมัรจึงประกาศสั่งห้ามการทำมุตอะฮ์กับสตรี

ดูฟัตฮุลบารี เล่ม 14 หน้า 369 ฮะดีษที่ 4725

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

สี่ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์

عَنْ جَابِر أَنَّهُ سُئِلَ عَنْ الْمُتْعَة فَقَالَ ” فَعَلْنَاهَا مَعَ رَسُول اللَّه صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ” وَمِنْ طَرِيق عَطَاء عَنْ جَابِر ” اِسْتَمْتَعْنَا عَلَى عَهْد رَسُول اللَّه صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَأَبِي بَكْر وَعُمَر ”

لَعَلَّ جَابِرًا وَمَنْ نُقِلَ عَنْهُ اِسْتِمْرَارهمْ عَلَى ذَلِكَ بَعْده صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِلَى أَنْ نَهَى عَنْهَا عُمَر لَمْ يَبْلُغهُمْ النَّهْي

ท่านญาบิร( บิน อับดุลลอฮ์) แท้จริงเขาได้ถูกสอบถามถึงเรื่องนิกะห์มุตอะฮ์ เขาได้ตอบว่า พวกเราได้ทำมันพร้อมกับท่านรอซูล(ศ) และจากสายรายงานของอะฏออ์จากท่านญาบิร เล่าว่า พวกเราได้ทำนิกะห์มุตอะฮ์ในสมัยของท่านรอซูล(ศ) และในสมัยของท่านอบูบักรและท่านอุมัร

(อิบนุฮะญัร กล่าวว่า)คาดว่า ท่านญาบิรและผู้ที่ได้รายงานมาจากเขาว่า พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)ยังคงทำสิ่งนั้นอยู่ หลังจากท่านรอซูล(ศ)จากไปแล้ว จนมาถึงสมัยที่ท่านอุมัรสั่งห้ามทำมัน เพราะว่าพวกเขายังไม่ได้รับรู้การสั่งห้าม(เรื่องมุตอะฮ์สตรี)

ดูฟัตฮุลบารี เล่ม 14 หน้า 369 ฮะดีษที่ 4725

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

ห้าอุละมาอ์ซุนนะฮ์ยืนยันว่า อะฮ์ลุลบัยต์นบี มีทัศนะว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติ

อบูบักร อัฏฏ็อรตูซีย์ กล่าวว่า

قال أبو بكر الطَّرْطُوسِيُّ : ولم يرخص في نكاح المتعة إلا عمران بن حصين وابن عباس وبعض الصحابة وطائفة من أهل البيت

ไม่มีใครอนุญาตให้ทำนิกะห์มุตอะฮ์ได้ ยกเว้น อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์, อิบนิอับบาส,ซอฮาบะฮ์อีกส่วนหนึ่งและ “กลุ่มหนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์นบี”

ดูตัฟสีรกุรตุบี เล่ม 5 หน้า 115

 

วิจารณ์ – เห็นได้ชัดว่า อะฮ์ลุลบัยต์นบีกลุ่มหนึ่งได้ยึดทัศนะว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติ แม้ว่าท่านนบี(ศ)ได้วาฟาตไปแล้วก็ตาม

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

หกในเมื่อท่านรอซูล()ได้ประกาศต่อหน้าประชาชนที่ฮัจญะตุลวะดาอ์ว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งฮะร่าม  

คำถามที่สำคัญคือ   ซอฮาบะฮ์เหล่านี้อยู่กับท่านรอซูล(ศ)ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์หรือไม่ ???

อิบนิอับบาส

อิบนุมัสอู๊ด

ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์

อบูสะอีด อัลคุดรี

อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์

กลุ่มหนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์นบี

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

หลักฐานที่ระบุว่าบุคคลเหล่านี้ได้ออกไปประกอบฮัจญะตุลวะดาอ์พร้อมท่านรอซูล(ศ)

6.1. อิบนิอับบาส  ได้เล่าว่า

أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ (ص) طَافَ فِى حَجَّةِ الْوَدَاعِ عَلَى بَعِيرٍ يَسْتَلِمُ الرُّكْنَ بِمِحْجَنٍ

ท่านรอซูล(ศ)ได้เดินต่อว๊าฟใน ฮัจญะตุลวะดาอ์ บนหลังอูฐท่านได้เตะไปที่มุมด้วยการโค้ง

ดูซอฮิฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 3132

 

6.2. อิบนุมัสอู๊ด ได้เล่าว่า

قَالَ رَسُولُ اللهِ صلى الله عليه وسلم فِي حَجَّةِ الْوَدَاعِ : إِنَّ دِمَاءَكُمْ وَأَمْوَالَكُمْ عَلَيْكُمْ حَرَامٌ ، وَيَوْمَكُمْ هَذَا يَوْمٌ حَرَامٌ ، كَحُرْمَةِ يَوْمِكُمْ هَذَا فِي شَهْرِكُمْ هَذَا فِي بَلَدِكُمْ هَذَا.

อบูวาอิลเล่าว่า ฉันได้ยินอิบนุมัสอู๊ดเล่าว่า ท่านรอซูล(ศ)ได้กล่าวไว้ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์…

ดูมุสนัดอัลบัซซ้าร ฮะดีษที่ 1750

 

6.3. ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ ได้เล่าว่า

رَمَى رَسُولُ اللَّهِ -صلى الله عليه وسلم- الْجَمْرَةَ يَوْمَ النَّحْرِ ضُحًى وَأَمَّا بَعْدُ فَإِذَا زَالَتِ الشَّمْسُ

ท่านรอซูล(ศ)ได้ขว้างเสาญะมะเราะฮ์ในวันนะฮัร…

ดูซอฮิฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 3210

และ

ญาบิร บินอับดุลลอฮ์ ได้เล่าว่า  : ฉันได้เห็นท่านรอซูล(ศ)ในการบำเพ็ญฮัจญ์ของเขาในวันอะเราะฟะฮ์ ซึ่งเขาอยู่บนหลังอูฐกำลังปราศรัย แล้วฉันได้ยินท่านกล่าวว่า

يَا أَيُّهَا النَّاسُ إِنِّى قَدْ تَرَكْتُ فِيكُمْ مَا إِنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوا كِتَابَ اللَّهِ وَعِتْرَتِى أَهْلَ بَيْتِى

โอ้ประชาชนทั้งหลาย แท้จริงฉันทิ้งไว้ให้แก่พวกท่านถึงสิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดมั่นต่อสิ่งนั้น พวกท่านจะไม่หลงทางโดยเด็ดขาด สิ่งนั้นคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะตีคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน

ดูซอฮีฮุต-ติรมิซี  ฉบับตรวจทานโดยเชคอัลบานี  ฮะดีษที่ 2978 , 2980

 

6.4. อบูสะอีด อัลคุดรีย์ ได้เล่าว่า

قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فِي حَجَّةِ الْوَدَاعِ أَلَا إِنَّ أَحْرَمَ الْأَيَّامِ يَوْمُكُمْ هَذَا وَإِنَّ أَحْرَمَ الشُّهُورِ شَهْرُكُمْ هَذَا وَإِنَّ أَحْرَمَ الْبِلَادِ بَلَدُكُمْ هَذَا أَلَا وَإِنَّ أَمْوَالَكُمْ وَدِمَاءَكُمْ عَلَيْكُمْ حَرَامٌ كَحُرْمَةِ يَوْمِكُمْ هَذَا فِي بَلَدِكُمْ هَذَا فِي شَهْرِكُمْ هَذَا أَلَا هَلْ بَلَّغْتُ قَالُوا نَعَمْ قَالَ اللَّهُمَّ اشْهَدْ

ท่านรอซูล(ศ)ได้กล่าวที่ฮัจญะตุลวะอาอ์ว่า…..

ดูซอฮิฮ์มุสนัดอะหมัด ฮะดีษที่ 11338

 

6.5. อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์  ได้เล่าว่า

أُنْزِلَتْ آيَةُ الْمُتْعَةِ فِى كِتَابِ اللَّهِ فَفَعَلْنَاهَا مَعَ رَسُولِ اللَّهِ (ص) وَلَمْ يُنْزَلْ قُرْآنٌ يُحَرِّمُهُ ، وَلَمْ يَنْهَ عَنْهَا حَتَّى مَاتَ قَالَ رَجُلٌ بِرَأْيِهِ مَا شَاءَ

อายะฮ์มุตอะฮ์ถูกลงมาในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ แล้วเราได้กระทำมุตอะฮ์สตรีนั้นพร้อมกับท่านรอซูล(ศ) และอัลกุรอ่านไม่เคยลงมาสั่งว่ามันคือสิ่งฮะร่าม และท่านรอซูล(ศ)รอซูลไม่เคยสั่งห้ามมัน จนเขาตาย มีชายคนหนึ่งได้กล่าวไปตามความคิดเห็นของเขาตามสิ่งที่เขาต้องการ

 

ดูซอฮิฮ์บุคอรี ฮะดีษที่ 4518

 

ข้อสังเกตคือ  พี่น้องวาฮาบีจะอ้างว่า มุตอะฮ์ในที่นี้คือ มุตอะฮ์ฮัจญ์ ไม่ใช่ มุตอะฮ์สตรี

ต้องขอบอกว่า คุณคงต้องไปหาฮะดีษซอฮิฮ์สักบทหนึ่งมายืนยันว่า

ท่านรอซูล(ศ)ได้สั่งยกเลิกมุตอะฮ์ฮัจญ์มาแสดงให้ดู

เพราะเรายังไม่ทราบว่า ท่านรอซูล(ศ)สั่งยกเลิกเรื่องฮัจญ์มุตอะฮ์

 

และอิมรอน บิน ฮุศ็อยน์  ได้เล่าว่า

إِنَّ رَسُولَ اللَّهِ (ص)جَمَعَ بَيْنَ حَجَّةٍ وَعُمْرَةٍ ثُمَّ لَمْ يَنْهَ عَنْهُ حَتَّى مَاتَ وَلَمْ يَنْزِلْ فِيهِ قُرْآنٌ يُحَرِّمُهُ وَقَدْ كَانَ يُسَلَّمُ عَلَىَّ حَتَّى اكْتَوَيْتُ فَتُرِكْتُ ثُمَّ تَرَكْتُ الْكَىَّ فَعَادَ

แท้จริงท่านรอซูล(ศ)ได้รวมระหว่างการทำฮัจญ์กับการทำอุมเราะฮ์เข้าไว้ด้วยกัน แล้วท่านไม่เคยสั่งห้ามมันเลย(คือมุตอะฮ์ฮัจญ์หรือฮัจญ์ตะมัตตู๊อ์)จนท่านเสียชีวิต และอัลกุรอ่านไม่เคยลงมาเกี่ยวกับมัน(หรือ)ได้สั่งว่ามันคือสิ่งฮะร่าม…

ดูซอฮิฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 3033

 

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

เราและท่านได้อ่านกันแล้วว่า ซอฮาบะฮ์ทั้งห้าท่านนี้

  1. อับดุลลอฮ์ อิบนิ อับบาส
  2. อับดุลลอฮ์ อิบนุ มัสอู๊ด
  3. ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ อัลอัซซอรีย์
  4. อบูสะอีด อัลคุดรีย์
  5. อิมรอน บิน ฮุศ็อยน์

ได้อยู่ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์พร้อมกับท่านรอซูล(ศ)ด้วย

 

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

วิเคราะห์

1.ซอฮาบะฮ์ทั้งห้าท่านนี้อยู่ที่ฮัจญะตุลวะดาอ์และยังได้มีส่วนรายงานเรื่องวิธีทำฮัจญ์

2.ซอฮาบะฮ์ทั้งห้าท่านนี้ ไม่เคยรายงานว่า ได้ยินท่านรอซูล(ศ)สั่งห้ามมุตอะฮ์สตรี

3.ถ้าท่านรอซูล(ศ)ประกาศเรื่องมุตอะฮ์สตรีที่ฮัจญะตุลวะดาอ์ ซอฮาบะฮ์ทั้งห้านี้คงไม่ยึดทัศนะที่ว่ามุตอะฮ์สตรีคือสิ่งฮะลาล หลังจากที่ท่านรอซูล(ศ)วะฟาตแน่

4.เหตุที่ซอฮาบะฮ์ทั้งห้านี้ยึดทัศนะว่ามุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติหลังจากรอซูล(ศ)วะฟาตคือหลักฐานดีที่สุดว่า ไม่มีการประกาศสั่งห้ามในเรื่องนี้

 

5.ถ้ามีการประกาศสั่งห้ามมุตอะฮ์สตรีถึงหกครั้งก่อนหน้าฮัจญะตุลวะดาอ์นี้จริง ซอฮาบะฮ์ทั้งห้าท่านนี้ก็ต้องมีสักคนที่รายงานบ้าง หรือหลังจาท่านรอซูล(ศ)วะฟาตน่าจะยุติเรื่องฮะลาลมุตอะฮ์บ้าง แต่ปล่าวเลยหนึ่งในห้ามีบางคนยอมยุติเรื่องมุตอะฮ์เมื่อท่านอุมัรประกาศห้ามทำอีกในยุคที่เขาเป็นคอลีฟะฮ์ และมีบางคนที่มาสนเช่นท่านอิบนิอับบาสที่ยังดำเนินทัศนะที่ว่าฮะล้าลต่อไปหลังจากท่านอุมันเสียชีวิต.