lasted posts

Popular

156

ชีอะฮ์และจุดยืนต่อการใส่ร้ายเรื่องด่า อาอีชะฮ์

 

การด่าทอ อาอีชะฮ์หรือศอฮาบะฮ์นั้น เป็นเพียงเรื่องที่วะห่าบีย์เอามาเป็นข้ออ้างเพื่อประณามสร้างความแตกแยกใน หมู่มุสลิมและประณาม ชีอะฮ์เท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้วความเป็นสัจจะธรรมของแนวทางแห่งอะฮ์ลุลบัยต์วงวานของศาสดา นั้นมันเจิดจรัศในตัวอยู่แล้วโดยไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่น้อยที่จะต้องมา ด่าทอศรัตตรูของพวกเขาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง

 

และที่สำคัญไม่มีอุลามาคนสำคัญๆ หรือตำราอะกีดะฮ์ของชีอะฮ์เล่มใดเลย ที่ทำการ ด่าทอ อาอีชะฮ์หรือศอฮาบะฮ์นบี(ศ) ซึ่งอันที่จริงแล้วการด่าทอนั้น มันคือความโง่เขลาตามตรรกะของอัลกุรอ่าน โดยที่อัลลอฮ์ก็ได้ห้ามใว้อย่างชัดเจน

 

وَ لا تَسُبُّوا الَّذينَ يَدْعُونَ مِنْ دُونِ اللَّهِ فَيَسُبُّوا اللَّهَ عَدْواً بِغَيْرِ عِلْمٍ

 

انعام/108

 

และจงอย่าด่าทอผู้ที่เชิญชวนไปสู่พระเจ้าอื่นที่ไม่ไช่อัลลอฮ์ เพราะไม่เช่นนั้นเขาก็จะเป็นศรัตตรูกับอัลลอฮ์และจะด่าทอพระองค์อย่างโง่เขลา

 

อันอาม/ ๑๐๘

 

นอกเหนือจากนั้นบรรดาอิมามของชีอะฮ์เองก็ได้ห้ามการด่าทอเช่นกัน โดยครั้งหนึ่งชายจากพวก คอวาริจได้ประณามท่านอะลี(อ)ว่า

 

قاتله الله کافرا ما افقهه

(نهج البلاغه، کلمه قصار، 420)

 

“โอ้อัลลอฮ์ขอพระองค์จงฆ่าเจ้า กาเฟรนี่ซะเถิด มันรู้มาเกินไปแล้ว”

นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ กะลิมะฮ์ อัลกิศอร ๔๒๐

 

ทันใดนั้นเหล่าศอฮาบะฮ์ของท่านก็กรูจะเข้าไปร้ายชายคนนั้น แต่ท่านอะลี(อ)ได้ห้ามและกล่าวว่า

”คำพูดต้องตอบด้วยคำพูด หรือไม่ก็ให้อภัย”

 

ท่านอิมามญะฟัร อัศศอดิก(อ)ก็เช่นกัน ท่านได้ต่อต้านการด่าทอถึงขั้นที่รุนแรงมากกระทั่งให้ทำการบอยคอตพวกชีอะฮ์ที่ด่าทอในสิ่งเคารพผู้อื่น

 

يا مفضل لا تقاعدوهم، ولا تؤاكلوهم، ولا تشاربوهم، ولا تصافحوهم

 

“โอ้มุฟัฏฏอล จงอย่าร่วมวงกับพวกนั้น จงอย่าให้ข้าวให้น้ำพวกเขา และจงอย่าสลามจับมือพวกเขา”

ริญาล กัชชี ฮะดีษที่๕๒๕

 

เป็นที่ชัดเจนว่าการด่าทอไม่มีอยู่ในสารบบคำสั่งสอนจากอิมามของชีอะฮ์เลยแม้แต่นอ้ย ซึ่งจริงๆแล้วการด่าทอนั้นไม่มีในคำสอนของอิสลาม

 

อุลามาของชีอะฮ์ที่เดินตามแนวทางแห่งอิสลามตามคำสอนของบรรดาอิมามผู้บริสุทธิก็เช่นกัน พวกเขาต่างใด้ตอกย้ำถึงจุดยืนอันนี้ว่า

“การด่าทอไม่มีในหลักการของชีอะฮ์” ดังที่ท่านผู้นำสูงสุดของชีอะฮ์ ท่านซัยยิด อะลี คอเมเนอีย์ได้ออกคำฟัตวาห้ามด่าทอลบหลู่ สิ่งเคารพของพี่น้องซุนนีย์พร้อมด้วยแสดงการต่อต้านต่อชีอะฮ์ที่ทำการด่าทอ อาอีชะฮ์หรือบุคคลที่เป็นที่เคารพของพี่น้องอะฮ์ลิซซุนนะฮ์

 

«یحرم النیل من رموز إخواننا السنة فضلاً عن اتهام زوجه النبی بما یخل بشرفها بل هذا الأمر ممتنع على نساء الأنبیاء وخصوصاً سیدهم الرسول الأعظم»

การดูหมิ่นสิ่งเคารพของพี่น้อง อะฮ์ลิซซุนนะฮ์เช่นการใส่ร้ายภริยาของท่านศาสดา(ศ)แห่ง

อิสลามถือเป็นสิ่งฮะรอม

 

ฟัตวานี้รวมถึงภริยาของบรรดาศาสดาทั้งหมด โดยเฉพาะบรรดาภริยาของ ซัยยิดุลอัมบิยาอ์ มุฮัมมัด(ศ) ศาสดาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิสลาม

 

https://bahrainforums.com/vb/%C7%E1%DA%D1%C8-%E6%C7%E1%DA%C7%E1%E3/960781.htm

 

http://www.magiran.com/npview.asp?ID=2165849

 

بازنشر فتوای مقام معظم رهبری

 

 

ซึ่งคำฟัตวานี่ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับพวกวะฮาบีย์ที่ชอบประณามและเหล่าศรัตตรูของอิสลามเป็นอย่างยิ่ง

 

และดังนั้นอิกเช่นกันถ้าหากการด่าทอ อาอีชะฮ์หรือศอฮาบะฮ์คือสิ่งที่เป็นอะกีดะฮ์ของชีอะฮ์แล้วไซร้ แน่นอนว่าอุลามาซุนนีย์อย่างเชค มะฮ์มูด ชัลฏูต อธิการบดี ม.อัลอัซฮัรแห่งอียิป คงจะต้องรู้และไม่ออกคำฟัตวาให้ปฏิบัติบัตตามแนวทาง ชีอะฮ์ อิมามียะฮ์ใด้อย่างแน่นอน หรือเชค อะลีญุมอะฮ์ มุฟตี ม.อัลอัซฮัรคนปัจจุบันและอุลามาอิกมากมายก็คงไม่รับรองว่าชีอะฮ์คือส่วนหนึ่งของอิสลามอย่างแน่นอน

 

ตัวบทอาหรับฟัตวาเชค มะฮ์มูด ชัลฏูต

 

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=482837635065115&set=o.127086620717147&type=3

บทแปลไทย

 

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=482838391731706&set=o.127086620717147&type=3

 

กระนั้นก็ตามเราก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าจะไม่มีพวกสุดโต่งจากชีอะฮ์บางคนที่ทำการด่าทอ อาอีชะฮ์ อย่างเช่น ยาเซร อัลฮะบีบที่อยู่ในอังกฤษ มันเป็นเพียงส่วนน้อยและมิได้มีความสำคัญใดๆกับชีอะฮ์เลยแม้แต่น้อย

เราก็ขอปฏิเสธไม่มีส่วนร่วมกับบุคคลเหล่านั้น และขอประณามในสิ่งที่พวกเขากระทำ

 

หวังว่าจะมีหัวใจที่เป็นธรรมเพื่อเข้าใจในสัจธรรมปล.เนื่องจากวะห่าบีฮ์สมองหมามันมีชีวิตอยู่กับการฟิตนะฮ์ ดังนั้นคำชี้แจงนี้และคำชี้แจงใดๆก็จะไม่มีผลใดๆกับพวกมัน