lasted posts

Popular

ตอบคำถามฝ่าย วะฮาบี เรื่อง อิมามอาลี ขอลูกสาว อบูญะฮัล จึงทำให้ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ ไม่พอใจ เป็นเรื่องจริง หรือ เรื่องโกหก

Imam-Ali-Leader

 

 
บิสมิลลาฮิรเราะฮมานิรรอฮีม
ตอบชุบฮะ หัวข้อ ขอลูกสาวอบูญะฮัล
เนื่องจาก ฝ่ายวะฮาบีย์ ได้ยกฮาดิษ มาเพื่อพิสูจน์ว่า อิมามอาลี ไม่มะศูม โดย ยก ฮาดิษ ที่บอกว่า อิมามอาลี ได้สู่ขอลูกสาวอบูญะฮัล จึงทำให้ ท่านหญิง ฟาฏิมะฮ์ ไม่พอใจ จึงทำให้ท่านนบี ไม่พอใจ ต่ออิมามอาลี(อ) แน่นอนว่า ผู้มีใจรักสัจธรรม ย่อมทราบดีอยู่แล้วว่า ฮาดิษนี้ เป็นฮาดิษอุปโลกษณ์ และเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ทว่าเพื่อพิสูจน์ถึงสัจธรรม เราจึงจะนำเสนอคำตอบให้ทุกท่านดังนี้ คำถามชุบฮะฮ์นี้ เป็นคำถามเดียวกัน กับ ที่ถามว่า อิมามอาลี เคยทำให้ ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์โกรธเคืองหรือไม่ ดังนั้น เราจึงจะนำเสนอคำตอบให้ทุกท่านดังนี้

บทวิพากษ์ฮาดิษ
ประการที่ 1 ทัศนะของอะฮลุลบัยต์เกี่ยวกับ เรื่องการขอลูกสาวอบูญะฮัล
ฮาดิษที่หนึ่ง จากอิมามญะฟัร อัศศอดิก อิมามอาลี ถูกกล่าวหาว่า ขอลูกสาวศัตรูของอัลลอฮ
أَبِي عَنِ ابْنِ قُتَيْبَةَ عَنْ حَمْدَانَ بْنِ سُلَيْمَانَ عَنْ نُوحِ بْنِ شُعَيْبٍ عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ إِسْمَاعِيلَ عَنْ صَالِحٍ عَنْ عَلْقَمَةَ قَالَ: قَالَ الصَّادِقُ جَعْفَرُ بْنُ مُحَمَّدٍ عليهما السلام:… قَالَ عَلْقَمَةُ فَقُلْتُ لِلصَّادِقِ عليه السلام يَا ابْنَ رَسُولِ اللَّهِ! إِنَّ النَّاسَ يَنْسُبُونَنَا إِلَى عَظَائِمِ الْأُمُورِ وَقَدْ ضَاقَتْ بِذَلِكَ صُدُورُنَا فَقَالَ عليه السلام: يَا عَلْقَمَةُ إِنَّ رِضَا النَّاسِ لَا يُمْلَكُ وَأَلْسِنَتَهُمْ لَا تُضْبَطُ وَكَيْفَ تَسْلَمُونَ مِمَّا لَمْ يَسْلَمْ مِنْهُ أَنْبِيَاءُ اللَّهِ وَرُسُلُهُ وَحُجَجُ اللَّهِ عليهم السلام أَ لَمْ يَنْسُبُوا يُوسُفَ عليه السلام إِلَى أَنَّهُ هَمَّ بِالزِّنَا أَ لَمْ يَنْسُبُوا أَيُّوبَ عليه السلام إِلَى أَنَّهُ ابْتُلِيَ بِذُنُوبِهِ أَ لَمْ يَنْسُبُوا دَاوُدَ عليه السلام إِلَى أَنَّهُ تَبِعَ الطَّيْرَ حَتَّى‏ نَظَرَ إِلَى امْرَأَةِ أُورِيَا فَهَوَاهَا وَأَنَّهُ قَدَّمَ زَوْجَهَا أَمَامَ التَّابُوتِ حَتَّى قُتِلَ ثُمَّ تَزَوَّجَ بِهَا…. وَمَا قَالُوا فِي الْأَوْصِيَاءِ أَكْثَرُ مِنْ ذَلِكَ أَ لَمْ يَنْسُبُوا سَيِّدَ الْأَوْصِيَاءِ عليهم السلام إِلَى أَنَّهُ كَانَ يَطْلُبُ الدُّنْيَا وَالْمُلْكَ وَأَنَّهُ كَانَ يُؤْثِرُ الْفِتْنَةَ عَلَى السُّكُونِ وَأَنَّهُ يَسْفِكُ دِمَاءَ الْمُسْلِمِينَ بِغَيْرِ حِلِّهَا وَأَنَّهُ لَوْ كَانَ فِيهِ خَيْرٌ مَا أُمِرَ خَالِدُ بْنُ الْوَلِيدِ بِضَرْبِ عُنُقِه‏ أَ لَمْ يَنْسُبُوهُ إِلَى أَنَّهُ عليه السلام أَرَادَ أَنْ يَتَزَوَّجَ ابْنَةَ أَبِي جَهْلٍ عَلَى فَاطِمَةَ عليها السلام وَأَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صلي الله عليه وآله شَكَاهُ عَلَى الْمِنْبَرِ إِلَى الْمُسْلِمِينَ فَقَالَ إِنَّ عَلِيّاً يُرِيدُ أَنْ يَتَزَوَّجَ ابْنَةَ عَدُوِّ اللَّهِ عَلَى ابْنَةِ نَبِيِّ اللَّهِ أَلَا إِنَّ فَاطِمَةَ بَضْعَةٌ مِنِّي فَمَنْ آذَاهَا فَقَدْ آذَانِي وَمَنْ سَرَّهَا فَقَدْ سَرَّنِي وَمَنْ غَاظَهَا فَقَدْ غَاظَنِي‏.

ความหมาย
อัลกอมะฮ์ ได้กล่าวว่า : ฉันได้กล่าวบอกกับ อัศศอดิก อลัยฮิสสลามว่า โอ้บุตรของรอซูลุลลอฮ ในตอนนี้ ผู้คนได้ทำไม่ดี ต่อเรา จนเลยเถิดไปถึงเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ถึงขั้นที่หัวใจของเราถูกบีบคั้น ด้วยการกระทำอันนั้น”
ท่าน(อ) จึงกล่าวว่า : โอ้อัลกอมะฮ์ ความพอใจของมนุษย์ ไม่อาจครอบครอง และลิ้นของพวกเขาไม่อาจกุมขัง แล้วท่านจะปลอดภัยจากสิ่งที่แม้แต่อัมบียา และบรรดาฮุจญาตของอัลลอฮ (อ) ไม่ปลอดภัยจากมัน(จากการตำหนิ การกระทำที่ไม่ดี การว่าร้าย) ไม่ใช่ยูซูฟหรอกหรือ ที่ถูกพาดพิงกล่าวหา ว่า เขาปราถนาทำซีนา ? ไม่ใช่อัยยูบหรอกหรือ ที่พวกเขาได้พาดถึงว่า เขาต้องเจอกับเคราะห์ร้าย เพราะบาปของเขา ? ไม่ใช่ ดาวูด หรอกหรือ ที่ถูกพาดพิงกล่าวหาว่า เขาได้ตามหานก จนพบกับหญิงชาวอารยัน และเกิดตัณหาต่อนาง เขาจึงส่งสามีของนางไปแนวหน้าของตาบูต จนสามีของนางถูกฆ่า แล้วเขาก็แต่งกับนาง ? …. สิ่งที่พวกเขาได้พูดถึงบรรดาเอาซียา มันมากมายกว่านี้ยิ่งนัก หรือ พวกเขาได้ไม่ได้กล่าวหาพาดพิงต่อซัยยิดุลเอาซียา อาลี (อ) ว่า เขาเป็นผู้แสวงหาดุนยา ? พวกเขาได้ไม่ได้กล่าวหาพาดพิงว่า เขาตกอยู่ในฟิตนะฮ ต่อการทำให้บ้านเมืองสงบ(เขาไม่อยากให้บ้านเมืองสงบ) พวกเขาได้ไม่ได้กล่าวหาพาดพิงว่า เขาหลั่งเลือดมุสลิม อย่างไม่ถูกต้องหรอกหรือ ? (พวกเขายังพูด)ว่า หากชายคนนี้ คือ คนนี้ คอลิด บิน วาลิด คงไม่สั่งตัดคอของเขา ? พวกเขาไม่ได้พาดพิงต่อเขาหรอกหรือว่า เขาต้องการจะแต่งกับลูกสาวของอบูญะฮัล ต่อหน้าพระนางฟาฏิมะฮ์ (อ) แล้วนบีก็ลากอาลีขึ้นไปบนมิมบัร แล้วกล่าวว่า อาลี ต้องการแต่งงานกับผู้เป็นลูกสาวของศัตรูของอัลลอฮ แทน ลูกสาวของนบีของอัลลอฮ จงรู้เถิดแท้จริง ฟาฏิมะฮ์ คือ ส่วนหนึ่งของฉัน ผู้ใดกลั่นแกลงนาง เท่ากับ กลั่นแกล้งฉัน และผู้ใดทำให้นางมีความสุข เท่ากับทำให้ฉันมีความสุข และผู้ใดทำให้นางโกรธ เท่ากับทำให้ฉันโกรธ พวกเขาไม่ได้กล่าวหาต่ออาลี ในเรื่องนี้หรอกหรือ ?

ثُمَّ قَالَ الصَّادِقُ عليه السلام يَا عَلْقَمَةُ مَا أَعْجَبَ أَقَاوِيلَ النَّاسِ فِي عَلِيٍّ عليه السلام كَمْ بَيْنَ مَنْ يَقُولُ إِنَّهُ رَبٌّ مَعْبُودٌ وَبَيْنَ مَنْ يَقُولُ إِنَّهُ عَبْدٌ عَاصٍ لِلْمَعْبُودِ وَلَقَدْ كَانَ قَوْلُ مَنْ يَنْسُبُهُ إِلَى الْعِصْيَانِ أَهْوَنَ عَلَيْهِ مِنْ قَوْلِ مَنْ يَنْسُبُهُ إِلَى الرُّبُوبِيَّةِ يَا عَلْقَمَةُ أَ لَمْ يَقُولُوا فِي اللَّهِ عَزَّ وَ جَلَّ إِنَّهُ ثَالِثُ ثَلَاثَةٍ أَ لَمْ يُشَبِّهُوهُ بِخَلْقِهِ أَ لَمْ يَقُولُوا إِنَّهُ الدَّهْرُ أَ لَمْ يَقُولُوا إِنَّهُ الْفَلَكُ أَ لَمْ يَقُولُوا إِنَّهُ جِسْمٌ أَ لَمْ يَقُولُوا إِنَّهُ صُورَةٌ تَعَالَى اللَّهُ عَنْ ذَلِكَ عُلُوّاً كَبِيراً يَا عَلْقَمَةُ إِنَّ الْأَلْسِنَةَ الَّتِي يَتَنَاوَلُ ذَاتَ اللَّهِ تَعَالَى ذِكْرُهُ بِمَا لَا يَلِيقُ بِذَاتِهِ كَيْفَ تُحْبَسُ عَنْ تَنَاوُلِكُمْ بِمَا تَكْرَهُونَهُ فَ اسْتَعِينُوا بِاللَّهِ وَ اصْبِرُوا إِنَّ الْأَرْضَ لِلَّهِ يُورِثُها مَنْ يَشاءُ مِنْ عِبادِهِ وَ الْعاقِبَةُ لِلْمُتَّقِينَ

ความหมาย
หลังจากนั้น อิมามศอดิก (อ) จึงกล่าวว่า โอ้อัลกอมะฮ์ ที่น่าฉงนคือ คำพูดของผู้คนเกี่ยวกับอาลี (อ) มันช่างขัดแย้งกัน มันมีระยะห่างเพียงใด ระหว่าง คำพูดที่ว่า อาลี คือ พระเจ้า กับ คนที่พูดว่า อาลี คือ บ่าวผู้ไม่เชื่อฟังพระเจ้า และจากทั้งสองคำพูด คำพูดที่ว่า เขาฝ่าฝืน มันง่ายที่จะประนามมากกว่า คำพูดที่กล่าวพาดพิงว่า เขาคือ พระเจ้า โอ้อัลลกอมะฮ์ พวกเขาไม่ได้พูด ในเรื่องของของอัลลอฮ ว่า พระองค์มีสามภาคหรอกหรือ ? พวกเขาไม่ได้เปรียบพระองค์ให้เหมือนกับสิ่งที่พระองค์สร้างหรอกหรือ ? พวกเขาไม่เคยพูดหรอกหรือ ว่า แท้จริงพระเจ้า คือ เวลา พวกเขาไม่เคยพูดหรือว่า แท้จริงพระเจ้าคือ ดวงดาว พวกเขาไม่เคยพูดหรือ ว่า พระองค์มี ญิซม (กาย) พวกเขาไม่พูดหรือ ว่า พระองค์มีรูปร่าง แน่แท้ พระองค์ทรงสูงส่งจากสิ่งเหล่านี้ ด้วยความสูงส่งอันยิ่งใหญ่ โอ้อัลกอมะฮ์ ลิ้นทั้งหลาย ยังให้ อาตมันของอัลลอฮ ตะอะฮลา กล่าวในสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อพระองค์ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่มันจะถูกกักกัน ไม่ให้กล่าวไม่ดีต่อพวกเข้า ในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบ จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮเถิด และจงอดทน แท้จริง แผ่นดินของอัลลอฮ จะทรงประทานมรดก ให้แก่ผู้ใดก็ตามที่พระองค์ทรงประสงค์ และบั้นปลายที่ดีงามเป็นของผู้ยำเกรง”
อ้างอิง : อัลอามาลีย์ เชคศอดูก อบู ญะอฟัร มูฮัมมัด บิน อาลี บิน อัลฮูเซน (เสียชีวิต ฮศ.381 )
ตรวจทาน และตีพิมพ์โดย มุอัซซิซะฮ์ อัลเบียะซะฮ – กุม พิมพ์ครั้งแรก ฮศ.1417

.ฮาดิษที่สองจาก มัรฮูม อัรบีลีย์ รายงานว่า อิมามอาลี (อ) ไม่เคยทำให้ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ) โกรธเคือง หรือ ไม่พอใจ

فَوَ اللَّهِ مَا أَغْضَبْتُهَا وَ لَا أَكْرَهْتُهَا عَلَى أَمْرٍ حَتَّى قَبَضَهَا اللَّهُ عَزَّ وَ جَلَّ وَ لَا أَغْضَبَتْنِي وَ لَا عَصَتْ لِي أَمْراً وَ لَقَدْ كُنْتُ أَنْظُرُ إِلَيْهَا فَتَنْكَشِفُ عَنِّي الْهُمُومُ وَ الْأَحْزَان‏

อิมามอาลี (อ) กล่าวว่า ขอสาบานต่ออัลลอฮ ฉันไม่เคยโกรธเคือง หรือ ไม่พอใจต่อนาง แม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งอัลลอฮ อัซซ วะ ญัล ได้ดึงวิญญาณของนาง และนางก็ไม่เคยโกรธเคือง หรือ ไม่พอใจฉัน คราใดที่ฉันเจ็บปวด ฉันจะมองนอง เพื่อคลายความโศรกเศร้า และความเจ็บปวด ออกจากตัวฉัน”
อ้างอิง กัชฟุลฆอมมะฮ ฟี มะรีฟาตุล อะอิมมะฮ อัลอัรบีลีย์ อบี ฮะซัน อาลี บิน อีซา บิน อบีล ฟัตฮ (เสียชีวิต ฮศ.693)
ตรวจทานและตีพิมพ์ ดารุลอัฎวาอฺ -เบรูต ตีพิมพ์ครั้งที่สอง ฮศ.1405

ประการที่ 2 มิสวัร บิน มัครอมะฮ์ คือ บุคคลที่ไม่ชอบอะฮลุลบัยต์

ในตำราฮาดิษของอะฮ์ลิซุนนะฮ์ โดยเฉพาะ ศอฮิฮบุคอรี และมุสลิม สายรายงาน ที่มาจาก บุคคลที่มีชื่อว่า มิสวัร บิน มัครอมะฮ์ ล้วนมาจาก คนในของ อับดุลลอฮ บิน ซุเบร มิสวัร เป็นหนึ่งในทหารของอิบนิซุเบร ซึ่งถูกฆ่าตายจาก การโจมตีมักกะฮ์ของ ยะซีด และการยิงหินใส่ประชาชนในตัวเมือง ซึ่ง อับดุลลอฮ บิน ซุเบร เป็นหนึ่งในคนที่ ไม่ชอบอะฮลุลบัยต์(อ) จนถึงขั้นที่เขาสั่งให้ลบการศอลาวาตต่อนบี ด้วยสาเหตุที่ เขาไม่พอใจ ที่มีอะฮลุลบัยต์ อยู่ในศอลาวาต

บุลาซุรีย์(เสียชีวิต ฮศ.279) ได้กล่าวเกี่ยวกับประเด็นนี้ ใน อันซาบุลอัชรอฟ เล่ม 2/418 ว่า

كان من أعظم ما أنكر على عبد الله بن الزبير تركه ذكر رسول الله صلى الله عليه وسلم في خطبته، وقوله حين كلم في ذلك: إن له أهيل سوء إذا ذكر استطالوا ومدوا أعناقهم لذكره

ความหมาย
“ความน่าเกลียดอันใหญ่หลวงที่สุดของ อับดุลลอฮ บิน ซุเบร คือ การที่เขาได้ทิ้งการเอ่ยนามของรอซูลุลลอฮ์ (ศ) ในคุตบะฮ์ของเขา และเขาได้กล่าวสาเหตุของการทิ้งอันนี้ ว่า เป็นเพราะ บางคนที่เกี่ยวข้องกับนบี เป็นคนเลว และเพราะ เมื่อเอ่ยชื่อ คอของพวกเขา จะยึดออก และแสดงความดีอกดีใจ ต่อการกล่าวชื่อเหล่านั้น”
สำหรับการพิสูจน์ว่า มิสวัร บิน มัครอมะ ไม่ชอบอะฮลุลบัยต์ คือ คอวาริญ ได้มีสัมพันธ์ที่ดีกับเขา และกลุ่มคอวาริญยังถือว่า เขาเป็นหนึ่งในพรรคพวกของพวกเขา

-ซะฮาบีย์ ได้บันทึกเกี่ยวกับ มิสวัร บิน มัครอมะฮ์ ว่า

قال الزبير بن بكار: كانت [الخوارج] تغشاه وينتحلونه
“ซุเบร บิน บักการ กล่าวว่า เขาคอวาริญ ได้พาเขามา และถือว่า เขาเป็นพวกเดียวกัน “

อ้างอิง
(الذهبي، شمس الدين محمد بن أحمد بن عثمان، (متوفاي748هـ)، سير أعلام النبلاء، ج 3، ص 391، تحقيق: شعيب الأرناؤوط، محمد نعيم العرقسوسي، ناشر: مؤسسة الرسالة – بيروت، الطبعة: التاسعة، 1413هـ.)

เช่นเดียวกัน มีหลักฐานว่า เขาเป็นพวกของมุอาวียะฮ์ ถึงขั้นที่ ทุกครั้งที่มีการเอ่ยนามถึงมุอาวิยะฮ มิสวัร จะยกย่องสรรเสริญมุอาวียะฮ์ ซะฮาบีย์ กล่าวว่า

قال عروة: فلم أسمع المسور ذكر معاوية إلا صلى عليه
อุรวะฮ์ กล่าวว่า เมื่อใดที่มิสวัร ได้ยิน ชื่อมุอาวียะฮ์ เขาจะศอลาวาตให้มุอาวิยะฮ์

อ้างอิง
(الذهبي، شمس الدين محمد بن أحمد بن عثمان، (متوفاي748هـ)، سير أعلام النبلاء، ج 3، ص 392، تحقيق: شعيب الأرناؤوط، محمد نعيم العرقسوسي، ناشر: مؤسسة الرسالة – بيروت، الطبعة: التاسعة، 1413هـ و تاريخ الإسلام ووفيات المشاهير والأعلام، ج 5، ص 246، تحقيق د. عمر عبد السلام تدمرى، ناشر: دار الكتاب العربي – لبنان/ بيروت، الطبعة: الأولى، 1407هـ – 1987م
)
คำถามแรก รีวายะฮ์ จาก บุคคลเช่นนี้กระนั้นหรือ ที่ท่านจะเอามาใช้อ้างอิง ในสิทธิของอะฮลุลบัยต์ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น คือ บุคอรีย์ ได้รายงานรีวายะฮ์นี้ จากการสืบซะนัด จาก อิมามซัจญาด(อ) ในช่วงที่ ท่านอิมามซัจญาด (อ) เพิ่งจะกลับจากเมืองชามซีเรีย และเพิ่งพบกับมุซีบัตการสูญเสียบิดา และ พี่น้อง ครั้งยิ่งใหญ่ ในกัรบาลา ไม่นานนัก ดังที่บันทึกว่า

حَدَّثَهُ أَنَّ ابْنَ شِهَاب حَدَّثَهُ أَنَّ عَلِيَّ بْنَ حُسَيْن حَدَّثَهُ أَنَّهُمْ، حِينَ قَدِمُوا الْمَدِينَةَ مِنْ عِنْدِ يَزِيدَ بْنِ مُعَاوِيَةَ مَقْتَلَ حُسَيْنِ بْنِ عَلِيّ رَحْمَةُ اللَّهِ عَلَيْهِ لَقِيَهُ الْمِسْوَرُ بْنُ مَخْرَمَةَ فَقَالَ لَهُ.

อ้างอิง
(البخاري الجعفي، محمد بن إسماعيل أبو عبدالله (متوفاي256هـ)، صحيح البخاري ج 3، ص 1132، ح2443، تحقيق د. مصطفى ديب البغا، ناشر: دار ابن كثير، اليمامة – بيروت، الطبعة: الثالثة، 1407 – 1987.)

เวลาที่อิมามซัจญาด อาลี บิน ฮูเซน กำลังโศรกเศร้าเสียใจ ต่อโศกนาฎกรรมกัรบาลาเช่นนี้ ไม่มี คนมีสติปัญญาคนไหน ที่จะปล่อยให้ตัวเองพูดคำพูดที่ ทำลายหัวใจของเขาอย่างแน่นอน
ประการที่ 3 อายุของมิสวัร บิน มัครอมะฮ์ ในช่วงที่เห็นเหตุการณ์ พิสูจน์ถึงความไม่ชอบธรรม และความหมิ่นเหม่ต่อประเด็นนี้

ตามหลักฮาดิษของ อุลามาริญาล หนึ่งในเงื่อนไขของผู้รายงานฮาดิษ คือ อายุของผู้รายงาน สิ่งที่ พิสูจน์ถึงความไม่ถูกต้องของฮาดิษ คือ อายุของมิสวัร ในช่วงเวลาเหตุการณ์ ในปี ฮิจเราะฮศักราช ที่ 2 มิสวัร เกิดในมักกะฮ ในปีนี้ และในปี ฮิจเราะฮ์ ที่ 8 เขาได้เข้าไปอยู่ในมะดีนะฮ์ ซึ่งเหตุการณ์การขอลูกสาวอบูญะฮัล ถูกบันทึกว่า เกิดขึ้นในปีฮิจเราะฮที่ 8 เท่ากับบอกว่า มิสวัร ในตอนนั้น อายุเพียง 6 ขวบ

อิบนิฮะญัร กล่าวว่า

قال يحيى بن بكير وكان مولده بعد الهجرة بسنتين وقدم المدينة في ذي الحجة بعد الفتح سنة ثمان وهو غلام أيفع بن ست سنين.

“ยะฮยา บิน บะกีร กล่าวว่า มิสวัร อายุได้สองปี หลังจากการฮิจเราะฮ์ และได้ย้ายไปมะดีนะฮ์ หลังจากพิชิตมักกะฮ์ ในปีที่ แปดของฮิจเราะฮ์ และเขามีอายุ 6 ขวบในตอนนั้น”

อ้างอิง อิซอบะฮ ฟี ตะมีซซี ศอฮาบะฮ 6/119

มีสองประเด็นที่ควรพิจารณา ซึ่งจากการพิจารณาทั้งสองประเด็นจะให้ข้อสรุปว่า ฮาดิษนี้ เป็นฮาดิษเก๊ และสัจธรรมอยู่กับชีอะฮ์

ก.มิสวัร บาลิฆ ตอนอายุ หกขวบ
ในรีวายัตของบุคอรีย์ รายงานว่า ในตอนที่มิสวัร อยู่ในเหตุการณ์ เขาได้ บาลิฆแล้ว

أخْطُبُ النَّاسَ فِي ذَلِكَ عَلَى مِنْبَرِهِ هَذَا وَأَنَا يَوْمَئِذ مُحْتَلِمٌ.
“ฉันพูดคุตบะฮบนมิมบัรของเขาในเรื่องนี้ และฉันในตอนนั้นได้บรรลุวัยบาลิฆทางเพศ”

โปรดสังเกตคำว่า วะอานา เยามาอิเซน มุฮตะลัม
وَأَنَا يَوْمَئِذ مُحْتَلِمٌ
คำถามของเราคือ ช่วงบาลิฆทางเพศของเด็กผู้ชาย คือ อายุ 15 ปี และเด็กอายุ 6 จะบาลิฆได้อย่างไร ?

ข. มีคนเดียวที่เป็นพยานเหตุการณ์ คือ มิสวัร บิน มัครอมะฮ์ แต่เพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้
ที่น่าแปลกใจคือ ในตัวบทอธิบาย นบีได้นำอาลี มาประจานต่อหน้าสาธารณะชน แต่คนที่ได้ยินคำพูดของนบี ในเวลานั้น กลับมีแค่เด็กอายุหกขวบในเวลานั้น แล้วก็ไม่มีอะไร มาอธิบายเหตุผลด้วยว่า ทำไม ศอฮาบะฮคนอื่นถึง ไม่อยู่ในมัสยิด และไม่รายงานฮาดิษนี้ด้วย ทั้งๆที่ นบีพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่คนที่อ้างว่าได้ยิน กลับเป็นเด็ก อายุ หกขวบเพียงแค่คนเดียว

ประการที่ 4 เรื่องการขอลูกสาวอบูญะฮัล ขัดกับ ความเป็นจริง ในเชิงประวัติศาสตร์

แม้แต่ความเป็นไปได้ ว่า เหตุการณ์นี้ จะเกิดขึ้น ยังมีไม่ถึง ศูนย์เปอร์เซ็น เราจะนำเสนอเหตุผลต่างๆดังนี้

เหตุผลที่หนึ่ง ลูกสาวอบูญะฮัล ไม่ได้รับอิสลาม ก่อนการพิชิตมักกะฮ

ลูกสาวอบูญะฮัล ที่ฝ่าย วะฮาบีย์ อ้างว่า อิมามอาลี ได้สู่ขอ มีชื่อว่า “ญุวัยรียะฮ์” ซึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ว่า ก่อนพิชิตมักกะฮ เธอไม่ได้เข้ารับอิสลาม และหลังจากที่เข้ารับอิสลามก็ได้แต่งงานกับคนอื่น มูฮัมมัด บิน ซะอฺด กล่าวเกี่ยวกับ เวลา การเข้ารับอิสลาม ของเธอว่า

لما كان يوم الفتح أسلمت أم حكيم بنت الحارث بن هشام امرأة عكرمة بن أبي جهل وأتت رسول الله صلى الله عليه وسلم فبايعته، جويرية بنت أبي جهل… أسلمت وبايعت وتزوجها عتاب بن أسيد بن أبي العيص بن أمية ثم تزوجها أبان بن سعيد بن العاص بن أمية فلم تلد له شيئا

วันที่พิชิตมักกะฮ อุมมุ ฮากีม บินติ ฮาริศ บิน ฮิชาม ภรรยาของ อักรอมะฮ บิน อบูญะฮัล ได้เข้ารับอิสลาม และได้มาหารอซูลุลลอฮ์ และญุวัรรียะฮ์ ก็ได้เข้ารับอิสลาม และให้บัยอัต และ อิตาบ บิน อะซีด บิน อบุลอีศ บิน อุมัยยะฮ ได้แต่งงานกับนาง จากนั้น อาบาน บิน ซะอีด บิน อาศ บิน อุมัยยะฮ์ ได้แต่งกับนางต่อ แต่ไม่มีบุตร

อ้างอิง ฏอบกอตุลกุบรอ 8/262

เหตุผลที่สอง หลังจากรับอิสลาม ลูกสาวอบูญะฮัล แต่งงานทันที

ในตัวบทก่อนหน้านี้ เราได้นำเสนอไปแล้วว่า

وتزوجها عتاب بن أسيد بن أبي العيص بن أمية

“หลังจากเข้ารับอิสลาม นางแต่งงาน กับ อิตาบ บิน อะซัด บิน อบีลอีศ บิน อุมัยยะฮ์”

อ้างอิง อ้างแล้ว

อิบนุ อับดุลบิร และมีซีย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับ สามีของญุวัยรียะฮ ว่า หลังจากลูกสาวอบูญะฮัลแต่งงาน เธอไม่ได้ย้ายไม่อยู่มะดีนะฮ์เลย จนกระทั่งนบีมูฮัมมัด(ศ) ได้จากโลกนี้ไป
فلم يزل عتاب أميرا على مكة حتى قبض رسول الله صلى الله عليه وسلم
อิตาบ เป็น ผู้ดูแลมักกะฮ จนกระทั่งรอซูลุลลอฮ์ (ศ) ได้เสียชีวิต

อ้างอิง
( القرطبي، يوسف بن عبد الله بن محمد بن عبد البر (متوفاي463 هـ)، الاستيعاب في معرفة الأصحاب، ج 3، ص 1024، تحقيق: علي محمد البجاوي، ناشر: دار الجيل – بيروت، الطبعة: الأولى، 1412هـ؛

المزي، يوسف بن الزكي عبدالرحمن أبو الحجاج (متوفاي742هـ)، تهذيب الكمال، ج 19، ص 283، تحقيق: د. بشار عواد معروف، ناشر: مؤسسة الرسالة – بيروت، الطبعة: الأولى، 1400هـ – 1980م )

ดังนั้น จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พิสูจน์ว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ เหตุการการสู่ขอลูกสาวของอบูญะฮัล จะเกิดขึ้นเกิดจริง ด้วยการพิจารณาจากหลักฐานทั้งหมดที่ยกมา
จบการหักล้างชุบฮะฮ์ การสู่ขอลูกสาวอบูญะฮัล