lasted posts

Popular

ghadir

ถาม ตำราเล่มไหน ที่ระบุบว่า ท่านนบีมุฮัมมัด()ได้แต่งตั้งคอลีฟะฮ์ไว้ก่อนเสียชีวิต

หลักฐานจากตำราชีอะฮ์

1อิม่ามญะอ์ฟัร อัศศอดิก () เล่าว่า

فَلَمَّا رَجَعَ رَسُولُ اللَّهِ (صلى الله عليه وآله) مِنْ حَجَّةِ الْوَدَاعِ نَزَلَ عَلَيْهِ جَبْرَئِيلُ (ع) فَقَالَ يا أَيُّهَا الرَّسُولُ بَلِّغْ ما أُنْزِلَ إِلَيْكَ مِنْ رَبِّكَ وَ إِنْ لَمْ تَفْعَلْ فَما بَلَّغْتَ رِسالَتَهُ وَ اللَّهُ يَعْصِمُكَ مِنَ النَّاسِ إِنَّ اللَّهَ لا يَهْدِي الْقَوْمَ الْكافِرِينَ (الْماَئِدَة : 67 )  فَنَادَى النَّاسَ فَاجْتَمَعُوْا وَ أَمَرَ بِسَمُرَاتٍ فَقُمَّ شَوْكُهُنَّ ثُمَّ قَالَ (صلى الله عليه وآله) يَا أَيُّهَا النَّاسُ مَنْ وَلِيُّكُمْ وَ أَوْلَى بِكُمْ مِنْ أَنْفُسِكُمْ فَقَالُوا اللَّهُ وَ رَسُولُهُ فَقَالَ مَنْ كُنْتُ مَوْلَاهُ فَعَلِيٌّ مَوْلَاهُ اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاهُ وَ عَادِ مَنْ عَادَاهُ ثَلَاثَ مَرَّات

ตอนท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากฮัจญะตุลวะดาอ์ ญิบรออีล(อ)ได้ลงมาหาเขาและกล่าวว่า โอ้รอซูล จงประกาศสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า จากพระผู้อภิบาลของเจ้า และถ้าเจ้ามิได้ปฏิบัติ ก็จะถือว่าเจ้ามิได้ประกาศสารของพระองค์เลย และอัลลอฮ์จะทรงคุ้มครองเจ้าให้พ้นจากมนุษย์(ที่คิดร้าย)แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงนำทางหมู่ชนผู้ไม่ศรัทธา  ท่าน(ศ)ได้ประกาศเรียกผู้คน แล้วพวกเขาได้มารวมกัน ท่านสั่งให้กวาดต้นหนามออกไป  จากนั้นท่านได้กล่าวว่า  โอ้ประชาชนทั้งหลาย ใครคือผู้ปกครองของพวกท่านและใครคือผู้มีอำนาจต่อพวกท่านยิ่งกว่าตัวของพวกท่าน พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)กล่าวว่า : อัลเลาะฮ์และรอซูลของพระองค์  ท่าน(ศ)จึงกล่าวว่า : บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นเมาลาของเขา  ดังนั้นอาลีก็เป็นเมาลาของเขา  โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา  (ท่านกล่าวสามครั้ง)

อัลกาฟี  โดยเชคกุลัยนี  เล่ม 1: 295 หะดีษ 3

  1. อบูตูเฟล (อามิร บินวาษิละฮ์) เล่าจาก ฮุซัยฟะฮ์ บินอะสีด อัลฆ็อฟฟารี เล่าว่า

لَمَّا رَجَعَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وآله مِنْ حَجَّةِ الْوَدَاعِ وَنَحْنُ مَعَهُ أَقْبَلَ حَتَّى انْتَهَى إِلَى الْجُحْفَةِ فَأَمَرَ أَصْحاَبَهُ بِالنُّزُوْلِ فَنَزَلَ الْقَوْمُ مَناَزِلَهُمْ ، ثُمَّ نُودِيَ بِالصَّلَاةِ فَصَلَّى بِأَصْحاَبِهِ رَكَعَتَيْنِ ، ثُمَّ أَقْبَلَ بِوَجْهِهِ إِلَيْهِمْ فَقاَلَ لَهُمْ : إِنَّهُ قَدْ نَبَّأَنِيَ اللَّطِيفُ الْخَبِيرُ أَنِّيْ مَيِّتٌ وَأَنّكُمْ مَيِّتُوْنَ ، وَكَأَنِّيْ قَدْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ وَأَنِّيْ مَسْؤُوْلٌ عَماَّ أُرْسِلْتُ بِهِ إِلَيْكُمْ ، وَعَماَّ خَلَّفْتُ فِيْكُمْ مِنْ كِتاَبِ اللهِ وَحُجَّتِهِ وَأَنَّكُمْ مَسْؤُوْلُوْنَ ، فَماَ أَنْتُمْ قاَئِلُوْنَ لِرَبِّكُمْ ؟ قاَلُوْا : نَقُوْلُ : قَدْ بَلَّغْتَ وَنَصَحْتَ وَجاَهَدْتَ ( فَجَزاَكَ اللهُ عَناَّ أَفْضَلَ الْجَزاَءِ ) ثُمَّ قاَلَ لَهُمْ : أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَ أَنِّي رَسُولُ اللَّهِ إِلَيْكُمْ وَأَنَّ الْجَنَّةَ حَقٌّ ؟ وَأَنَّ الناَّرَ حَقٌّ ؟ وَأَنَّ الْبَعْثَ بَعْدَ الْمَوْتِ حَقٌّ ؟ فَقاَلُوْا : نَشْهَدُ بِذَلِكَ ، قاَلَ : اللَّهُمَّ اشْهَدْ عَلَى ماَ يَقُولُونَ ، أَلَا وَإِنِّي أُشْهِدُكُمْ إِنِّي أَشْهَدُ إِنَّ اللَّهَ مَوْلَايَ ، وَأَنَا مَوْلَى كُلِّ مُسْلِمٍ ، وَأَنَا أَوْلَى بِالْمُؤْمِنِينَ مِنْ أَنْفُسِهِمْ ، فَهَلْ تُقِرُّوْنَ لِيْ بِذَلِكَ ، وَتَشْهَدُوْنَ لِيْ بِهِ ؟ فَقاَلُوْا : نَعَمْ نَشْهَدُ لَكَ بِذَلِكَ ، فَقاَلَ : أَلاَ مَنْ كُنْتُ مَوْلَاهُ فَإِنَّ عَلِيًّا مَوْلَاهُ وَهُوَ هَذاَ ، ثُمَّ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ عَلَيْهِ السَّلَام فَرَفَعَهَا مَعَ يَدِهِ حَتَّى بَدَتْ آباَطُهُماَ : ثُمَّ : قاَلَ : اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالَاهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ ، وَانْصُرْ مَنْ نَصَرَهُ وَاخْذُلْ مَنْ خَذَلَهُ ، أَلَا وَإِنِّي فَرَطُكُمْ وَأَنْتُمْ واَرِدُوْنَ عَلَيَّ الْحَوْضَ ، حَوْضِيْ غَداً وَهُوَ حَوْضُ عَرْضُهُ ماَ بَيْنَ بُصْرَى وَصَنْعَاءَ  فِيْهِ أَقْداَحٌ مِنْ فِضَّةٍ عَدَدَ نُجُومِ السَّمَاءِ ، أَلَا وَإِنِّي ساَئِلُكُمْ غَداً ماَذاَ صَنَعْتُمْ فِيْماَ أَشَهَدْتُ اللهَ بِهِ عَلَيْكُمْ فِيْ يَوْمِكُمْ هَذاَ إِذاَ وَرَدْتُمْ عَلَيَّ حَوْضِيْ ، وَماَذاَ صَنَعْتُمْ بِالثَّقَلَيْنِ مِنْ بَعْدِيْ فَانْظُرُوا كَيْفَ تَكُوْنُوْنَ خَلَّفْتُمُوْنِيْ فِيْهِماَ حِيْنَ تَلْقَوْنِيْ ؟ قاَلُواْ : وَماَ هَذاَنِ الثَّقَلاَنِ يَا رَسُولَ اللَّهِ ؟ قاَلَ : أَماَّ الثِّقْلُ الْاَكْبَرُ فَكِتاَبُ اللهِ عَزَّوَجَلَّ ، سَبَبٌ مَمْدُوْدٌ مِنَ اللهِ وَمِنِّيْ فِيْ أَيْدِيْكُمْ ، طَرْفُهُ بِيَدِ اللهِ وَالطَّرْفُ الْآخَرُ بِأَيْدِيْكُمْ ، فِيْهِ عِلْمٌ ماَ مَضَى وَماَ بَقَي إِلَى أَنْ تَقُوْمَ الساَّعَةُ ، وَأَماَّ الثِّقْلُ الْاَصْغَرُ فَهُوَ حَلِيْفُ الْقُرْآنِ وَهُوَ عَلِيُّ بْنُ أَبِي طَالِبٍ وَ عِتْرَتُهُ عَلَيْهِمْ السَّلَام ، وَإِنَّهُمَا لَنْ يَفْتَرِقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

เมื่อท่านรอซูลุลลฮ์(ศ)กลับจากฮัจญะตุลวะดาอ์ และพวกเราก็ได้กลับมาพร้อมกับท่านด้วย จนเดินทางมาถึงตำบลญุฮ์ฟะฮ์ ท่านได้สั่งบรรดาซอฮาบะฮ์ของท่านให้พัก ดังนั้นกลุ่มชนจึงแวะพักตามสถานที่ของพวกเขา ต่อจากนั้นมีเสียงประกาศ(อะซาน)ให้นมาซ แล้วท่านได้นมาซ(ซุฮ์ริย่อ)สองร็อกอะฮ์พร้อมกับบรรดาซอฮาบะฮ์ของท่าน (เมื่อนมาซเสร็จ)ท่านได้หันใบหน้าท่านมายังพวกเขาแล้วกล่าวกับพวกเขาว่า แท้จริง(อัลลอฮ์)ผู้ทรงปรานี ผู้ทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนทรงแจ้งให้ฉันทราบว่า ฉันต้องตายและพวกท่านก็ต้องตาย และดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว และฉันต้องถูกสอบถามถึงสิ่งที่ฉันถูกส่งมาพร้อมกับมันยังพวกท่าน และถึงสิ่งที่ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านเกี่ยวคัมภีร์ของอัลลอฮ์และข้อพิสูจน์หลักฐานของพระองค์ และพวกท่านก็ต้องถูกสอบถาม แล้วพวกท่านจะตอบอะไรต่อพระผู้อภิบาลของพวกท่าน  พวกเขากล่าวว่า  พวกเราจะกล่าวว่า แน่นอนท่านได้ประกาศแล้ว ได้ตักเตือนแล้วและท่านได้ทำการญิฮ๊าดแล้ว  ขออัลลอฮ์โปรดตอบแทนรางวัลที่ดีที่สุดแก่ท่านแทนพวกเราด้วยเถิด จากนั้นท่านได้กล่าวกับพวกเขาว่า พวกท่านมิได้ปฏิญาณดอกหรือว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์และฉันคือศาสนทูตของอัลลอฮ์ที่(ถูกส่ง)มายังพวกท่าน แท้จริงสวรรค์มีจริง นรกมีจริง และการฟื้นคืนชีพมีจริงใช่ไหม พวกเขากล่าวว่า  เราขอเป็นพยานต่อสิ่งนั้น(ว่ามีจริง) ท่านจึงกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์โปรดเป็นสักขีพยานต่อสิ่งที่พวกเขากล่าวด้วยเถิด พึงทราบเถิดว่า ฉันขอให้พวกท่านจงเป็นพยานด้วยว่า ฉันขอปฏิญาณว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของมุสลิมทุกคน และฉันมีสิทธิต่อปวงผู้ศรัทธามากยิ่งกว่าตัวของพวกเขาเอง พวกท่านจะรับรองต่อฉันในสิ่งนั้นหรือไม่ พวกเขากล่าวว่า  รับรองครับ พวกเราให้การรับรองแก่ท่านต่อสิ่งนั้น แล้วท่านกล่าวว่า พึงรู้เถิดว่า บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นเมาลา(ผู้ปกครอง)ของเขา ดังนั้นอาลีก็เป็นผู้ปกครองของเขาและเขาคือชายคนนี้  ต่อจากนั้นท่านได้จับมืออาลีชูขึ้นพร้อมกับมือของท่านเองจนเห็นรักแร้ของเขาทั้งสอง แล้วท่านกล่าวว่า  โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขาและโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา โปรดช่วยเหลือผู้ที่ให้การช่วยเหลือเขาและโปรดทอดทิ้งผู้ที่ทอดทิ้งเขา  พึงรู้เถิดว่า ฉันจะล่วงหน้าพวกท่านไปก่อน แล้วพวกท่านจะเข้ามาหาฉันที่สระน้ำนั้น สระน้ำของฉันในวันพรุ่งนี้ และมันคือสระน้ำที่ความกว้างของมันอยู่ระหว่างเมืองบุศรอ(อิรัก)กับศ็อนอา(ซีเรีย) ในสระน้ำนั้นมีแก้วน้ำจำนวน(มากมาย)เท่ากับดวงดาวในท้องฟ้า พึงรู้เถิดว่า ฉันคือผู้ถามพวกท่านในวันพรุ่งนี้ว่า พวกท่านได้ทำอะไรในสิ่งที่ฉันได้ขอให้อัลลอฮ์ทรงเป็นสักขีพยานต่อสิ่งนั้นบนพวกท่านในวันนี้ของพวกท่าน  เมื่อพวกท่านเข้ามาพบฉันที่สระน้ำของฉัน และพวกท่านได้ทำอะไรต่อสิ่งหนักสองสิ่งภายหลังจากฉัน  ดังนั้นจงดูเถิดว่า พวกท่านจะเป็นอย่างไร (ในการ)ที่ได้รับมอบต่อจากฉันในสองสิ่งนั้นขณะที่พวกท่านจะมาพบฉัน    พวกเขากล่าวว่า  โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ สองสิ่งหนักที่ว่านี้คืออะไรหรือ  ท่านกล่าวว่า  สิ่งหนักอันใหญ่คือคัมภีร์ของอัลลอฮ์อัซซะวะญัล เป็นต้นเหตุที่ทอดมาจากอัลลอฮ์และจากฉันซึ่งมันอยู่ในมือของพวกท่าน ด้านหนึ่งของมันอยู่ในพระหัตถ์ของอัลลอฮ์ส่วนอีกด้านหนึ่งอยู่ในมือของพวกท่าน ในนั้นมีความรู้ในอดีตและสิ่งที่มีอยู่ตราบจนถึงวันกิยามะฮ์   ส่วนสิ่งหนักอันรองเขาคือผู้ที่อยู่เคียงคู่กับคัมภีร์กุรอ่านและเขาคือ อาลี บิน อะบีตอลิบและอิตเราะฮ์(วงศ์วาน)ของเขา และแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกันเด็ดขาด จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

หนังสือ อัลคิศ็อล โดยเชคศอดูก  เล่ม  1 : 65 หะดีษที่ 98 สายรายงานเชื่อถือได้

3.อิม่ามฮุเซน บิน อาลี เล่าว่า

سُئِلَ أَمِيْرُ الْمُؤْمِنِيْنَ عَلَيْهِ السَّلاَمِ عَنْ مَعْنَى قَوْلِ رَسُوْلِ اللهِ (صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ) إِنِّىْ مُخَلِّفٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ مَنِ الْعِتْرَةُ ؟ فَقَالَ : أَنَا وَالْحَسَنُ وَالْحُسَيْنُ وَالْأَئِمَّةُ التِّسْعَةُ مِنْ وُلْدِ الْحُسَيْنِ تَاسِعُهُمْ مَهْدِيُّهُمْ وَقَائِمُهُمْ لاَ يُفَارِقُوْنَ كِتَابَ اللهِ وَلاَ يُفَارِقُهُمْ حَتَّى يَرِدَوْا عَلَى رَسُوْلِ اللهِ (صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَآلِهِ) حَوْضَـهُ

ท่านอะมีรุลมุอ์มินีน(อิม่ามอาลี)ถูกถามถึงความหมายของคำพูดที่ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า แท้จริงฉันได้มอบสิ่งหนักสองสิ่งไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งแรกคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์(วงศ์วาน)ของฉัน,(ว่า)  ใครคืออิตเราะฮ์(วงศ์วาน) อิม่ามตอบว่า คือฉัน, ฮาซัน, ฮูเซน และอิม่ามผู้นำอีก 9 คนที่สืบเชื้อสายจากลูกหลานของฮูเซน  คนที่ 9 คือมะฮ์ดีและคือกออิมของพวกเขา  พวกเขาจะไม่แยกจากคัมภีร์ของอัลลอฮ์ และคัมภีร์ของอัลลอฮ์จะไม่แยกจากพวกเขา จนทั้งสองจะกลับคืนมายังท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ที่สระน้ำของท่าน

หนังสือ อุยูน อัคบาริล ริฎอ(อ) โดยเชคศอดูกเล่ม 1 : 57 หะดีษที่ 25 สายรายงานเชื่อถือได้