lasted posts

Popular

Tavasol-Android-cover

บิดอะฮ์วะฮาบี ตอนตะวัซซุล ระหว่าง ซุนนี่เก่ากับ วะฮาบี (2)

 

 

มัสฮับทั้งสี่ มีความเห็นสอดคล้องกันว่า  อนุญาตให้ตะวัซซุลต่อศาสดา ศ้อลฯ โดยถือเป็นสุนัตและโดยไม่แยกว่า  จะในขณะที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่หรือถึงแก่กรรมแล้ว                    นอกจากอิบนุตัยมียะฮ์ที่มีความเห็นต่างออกไป  โดยแยกระหว่างการตะวัซซุลต่อท่านนะบี ศ้อลฯ  ในช่วงที่มีชีวิตอยู่และถึงแก่กรรมแล้ว  และความเห็นต่างของท่าน   ไม่อาจพิจารณาได้  เราขอเรียกร้องต่อประชาชาติอิสลาม  ให้ยึดมั่นอยู่ในความเห็นอันสอดคล้องของบรรดาผู้นำทางวิชาการ  โดยไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก  และเกี่ยวกับคำถามในพระคำของพระผู้เป็นเจ้าที่ว่า
وَلَوْ أَنَّهُمْ إِذ ظَّلَمُواْ أَنْفُسَهُمْ جَاؤُوكَ فَاسْتَغْفَرُوا اللَّهَ
وَاسْتَغْفَرَ لَهُمُ الرَّسُولُ لَوَجَدُوا اللَّهَ تَوَّابًا رَّحِيمًا  ( اَلنِّسَاء ٦٤ )
“และหากบรรดาผู้อธรรมต่อตนเองได้มาหาเจ้า  โดยพวกเขาขออภัยต่ออัลลอฮ์  และศาสนทูตขออภัยแก่พวกเขา  พวกเขาจะพบว่า  อัลลอฮ์นั้น  ทรงรับการขออภัย  และทรงเมตตายิ่ง”
อันนิซาอ์  โองการที่ 64
โองการดังกล่าว  ยังมีผลใช้บังคับ  หรือยุติลงด้วยการถึงแก่กรรมของพระศาสดา ศ้อลฯ ? เราได้นำทัศนะของผู้นำทั้งสี่  ซึ่งระบุถึงการส่งเสริมให้ตะวัซซุลต่อท่านศาสดา ศ้อลฯ และการขออภัยของพระองค์  มาแสดงแล้ว  ช่วงต่อไป  เราขอนำหลักฐานจากอัลกุรอาน  และซุนนะฮ์  อันเป็นที่ปรับแห่งความเห็นอันสอดคล้องของมัสฮับทั้งสี่  ดังนี้

  1. หลักฐานจากอัลกุรอาน.-

١- يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ اتَّقُواْ اللَّهَ وَابْتَغُواْ إِلَيْهِ الْوَسِيلَةَ
٢ – أُوْلَئِكَ الَّذِينَ يَدْعُونَ يَبْتَغُونَ إِلَى رَبِّهِمُ الْوَسِيلَةَ أَيُّهُمْ أَقْرَبُ وَيَرْجُونَ رَحْمَتَهُ وَيَخَافُونَ عَذَابَهُ إِنَّ عَذَابَ رَبِّكَ كَانَ مَحْذُورًا
٣ – وَلَوْ أَنَّهُمْ إِذ ظَّلَمُواْ أَنْفُسَهُمْ جَاؤُوكَ فَاسْتَغْفَرُوا اللَّهَ وَاسْتَغْفَرَ لَهُمُ الرَّسُولُ لَوَجَدُوا اللَّهَ تَوَّابًا رَّحِيمًا

  1. “ดูก่อน ผู้มีศรัทธาทั้งหลาย   ท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์  และจงแสวงหาซึ่งวะซีละฮ์ (ความใกล้ชิดโดยการใช้สื่อ) ต่อพระองค์”

    2. “บรรดาผู้ที่วอนขอเหล่านั้น  ต่างแสวงหาวะซีละฮ์ (ความใกล้ชิดโดยการใช้สื่อ) ต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา  กลุ่มใดเล่าที่ใกล้ชิดมากกว่ากัน  พวกเขามุ่งหวังในพระเมตตา  และกลัวการลงโทษของพระองค์  แท้จริงการลงโทษแห่งพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น  เป็นสิ่งที่ต้องระวัง”

    3. “และหากบรรดาผู้อธรรมต่อตนเองได้มาหาเจ้า  โดยพวกเขาขออภัยต่ออัลลอฮ์  และศาสนทูตขออภัยแก่พวกเขา  พวกเขาจะพบว่า  อัลลอฮ์นั้น  ทรงรับการขออภัย  และทรงเมตตายิ่ง”

         โองการที่ 1 ใช้ให้หมู่มวลผู้ศรัทธา  แสวงหาความใกล้ชิดต่ออัลลอฮ์  ด้วยการทำความดีในหลากหลายประการ  และใช้ให้ตะวัซซุลต่อท่านศาสดา ศ้อลฯ ในบทขอพร  ซึ่งจะได้นำหลักฐานจากซุนนะฮ์มาแสดงในลำดับถัดไป  สิ่งดังกล่าวไม่มีการจำกัดความหมาย  แต่เป็นข้อความที่มีความหมายกว้าง  ครอบคลุมการแสงหาความใกล้ชิดที่อัลเลาะห์ทรงพอพระทัย การขอดุอาอ์เป็นอิบาดะฮ์อย่างหนึ่ง  อัลลอฮ์จะทรงรับตราบใดที่มิได้เป็นการขอดุอาอ์ที่นำไปสู่การตัดสัมพันธ์ในหมู่เครือญาติ  หรือขอในสิ่งที่เป็นบาป  หรือเป็นสำนวนการขอดุอาอ์ที่ขัดกับหลักความเชื่อ  หรือหลักพื้นฐานของอิสลาม

         โองการที่ 2  อัลลอฮ์ทรงยกย่องหมู่มวลผู้ศรัทธา  ที่ตอบรับการเชิญชวนของพระองค์  และแสวงหาความใกล้ชิด  โดยการใช้สื่อแห่งความดีในการขอดุอา  ตามที่จะอธิบายถึงวิธีการตะวัซซุลในการขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์  ซึ่งมีหลักฐานจากซุนนะฮ์

         โองการที่ 3 เป็นที่ชัดเจนว่า  อัลลอฮ์ทรงเรียกร้องให้หมู่มวลผู้ศรัทธาอ้างท่านศาสดา ศ้อลฯ เป็นสื่อในการขออภัยต่ออัลลอฮ์    วิธีการดังกล่าวเป็นที่หวังได้อย่างแน่นอนว่า  อัลลอฮ์จะทรงรับการขออภัย     และโองการนี้ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่