lasted posts

Popular

Tavasol-Android-cover

บิดอะฮ์วะฮาบี ตอนตะวัซซุล ระหว่าง ซุนนี่เก่ากับ วะฮาบี (3)

  1. หลักฐานจากซุนนะฮ์.-

عَنْ عُثْمَانَ بْنِ حَنِيْفٍ أَنَّ رَجُلاً ضَرِيْرَ الْبَصَرِ أَتَى النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقَالَ أُدْعُ اللهَ أَنْ يُعَافِيَنِيْ قَالَ إِنْ شِئْتَ دَعَوْتَ وَ إِنْ شِئْتَ صَبَرْتَ فَهُوَ خَيْرٌ لَكَ قَالَ أُدْعُهُ  قَالَ فَأَمَرَهُ أَنْ يَتَوَضَّأَ فَيُحْسِنُ وُضُوْءَهُ وَيَدْعُوْ بِهـذَا الدَّعَاءِ  : اَللّـهُمَّ إِنِّيْ أَسْأَلُكَ وَأَتَوَجَّهُ اِلَيْكَ بِنَبِيِّكَ مُحَمَّدٍ نَبِيِّ الرَّحْمَةِ يَا مُحَمَّدُ  إِنِّيْ تَوَجَّهْتُ بِكَ اِلَى رَبِّيْ فِيْ حَاجَتِيْ هـذِهِ لِتَقْضِيَ لِيْ  اَللّـهُمَّ فَشَفِّعْهُ فِيَّ     . أَخْرَجَهُ أَحْمَدُ وَالتِّرْمِذِيُّ وَقَالَ هَـذَا حَدِيْثٌ حَسَنٌ صَحِيْحٌ وَرَوَاهُ غَيْرُهُمَا
1 – “รายงานจากอุสมานบุตรฮะนีฟ  ดังนี้ ชายตาบอดท่านหนึ่งได้มาหาท่านศาสดา ศ้อลฯ เขาพูดว่า โปรดขอต่ออัลลอฮ์ให้ข้าพเจ้าหายด้วยเถิด พระองค์ตอบว่าหากท่านต้องการก็จงขอ และหากไม่ต้องการ ก็จงอดทน ซึ่งจะเป็นการดีสำหรับท่าน เขากล่าวว่า โปรดขอให้ด้วยเถิด พระองค์จึงใช้ให้เขาอาบน้ำละหมาด ซึ่งเขาก็อาบน้ำละหมาดเป็นอย่างดี และเขาขอโดยใช้ดุอาบทนี้ “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ใคร่ขอต่อพระองค์ และขอมุ่งสู่พระองค์ โดยอาศัยศาสดาของพระองค์ท่าน คือศาสดามูฮัมมัด ผู้เป็นศาสดาแห่งความเมตตา ข้าแต่มูฮัมมัด ข้าพเจ้าขออาศัยท่านมุ่งสู่พระผู้อภิบาลของข้าพเจ้า ในความต้องการของข้าพเจ้า เพื่อท่านโปรดบำบัดให้แก่ข้าพเจ้า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดให้ความช่วยเหลือท่านในส่วนที่เกี่ยวกับข้าพระองค์ด้วยเถิด”

ท่านอะห์หมัดและติรมิซีย์ เป็นผู้นำเสนอ ฮะดีษนี้เป็นฮะดีษหะซันและซอเฮียะห์และท่านอื่นก็ได้รายงานไว้เช่นเดียวกัน

ท่านฮาเก็มและติรมิซีย์ ถือว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะห์  และไม่มีผู้ใดตัดสินว่าเป็นฮะดีษฎออีฟจวบจนถึงปัจจุบันนี้  โดยเฉพาะผู้ที่มีความเข้มงวด เช่นท่านแช็คอัลบานีย์ ก็ตัดสินว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะห์ และไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทั้งในสายรายงานและตัวบทฮะดีษ ฮะดีษบทนี้เป็นหลักฐานที่สุนัตให้ขอพรในรูปแบบนี้ ตามที่ท่านศาสดา ศ้อลฯ ทรงสอนอัครสาวกของพระองค์   โดยอัลลอฮ์ทรงแสดงให้เห็นมัวะอ์ญิซะฮ์ของพระศาสดา ศ้อลฯ ด้วยการตอบรับการขอดุอาอ์ของชายตาบอด ณ สถานที่ดังกล่าว  และในความเป็นจริง  เราไม่ต้องการพูดถึงเรื่องราวของฮะดีษบทนี้  ที่ต่อมาเกิดขึ้นในสมัยของมุอาวิยะฮ์  บุตรอะบีซุฟยาน แต่เพื่อแสดงเป็นหลักฐานที่ อนุญาตให้ขอดุอาอ์ในรูปแบบนี้ภายหลังจากที่พระศาสดา ศ้อลฯ ถึงแก่กรรมแล้ว

ตอนที่ท่านศาสดา ศ้อลฯ สอนการขอดุอาให้แก่อัครสาวกของพระองค์ในรูปแบบนี้ และรายงานมาด้วยสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ ย่อมแสดงถึงการมีสุนัตให้ขอดุอาด้วยการตะวัซซุลได้ในทุกช่วงเวลาไปจนกว่าบุคคลและโลกนี้จะถึงกาลปาวสาน และไม่มีหลักฐานมาจำกัดการขอดุอาอ์ของซอฮาบะฮ์ดังกล่าว และหลักฐานนี้ก็มิได้จำกัดใช้เฉพาะเวลาที่ศาสดาศ้อลฯยังมีชีวิตอยู่ หลักเดิมของบทบัญญัติย่อมใช้ได้ทั่วไปและครอบคลุม จนกว่าจะมีหลักฐานอื่นมาจำกัดความหมาย และทั้งหลายทั้งมวลนี้ท่านเชากานีย์กล่าวว่า  “นัยยะแห่งฮะดีษเป็นหลักฐานที่อนุญาตให้ตะวัซซุลต่ออัลลอฮ์โดยอ้างศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ้อลฯ โดยยึดมั่นว่าผู้บันดาลที่แท้จริงคืออัลลอฮ์ พระองค์เป็นทั้งผู้ให้ผู้ยับยั้งตามที่ทรงประสงค์ สิ่งใดที่ไม่ประสงค์สิ่งนั้นจะไม่อุบัติขึ้น” และจากการที่ความหมายเดิมมิได้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปในยุคนั้น เราจึงจำเป็นต้องบอกเล่าเรื่องราวของฮะดีษบทนี้ ที่ระบุว่าอัครสาวกผู้ประเสริฐท่านนั้น ได้แนะนำให้ผู้ที่มีความจำเป็นทำการขอดุอาบทนี้ภายหลังที่ท่านศาสดา ศ้อลฯ ถึงแก่กรรรมแล้ว
2  –  ในประวัติของฮะดีษระบุว่า “ชายคนหนึ่งได้ไปหาท่านอุสมานบินอัฟฟาน อันเกี่ยวกับความจำเป็นของเขา แต่ท่านยังไม่พิจารณาปัญหาของเขา ต่อมาเขาพบกับท่านอุสมานบินฮะนีฟ และเล่าความจำเป็นให้ทราบ ท่านอุสมานบินฮะนีฟแนะนำเขาว่า “จงไปยังที่อาบน้ำละหมาด และอาบน้ำละหมาด  และไปยังมัสยิด  และละหมาด 2 รอกะอัต หลังจากนั้นให้ขอดุอาดังนี้
اَللّـهُمَّ إِنِّيْ أَسْأَلُكَ وَأَتَوَجَّهُ اِلَيْكَ بِنَبِيِّكَ مُحَمَّدٍ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ  نَبِيِّ الرَّحْمَةِ  يَا مُحَمَّدُ إِنِّيْ أَتَوَجَّهُ بِكَ اِلَى رَبِّيْ فَتَقْضِيْ لِيْ حَاجَتِيْ – وَتَدْكُرُ حَاجَتَكَ –
“ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ใคร่ขอต่อพระองค์และขอมุ่งสู่พระองค์พร้อมกับศาสดาของพระองค์ คือมูฮัมมัด ศ้อลฯ ผู้เป็นศาสดาแห่งความเมตตา ข้าแต่มูฮัมมัด ข้าพเจ้าขอมุ่งสู่พระผู้อภิบาลของข้าพเจ้าพร้อมกับท่าน เพื่อท่านจักได้ปลดเปลื้องความจำเป็นของข้าพเจ้า – และให้ท่านระบุความจำเป็นของท่าน “เสร็จแล้วให้มาหาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเอาใจช่วยท่าน ชายดังกล่าวได้ไปกระทำตามที่แนะนำ จากนั้นได้ไปที่บ้านของท่านอุสมาน บินอัฟฟาน คนเฝ้าประตูได้มาจูงเขาเข้าไปหาท่านอุสมาน และนั่งลงด้วยกันที่เสื่อผืนเล็กๆ ท่านถามเขาว่า ท่านมีธุระอันใด เขาแจ้งธุระให้ทราบและท่านอุสมานได้จัดการธุระให้ และพูดว่า ฉันลืมนึกถึงธุระของท่านจนถึงเวลานี้ เมื่อท่านมีธุระก็จงมาหาเรา หลังจากนั้นชายดังกล่าวได้กลับออกมา และพบกับท่านอุสมานบินฮะนีฟ เขาพูดว่า ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนความดีให้แก่ท่าน  เขามิได้พิจารณาธุระของข้าพเจ้าและมิได้มองข้าพเจ้า  จนเมื่อท่านได้ให้คำแนะนำแก่ข้าพเจ้า  ท่านอุสมานบินฮะนีฟพูดว่า  ข้าพเจ้ามิได้เพียงแต่พูดแนะนำ แต่ข้าพเจ้าอยู่กับท่านศาสดา ศ้อลฯ ในตอนที่ชายตาบอดไปหาพระองค์…จากนั้นจึงได้เล่าฮะดีษ

ท่านอัลลามะฮ์ อัลหาฟิซอัซซัยยิดอับดุลเลาะห์บินอัซซิดดีกอัลฆิมารีย์ ให้ทรรศนะว่า ประวัตินี้รายงานโดยท่านบัยหะกีย์ ในหนังสือดะลาอิลุลนุบูวะฮ์ จากสายท่านยะอ์กูบบินซุฟยาน และให้ทรรศนะว่าท่านยะอ์กูบบินซุฟยาน เป็นผู้ที่ยิ่งกว่าน่าเชื่อถือได้ เป็นสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์ และเรื่องราวดังกล่าวน่าเชื่อถือมาก ซึ่งท่านอัลฮาฟิสมุนซิรีย์ ท่านฮาฟิซฮัยตะมีย์วินิจฉัยว่าเป็นฮะดีษซอเฮียะห์ ซึ่งประวัติได้ให้ความกระจ่างตามที่ระบุอยู่ ขณะเดียวกันเป็นการปิดประตูสำหรับความเข้าใจของบุคคลที่พยายามสรุปว่าเป็นฮะดีษที่มีผลบังคับเฉพาะตอนที่ศาสดา ศ้อลฯ ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ไม่มีหลักฐานมาจำกัดความหมายตามที่เราได้กล่าวมาแล้ว แต่ได้กำจัดความเห็นแย้ง และสนับสนุนความถูกต้อง อินชาอัลลอฮ์