lasted posts

Popular

hamka84

 

 

 

ฟิตนะฮ์วะฮาบี ตอนชำแหละฟิตนะฮ์ Kidir Binmuslim นิยมตักฟีรี

 

 

 

การตัดทอนคำพูดแล้วเอาไปฟิตนะฮ์ อีกหนึ่งวิธีสกปรกของวะฮาบี

ด้วยนามแห่งพระผู้เป็นพระเจ้า

ชำแหละฟิตนะฮ์ Kidir Binmuslim นิยมตักฟีรี

 

การกระทำของKidir Binmuslim นั้นคือการประกาศตนอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ฝักไฝ่และนิยมชมชอบในฟิตนะฮ์ใส่ร้ายที่สร้างความแตกแยกในสังคม ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าข้อสงสัยและคำถามที่ต้องการเข้าใจความจริงกับ คำถามที่ต้องการสร้างฟิตนะฮ์ใส่ร้ายและดิสเครดิตความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้ามนั้นย่อมต่างกัน เพราะหาก Kidir Binmuslimมีศรัทธาและความอิคลาศบริสุทธิใจจริง ก็จะต้องสอบถามไปยังท่านซัยยิดสุลัยมาน(ฮะฟะเซาะฮุลลอฮ์)อย่างแน่นอน ไม่ไช่นำสิ่งที่เป็นฟิตนะฮ์มาตั้งเป็นกระทู้ให้คนอื่นเข้าใจผิดคล้อยตามด้วยกับคอมเม้นที่ฟันธงลงไปว่าฟิตนะฮ์ที่อมมาจากพวกวะบีนั้นคือความจริง

 

………………………..

หน้าหนังสือที่ Kidir Binmuslim นำมาฟิตนะฮ์นั้น คงเป็นหนังสือที่พวกตักฟีรีหมานรกวะฮาบีทำการตีพิมพ์ขึ้นมา เพราะด้วยรูปแบบคำที่ถ่อยและคำสาปแช่งที่ไช้นั้นชัดเจนว่าเป็นวะบี ซึ่งจริงๆแล้วฟิตนะฮ์อันนี้ที่ประสพกับท่านซัยยิดนั้นก็ไม่ไช่เป็นนวัตกรรมใหม่ของพวกวะบีแต่อย่างใด เพราะการฟิตนะฮ์ด้วยวิธี ตัดทอนเอาคำพูดบางส่วนมาขยาย โดยไม่ฟังบริบทและสิ่งที่ผู้พูดต้องการสื่อ คือสิ่งที่พวกมันไช้กันมานานแล้ว

 

ฟิตนะฮ์แบบนี้อุลามาชีอะฮ์ท่านอื่นๆของชีอะต่างก็โดนวิธีสกปรกนี้แทบทั้งสิ้น เช่นท่านอิมามโคมัยนี่(รฏ) พวกวะบีก็มาฟิตนะว่าท่านนั้นพูดลบหลู่ท่านศาสดา()ว่าทำหน้าที่ไม่สำเร็จ หรือเชคอะลี อัลกูรอนีก็ถูกตัดคำพูดมาฟิตนะฮ์ว่า เชื่ออัลกุรอ่านไม่สมบูรณ์ หหรือการตัดทอนคำพูดอุลามาชีอะในประเทศไทยมาฟิตนะฮ์เช่นคำพูดของท่านเชคญะว๊าด สว่างวรรณ และแม้แต่นักเรียนปลายแถวอย่างผมเองก็ยังโดนฟิตนะฮ์ตัดทอนคำพูดมาเวียนเทียนโจมตีโดย Kidir Binmuslimและพวกวะบีนี่แหละครับ

 

…………………………………………….

หากคุณพูดว่า “ในตอนต้นของอิสลามนั้นเหล้าถือเป็นสิ่งที่ฮะล้าล และหลังจากนั้นก็ถูกห้าม” พวกวะบีมันก็จะตัดเอาเฉพาะ “เหล้าถือเป็นสิ่งฮะล้าล” แล้วก็ไปตั้งเป็นกระทู้ว่านี่ไงชีอะให้กินเหล้าได้

…………………………………………………..

 

นี่แหละครับคือรูปแบบการฟิตนะฮ์ของพวกวะบีหมานรกที่จะตัดทอนคำพูดไปขยายให้เกิดความเข้าใจผิดโยจะหมกเม็ดบริบททั้งหมด ซึ่งเป็นตัวที่อธิบายความจริงที่ผู้พูดต้องการจะสื่อ ในกรณีของท่านซัยยิดสุใลมาน(ฮะฟะเซาะฮุลลอฮ์) ก็เช่นกันวะบีก๊อปเอามาเพียงบางส่วนเพื่อต้องการสร้างความเข้าใจผิดว่าที่ท่านซัยยิดพูดว่า “ชีอะฮ์นั้นเหนือกว่านะบีของพวกบะนีอิสรออีล”นั้นหมายถึงชีอะฮ์โหลยโท่ยอย่างผมหรือท่านประทานจิม(ขออภัยที่พาดพิง) ทั้งที่ท่านซัยยิดได้อธิบายมาก่อนหน้านี้ชั่วโมงกว่าว่า ความหมายของชีอะคืออะไร? ใครคือชีอะที่แท้จริง? คุณลักษณะชีอะนั้นเป็นเช่นไร? ซึ่งท่านหมายถึงคนดีอย่างซัลมาน อะบูซัร มิกด๊าดและบรรดาอุลามาของอิสลามที่เขามีคุณลักษณะแบบท่านนาบี() จนศาสดาได้กล่าวเป็นฮะดีษที่มีทั้งซุนนีและชีอะฮ์ถึงความสูงของอุลามาเหล่านั้นว่าعلماء امتي كانبياء بني اسرائيل “อุลามาของฉันนั้นประหนึ่งนบีของพวกบะนีอิสรออีล” หรือบางรายงานก็กล่าวว่า อุลามาของฉันประเสริฐกว่านะบีของพวกอิสรออีล ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ที่เขาพัฒนาตนเองไปเป็นชีอะที่เจริญรอยตามทุกกระเบียดนิ้งของศาสดานั้นสามารถที่จะมีมะกอมตำแหน่งที่สูงกว่านบีของพวกบะนีอิสรออีลได้โดยมิได้เป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด

 

………………………………

ทว่าจริงๆแล้วตามหลักของอิสลามนั้นมนุษย์สามารถพัฒนาตนเองจนไปเป็นอัลลอ(ซบ)ก็ได้ด้วย ฟังดีๆนะครับ คนสามารถพัฒนาไปเป็นสิ่งที่สูงกว่านบีก็ได้ นั่นคืออัลลอฮ์(ซบ) อันนี้คือคำพูดของท่านศาสดา()ที่มีบันทึกในศอฮี๊บุคอรีนะครับ

 

عنه صلّى الله عليه و آله : إنَّ اللهَ تَعالى قالَ : مَن عادى لي وَلِيّاً فَقَد آذَنتُهُ بِالحَربِ. وما تَقَرَّبَ إلَيَّ عَبدي بِشَي ءٍ أحَبَّ إلَيَّ مِمَّا افتَرَضتُ عَلَيهِ. وما يَزالُ عَبدي يَتَقَرَّبُ إلَيَّ بِالنَّوافِلِ حَتّى اُحِبَّهُ، فَإِذا � �حبَبتُهُ كُنتُ سَمعَهُ الَّذي يَسمَعُ بِهِ ، وبَصَرَهُ الَّذي يُبصِرُ بِهِ ، ويَدَهُ الَّتي يَبطِشُ بِها، ورِجلَهُ الَّتي يَمشي بِها، وإن سَأَلَني لَاُعطِيَنَّهُ، ولَئِنِ استَعاذَني لَاُعيذَنَّهُ.

 

…….บ่าวของฉันจะไม่สามารถใกล้ชิดฉันได้ นอกเสียจากแสดงความรักด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่สั่ง และบ่าวของฉันจะแสวงหาความใกล้ชิดฉันด้วยนะวาฟิล(นมาซสุนัต)จนกระทั่งฉันรักเขา

เมื่อใดก็ตามที่เขาเป็นที่รักของฉัน ฉันก็จะเป็นหูของเขาที่ได้ยิน เป็นตาของเขาที่มองเห็น เป็นมือของเขาที่หญิบจับ เป็นสองขาของเขาที่ไช้เดิน ยามใดที่เขาดุอาฉันก็จะตอบรับ ยามใด้ที่เขาร้องขอฉันก็จะช่วยเหลือ

ศอฮี๊บุคอรี เล่ม๕ ฮะดีศหมายเลข๒๓๘๕ และ๖๑๓๗

 

…………………………………….

และฮะดีษบทเดียวกันนี่แหละก็มีบันทึกในตำรา อุศูลอัลฟาฟีย์ ของชีอะในเล่ม๒ หน้า๓๕๒ เช่นกัน และจากตำราศอฮี๊ของพี่น้องซุนนีอีกเช่นกันที่ท่านศาสดากล่าวว่า فاطمة بضعةٌ مني , من آذاها أذاني ومن أذاني آذى الله ฟาฏมะฮ์คือส่วนหนึ่งของฉันใครก็ตามกลั่นแกล้งนาง เท่ากับกลั่นแกล้งฉัน ใครกลั่นแกล้งฉัน ก็เท่ากับกลั่นแกล้งอัลลอฮ์ มันหมายความว่าอย่างไรหรือ?

ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าฟิตนะของนายKidir Binmuslim และวะบีหมานรกตักฟีรีที่รับไม่ได้เมื่อได้ยินว่าชีอะไปสูงกว่านาบีพวกอิสรออีลได้นั้นมีบ่อเกิดมาจากความโง่เขลาในคำสอนของอิสลามอย่างแท้จริง ด้วยเพราะความโง่เขลาและอคติฟิตนะฮ์ที่มีหมายจะทำลายอุลามาชีอะฮ์ให้หมดความน่าเชื่อถือก็กลับกลายแป็นการเผยธาตุแท้อันเน่าเฟะของตนเองให้สังคมได้ประจักษ์