lasted posts

Popular

hamka167

 

 

 

ฟิตนะฮ์วะฮาบี ตอนฟารีด อุลามาวาฮาบีแหกตาอิสลามไม่มีนิกาย ()

อ้างอิงจากคำพูดของนายฟารีดเฟ็นดี้

อาจจะมีบางท่านตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าอิสลามไม่มีนิกายตามที่กล่าวแล้ว ถ้าเช่นนั้นคำว่า มัซฮับ (مذهب ) จะหมายถึงอะไร เช่นที่กล่าวกันว่า มัซฮับมาลิกี, มัซฮับฮานาฟี,มัซฮับซาฟีอี และมัซฮับฮัมบาลี  ที่ผู้รู้บางท่านแปลว่า นิกายมาลิกี,นิกายฮานาฟี,นิกายซาฟีอี และนิกายฮัมบาลี อย่างนี้เป็นต้น
ขอทำความเข้าใจกับท่านว่า คำว่ามัซฮับที่ถูกนำมาใช้ในที่นี้ หมายถึง แนวทาง “ 

การวิเคราะห์ปัญหาข้อปลีกย่อยบางประการของบรรดานักฟิกฮ์ มิได้หมายถึงนิกายหรือลัทธิที่แยกความเชื่อและการปฏิบัติที่เป็นหลักออกไป

ดูhttp://www.fareedfendy.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=109

۩  วิจารณ์

นายฟารีดเฟ็นดี้พยายามบอกกับชาวโลกว่า ชีอะฮ์  ไม่ใช่มัซฮับที่มีความเกี่ยวข้องกับอิสลาม  

แต่ถ้าท่านสังเกตดีๆจะพบว่า บทความของเขามักพูดแบบน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง คือพูดไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่นักเช่น

นายฟารีดตั้งชื่อบทความว่า  

อิสลามไม่มีนิกาย “  เขาได้ให้ความหมายคำ มัซฮับ “   ว่า  แนวทาง “    

นายฟารีดกล่าวว่า การวิเคราะห์ปัญหาข้อปลีกย่อยบางประการของบรรดานักฟิกฮ์ มิได้หมายถึงนิกายหรือลัทธิ จุดประสงค์ของเขาคือ  ชีอะฮ์ไม่เกี่ยวข้องกับมัซฮับฟิกฮ์ทั้งสี่ของซุนนี่ 

ทีนี้เราลองย้อนกลับไปดูสิว่า 

อาเล่มวาฮาบีเรียกพวกชีอะฮ์ว่าอะไร และ

บรรดานักฟิกฮ์ซุนนี่อ้างอิงสิ่งใดเกี่ยวกับฟิกฮ์ของชีอะฮ์บ้าง

หนึ่ง อิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า

وكان أهل العراق على مذهب الأوزاعي وأهل الشام وكانوا يعظمون مذهب أهل الحديث وينصره بعضهم في كثير من الأمور 
وهم من أبعد الناس عن مذهب الشيعة وكان فيهم من الهاشميين الحسينيين كثير 
ومنهم من صار من ولاة الأمور على مذهب أهل السنة والجماعة


ปรากฏว่าชาวอิรักอยู่บนมัซฮับ(แนวทางของ)อัลเอาซาอี   ส่วนชาวช่าม(ซีเรีย)และพวกเขายกย่อง(แนวทางของ)มัซฮับอะฮ์ลุลหะดีษและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องราวต่างๆมากมาย และพวกเขาคือคนที่ห่างไกลที่สุดจากมัซฮับ(แนวทางของ)ชีอะฮ์และในหมู่พวกเขานั้นมาจากพวกตระกูลฮาชิม ที่สืบเชื้อสายมาจากฮูซัยนี(อิม่ามฮูเซน)เสียส่วนมาก และพวกเขาส่วนหนึ่งได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลกิจการงานต่างๆบนมัซฮับ(แนวทางของ)อะฮ์ลุสซุนนะฮ์

ดูมินฮาญุสซุนนะฮ์   เล่ม 6 : 420

สอง –  อิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า

وَبِقَوْلِهِ تَعَالَى : { ثُمَّ مَحِلُّهَا إلَى الْبَيْتِ الْعَتِيقِ } . وَإِيجَابُ الْمُتْعَةِ هُوَ قَوْلُ طَائِفَةٍ مِنْ أَهْلِ الْحَدِيثِ وَالظَّاهِرِيَّةِ : كَابْنِ حَزْمٍ وَغَيْرِهِ وَهُوَ مَذْهَبُ الشِّيعَةِ أَيْضًا لَكِنَّ الْجَمَاهِيرَ مِنْ الصَّحَابَةِ وَالْأَئِمَّةِ الْأَرْبَعَةِ وَغَيْرِهِمْ عَلَى أَنَّهُ يَجُوزُ التَّمَتُّعُ وَالْإِفْرَادُ ؛
مجموع فتاوى ابن تيمية – (ج 6 / ص 126


และพระดำรัสของพระองค์ผู้ทรงสูงส่งที่ตรัสว่า(และสถานที่เชือดของมันคือบริเวณบ้านอันเก่าแก่(มักกะฮ์) ซูเราะฮ์อัลฮัจญ์ : 33)  และการถือว่าฮัจญ์มุตอะฮ์นั้นเป็นวายิบมันคือคำพูดของคนกลุ่มหนึ่งจากอะฮ์ลุลหะดีษและพวกซอฮิรียะฮ์ เช่นอิบนิหัซมินและคนอื่นจากเขาและพวกมัซฮับชีอะฮ์ก็เช่นเดียวกัน
แต่ว่ามหาชนจากซอฮาบะฮ์และอิหม่ามทั้งสี่และคนอื่นจากพวกเขามีทัศนะว่า อนุญาตให้ทำฮัจญ์ตะมัตตุ๊อ์และกิรอนได้
ดูมัจญ์มู๊อ์ ฟะตาวา   เล่ม 6 : 126

 

 

 

โดย : มุฮามี อะฮ์ลิลเบต

anti-salafi.com