lasted posts

Popular

hamka46

 

 

 

 

ฟิตนะฮ์วะฮาบี ตอนเตาฮีดวะฮาบีมาจากยิว

 

 

 

ในขณะที่กลุ่มวะฮ์ฮาบีย์ปรักปรำ ความเชื่อชีอะฮ์ว่ามาจากยิว

แต่กลุ่มวะฮ์ฮาบีย์ไม่เคยบอกชาวโลกว่า อิบนุตัยมียะฮ์สารภาพว่า ความเชื่อเรื่องเตาฮีดตามทัศนะของเขานั้น ได้เอามาจากพวกยิว และแน่นอนฝ่ายวาฮาบีย่อมปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้เพราะ

 

 

 

عقيدة الوهابية الباطلة

ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมียะฮ์ ได้กล่าวว่า

 

 

وَمِنَ الْمَعْلُوْمِ لِمَنْ لَهُ عِناَيَة باِلْقُرْآنِ أَنَّ جُمهُورَ الْيَهُود لاَ تَقُوْلُ إِنَّ عُزَيْرَ اِبْنُ اللهِ

 

เป็นที่รู้กันดีสำหรับผู้ที่ได้ให้ความสนใจต่อคัมภีร์อัลกุรอ่านว่า ชาวยิวส่วนใหญ่ไม่ได้กล่าว(คือเชื่อ)ว่า นะบีอุซัยร์คือ บุตรชายของอัลเลาะฮ์

 

 

 

وإنما قاَلَهُ طائِفَةٌ مِنهُم، كَما قد نَقَلَ أنه قاَلَ فَنحاَصُ بن عازُوْرَا، أَو هُو وغَيْرُهُ

 

แต่ที่จริงมียิวกลุ่มหนึ่งจากพวกยิวเท่านั้นที่กล่าวเช่นนั้น ตามที่มีรายงานว่า นายฟานฮาส บุตรอาซูรา(fanhas ibni azura )หรือผู้อื่นที่กล่าวเช่นนั้น

 

 

 

وَبِالْجُملَة، إِنَّ قاَئِلِي ذَلِكَ مِنَ الْيَهُود قَلِيْلٌ، وَلَكِنَّ الْخَبَرَ عَنِ الْجِنْسِ كَمَا قاَلَ : الَّذِينَ قَالَ لَهُمُ النَّاسُ إِنَّ النَّاسَ قَدْ جَمَعُوْا لَكُمْ

 

สรุปคือ บรรดาผู้ที่กล่าวเช่นนั้นจากพวกยิวมีเพียงน้อยนิด แต่ข่าวนั้นมาจากชาวยิว ตามที่อัลเลาะฮ์ตรัสว่า : บรรดาที่ผู้คนได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงมีผู้คนได้ชุมนุมสำหรับพวกท่าน (ทั้งๆที่คำว่า “ ผู้คน “ ในอายัตนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พูด ผู้แปล)

 

 

 

فَاللهُ سبحانه بَيَّنَ هَذاَ الْكُفْرَ الَّذِي قَالَهُ بَعْضُهُمْ وعابه به

 

ดังนั้นอัลเลาะฮ์ทรงชี้แจงถึงความกุฟร์(การปฏิเสธศรัทธา)นี้ที่มีบางคนได้กล่าวมันและทรงตำหนิเขาต่อสิ่งนั้น

 

 

 

فلو كان ما في التوراة من الصفات التي تقول النفاة إنها تشبيه وتجسيم فإن فيها من ذلك ما تنكره النفاة وتسميه تشبيهاً وتجسيماً بل فيها إثبات الجهة، وتكلم الله بالصوت، وخلق آدم على صورته وأمثال هذه الأمور

 

หากว่าสิ่งที่(บันทึก)อยู่ในคัมภีร์เตารอตเกี่ยวเรื่องซีฟาต(คุณลักษณะของอัลเลาะฮ์) ที่พวกปฏิเสธ(ซิฟัต)กล่าวว่า มันเป็นการตัชบี๊ห์(เอาพระเจ้าไปเปรียบเทียบกับสิ่งถูกสร้าง) และตัจญ์ซีม(ให้คุณลักษณะกับพระเจ้าว่ามีเรือนร่าง) ที่ยิ่งกว่านั้นคือในเตารอตยังยืนยันถึงทิศทาง(ของพระเจ้า)อีกด้วย และอัลเลาะฮ์ได้ตรัสด้วยเสียง และทรงสร้างอาดัมมาบนรูปลักษณ์ของพระองค์เอง หรือลักษณะทำนองคล้ายๆกับเรื่องเหล่านี้

 

 

 

فإن كان هذا مما كذبته اليهود وبدلته، كان إنكار النبي (ص) لذلك

 

ถ้าหากว่าเรื่องเหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่พวกยิวปั้นแต่งมันขึ้นมา หรือแก้ไขบิดเบือนมัน แน่นอนท่านนะบี(ศ)จะต้องปฏิเสธเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน

 

 

 

وبيان ذلك أولى من ذكر ما هو دون ذلك! فكيف والمنصوص عنه موافقٌ للمنصوص في التوراة! فإنك تجد عامة ماجاء به الكتاب والأحاديث في الصفات موافقاً مطابقاً لما ذكر في التوراة!!

 

การชี้แจงถึงสิ่งนั้น(เรื่องซิฟัตอัลเลาะฮ์)ย่อมสำคัญกว่าการกล่าวถึงเรื่องอื่นๆ ดังนั้นจะเป็นอย่างไรเล่า ในเมื่อมีหลักฐานระบุเอาไว้เกี่ยวกับมัน ซึ่งไปตรงกับหลักฐานที่กล่าวเอาไว้ในคัมภีร์เตารอต ท่านจะพบว่า โดยทั่วไปนั้น สิ่งที่คัมภีร์กุรอ่านและหะดีษต่างๆได้นำมันมา(คือกล่าวถึง)เกี่ยวกับเรื่องซิฟัตต่างๆ(ของอัลเลาะฮ์) มันสอดคล้องตรงกับสิ่งที่กล่าวไว้ในคัมภีร์เตารอต

 

 

وَقَدْ قُلْناَ قَبْلَ ذَلِكَ إِنَّ هَذاَ كُلَّهُ مِماَّ يَمتنع فِي العادة توافق الْمُخْبِرَيْنِ بِهِ مِنْ غَيْرِ مُوَاطأة وموسى لَمْ يُواطئ محمداً، ومحمد لم يتعلم من أهل الكتاب، فدل ذلك على صدق الرسولين العظيمين وصدق الكتابين الكريمين)

 

แน่นอนเราได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า แท้จริงเรื่องทั้งหมดนี้มันขัดกับความปกติวิสัยธรรมดา ที่ผู้ประกาศข่าวเรื่องนั้นถึงสองคน โดยที่ทั้งสองคนไม่เคยพบเจอกันเลย ระหว่างนะบีมูซากับนะบีมุฮัมมัด และนะบีมุฮัมมัดก็ไม่เคยได้ไปศึกษาเล่าเรียนความรู้มาจากอะฮ์ลุลกิตาบ(ชาวคัมภีร์เตารอตและอินญีล) เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นมันจึงบ่งบอกถึงความสัจจริงของท่านศาสนฑูตทั้งสองผู้ยิ่งใหญ่และความสัจจริงของคัมภีร์อันมีเกียรติยิ่งทั้งสองเล่ม

 

 

 


 

หนังสือ อัลอักลุ ฟี ฟะฮ์มิลกุรอาน ของ อิบนุตัยมียะฮ์ หน้า 88

หนังสือ ดัรอุ ตะอารุดิลอักลิ วันนักลิ ของ อิบนิตัยมียะฮ์ เล่ม 3 : 329

كتاب : العقل في فهم القرآن لابن تيمية ص 88 و درء تعارض العقل والنقل ج 3 ص 329

นี่คือประจักษ์พยานหลักฐานที่ดีที่สุดว่า อะกีดะฮ์ของกลุ่มวะฮ์ฮาบีย์นั้นมาจากยิว

 

 

โดย : มุฮามี อะฮ์ลิลเบต 

anti-salafi.com