lasted posts

Popular

download (8)

ยะซีด ในทัศนะของท่านศาสดาและนักปราชญ์อิสลาม

 

ท่านนบี()ได้พยากรณ์ถึง พวกอุมัยยะฮ์และยะซีด ไว้อย่างไร

มุสนัดอบียะอ์ลา เล่ม 2 : 176 ฮะดีษที่ 871

مسند أبي يعلى  ج 2  ص 176 ح 871

อัลฮะกัม บิน มูซา รายงานจากยะห์ยา บิน ฮัมซะฮ์ จากฮิชาม บิน อัลฆอซ จากมั๊กฮูล จากท่านอบีอุบัยดะฮ์ เล่าว่า

أَنَّ النَّبِيَّ (صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ) قَالَ : لا يَزَالُ أَمْرُ أُمَّتي قَائِمًا بِالْقِسْطِ حَتَّى يَثْلِمَهُ رَجُلٌ مِنْ بَنِي أُمَيَّةَ ، يُقالُ لَهُ : يَزِيدُ

ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า กิจการของประชาชาติอิสลามนี้ ยังคงดำรงอยู่ด้วยความเที่ยงธรรม จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งจากตระกูลอุมัยยะฮ์มีนามว่า ยะซีด  จะมาทำลายมัน

قال الشيخ حسين سليم أسد : رِجاَلُهُ ثِقاَتٌ غير أنه منقطع

เชคฮูเซน สุลัยม์ อะซัด วิจารณ์ว่า บรรดาผู้เล่าเชื่อถือได้หมด ยกเว้นเป็นสะนัดที่ขาดตอน(ระหว่างมักฮู้ลกับอบีอุบัยดะฮ์ไม่ได้พบกัน)

 

เชคอัลบานีย์ กล่าวใน ซิลซิละฮ์ ซ่อฮีฮะฮ์ เล่ม 4 : 329 ฮะดีษที่ 1749 ว่า

قال الشيخ الألباني في السلسلة الصحيحة ج 4 ص 329 ح 1749

อุบัยดุลลอฮ์ บิน มุอาซ รายงานจากพ่อของฉัน จาก เอ๊าฟ์ จากอัลมุฮาญิร บิน มัคลัด จากอบิลอาลียะฮ์ จาก

ท่านอบีซัร(มรณะ ฮ.ศ. 32) เขาได้กล่าวกับยะซีด หลานชายของอบีซุฟยาน(เกิด 26 ตาย 64 ฮ.ศ.)ว่า ฉันได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

أَوَّلُ مَنْ يُغَيِّرُ سُنَّتِيْ رَجُلٌ مِنْ بَنِي أُمَيَّةَ

บุคคลแรก ที่จะเปลี่ยนแปลงซุนนะฮ์ของฉัน  คือชายที่มาจากตระกูลอุมัยยะฮ์

قُلْتُ : وَهَذاَ إسْناَدٌ حَسَنٌ ، رِجاَلُهُ ثِقاَتٌ رِجاَلُ الشَّيْخَيْنِ غَيْرُ الْمُهاَجِر

قُلْتُ : فَمِثْلُهُ لاَ يَنْزِلُ حَدِيْثُهُ عَنْ مَرْتَبَةِ الْحَسَن . وَالله أعلم .

ฉัน(เชคอัลบานีย์)กล่าวว่า สายรายงานฮะดีษนี้ ฮาซัน(ดี) บรรดาผู้เล่า เชื่อได้หมด เป็นนักรายงานของเชคทั้งสอง ยกเว้นอัลมุฮาญิร

เชคอัลบานีย์ กล่าวว่า  รายงานที่คล้ายกับฮะดีษนี้  ฮะดีษของมันจะไม่ตกไปจากสถานะที่ ฮาซัน(ดี) วัลลอฮุ อะอ์ลัม

وَلَعَلَّ الْمُرَادُ بِالْحَدِيْث تَغْيِيْرُ نِظاَمِ اخْتِياَرِ الْخَلِيْفَة ، وَجَعَلَهُ وَرَاثَةً . و الله أعلم

คาดว่า ความหมายของฮะดีษคือ การเปลี่ยนระบบปกครองการเลือกตั้งคอลีฟะฮ์จากเดิมนั้น ได้ถูกดัดแปลงเป็นระบบสืบทอดอำนาจแทน

 

นักปราชญ์อะฮ์ลุซซุนนะฮ์มีทัศนะอย่างไรต่อ ยะซีด

ทัศนะของท่านอัซซะฮะบีย์

ชื่อเต็ม มุฮัมมัด บิน อะหมัด บิน อุษมาน ชัมซุดดีน อัซซะฮะบีย์ เกิด ฮ.ศ. 673 – 748 คือมุฮัดดิษแห่งยุค คืออิหม่าม คืออัลฮาฟิซ(นักท่องจำฮะดีษ)

เขามีความนิยมต่อทัศนะของมัซฮับฮัมบะลีย์เป็นอย่างมาก ย่กย่องต่ออะกีดะฮ์สะลัฟและดำเนินตามนั้น เขาคือนักตอบโต้ผู้ที่มีทัศนะขัดกับอะกีดะฮ์สะลัฟ

อิหม่ามซะฮะบีย์ได้รวมไว้สองจุดเด่นที่นักปปราชญ์คนอื่นไม่ค่อยมียกเว้นน้อยคนนักนั่นคือ เขารอบรู้อย่างกว้างขวางมากเกี่ยวกับตารีคอิสลามและชีวประวัติบุคคลต่างๆ และเขายังรอบรู้เรื่องกฎว่าด้วยเรื่องอัลญัรฮุ วัตตะอ์ดีล(คือวิจารณ์สถานะ)บรรดาผู้เล่าฮะดีษ

อิหม่ามซะฮะบีย์คือหนึ่งในอุละมาอ์ที่เข้าสู้สนามทางตารีค ทางด้านฮะดีษนะบะวีย์และวิชาการต่างๆของมัน (นี่คือเกร็ดประวัติของท่านซะฮะบีย์)

 

ท่านซะฮะบีย์ ได้วิจารณ์ถึงอิม่ามฮูเซนใน

สิยัร อะอ์ลามิน นุบะลาอ์  เล่ม 3 หน้า 280 อันดับที่ 48 ว่า

อัลฮูเซน อัชชะอีด อะลัยฮิสลาม (คือผู้ถูกสังหารในทางของอัลลอฮ์) เขาคืออิหม่ามผู้นำ ผู้มีเกียรติ ผู้สมบูรณ์ คือหลานชายของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) คือกลิ่นหอมของท่านและคือที่รักของท่าน มีฉายาว่า อบูอับดุลลอฮ์ ชื่อคือ อัลฮูเซน เป็นบุตรชายของหัวหน้าแห่งบรรดาผู้ศรัทธา คือท่านอบุลฮาซัน อาลี บุตร อบีตอลิบ บุตรอับดุลมุตตอลิบ บุตรฮาชิม บุตรอับดุมะนาฟ บุตรกุศ็อยย์ คนเผ่ากุเรช มาจากตระกูลฮาชิม

ท่านซะฮะบีย์ มรณะ .. 748 ได้วิจารณ์ถึง ยะซีด ใน

สิยัร อะอ์ลามิน นุบะลาอ์  เล่ม 4 หน้า 37-38 อันดับที่ 8 ว่า

يَزِيدُ بْنُ مُعَاوِيَةَ ابْنِ أبي أَبِى سُفْيَانَ بْنِ حَرْبِ بْنِ أُمَيَّةَ ، الخليفة، أبو خالد، القرشي

وَكاَنَ ناَصِبِياًّ ، فَظاًّ، غَلِيْظاً، جِلْفاً

يَتَناَوَلُ الْمُسْكَرَ، وَيَفْعَلُ الْمُنْكَرَ

اِفْتَتَحَ دَوْلَتَهُ بِمَقْتَلِ الشَّهِيْدِ الْحُسَيْنِ

وَاخْتَتَمَهاَ بِوَاقِعَةِ الْحُرَّةِ، فَمَقَتَهُ الناَّسُ

وَلَمْ يُباَرَكْ فِيْ عُمْرِهِ. وَخَرَجَ عَلَيْهِ غَيْرُ وَاحِدٍ بَعْدَ الْحُسَيْنِ. كَأَهْلِ الْمَدِيْنَةِ قاَمُوْا لله

ยะซีด บุตรชาย มุอาวียะฮ์   บุตรอบีสุฟยาน บุตรฮัรบ์ บุตร อุมัยยะฮ์ เป็นคอลีฟะฮ์ ฉายา อบูคอลิด ชาวกุเรช

ยะซีดเป็นนาซิ๊บ(พวกชิงชังและตั้งตนเป็นศัตรูต่ออาลีและอะฮ์ลุลบัยต์) คนหยาบคายป่าเถื่อน ,อำมหิตโหดเหี้ยม,แข็งกระด้าง เขาดื่มสุรา และทำสิ่งชั่วช้า

ยะซีดเปิดศักราชการครองราชย์ของเขาด้วยการสังหารท่านฮูเซน และปิดฉากลงด้วยการยกพลถล่มนครมะดีนะฮ์ จนประชาชนชิงชังเขา

ไม่ได้รับสิริมงคงใดๆเลยในการมีอายุของยะซีด  มีคนออกมาต่อต้านเขาหลังจากที่ท่านฮูเซนถูกสังหารมากกว่าหนึ่งราย เช่นชาวมะดีนะฮ์ พวกเขาได้ยืนหยัด(ต่อต้านยะซีด)เพื่ออัลลอฮ์

 

 

 

ยะซีด ในทัศนะของท่านศาสดาและนักปราชญ์อิสลามตอนที่ 12

 

ในตัฟซีร รูฮุล มะอานีย์ เล่ม 19 หน้า 153 อัลลามะฮ์ อาลูซีย์ กล่าวว่า

وَأَناَ أَقُوْلُ : الَّذِي يَغْلِبُ عَلَى ظَنِّي أَنَّ الْخَبِيْثَ لَمْ يَكُنْ مُصَدِّقاً بِرِساَلَةِ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم

และฉัน(คือท่านอาลูซีย์)ขอกล่าวว่า สิ่งที่มีชัยเหนือความคิดของฉันนั้นก็คือ เจ้าโสโครกคนนี้(หมายถึงยะซีด) เขาไม่เคยมีความเชื่อความศรัทธาต่อสาส์นของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)เลย

وَأنَّ مَجمُوعَ ماَ فَعَلَ مَعَ أَهْلِ حَرَمِ الله تعالى وأهلِ حَرَمِ نَبِيِِّهِ عليه الصلاة والسلام

และทั้งหมดทั้งสิ้นที่เขา(ยะซีด)ได้กระทำกับ ผู้ที่เป็นฮะร็อมของอัลเลาะฮ์ (อาลูซีย์ได้อธิบายว่า อะฮ์ลุลเบตคืออะฮ์ลุ ฮะร่อมิลลาฮ์)และเป็นฮะร็อมของศาสดาของพระองค์ (หมายถึง ผู้ที่อยู่ในมักกะฮ์และมะดีนะฮ์)

وعترتِهِ الطيبينَ الطاهِرين فِي الْحَياَةِ وَبَعْدَ الْمَماَتِ

และ(สิ่งที่ยะซีดได้กระทำ)กับวงศ์วานผู้บริสุทธิ์ของท่านนบี(ศ)ในยามมีชีวิต(คือที่กัรบะลา)และยามที่พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว(คือเอาศรีษะอิม่ามฮูเซนเสียบที่ปลายหอกและเอาไม้ตีที่ริมฝีปากของท่าน)

وَماَ صَدَرَ مِنْهُ مِنَ الْمَخاَزِيِّ لَيْسَ بِأَضْعَفِ دَلاَلَةٍ عَلَى عَدَمِ تَصدِيقِهِ مِنْ إِلْقاَءِ وَرَقَةٍ مِنَ الْمُصحَفِ الشَّرِيْف فِي قَذَرٍ

และสิ่งที่แสดงออกมาจากตัวเขา จากความเลวทรามต่างๆ  ยังไม่ใช่หลักฐานที่อ่อนแอที่สุดดอกหรือ ที่แสดงว่า เขา(ยะซีด)ไม่ได้มีความเชื่อความศรัทธาเลย ยิ่งกว่าการที่(มุสลิมคนหนึ่ง)เอากระดาษแผ่นหนึ่งจากคัมภีร์กุรอ่านโยนลงไปในสิ่งสกปรกโสโครก(เพราะการโยนกุรอ่านลงไปในนะยิส คือกาเฟ็ร)

وَلاَ أَظُنُّ أَنَّ أَمْرَهُ كاَنَ خاَفِياًّ عَلَى أَجِلَّةِ الْمُسْلِمِيْنَ إذْ ذَاكَ

และฉันไม่คิดว่า เรื่องของเขา(ยะซีด)นั้นยังเป็นเรื่องที่มืดมนไม่ชัดเจนต่อบรรดามุสลิมผู้ทรงคุณวุฒิ

وَلَكِنْ كاَنُوْا مَغْلُوْبِيْنَ مَقْهُوْرِيْنَ لَمْ يَسَعْهُمْ إلاَّ الصَّبْرُ لِيَقْضِي اللهُ أَمْراً كاَنَ مَفْعُوْلاً

แต่ทว่าพวกเขา(พวกมุสลิมในยุคนั้น)ได้รับความพ่ายแพ้และถูกบังคับ(ให้มอบบัยอัตต่อยะซีดอย่างหลีกเลี่ยงมิได้) จึงไม่เอื้ออำนวยให้กับพวกเขา ยกเว้น จะต้องอดทน เพื่อที่อัลลอฮ์จะได้ทรงให้งานหนึ่งเสร็จสิ้นไป ซึ่งงานนั้นได้ถูกกระทำไว้แล้ว

وَلَوْ سَلَّمَ أَنَّ الْخَبِيْثَ كاَنَ مُسْلِماً

สมมุติว่า ถ้าเจ้าโสโครกคนนี้(นี่คือสิ่งที่อาลูซีย์ใช้เรียกยะซีด)เป็นมุสลิม

فَهُوَ مُسْلِمٌ جَمَعَ مِنَ الْكَباَئِرِ ماَ لاَ يُحِيْطُ بِهِ نِطاَقُ الْبَياَنِ

เขาก็คือมุสลิมคนหนึ่งที่รวมไว้ซึ่งการทำบาปใหญ่ต่างๆ จนไม่อาจบรรยายต่อความชั่วของเขาได้เลย

وَأَناَ(الألُوسِي) أَذْهَبُ إِلَى جَوَازِ لَعْنِ مِثْلِهِ عَلَى التَّعْيِيْنِ(بِشَخْصِ يَزِيْدَ) وَلَو لَمْ يَتَصَوَّرْ أَن يَكُوْنَ لَهُ مِثْلُ مِنَ الْفاَسِقِيْنَ

และฉัน(อาลูซีย์)มีทัศนะว่า อนุญาตให้ละนัตคนเยี่ยงยะซีดได้ โดยเจาะจงไปที่ตัวยะซีด

وَالظاَّهِرُ أَنَّهُ لَمْ يَتُبْ ، وَاحْتِماَلُ تَوْبَتِهِ أَضْعَفُ مِنْ إِيْماَنِهِ

สิ่งที่ชัดเจนคือ แท้จริงเขา(ยะซีด)ไม่เคยเตาบัตตัวเลย และคาดว่าการเตาบัตตัวของเขายังอ่อนแอกว่าอีหม่านของเขาเสียอีก

وَيَلْحَقُ بِهِ ابْنُ زِياَد . وابنُ سَعْد . وَجَماَعَةٌ فَلَعْنَةُ اللهِ عَزَّ وَجَلَّ عَلَيْهِمْ أَجْمَعِيْنَ

และยังจะรวมไปกับยะซีดด้วยคือ (อุบัยดุลลอฮ์) อิบนิ ซิยาด, อุมัร บิน สะอัด และพวกพ้องของเขา ขออัลลอฮ์ โปรดละนัตพวกเขาทั้งหมดด้วยเถิด

وَعَلَى أَنصارِهِمْ وَأَعْوَانِهِمْ وَشِيْعَتِهِمْ

และ(ขออัลลอฮ์ ละนัต) พวกที่ช่วยเหลือพวกเขา(พวกยะซีด) พวกที่ให้การสนับสนุนพวกเขา และพวกชีอะฮ์ของพวกเขาด้วยเถิด

وَمَنْ ماَلَ إِلَيْهِمْ إِلَى يَوْمِ الدِّيْنَ ماَ دَمَعَتْ عَيْنٌ عَلَى أَبِيْ عَبْدِ اللهِ الْحُسَيْنِ

(และขออัลลอฮ์ ละนัต) พวกที่เอนเอียงเข้าข้างพวกเขา(พวกยะซีด)ตราบจนถึงวันกิยามัต ตราบเท่าที่ยังมีดวงตาหนึ่งที่ร่ำไห้ให้กับท่านอบีอับดิลละฮ์ อัลฮูเซน

 

ในตัฟซีร รูฮุล มะอานีย์ เล่ม 19 หน้า 162  อัลลามะฮ์ อาลูซีย์ กล่าวว่า

فَقَدْ أَخْرَجَ ابْنُ مُردَوَيْه عَن ابْنِ مَسْعُوْد قاَلَ : ماَ كُناَّ نَعْرِفُ الْمُناَفِقِيْنَ عَلَى عَهْدِ رَسُولِ الله صلى الله عليه وسلم إلاَّ بِبُغْضِهِمْ عَلِيِّ بْنِ أَبِي طاَلِبٍ

อิบนิมุรดะวัยฮ์ได้รายงานจากท่านอิบนิมัสอูด เล่าว่า พวกเราไม่เคยรู้จักพวกมุนาฟิกในสมัยท่านรอซูล(ศ)เลย ยกเว้น ความชิงชังของพวกเขาที่มีต่อท่านอาลี

وَأَخْرَجَ هُوَ وَابْنُ عَساَكِر عَن أبِي سَعِيْد الْخُدْرِيّ ماَ يُؤَيِّدُهُ ، وَعِنْدِيْ أَنَّ بُغْضَهُ رضي الله تعالى عنه مِنْ أَقْوَى عَلاَماَتِ النِّفاَقِ فَإِنْ آمَنْتَ بِذَلِكَ فَياَ لَيْتَ شِعْرِيْ ماَذاَ تَقُوْلُ فِي يَزِيْدَ الطَّرِيْدِ أَكاَنَ يُحِبُّ عَلِياًّ كَرَّمَ الله تعالى وَجهَه أَمْ كاَنَ يُبْغِضُهُ

การายงานของเขา(อิบนิมุรดะวัยฮ์)และของอิบนิอะซากิร จากท่านอบีสะอีด อัลคุดรีย์คือหลักฐานสนับสนุนมัน และตามทัศนะของฉันนั้น ความชิงชังต่อท่านอาลีคือ สัญลักษณ์ที่แข็งแรงที่สุดของความกลับกลอก หากท่านเชื่อเช่นนั้น แล้วท่านจะกล่าวอะไรเกี่ยวกับยะซีด ผู้อัปเปหิ ขอถามว่า ยะซีดรักท่านอาลี หรือเขาชิงชังท่านอาลี

وَلاَ أَظُنُّكَ فِي مِرْيَةٍ مِنْ أَنَّهُ عَلَيْهِ اللَّعْنَةُ كاَنَ يُبْغِضُهُ رضي الله تعالى عنه أَشَّدَ الْبُغْضِ

ฉันไม่คิดว่า ท่านจะอยู่ในความสงสัยว่า ยะซีด ขอการละนัตจงมีแก่เขา ได้มีความชิงชังท่านอาลี มากที่สุด

وَكَذاَ يُبْغِضُ وَلَدَيْهِ الْحَسَنَ وَالْحُسَيْنَ عَلَى جَدِّهِماَ وَأَبَوْيْهِماَ وَعليهما الصلاة والسلام كَماَ تَدُلُّ عَلَى ذَلِكَ الْآثاَرُ الْمُتَوَاتِرَةُ مَعْنَى

เช่นเดียวกันนี้ เขา(ยะซีด)ยังมีความชิงชังต่อบุตรชายทั้งสองของท่านอาลีคือ ฮาซันและฮูเซน ที่มีต่อท่านตาทั้งสอง(คือท่านนบี ศ.)ของเขาทั้งสองและบิดามารดาของเขาทั้งสองอีกด้วย ดั่งที่ได้มีระบุถึงสิ่งนั้นเอาไว้ ด้วยรายงานที่เป็นมุตะวาติรทางความหมาย

 

หากถามว่า ยะซีดพึงพอใจต่อการตายของอิม่ามฮูเซนไหม

ในตัฟซีร รูฮุล มะอานีย์ เล่ม 19 หน้า 152  อัลลามะฮ์ อาลูซีย์ กล่าวว่า

وَالطاَّمَّةُ الْكُبْرَى ماَ فَعَلَهُ بِأَهْلِ الْبَيْتِ وَرِضاَهُ بِقَتْلِ الْحُسَيْنِ عَلَى جَدِّهِ وعليه الصلاة والسلام

และความวิบัติที่ใหญ่หลวงนั้นก็คือ สิ่งที่ยะซีดได้กระทำมันไว้ต่ออะฮ์ลุลบัยต์นบี และเขาได้พึงพอใจต่อการสังหารฮูเซน บน(การแก้แค้น)ต่อท่านตาของเขา (นี่คือหลักฐานหักล้าง คนที่พูดว่ายะซีดเสียใจและร้องไห้ต่อการตายของอิม่ามฮูเซน ที่กล่าวเช่นนั้นอาจไม่รู้จริง หรือรู้จริงแต่ต้องการปิดบังความจริง)

وَاسْتِبْشاَرُهُ بِذَلِكَ وَإِهاَنَتُهُ لِأَهْلِ بَيْتِهِ مِماَّ تَوَاتَرَ مَعْناَهُ وَإنْ كاَنَتْ تَفاَصِيْلُهُ آحَاداً

และแสดงความปิติต่อข่าวการตายของฮูเซน และการดูหมิ่นเหยียดหยามของยะซีดต่ออะฮ์ลุลบัยต์ของฮูเซน อันเป็นรายงานที่มุตะวาติรทางความหมาย  และแม้ว่ารายละเอียดต่างๆของเรื่องนี้จะเป็นรายงานประเภทอาฮ๊าดก็ตาม

 

(หมายความว่า เรื่องที่ยะซีดพึงพอใจต่อการสังหารฮูเซน แสดงความปิติต่อข่าวการตายของฮูเซน และดูหมิ่นเหยียดหยามอะฮ์ลุลบัยต์ของฮูเซนเป็นเรื่องมุตะวาติร )

 

บทสรุป สมจริงแล้วตามที่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)ได้กล่าวถึงยะซีดว่า

لا يَزَالُ أَمْرُ أُمَّتي قَائِمًا بِالْقِسْطِ حَتَّى يَثْلِمَهُ رَجُلٌ مِنْ بَنِي أُمَيَّةَ ، يُقالُ لَهُ يَزِيدُ

กิจการของประชาชาติอิสลามนี้ ยังคงดำรงอยู่ด้วยความเที่ยงธรรม จนกระทั่งมีชายคนหนึ่งจากตระกูลอุมัยยะฮ์มีนามว่า ยะซีด  จะมาทำลายมัน