lasted posts

Popular

13ff5a90e96d189e7b0fcdb6641a3eff

ฮะดีษท่านนบี(ศ)ซุหยูด”บนดิน”ในนมาซ

 

  1. ท่านรอซูลุลลอฮ์()กล่าวว่า

جُعِلَتْ لِيَ الْأَرْضُ مَسْجِداً وَطَهُوْراً

แผ่นดินถูกทำให้เป็นที่ซุหยูดสำหรับฉัน และชำระความสะอาด

หนังสือ มัน ลา ยะห์ฎุรุ ฮุลฟะกีฮ์  ของเชคศอดูก เล่ม 1 : 155 ฮะดีษที่ 724 

ตรงกับ ซอเฮี๊ยะฮ์ บุคอรี ฮะดีษที่ 438 / รายงานโดยติรมิซี /นะซาอี / อิบนิมาญะฮ์ / อะหมัด

สรุป ชีอะฮ์/ซุนนี่ มีฮะดีษรายงานตรงกันว่า การซุหยูดในนมาซ โดยวางหน้าผากลงบน ดิน หิน ทราย กรวด ถือว่า ถูกต้อง

วิเคราะห์

  1. ฮะดีษที่ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า جُعِلَتْ لِيَ الْأَرْضُ مَسْجِداً ً“ แผ่นดินถูกทำให้เป็นที่ซุหยูดสำหรับฉัน ” ชี้ให้เห็นว่าท่านรอซูลได้แนะนำพื้นดินไว้ในฐานะสถานที่ทำการซุหยูดของท่าน

อธิบาย – คำ جُعِلَتْ (ญุอิลัต)มาจากรากศัพท์ جَعْلٌ (ญะอ์ลุน) แปลว่า ถูกกำหนด นั่นหมายถึง การซุหยุดบนดินถือเป็น “ฮุก่มอิสลาม” ที่มีต่อมุสลิม ด้วยเหตุนี้การซุหยูดบนดิน หิน และสิ่งต่างๆ ที่งอกเงยขึ้นมาจากดินคือบทบัญญัติจากอัลลอฮ์ ตะอาลา

 

  1. วาฮาบีกล่าวหาว่าการซุยูดบนก้อนดินคือบิดอะฮ์ และเป็นชีรีกต่ออัลลอฮ์

เราจะพิสูจน์ให้ท่านรู้ว่า  “ซุหยูดบนดิน” คือ ซุนนะฮ์นบี   และหลักฐานที่ดีที่สุดคือ คำพูดของอิบนิก็อยยิม เขาคือผู้รู้ที่พวกวาฮาบีให้ยอมรับและยึดถือตำราของเขานั่นเอง

อิบนุก็อยยิม อัลเญาซี (691-751=60ปี)ลูกศิษย์เอกของอิบนุตัยมียะฮ์ (661-728=67ปี)ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหนังสือของเขาชื่อ   إغاَثَةُ الْلَهْفاَنِ مِنْ مَصَائِدِ الشَّيْطاَنِ   เล่ม 1 หน้า 126 เป็นหนังสือที่อิบนุก็อยยิม เขียนตอบโต้ อะฮ์ลุลบิดอะฮ์  

อิบนิ ก็อยยิม กล่าวว่า

وَلَمْ يُصَلِّ عَلَيْهِ السَّلاَمُ عَلَى سَجاَّدَةٍ قَطُّ

ท่านนบี()ไม่เคยทำนมาซบน สัจญาดะฮ์(ผ้าปูละหมาด)เลย

وَلاَ كاَنَتِ السَّجاَدَةُ تُفْرَشُ بَيْنَ يَدَيْهِ بَلْ كاَنَ يُصَلِّيْ عَلَى الْأَرْضِ وَرُبَّماَ سَجَدَ فِي الطِّيْنِ وَكاَنَ يُصَلِّيْ عَلَى الْحَصِيْرِ فَيُصَلِّيْ عَلَى ماَ اتَّفَقَ بَسَطَهُ فَإِنْ لَمْ يَكُنْ ثِمَةَ شَيْءٌ صَلَّى عَلَى الْأَرْضِ

และไม่เคยมีการเอาสัจญาดะฮ์มาปูไว้ตรงหน้าท่าน ยิ่งกว่านั้น ท่านเคยทำนมาซบนพื้นดิน และบางทีท่านได้สุหยูดบนดินเหนียว และบางครั้งท่านทำนมาซบนเสื่อ แล้วท่านจะทำนมาซบนสิ่งที่เห็นว่ามันสดวก ดังนั้นถ้าหากมันไม่มีสิ่งใดเลย ท่านก็จะทำนมาซบนพื้นดิน

ในหน้าที่  149 อิบนิก็อยยิม กล่าวว่า

وَقَدْ صَلَّي النَّبِيُّ (ص) عَلَى حَصِيْرٍ قَدْ اَسْوَدَ مِنْ طُوْلِ ماَ لَبِسَ فَنَضَحَ لَهُ بِالْماَءِ وَصَلَّى عَلَيْهِ وَلَمْ يُفْرَشْ لَهُ فَوْقَهُ سَجَّادَةٌ وَلاَ مِنْدِيْلٌ وَكاَنَ يَسْجُدُ عَلَى التُّرَابِ تاَرَةً وَعَلَى الْحَصَى تاَرَةً وَفِيْ الطِّيْنِ تاَرَةً حَتَّى يُرَى أَثَرُهُ عَلَى جَبْهَتِهِ وَأَنْفِهِ

ท่านนบี(ศ)ได้ทำนมาซบนเสื่อ จนมันดำเนื่องจากความยาวนานของสิ่งที่แปะติดอยู่กับมัน จนมีคนเอาน้ำมาพรมให้ท่าน และท่านได้ทำนมาซบนเสื่อ และไม่เคยมีการเอาสัจญาดะฮ์หรือผ้า(มินดีล)มาวางทับบนเสื่อให้ท่าน บางครั้งท่านเคยซุหยูดบนดิน(ตุรอบ) บางครั้งท่านสุหยูดบนก้อนกรวด บางครั้งบนดินเหนียว จนกระทั่งเห็นร่องรอยของมันบนใบหน้าและจมูกของท่าน

วิเคราะห์

  1. อิบนิก็อยยิม กล่าวว่า وَلَمْ يُصَلِّ عَلَيْهِ السَّلاَمُ عَلَى سَجاَّدَةٍ قَطُّ ดังนั้นใครเอาสัจญาดะฮ์มารองหน้าผากตอนซูหยูด ถือว่า บิดอะฮ์ ใช่ไหม

2.อิบนิก็อยยิมกล่าวว่า كاَنَ يَسْجُدُ عَلَى التُّرَابِ تاَرَةً وَعَلَى الْحَصَى تاَرَةً وَفِيْ الطِّيْنِ تاَرَةً

ท่านนบี(ศ)เคยซุหยูดบนดิน(ตุรอบ) บางครั้งท่านซุหยูดบนก้อนกรวด บางครั้งบนดินเหนียว

แสดงว่า สิ่งที่ท่านนบี(ศ)เคยทำเป็นกิจวัตรประจำคือ ท่านจะซุหยูด บน ดิน ในนมาซ

 

  1. อิม่ามญะอ์ฟัร()กล่าวว่า

السُّجُوْدُ عَلَى الْاَرْضِ فَرِيْضَةٌ، وَعَلَى الْخُمْرَةِ سُنَّةٌ

การซุหยูดบนพื้นดิน คือข้อกำหนดบังคับ และ(การซุหยูด)บนเสื่อทอคือซุนนะฮ์  

หนังสือ อัลกาฟีย์ เล่ม 3 : 331 ฮะดีษที่ 8

  1. คำถาม ทำไมต้องซูหยูดบน ดินกัรบาลา

ถ้าตอบกับชีอะฮ์นั้นง่ายเพราะอิม่ามญะอ์ฟัร(อ)กล่าวว่า

السُّجُوْدُ على طِيْنِ قَبْرِ الْحُسَيْن عليه السلام يُنَوِّرُ إلَى الْاَرْضِ الساَّبِعَةِ

การซุหยูดบนดินที่มาจากบริเวณสุสานอิม่ามฮุเซน(อ) จะทำให้สว่างไสวไปยังชั้นดินทั้งเจ็ด

หนังสือ มันลา ยะห์ฎุรุ ฮุล ฟะกีฮ์  เล่ม 1 : 174 ฮะดีษที่ 725

แต่จะเอาฮะดีษนี้ไปตอบวาฮาบีหรือพี่น้องซุนนี่นั้นไม่ได้เพราะ รายงานนี้ไม่มีในตำราซุนนี่ ดังนั้นก่อนอื่นเราต้องตอบพวกเขาด้วยตำราของพวกเขา กล่าวคือมีฮะดีษรายงานว่า ท่านนบี(ศ)จูบหินดำ ในซอเฮี๊ยะฮ์บุคอรีย์ ฮาดีษที่ 1597 บันทึกว่า

عَنْ عُمَرَ – رضى الله عنه – أَنَّهُ جَاءَ إِلَى الْحَجَرِ الأَسْوَدِ فَقَبَّلَهُ ، فَقَالَ إِنِّى أَعْلَمُ أَنَّكَ حَجَرٌ لاَ تَضُرُّ وَلاَ تَنْفَعُ ، وَلَوْلاَ أَنِّى رَأَيْتُ النَّبِىَّ – صلى الله عليه وسلم – يُقَبِّلُكَ مَا قَبَّلْتُكَ

จากท่านอุมัร(ร.ฎ.)ได้เข้ามายังหินดำแล้วเขาได้จูบมัน พลางกล่าวว่า  ฉันรู้ดีว่า เจ้าคือหิน  ฉันรู้ว่าเจ้าคือหินไม่ให้โทษและไม่ให้คุณใด และถ้าหากฉันไม่เห็นท่านนบี(ศ)จูบเจ้า ฉันก็จะไม่จูบเจ้าหรอก

ท่านจะเห็นได้ว่า อัลบุคอรีย์ได้ตัดใจความฮะดีษบางส่วนออกไป เราจะพบใจความฮะดีษสมบูรณ์บันทึกไว้ในหนังสือ อัลมุสตัดร็อก เล่ม 1 : 457 ฮะดีษที่ 1635 แต่เป็นฮะดีษที่ดออีฟ

อบู ฮารูน อัลอับดีย์ รายงาน ท่านอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เล่าว่า

حَجَجْنَا مَعَ عمر بن الخطاب ، فلما دخل الطواف استقبل الحجر ، فقال : إني أعلم أنك حجر لا تضر ، ولا تنفع

พวกเราได้ประกอบพิธีฮัจญ์กับท่านอุมัร พอเขาเข้ามาเดินตอวาฟ เขามุ่งไปที่หินดำพลางกล่าวว่า ฉันรู้ว่าเจ้าคือหินไม่ให้โทษและไม่ให้คุณใด

لَوْلاَ أَنِّى رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم قَبَّلَكَ مَا قَبَّلْتُكَ ثُمَّ قَبَّلَهُ

และถ้าหากฉันไม่เคยเห็นท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จูบเจ้า ฉันก็จะไม่จูบเจ้า แล้วท่านอุมัรได้จูบมัน

فقَالَ لَهُ عَلِيُّ بْن أَبِي طَالِب بلى يا أمير المؤمنين إِنَّهُ يَضُرّ وَيَنْفَع قال : ثم قال : بكتاب الله تبارك وتعالى

ท่านอาลี บิน อบีตอลิบได้กล่าวกับท่านอุมัรว่า หามิได้โอ้ท่านอมีรุลมุอ์มินีน แท้จริงมัน(หินดำ)นั้นให้โทษและให้คุณ แล้วท่านอาลีกล่าวว่า ด้วยคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ตะอาลา

قال : وأين ذلك من كتاب الله ؟ قال : قال الله عز وجل : وَإِذْ أَخَذَ رَبُّكَ مِنْ بَنِي آَدَمَ مِنْ ظُهُورِهِمْ ذُرِّيَّتَهُمْ وَأَشْهَدَهُمْ عَلَى أَنْفُسِهِمْ أَلَسْتُ بِرَبِّكُمْ قَالُوا بَلَى

ท่านอุมัรกล่าวว่า มันอยู่ตรงไหนในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ ท่านอาลีกล่าวว่า อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ตรัสว่า((และจงรำลึกขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้เอา(สัญญา)จากลูกหลานของอาดัม ซึ่งลูกๆ ของพวกเขาจากหลังของพวกเขา และให้พวกเขายืนยันแก่ตัวของเขาเอง (โดยตอบคำถามที่ว่า) ข้ามิใช่พระเจ้าของพวกเจ้าดอกหรือ? พวกเขากล่าวว่า ใช่ขอรับ  บทที่ 7 : 172 ))

خلق الله آدم ومسح على ظهره فقررهم بأنه الرب ، وأنهم العبيد ، وأخذ عهودهم ومواثيقهم ، و كَتَبَ ذَلِكَ فِي رَقٍّ

อัลลอฮ์ทรงสร้างอาดัมและทรงลูบบนหลังของเขา แล้วทรงทำให้พวกเขายืนยันว่า พระองค์คือพระเจ้า และพวกเขาคือปวงบ่าว และทรงเอาพันธะสัญญาและปฏิญญาต่างๆของพวกเขา และทรงบันทึกสิ่งนั้นไว้ใน”ร็อก”(กระดาษ)

وكان لهذا الحجر عينان ولسان ، فقال له افتح فاك . قال : ففتح فاه فألقمه ذلك الرق وقال

ปรากฏว่า สำหรับหินก้อนนี้มีสองตา หนึ่งลิ้น ทรงตรัสกับมันว่าจงเปิดปากของเจ้า เขาเล่าว่า แล้วหินนั้นได้เปิดปากของมันออกแล้วกลืนกระดาษนั้นเข้าไป พลางกล่าวว่า

اشهد لمن وافاك بالموافاة يوم القيامة ، وإني أشهد لسمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم

จงเป็นพยานเถิดต่อผู้ที่ได้ทำพันธะสัญญากับท่านไว้ด้วยสัญญานั้นในวันกิยามัตว่า แท้จริงข้าขอยืนยันว่า ข้าได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

يُؤْتَى يَوْم الْقِيَامَة بِالْحَجَرِ الْأَسْوَد وَلَهُ لِسَان ذَلْق يَشْهَد لِمَنْ يَسْتَلمَهُ بِالتَّوْحِيدِ

หินดำจะถูกนำมาในวันกิยามัต และมันมีลิ้นที่พูดจาชัดเจน มันจะเป็นพยานให้กับผู้ที่ได้สัมผัสมันด้วยการยืนยันต่อเอกภาพของอัลลอฮ์

فهو يا أمير المؤمنين يضر وينفع ، فقال عمر : أعوذ بالله أن أعيش في قوم لَسْتُ فيهم يا أبا حسن

ดังนั้น โอ้ท่านอมีรุลมุอ์มินีน มันจึงให้โทษและให้คุณ ท่านอุมัรจึงกล่าวว่า ฉันขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่ชนหนึ่ง ที่ไม่มีอบูฮาซัน(อาลี)อยู่ในพวกเขา

ข้อสังเกต 

ฮะดีษในตำราซุนนี่สองบทนี้ระบุว่า ท่านนบี(ศ)ให้เกียรติหินดำและจูบหินดำ ดังนั้นซุนนะฮ์นบีประการหนึ่งของบรรดาฮุจยาจคือ การจูบหินดำ อันเป็นการปฏิบัติตามซุนนะฮ์นบี  ทีนี้เรากลับมาที่ ดินกัรบาลามีรายงานที่ซอเฮี๊ยะฮ์ว่า ท่านนบี(ศ)เคยจูบดินกัรบะลา หลักฐานคือ

5.ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์ กล่าวว่า

أنَّ رَسُوْلَ الله صلى الله عليه وسلم اِضْطَجَعَ ذَاتَ لَيْلَةٍ لِلنَّوْمِ فاَسْتَيْقَظَ وَهُوَ حاَئِرٌ ، ثُمَّ اضْطَجَعَ فَرَقَدَ

คืนหนึ่งท่านรอซูล(ศ)เข้านอน แล้วท่านก็ตื่นในสภาพงุนงง แล้วก็ล้มตัวลงนอนจนหลับไป

ثُمَّ اسْتَيْقَظَ وَهُوَ حِائِرٌ ، دُوْنَ ماَ رَأَيْتُ بِهِ الْمَرَّةَ الْأُوْلَى ، ثُمَّ اضْطَجَعَ فَاسْتَيْقَظَ وَفِيْ يَدِهِ تُرْبَةٌ حَمْرَاءٌ يُقَبِّلُهاَ

แล้วท่านก็ตื่นมาอีกในสภาพงุนงง โดยฉันไม่เคยเห็นท่านแบบนี้สักครั้งหนึงมาก่อน แล้วท่านเข้านอนแล้วก็ตื่น และในมือของท่าน มีดินสีแดง ซึ่ง”ท่านกำลังจูบมัน”

فَقُلْتُ : ماَ هَذِهِ التُّرْبَةُ ياَ رَسُوْلَ الله ؟ قاَلَ : أَخْبِرْنِيْ جِبْرِيْلُ عليه الصلاة والسلام أَنَّ هَذاَ يُقْتَلُ بِأَرْضِ الْعِرَاقِ  (للحسين)  فَقُلْتُ لِجِبْرِيْلِ : أَرِنِيْ تُرْبَةَ الْأَرْضِ الَّتِيْ يُقْتَلُ بِهاَ فَهَذِهِ تُرَبَتُهاَ

ท่านจึงกล่าวว่า นี่มันดิน(ตุรบะฮ์)อะไรหรือ โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์  ท่านกล่าวว่า ญิบรีล(อ)ได้มาแจ้งข่าวกับฉันว่า เด็ดคนนี้(ฮูเซน)จะถูกสังหารที่แผ่นดินอิรัก ฉันจึงกล่าวกับญิบรีลว่า โปรดเอาดินของแผ่นดินที่เขาจะถูกสังหารมาให้ฉันดูหน่อย และนี่คือดินของมัน

หนังสือ อัลมุสตัดร็อก อะลัซ-ซ่อฮีฮัยนิ เล่ม 4 : 440 ฮะดีษที่ 8202

อัลฮากิมกล่าวว่า  هَذَا حَدِيْثٌ صَحِيْحٌ عَلَى شَرْطِ الشَّيْخَيْنِ وَلَم يُخْرِجاَهُ

ฮะดีษบทนี้ ถูกต้อง บนเงื่อนไขของเชคทั้งสอง(บุคอรี/มุสลิม)แต่ทั้งสองมีได้รายงาน

ท่านซะฮะบี กล่าวในหนังสือ อัตตัลคีศ ว่า  مَرَّ هَذاَ عَلَى شَرْطِ الْبُخاَرِيِّ وَمُسْلِمٍ

ฮะดีษนี้(เรากล่าวผ่านมาแล้วว่า ถูกต้อง)บนเงื่อนไขของบุคอรีและมุสลิม

 

การซูหยุด เราจะใช้ดินอะไรก็ได้บนเงื่อนไขว่าต้องสะอาด แต่ที่เราเลือกดินกัรบาลามารองหน้าผากตอนนมาซ เหตุผลเพราะท่านนบี(ศ)เคยจูบดินกัรบาลา ซึ่งนั่นคือซุนนะฮ์นบีประการหนึ่ง

6.ผู้มีอคติต่อชีอะฮ์กล่าวว่า การซุหยูด (กราบ) บนดิน มีความหมายเท่ากับการกราบไหว้ดิน และเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์(ซบ.) รูปแบบหนึ่ง

การตอบคำถามในข้อนี้จำเป็นต้องกล่าวว่า ระหว่างประโยคสองประโยคคือ (السجود للّه) “อัซซุยูดุ ลิลลาฮิ” และ (السجود علی الأرض) “อัซซุยูดุ อะลัลอัรฎิ” มีความหมายแตกต่างกันอย่างชัดเจน ข้อคัดค้านข้างต้นแสดงให้เห็นว่าผู้มีอคติไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างความหมายของสำนวนประโยคทั้งสอง

คำว่า (السجود للّه) หมายถึง “การซุหยูดต่ออัลลอฮ์”  ในขณะที่คำว่า (السجود علی الأرض) หมายถึง “การซุหยูดบนดิน”  กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เราจะซุหยูดต่ออัลลอฮ์โดยวางศีรษะบนดิน โดยทั่วไปมุสลิมทั่วโลกจะซุหยูดลงบนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในขณะที่การซุหยูดนั้นทำไปเพื่ออัลลอฮ์ (ซบ.) ตัวอย่างเช่น บรรดาฮุจญาจจะซุหยูดลงบนแผ่นหินของมัสยิดฮะรอม แต่เป้าหมายการซุหยูดของฮุจยาจคืออัลลอฮ์ (ซบ.)

จากคำอธิบายข้างต้นทำให้ประจักษ์ได้ว่า การซุหยูดบนดิน มิได้หมายถึงการเคารพบูชาดิน ในทางตรงกันข้าม มันคือการซุหยูดต่ออัลลอฮ์โดยวางศีรษะบนดิน ซึ่งแสดงออกถึงความนอบน้อมถ่อมตนขั้นสูงสุด เป็นที่ประจักษ์ว่า “การซุหยูดบนดิน” เป็นคนละสิ่งกับ “การซุหยูดต่อดิน”
คัมภีร์อัลกุรอาน ได้กล่าวว่า

وَلِلَّهِ يَسْجُدُ مَنْ فِي السَّمَاوَاتِ وَالْأَرْضِ
และทุกสรรพสิ่งในชั้นฟ้าและแผ่นดินจะซุหยูดต่ออัลลอฮ์  ซูเราะฮ์อัลเราะอ์ดุ : 15
ท่านรอซูล(ศ) กล่าวว่า   جُعِلَتْ لِي الْأَرْضُ مَسْجِدًا   แผ่นดินถูกทำให้เป็นที่ซุหยูดสำหรับฉัน
ด้วยเหตุนี้ “การซุหยูดต่ออัลลอฮ์” กับ “การซุหยูดบนดิน” จึงมิใช่สิ่งที่ขัดแย้งกัน ในทางตรงกันข้าม มันคือสิ่งที่สอดคล้องกันโดยสมบูรณ์ เพราะว่าการซุหยูดบนดินเป็นสิ่งแสดงถึงความนอบน้อมถ่อมตนขั้นสูงสุดต่อพระเจ้า