lasted posts

Popular

عکس-حرم-امام-علی-ع

หลักฐานที่ สี่

หนังสือ สิยัร อะอ์ลามุน นุบะลาอ์  เล่ม 1 : 372-373  อัซซะฮะบี บันทึกว่า

قيل لعمر: لو عَهِدْتَ يا أميرَ المؤمنين، قال: لو أدرَكْتُ أبا عُبَيْدَةَ ثُمَّ وَلَّيْتُهُ

มีคนกล่าวกับท่านอุมัรว่า โอ้ท่านอมีรุลมุอ์มินีน ถ้าหากได้สั่งเสียเอาไว้(หลังจากท่านก็จะดี) ท่านอุมัรกล่าวว่า ถ้าหากฉันได้อยู่ทัน อบู อุบัยดะฮ์ แล้วจากนั้นฉันได้ แต่งตั้งเขาให้เป็นวะลี

ثُمَّ قَدِمْتُ عَلَى رَبِّي، فَقاَلَ لِيْ : لِمَ اسْتَخْلَفْتَهُ ؟ لَقُلْتُ : سَمِعْتُ عَبْدَكَ وَخَلِيْلَكَ يَقُوْلُ

แล้วฉันได้กลับไปพบพระเจ้าของฉัน แล้วพระองค์ตรัสถามฉันว่า ทำไมเจ้าจึงได้แต่งตั้งเขาเป็นคอลีฟะฮ์ แน่นอนฉันจะตอบว่า ฉันได้ยิน(ท่านนบี)บ่าวของพระองค์และสหายของพระองค์ กล่าวว่า

لِكُلِّ أُمَّةٍ أَمِيْنٌ، وَإنَّ أَمِيْنَ هَذِهِ الْاُمَّةِ أَبُوْ عُبَيْدَةُ

สำหรับทุกประชาชาตินั้น มีผู้ให้ความปลอดภัย และผู้ให้ความปลอดภัยแก่ประชาชาตินี้คือ อบูอุบัยดะฮ์

 

วิเคราะห์ ก่อนหน้านี้ ท่านอุมัร ไม่เคยได้ยินท่านรอซูลุลอฮ์(ศ)กล่าวถึงสถานะของท่านอาลี(อ)ดอกหรือ เช่น

إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ خَلِيفَتَيْنِ كِتَابُ اللَّهِ وَأَهْلُ بَيْتِي

ฉันขอมอบสอง คอลีฟะฮ์ ไว้ในหมู่พวกท่านคือ อัลกุรอ่าน และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน

ซึ่งอาลีคือหัวหน้าอะฮ์ลุลบัยต์ในที่นี้

 

ท่านรอซูล(ศ)ตอนเอาผ้ากีซาคลุมบนตัวอาลี/ฟาติมะฮ์/ฮาซัน/ฮุเซนและกล่าวว่า

اللَّهُمَّ هَؤُلاَءِ أَهْلُ بَيْتِى وَخَاصَّتِى أَذْهِبْ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهِّرْهُمْ تَطْهِيرًا

โอ้อัลลอฮ์ พวกเขานี้คือ อะฮ์ลุลบัยต์ที่พิเศษใกล้ชิดของฉัน โปรดขจัดริจญ์ซุออกไปจากพวกเขา และชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์ด้วยเถิด

ท่านรอซูล(ศ)กล่าวกับอาลีเลย ว่า

أَنْتَ مِنِّي بِمَنْزِلَةِ هَارُونَ مِنْ مُوسَى

เจ้ากับฉันมีตำแหน่งเดียวกับฉันเหมือนนบีฮารูนกับนบีมูซา ยกเว้นตำแหน่งศาสดา

และฮะดีษอื่นๆอีกมากมายท่านท่านนบี(ศ)กล่าวถึงความสูงส่งของท่านอาลี ถามว่า ท่านอุมัร ได้ยินท่านรอซูล(ศ)กล่าวถึงท่านอบูอุบัยดะฮ์ด้วยฮะดีษดังกล่าวเท่านั้นหรือ

 

เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นได้ว่า คำ “วัลลัยตุ”  ทั้งหมดที่เราได้กล่าวมา ล้วนแต่แปลว่า ผู้ปกครอง ทั้งสิ้น  แต่พอท่านนบี(ศ)กล่าวกับท่านอาลีที่ เฆาะดีรคุม ว่า

ผู้ใดที่ฉันเป็น วะลี ของเขา ดังนั้น อาลี ก็คือวะลี ของเขา

พวกท่านกลับบิดเบือนความหมายที่แท้จริงไปเป็น คนรัก หรือ ผู้ช่วยเหลือ

ทำไมพวกท่านจึงแปลคำ วะลี กับท่านอาลี แบบนั้น คำตอบ สาเหตุเพราะเขาคือ อาลี

 

พิจารณาความหมาย มิม บ๊ะอ์ดี = ภายหลังจากฉันทันที

คำถาม ทำไม ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)จึงไม่กล่าวกับท่านอาลีให้ชัดเจนไปเลยว่า

عَلِيٌّ وَلِيُّكُمْ مِنْ بَعْدِيْ

อาลี คือ วะลี(ผู้ปกครอง)ของพวกท่าน (มิม บ๊ะอ์ดี)ภายหลังจากฉันทันที

 

ก่อนตอบคำถาม ขอให้เรามาทำความเข้าใจความหมายคำ ( มิม บ๊ะอ์ดี – ภายหลังจากฉัน) ตามทัศนะของนักปราชญ์ซุนนี่เสียก่อน แล้วจากนั้น เราถึงจะไปพิสูจน์ฮะดีษ อาลีคือ วะลี มิม บ๊ะอ์ดี  เราพบตำราซุนนี่และตำราวาฮาบี พยายามพิสูจน์คำ “มิม บ๊ะอ์ดี” ให้กับท่านอบูบักรและท่านอุมัร ดังนี้

1.หนังสือ อัลละอาลีอุล บะฮียะฮ์ ฟี ชัรฮิล อะกีดะฮ์ อัลวาซิตียะฮ์ เล่ม 2 : 446

اللآلئ البهية في شرح العقيدة الواسطية

เชคซอและห์ บิน อับดุลอะซีซ อาลิช-ชัยค์  นักปราชญ์วาฮาบี กล่าวว่า

وأبو بكر رضي الله عنه اِخْتَلَفَ أهلُ العلم هل وَلِيَ الْخِلاَفَةَ بِعَهْدٍ مِن رَسُولِ الله صَلَّىْ اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ أَمْ وَلِيَ الْخِلاَفَةَ بِاِتِّفاَقِ الصَّحَابَة وإجْماعِهِمْ عليه أَو هِيَ بَيْعَةُ الصَّحاَبَة لَهُ ؟

กรณีตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของท่านอบูบักร บรรดานักวิชาการซุนนี่มีความเห็นขัดแย้งกันคือ 1.อบูบักรได้รับตำแหน่งคอลีฟะฮ์นี้ โดยคำสั่งเสียจากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ใช่ไหม

หรือ2.ตำแหน่งคอลีฟะฮ์นี้ ได้มาด้วยมติเห็นพ้องของซอฮาบะฮ์ให้เขา

หรือ3.ตำแหน่งคอลีฟะฮ์นี้  ได้มาโดยซอฮาบะฮ์มอบสัตยาบันให้เขา

فَقاَلَ قاَئِلُوْن مِنْ أهلِ الْعِلْم بَلْ هُوَ بِعَهْدٍ وَنَصٍّ لِأَنَّ النَّبِيَّ صَلَّىْ اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمْ قاَلَ (اقْتَدُوا بِاللَّذَيْنِ مِنْ بَعْدِي أَبِي بَكْرٍ وَعُمَرَ)

นักวิชาการบางส่วนกล่าวว่า (ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของอบูบักร)นั้นได้มาด้วยคำสั่งเสียและนัศ(ตัวบทฮะดีษ) เพราะท่านนบี(ศ)กล่าวว่า “ จงปฏิบัติตามบุคคลทั้งสองภายหลังจากฉันคืออบูบักรและอุมัร “

 

ในหนังสือเล่มเดียวกันคือ อัลละอาลีอุล บะฮียะฮ์  เล่ม 2 :  447

เชคซอและห์ บิน อับดุลอะซีซ อาลิช-ชัยค์  กล่าวว่า

فَماَ مَعْنَى قَوْلُهُ (مِنْ بَعْدِيْ) إلاَّ مَسْأَلَةُ الْخِلاَفَة

เพราะฉะนั้นความหมายคำพูดของท่านนบี( มิม บ๊ะอ์ดี – ภายหลังจากฉัน)มิได้หมายถึงสิ่งอื่นใดนอกจาก เรื่องตำแหน่งคอลีฟะฮ์

 

  1. หนังสือ อัซ-ซ่อวาอิ๊ก อัลมุห์ริเกาะฮ์ หน้าที่ 125

อิบนิ ฮะญัร อัลฮัยตะมี อัลมักกี นักปราชญ์อะชาอิเราะฮ์ มรณะ ฮ.ศ. 974 กล่าวว่า

أنا إذا استدللنا عليهم بالأحاديث الصحيحة الدالة صريحا على خلافة أبي بكر كخبر اقتدوا باللذين من بعدي وغيره من الأخبار الناصة على خلافته

เมื่อเราได้แสดงเหตุผลแก่พวกเขา(ชีอะฮ์)ด้วยฮะดีษที่ซอเฮี๊ยะฮ์ ที่ระบุชัดเจนถึง ตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของท่านอบูบักร เช่นฮะดีษ “จงปฏิบัติตามบุคคลทั้งสอง(อบูบักร,อุมัร)ภายหลังจากฉัน” และฮะดีษบทอื่นที่ระบุถึงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของท่านอบูบักร

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา

หากฝ่ายซุนนี่และวาฮาบีอ้างฮะดีษนี้  “ จงปฏิบัติตามบุคคลทั้งสอง(อบูบักร,อุมัร)ภายหลังจากฉัน” ว่าคือหลักฐานระบุว่า หลังนบี(ศ)เสียชีวิต ทั้งสองคือคอลีฟะฮ์สืบต่อทันที

คำถามเดียวกันแล้วฮะดีษนบี(ศ)ที่ว่า “อาลีคือวะลีของมุอ์มุนทุกคนภายหลังจากฉัน” ทำไมถึงไม่ใช่หลักฐานระบุว่า หลังท่านนบี(ศ) อาลีคือคอลีฟะฮ์สืบต่อทันที

 

ฮะดีษ อาลี คือ วะลีของบรรดามุอ์มิน มิม บ๊ะอ์ดี

1.หนังสือ เคาะซออิซ อาลี ของอันนะซาอี หน้าที่  98

ذِكْرُ قَوْلُ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم : عَلِيٌّ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِيْ

เรื่อง คำพูดของท่านนบี(ศ) อาลี คือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

ท่านอิมรอน บิน หศ็อยน์ ได้รายงานว่า

جَهَّزَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ جَيْشًا وَاسْتَعْمَلَ عَلَيْهِمْ عَلِيَّ بْنَ أَبِي طاَلِبٍ

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้จัดเตรียมกองทัพหนึ่ง และท่านได้แต่งตั้งท่านอาลีเป้นแม่ทัพเหนือพวกเขา

فَمَضَى فِي السِّرِيَّةِ فَأَصاَبَ جاَرِيَّةً فَأَنْكَرُوْا عَلَيْهِ ، وَتَعَاقَدَ اَرْبَعَةٌ مِنْ اَصْحاَبِ رَسُولِ الله صلى الله عليه وسلم إذاَ بَعَثْناَ رَسُولَ الله صلى الله عليه وسلم أَخْبَرْناَهُ ماَ صَنَعَ

แล้วได้มีเหตุการณ์หนึ่ง(เกิดขึ้น)ในกองทัพ คืออาลีได้เอาทาสีคนหนึ่งมาเป็นของตน แล้วพวกเขาไม่ยอมรับต่ออาลี จึงมีซอฮาบะฮ์ท่านรอซูล(ศ)สี่คนตกลงกันว่า เราจะส่งคนไปพบท่านรอซุล(ศ) เพื่อแจ้งให้ท่านทราบในสิ่งที่อาลีไก้กระทำ

وَكاَنَ الْمُسْلِمُوْنَ إذاَ رَجَعُوْا مِنَ السَّفَرِ بَدَؤُا بِرَسُولِ الله صلى الله عليه وسلم فَسَلَّمُوْا عَلَيْهِ فاَنْصَرَفُوا إِلَى رِحاَلِهِمْ

ปรากกฎว่า(ตามธรรมเนียมของ)พวกมุสลิมเมื่อพวกเขากลับจากการเดินทาง พวกเขาก็ไปพบท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ก่อน แล้วจากนั้นจึงแยกยายกันไปยังพาหนะของพวกเขา

فلما قدمت السرية سلموا على النبي صلى الله عليه وسلم فقام احد الاربعة فقال : يا رسول الله ، ألم تر ان علي بن أبي طالب صنع كذا وكذا

เมื่อกองทัพกลับเข้ามา(ในเมือง) พวกเขาได้ให้สลามท่านนบี(ศ) หนึ่งในสี่คนได้กล่าวว่า โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ท่านทราบไหมว่า อาลี บิน อบีตอลิบ ได้ทำเช่นนั้น เช่นนี้

فأعرض عنه رسول الله صلى الله عليه وسلم ، ثم قام الثاني وقال : مثل ذلك ، ثم الثالث فقال مقالته ، ثم قام الرابع فقال : مثل ما قالوا

ท่านรอซูล(ศ)ได้ผินหลังให้เขา คนที่สองก็ลุกขึ้นแล้วกล่าวเหมือนคนแรก แล้วคนที่สามก็กล่าวเหมือนกัน ต่อจากนั้นคนที่สี่ก็ลุกขึ้นกล่าว เหมือนที่ทั้งสามได้กล่าวไป

فأقبل إليهم رسول الله صلى الله عليه وسلم والغضب يبصر في وجهه ، فقال : ما تريدون من علي  ؟

แล้วท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงหันกลับมายังพวกเขาด้วยความโกรธ เห็นได้ในใบหน้าของท่าน ท่านพลางกล่าวว่า พวกท่านต้องการอะไรจากอาลีหรือ

اِنَّ عَلِياًّ مِنِّي وَاَناَ مِنْهُ ، وَهُوَ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِيْ (2).

แท้จริง อาลี มาจากฉันและฉันมาจากเขา และเขาคือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

(2) ผู้ตรวจทานหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวว่า อิสนาดุฮู ซอฮีฮุน คือ สายรายงานของมัน ถูกต้อง

 

  1. มุสนัด อบี ยะอ์ลา เล่ม 1 : 293 ฮะดีษที่ 355

عَلِيٌّ مِنِّي وَأَنَا مِنْهُ وَهُوَ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِي

อาลี มาจากฉันและฉันมาจากเขา และเขาคือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

قال حسين سليم أسد : رجاله رجال الصحيح

เชค ฮูเซน สุลัยม์ อะซัด กล่าวว่า บรรดาผู้เล่าฮะดีษ คือผู้เล่าที่ซอเฮี๊ยะฮ์

  1. อิตติฮาฟุล คิยาเราะฮ์ ฮะดีษที่ 6630

وعن ابن عباس رضى الله عنهما أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال لعلي

أَنْتَ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِي

อิบนิอับบาส รายงาน ท่านรอซูล(ศ)กล่าวกับท่านอาลีว่า  เจ้าคือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

رواه أبو داود الطيالسي بسند صحيح

อบูดาวูด อัตเตาะยาลิซี รายงานฮะดีษนี้ ด้วยสายรายงานที่ซอเฮียะฮ์

  1. อัลมุสตัดร็อก อะลัซ-ซอฮีฮัยนิ ฮะดีษที่ 4652

قال ابن عباس و قال له رسول الله صلى الله عليه وسلم أَنْتَ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِي وَ مُؤْمِنَةٍ

อิบนิอับบาส รายงานว่า ท่านรอซูล(ศ)กล่าวกับเขา(อาลี)ว่า  เจ้าคือ วะลี ของมุอ์มินชายและหญิงทุกคน ภายหลังจากฉัน

هذا حديثٌ صحيحُ الإسناد و لم يخرجاه بهذه السياقة

ท่านซะฮะบี กล่าวว่า ฮะดีษนี้ มีสายรายงานที่ซอเฮี๊ยะฮ์ แต่ท่านเชคทั้งสองมิได้รายงานมันไว้ด้วยรูปแบบนี้

5.สุนัน ติรมิซี  ฮะดีษที่  3712

إن عليا مني وأنا منه وهو وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِي

แท้จริง อาลี มาจากฉันและฉันมาจากเขา และเขาคือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

قال الشيخ الألباني : صحيح

เชค อัลบานี กล่าวว่า ซอเฮี๊ยะฮ์

6.ชัรฮุ มะซาฮิบ อะฮ์ลิซ-ซุนนะฮ์ ลิ อิบนิ ชาฮีน เล่ม 1 : 96 ฮะดีษที่ 83

حدثنا عبد الله بن محمد ، ثنا أبو الربيع الزهراني ، ثنا جعفر ، ثنا يزيد الرشك ، عن مطرف بن عبد الله ، عن عمران بن حصين ، أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال

จากท่านอิมรอน บิน หุศ็อยน์ เล่าว่า แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

علي مني وأنا منه ، وهو وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ بَعْدِي

อาลี มาจากฉันและฉันมาจากเขา และเขาคือ วะลี ของมุอ์มินทุกคน ภายหลังจากฉัน

تفرد علي بن أبي طالب بهذه الفضيلة ، لم يشركه فيها أحد

อิบนิชาฮีน กล่าวว่า ท่านอาลี บิน อบีตอลิบ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับความประเสริฐนี้ โดยที่ไม่มีผู้ใดมีส่วนร่วมในฟะดีลัตนี้เลยสักคน

และฮะดีษบทนี้ เชคมุฮัมมัด นาซิรุดดีน อัลบานี กล่าวว่าเป็นฮะดีษซอเฮี๊ยะฮ์ ดูหนังสือ ซิลซิละฮ์ อัซ-ซอฮีฮะฮ์  เล่ม 5 : 261 ฮะดีษที่ 2223

 

คำถาม  ฮะดีษแต่งตั้งท่านอาลีที่เฆาะดีรคุม ที่ซอเฮี๊ยะฮ์ยังมีอยู่ในตำราซุนนี่เล่มอื่นๆอีกไหม

คำตอบ เราพบฮะดีษเรื่องท่านนบี(ศ)สั่งให้ปฏิบัติตามอัลกุรอ่านและอะฮ์ลุลบัยต์นบี ที่เฆาะดีรคุม และอะฮ์ลุลบัยต์ที่ท่านนบีสั่งให้ปฏิบัติตามคือท่านอาลีในตำราซุนนี่ดังต่อไปนี้

1.หนังสือ  อิตติฮ๊าฟุล คิยะเราะฮ์  เล่ม 7 : 81  ฮาดีษที่  6683 โดยฮาฟิซ อะหมัด บินอบีบีกร อัลบูซิรีย์ มรณะ ฮ.ศ. 840

عَنْ عَلِيِّ بْنِ أَبِي طَالِبٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَضَرَ الشَّجَرَةَ بِخُمٍّ ثُمَّ خَرَجَ آخِذًا بِيَدِ عَلِيٍّ فَقاَلَ:

ท่านอาลี บิน อบีตอลิบ(ร.ฎ.)เล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้มาถึงที่ต้นไม้ ตรงบริเวณคุม(แหล่งน้ำ) แล้วท่านได้ออกมาโดยจับมืออาลี(ชูขึ้น)พลางกล่าวว่า

أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ رَبُّكُمْ ؟ قاَلُوْا : بَلَى

พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์ คือ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ: أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أَوْلَى بِكُمْ مِنْ أَنْفُسِكُمْ وَأَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ مَوْلاَكُمْ

ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ มีสิทธิต่อพวกท่าน มากที่สุดยิ่งกว่าตัวของพวกท่านเอง และแท้จริง อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของพวกท่าน

قاَلُوْا : بَلَى. قاَلَ : فَمَنْ كاَنَ اللهُ وَرَسُوْلُهْ مَوْلاَهُ فَإِنَّ هَذاَ مَوْلاَهُ

พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ ท่านนบีได้กล่าวว่า ดังนั้นผู้ใดที่อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของเขา เพราะฉะนั้นแท้จริงชายคนนี้(อาลี) ก็คือ “เมาลา” ของเขา

وَقَدْ تَرَكْتُ فِيْكُمْ ماَ أَنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوْا كِتاَبُ اللهِ سَبَبُهُ بِيَدِهِ وَسَبَبُهُ بِأَيْدِيْكُمْ وَأَهْلُ بَيْتِيْ

และแน่นอน ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดสิ่งนั้นเอาไว้ พวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาด คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์  วิถีของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน วิถีของมันอยู่ในมือของพวกท่าน

رَوَاهُ إِسْحاَقُ بِسَنَدٍ صَحِيْحٍ

อิสฮ๊าก(บิน รอฮะวัยฮ์)รายงานฮะดีษนี้ ด้วย สายรายงานที่ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

  1. หนังสือ อัลมะฏอลิบุล อาลียะฮ์ โดยอิบนิฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ มรณะ ฮ.ศ. 852 เล่ม 11 : 230 ฮาดีษที่ 4043

وَقَالَ إِسْحَاقُ : حَدَّثَنَا أَبُو عَامِرٍ الْعَقَدِيُّ ، عَنْ كَثِيرِ بْنِ زَيْدٍ ، عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ عُمَرَ بْنِ عَلِىِّ ، عَنْ أَبِيهِ

عَنْ عَلِيِّ قاَلَ :  أَنَّ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ حَضَرَ الشَّجَرَةَ بِخُمٍّ ثُمَّ خَرَجَ آخِذًا بِيَدِ عَلِيٍّ قاَلَ:

ท่านอาลี  เล่าว่า ท่านนบี(ศ)ได้มาถึงที่ต้นไม้ ตรงบริเวณคุม(แหล่งน้ำ) แล้วท่านได้ออกมาโดยจับมืออาลี(ชูขึ้น)พลางกล่าวว่า

أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ رَبُّكُمْ ؟ قاَلُوْا : بَلَى

พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์ คือ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ : أَلَسْتُمْ تَشْهَدُوْنَ أَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أَوْلَى بِكُمْ مِنْ أَنْفُسِكُمْ وَأَنَّ اللهَ وَرَسُوْلَهُ أَوْلِياَءُكُمْ ؟ فَقاَلُوْا بَلَى

ท่านนบี(ศ)กล่าวว่า พวกท่านมิได้ปฏิญาณตนดอกหรือว่า อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ มีสิทธิต่อพวกท่าน มากที่สุดยิ่งกว่าตัวของพวกท่านเอง และแท้จริง อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เอาลิยาอ์” ของพวกท่าน  พวกเขากล่าวว่า ใช่แล้วครับ

قاَلَ : فَمَنْ كاَنَ اللهُ وَرَسُوْلُهْ مَوْلاَهُ فَإِنَّ هَذاَ مَوْلاَهُ

ท่านนบีได้กล่าวว่า ดังนั้นผู้ที่อัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์คือ “เมาลา” ของเขา เพราะฉะนั้นแท้จริงชายคนนี้(อาลี) ก็คือ “เมาลา” ของเขา

وَقَدْ تَرَكْتُ فِيْكُمْ ماَ إنْ أَخَذْتُمْ بِهِ لَنْ تَضِلُّوْا كِتاَبُ اللهِ سَبَبُهُ بِيَدِهِ وَسَبَبُهُ بِأَيْدِيْكُمْ وَأَهْلُ بَيْتِيْ

และแน่นอน ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สิ่งซึ่งหากพวกท่านยึดสิ่งนั้นเอาไว้ พวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาด คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์  วิถีของมันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน วิถีของมันอยู่ในมือของพวกท่าน

อิบนุฮะญัร อัลอัสเกาะลานี กล่าวว่า هَذَا إسْناَدٌ صَحِيْحٌ   สายรายงานนี้ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

  1. อัลฮากิม อันนัยซาบูรี ( เกิด 321 มรณะ 405 ..) รายงาน

อะบุลฮูเซน มุฮัมมัด บิน อะหมัด บิน ตะมีม อัลฮันซอลีได้เล่าให้เราฟังที่แบกแดด อะบูกิลาบะฮ์ อับดุลมะลิก บิน มุฮัมมัด อัลร่อกอชีเล่าให้เราฟัง  ยะห์ยา บิน หัมมาดเล่าให้เราฟัง และอะบูบักร มุฮัมมัด บิน บาลุวัยฮ์กับอะบูบักร อะหมัด บิน ญะอ์ฟัร อัลบัซซาร ทั้งสองเล่าให้ฉันฟัง  อับดุลลอฮ์ บิน อะหมัด บินฮัมบัลเล่าให้เราฟัง บิดาฉัน(อิหม่ามอะหมัด)เล่าให้ฉันฟัง  ยะห์ยา บิน หัมมาดเล่าให้เราฟัง และอะบูนัศริน อะหมัด บิน สะฮัล อัลฟะกีฮ์เล่าให้เราฟังที่เมืองบุคอรอ  ซอและห์ บิน มุฮัมมัด อัลฮาฟิซ อัลบัฆดาดีเล่าให้เราฟัง  คอลัฟ บิน ซาลิม อัลมุค็อรริมีเล่าให้เราฟัง  ยะห์ยา บิน หัมมาดเล่าให้เราฟัง อะบูอิวานะฮ์เล่าให้เราฟัง จากสุลัยมาน อัลอะอ์มัชกล่าวว่า หะบีบ บิน อะบีซาบิตเล่าให้เราฟัง จากอะบีตุเฟลจากท่านเซด บิน อัรกอม เล่าว่า

لَمَّا رَجَعَ النَّبِيُّ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم مِنْ حَجَّةِ الْوِدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قَالَ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่”เฆาะดีรคุม” ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่ แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า

كَأَنِّيْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ وَإِنِّيْ تَارِكٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ أَحَدَهُمَا أَكْبَرُ مِنَ الْآخَرِ : كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ فَانْظُرُوْا كَيْفَ تُخْلِفُوْنِيْ فِيْهِمَا  فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَقَا حَتَّي يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสิ่งหนักสองสิ่ง สองหนึ่งใหญ่กว่าอีกสิ่งหนึ่งนั่นคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และอิตเราะฮ์ของฉัน คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า หลังจากฉันแล้วพวกท่านจะขัดแย้งกับฉันในสองสิ่งนี้อย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

ثُمَّ قَالَ : إِنَّ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ  ثُمَّ إِنَّهُ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقَالَ : مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيَّهُ  اللّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน  จากนั้นท่าน(ศ)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า “ บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นวะลีของเขา  ดังนั้นอาลีก็เป็นวะลีของเขา “   โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

ดูหนังสือ อัลมุสตัดร็อก อะลัซซอฮีฮัยนิ  ฮะดีษที่ 4553,4554

อัลฮากิมกล่าวว่า  ซอฮิฮ์ตามเงื่อนไขของท่านเชคทั้งสอง(อัลบุคอรีและมุสลิม)

 

4.เชคมุฮัมมัด นาซิรุดดีนอัลบานี ให้การรับรองฮะดีษของอัลฮากิมบทนี้ว่า ซอฮิฮ์ คือ

لَمَّا رَجَعَ النَّبِيُّ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم مِنْ حَجَّةِ الْوِدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قَالَ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่”เฆาะดีรคุม” ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่ แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า

كَأَنِّيْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ وَإِنِّيْ تَارِكٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ أَحَدَهُمَا أَكْبَرُ مِنَ الْآخَرِ : كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ فَانْظُرُوْا كَيْفَ تُخْلِفُوْنِيْ فِيْهِمَا  فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَقَا حَتَّي يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสิ่งหนักสองสิ่ง หนึ่งในสองสิ่งนั้นใหญ่กว่าอีกอย่างหนึ่งคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และอิตเราะฮ์ของฉัน คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน  จงพิจารณาเถิดว่า หลังจากฉันแล้วพวกท่านจะขัดแย้งกับฉันในสองสิ่งนี้อย่างไร  เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

ثُمَّ قَالَ : إِنَّ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ  ثُمَّ إِنَّهُ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقَالَ : مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيَّهُ  اللّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน  จากนั้นท่าน(ศ)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า “ บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นวะลีของเขา  ดังนั้นอาลีก็เป็นวะลีของเขา “  โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

สถานะหะดีษ : ซอฮิฮ์  ดูซิลซิละตุซซอฮีฮะฮ์  โดยเชคอัลบานี  เล่ม 4 : 330  หะดีษที่ 1750

 

  1. ซอเฮี๊ยะฮ์มุสลิม ฮะดีษที่ 4425 กิตาบฟะฎออิลุซ-ซอฮาบะฮ์   บาบ มิน ฟะฎออิล อาลี

ท่านเซด บิน อัรกอม รายงาน

ثُمَّ قَالَ قَامَ رَسُولُ اللَّهِ (ص) يَوْمًا فِينَا خَطِيبًا بِمَاءٍ يُدْعَى خُمًّا بَيْنَ مَكَّةَ وَالْمَدِينَةِ فَحَمِدَ اللَّهَ وَأَثْنَى عَلَيْهِ وَوَعَظَ وَذَكَّرَ ثُمَّ قَالَ أَمَّا بَعْدُ

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้ยืนปราศรัยในหมู่พวกเราวันหนึ่งที่แหล่งน้ำชื่อว่า (เฆาะดีร)คุม อยู่ระหว่างเมืองมักกะฮ์กับเมืองมะดีนะฮ์ ท่านได้สรรเสริญอัลลอฮ์ สดุดีพระองค์ และได้ตักเตือน ย้ำให้ระลึก จากนั้นท่านกล่าวว่า : อัมมาบะอ์ดุ

أَلاَ أَيُّهَا النَّاسُ فَإِنَّمَا أَنَا بَشَرٌ يُوشِكُ أَنْ يَأْتِىَ رَسُولُ رَبِّى فَأُجِيبَ وَأَنَا تَارِكٌ فِيكُمْ ثَقَلَيْنِ أَوَّلُهُمَا كِتَابُ اللَّهِ فِيهِ الْهُدَى وَالنُّورُ فَخُذُوا بِكِتَابِ اللَّهِ وَاسْتَمْسِكُوا بِهِ

พึงทราบเถิดท่านทั้งหลาย  อันที่จริงฉันเป็นมนุษย์คนหนึ่ง รอซูลแห่งพระผู้อภิบาลของฉัน(คือมลาอิกัลมูต)นั้นใกล้จะมา(รับชีวิตฉันไป)แล้ว และฉันก็ตอบรับแล้ว  และฉันได้มอบสิ่งหนักสองสิ่งไว้ในหมู่พวกท่าน  สิ่งแรกคือกิตาบุลเลาะฮ์(อัลกุรอาน)ในนั้นคือทางนำและแสงสว่าง  ดังนั้นพวกท่านจงจับคัมภีร์ของอัลลอฮ์ไว้ และจงยึดมันให้มั่น

فَحَثَّ عَلَى كِتَابِ اللَّهِ وَرَغَّبَ فِيهِ ثُمَّ قَالَ « وَأَهْلُ بَيْتِى أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِى أَهْلِ بَيْتِى أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِى أَهْلِ بَيْتِى أُذَكِّرُكُمُ اللَّهَ فِى أَهْلِ بَيْتِى

แล้วท่านได้แนะนำให้ปฏิบัติตามคัมภีร์   ถัดจากนั้นท่านกล่าวว่า  และ(สอง)อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน ฉันขอเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงอัลลอฮ์ในอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน  ฉันขอเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงอัลลอฮ์ในอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน   ฉันขอเตือนพวกท่านให้รำลึกถึงอัลลอฮ์ในอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน

فَقَالَ لَهُ حُصَيْنٌ وَمَنْ أَهْلُ بَيْتِهِ يَا زَيْدُ أَلَيْسَ نِسَاؤُهُ مِنْ أَهْلِ بَيْتِهِ

แล้วฮุศ็อยน์ได้กล่าวกับเซดว่า โอ้เซด และใครล่ะที่เป็นอะฮ์ลุลบัยต์ของนบี   บรรดาภรรยาของท่านไม่ได้เป็นอะฮ์ลุลบัยต์ของนบีดอกหรือ

قَالَ نِسَاؤُهُ مِنْ أَهْلِ بَيْتِهِ وَلَكِنْ أَهْلُ بَيْتِهِ مَنْ حُرِمَ الصَّدَقَةَ بَعْدَهُ.

เซดกล่าวว่า บรรดาภรรยาของนบี คือส่วนหนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์ของนบี  แต่อะฮ์ลุลบัยต์ของนบีจริงๆคือ ผู้ที่ต้องห้ามไม่ให้รับซอดะเกาะฮ์(ซะกาต)ภายหลังจากท่าน

قَالَ وَمَنْ هُمْ قَالَ هُمْ آلُ عَلِىٍّ وَآلُ عَقِيلٍ وَآلُ جَعْفَرٍ وَآلُ عَبَّاسٍ قَالَ كُلُّ هَؤُلاَءِ حُرِمَ الصَّدَقَةَ قَالَ نَعَمْ

ฮุศ็อยน์กล่าวว่า   พวกเขาเหล่านั้นคือใคร  เซดได้กล่าวว่า  พวกเขาคือ อาลิ(วงศ์วาน)ของอาลี ,วงศ์วานของอะกีล,วงศ์วานของญะอ์ฟัรและวงศ์วานของอับบาส  ฮุศ็อยน์กล่าวว่า  พวกเขาเหล่านี้ ถูกห้ามไม่ให้รับซ่อดะเกาะฮ์ใช่ไหม เซด บิน อัรก็อม  กล่าวว่า “ ใช่แล้ว”

 

ฮะดีษที่ได้รับการรับรองว่าถูกต้องทั้งห้าบทนี้ คือหลักฐานที่พิสูจน์ความถูกต้องที่ว่า ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ได้ประกาศแต่งตั้งท่านอาลีเป็นผู้ปกครองเหนือบรรดาซฮาบะฮ์ที่เฆาะดีรคุมจริง

 

คำถาม  อะฮ์ลุลบัยต์ ในฮะดีษคอลีฟะตัยนิ หรือ ษะเกาะลัยนิหมายถึงใคร

คำตอบ การบิดเบือนความหมาย “อะฮ์ลุลบัยต์ตี” ในฮะดีษ”คอลีฟะตัยนิ หรือ ษะเกาะลัยนิ” ว่าคือภรรยานบี มีคำอธิบายดังต่อไปนี้

8.1.นบี(ศ)กล่าวว่า((وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ –แท้จริงสองสิ่ง(กุรอ่านกับอะฮ์ลุลบัยต์นบี)จะไม่แยกจากกัน จนทั้งสองจะกลับมาพบฉันที่สระน้ำ)) วรรคนี้ไม่ได้หมายถึงภรรยานบีและเป็นไปไม่ได้  เพราะสองสิ่งต้องอยู่คู่กันจนถึงวันสิ้นโลก แต่วันนี้ภรรยานบีเสียชีวิตไปหมดแล้ว พวกนางไม่ได้อยู่คู่กับอัลกุรอ่านในยุคนี้ เพราะฉะนั้นคำ”อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน” จึงไม่ตรงกับคุณสมบัติของภรรยานบีคนใด

8.2.ท่านหญิงอุมมุ สะละมะฮ์ เล่าว่า

أَنَّ النَّبِىَّ (ص) جَلَّلَ عَلَى الْحَسَنِ وَالْحُسَيْنِ وَعَلِىٍّ وَفَاطِمَةَ كِسَاءً ثُمَّ قَالَ اللَّهُمَّ هَؤُلاَءِ أَهْلُ بَيْتِى وَخَاصَّتِى أَذْهِبْ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهِّرْهُمْ تَطْهِيرًا

ท่านนบี(ศ)ได้เอาผ้ากีซาคลุมบนตัวฮาซัน,ฮูเซน,อาลีและฟาติมะฮ์ จากนั้นท่านกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ บุคคลเหล่านี้คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉันและเป็นผู้ใกล้ชิดของฉัน  โปรดขจัดความโสมมออกจากพวกเขา และโปรดชำระพวกเขาให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเถิด

فَقَالَتْ أُمُّ سَلَمَةَ وَأَنَا مَعَهُمْ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ  إِنَّكِ إِلَى خَيْرٍ

นางอุมมุสะละมะฮ์กล่าวว่า ขอให้ฉันได้อยู่กับพวกเขาด้วยเถิด โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์     ท่านตอบว่าเธอไปยังความดี
สถานะหะดีษ : ซอเฮี๊ยะฮ์ ดูสุนัน ติรมิซี ตรวจทานโดย เชคอัลบานี หะดีษที่ 3038

หากถามว่า ภรรยานบีได้อยู่ใต้ผ้าคลุมกีซา สักคนไหม เรามาฟังฮาดีษนี้กัน

ท่านหญิงอุมมุ สะละมะฮ์  เล่าว่า

أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ لِفَاطِمَةَ ائْتِينِي بِزَوْجِكِ وَابْنَيْكِ فَجَاءَتْ بِهِمْ فَأَلْقَى عَلَيْهِمْ كِسَاءً فَدَكِيًّا قَالَ ثُمَّ وَضَعَ يَدَهُ عَلَيْهِمْ

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้กล่าวกับฟาติมะฮ์ว่า จงไปพาสามีเธอและบุตรชายทั้งสองของเธอมาหาฉันที นางจึงไปพาพวกเขามา ท่านรอซูลได้เอาผ้ากีซาจากฟะดั๊กคลุมบนตัวพวกเขา จากนั้นท่านเอามือของท่านวางบนพวกเขา

ثُمَّ قَالَ اللَّهُمَّ إِنَّ هَؤُلَاءِ آلُ مُحَمَّدٍ فَاجْعَلْ صَلَوَاتِكَ وَبَرَكَاتِكَ عَلَى مُحَمَّدٍ وَعَلَى آلِ مُحَمَّدٍ إِنَّكَ حَمِيدٌ مَجِيدٌ قَالَتْ أُمُّ سَلَمَةَ فَرَفَعْتُ الْكِسَاءَ لِأَدْخُلَ مَعَهُمْ فَجَذَبَهُ مِنْ يَدِي وَقَالَ إِنَّكِ عَلَى خَيْرٍ

แล้วท่านวิงวอนว่า โอ้อัลลอฮ์ พวกเขาเหล่านี้คือ วงศ์วานของมุฮัมมัด ได้โปรดประทานพรและความจำเริญของพระองค์ให้แก่มุฮัมมัดและ”อาลิ มุฮัมมัด”นี้ด้วยเถิดแท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้รับการสรรเสริญผู้ทรงได้รับการยกกย่อง ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์เล่าว่า ฉันได้จับผ้ากีซาอ์ยกขึ้น เพื่อจะเข้าไปอยู่กับพวกเขาด้วย แล้วท่าน()ได้ดึงผ้านั้นไปจากมือฉัน และท่านกล่าวว่าแท้จริงเธออยู่บนความดีหนึ่ง
หนังสืออัช-ชะรีอะฮ์ โดยอัลอาญุรรีย์ ฮะดีษที่ 1649 ฮะดีษฮาซัน และในมุสนัดอิหม่ามอะหมัด ฮะดีษที่ 26789 เชคชุเอบ อัรนาอูฏ กล่าวว่าเป็นฮะดีษ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

.ชีอะฮ์สามารถยกคำพูดนักวิชาการซุนนี่สักคนมาพิสูจน์ได้ไหมว่า เขาอธิบายคำอะฮ์ลุลบัยต์นบีในฮะดีษ คอลีฟะตัยนิ หรือ ษะเกาะลัยนิว่าไม่ใช่ภรรยาของท่านนบี(ศ)

คำตอบ   ในตัฟซีร รูฮุลมะอานีย์ เล่ม 22 หน้า  16  คำอธิบายซูเราะฮ์ที่ 33 : 33

อัลลามะฮ์ อาลูซีย์ นักตัฟซีรซุนนี่ มรณะ ฮ.ศ. 1270 กล่าวว่า

وَأَنْتَ تَعْلَمُ أَنَّ ظاَهِرَ ماَ صَحَّ مِنْ قَوْلِهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ خَلِيفَتَيْنِ وَفِيْ رِوَايَةِ ثَقَلَيْنِ كِتَابُ اللَّهِ حَبْلٌ مَمْدُودٌ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

คุณรู้ดีว่า ที่ชัดเจน มีรายงานที่ถูกต้องจากท่านนบี(ศ)กล่าวว่า ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสองคอลีฟะฮ์ และอีกรายงานหนึ่งคือ สองสิ่งหนัก สิ่งนั้นคือ คัมภีร์กุรอาน คือเชือกที่ทอดยาวอยู่ระหว่างชั้นฟ้าและแผ่นดิน และอิตเราะฮ์ของฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน และสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

يَقْتَضِي أَنَّ النِّساَءَ الْمُطَهَّرَاتِ غَيْرُ دَاخِلاَتٍ فِيْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْنَ هُمْ أَحَدُ الثَّقَلَيْنِ لِأَنَّ عِتْرَةَ الرَّجُلِ كَماَ فِي «الصِّحاَحِ» نَسْلُهُ وَرَهْطُهُ الْأَدْنُوْنَ

ส่งผลแสดงว่า ภรรยานบี ผู้สะอาด ไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาอยู่ในคำ อะฮ์ลุลบัยต์ ที่พวกเขาคือหนึ่งในสองสิ่งหนัก(ษะเกาะลัยนิ) เพราะวงศ์วานของชายคนหนึ่ง ตามที่พจนานุกรมชื่อ อัศ-ศิห๊าห์ กล่าวไว้หมายถึง นัสลุฮุ(ลูกหลานของเขา)และหมายถึง บุคคลที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด