lasted posts

Popular

ghadir

ฮะดีษ มันกุนตุ เมาลาฮุ ฟะอะลียุน เมาลาฮุ

 

คำถาม ทำไมชีอะฮ์ต้องแปลคำ เมาลา และ วะลี ในฮะดีษเฆาะดีรคุมว่าหมายถึง ผู้ปกครอง ทั้งๆที่สองคำนี้มีความหมายอื่นๆอีกเช่น มิตร หรือ ผู้ช่วยเหลือ

คำตอบ ความหมาย เมาลา และ วะลี ในฮะดีษเฆาะดีรคุม ทีแท้จริงคือ ผู้ปกครอง ด้วยหลักฐานและเหตุผลดังนี้ต่อไปนี้

 

หลักฐานที่ หนึ่ง

คำ เมาลา และ วะลี ในทางภาษาศาสตร์

มุฮัมมัด บิน มุกริม อัลอัฟรีกี หรือ อิบนิ มันซูร มรณะ ฮ.ศ. 711 กล่าวว่า

وَ الْوَلِيُّ وَ الْمَوْلَى وَاحِدٌ فِي كَلاَمِ الْعَرَبِ

คำ เมาลา และ วะลี นั้นมีความหมายเดียวกันในภาษาอรับ

قاَلَ أَبُو مَنْصُوْر : وَمِنْ هَذَا قَوْلُ سَيِّدُنا رَسُوْلاً

อบูมันศูร กล่าวว่า และจากคำพูดนี้ (ตัวอย่างเช่น)ท่านรอซูล(ศ) ได้กล่าวว่า

أَيُّمَا اِمْرَأَةٍ نَكَحَتْ بِغَيْرِ إِذْنِ مَوْلاَهاَ

สตรีคนใดก็ตาม จัดการสมรส(นิกะห์ให้กับตัวนางเอง) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเมาลา(ผู้ปกครองของนาง ดังนั้น นิกะห์ของนางเป็นโมฆะ)

وَرَوَاهُ بَعْضُهُمْ : بِغَيْرِ إِذْنِ وَلِيِّهَا لَأَنَّهُماَ بِمَعْنىً وَاحِد

บางคนรายงานว่า (สตรีคนใดก็ตามจัดการสมรส)โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก”วะลี”(ผู้ปกครอง)ของนาง เนื่องจากทั้งสองคำนั้นมีความหมายเดียวกัน

وَرَوَى اِبْنُ سَلاَم عَنْ يُوْنُسَ قاَلَ : الْمَوْلَى لَهُ مَوَاضِعُ فِي كَلاَمِ الْعَرَبِ

อิบนุสะลาม รายงานจากยูนุสว่าคำ เมาลา นั้นมีหลายความหมายในภาษาอาหรับ

مِنْهاَ الْمَوْلَى فِي الدِّيْنِ وَهُوَ الْوَلِيُّ وَذَلِكَ قَوْلُهُ تَعاَلَى

ส่วนหนึ่งคือ เมาลา ในทางศาสนา และมันคือ วะลี นั่นเพราะมีอัลลอฮ์ ตรัสว่า

{ ذَلِكَ بِأَنَّ اللَّهَ مَوْلَى الَّذِينَ آَمَنُوا وَأَنَّ الْكَافِرِينَ لَا مَوْلَى لَهُمْ }

ทั้งนี้เพราะว่า อัลลอฮ์เป็นเมาลา(ผู้ปกครอง)บรรดาผู้ศรัทธา และแน่นอนพวกปฏิเสธศรัทธาไม่มีเมาลาสำหรับพวกเขา  ซูเราะฮ์ที่ 47 : 11

أَي لاَ وَلِيَّ لَهُمْ وَمِنْهُ قَوْلُ سَيِّدِناَ رَسُوْلاً : مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَعَلِيٌّ مَوْلاَهُ أَي مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ

กล่าวคือ ไม่มี”วะลี”สำหรับพวกเขา และจากมันคือคำพูดของท่านรอซูล(ศ)นายของเรากล่าวว่า ผู้ใด ที่ฉันเป็นเมาลาของเขา ดังนั้นอาลีก็คือเมาลาของเขา หมายถึง ผู้ใดที่ฉันคือวะลีของเขา

และอิบนิมันซูร กล่าวว่า

وَقاَلَ الشاَّفِعِيُّ : يَعْنِي بِذَلِكَ وَلاَءُ الْإِسْلاَمِ كَقَوْلِهِ تَعاَلَى : { ذَلِكَ بِأَنَّ اللهَ مَوْلَى الَّذِيْنَ آمَنُوْا وَأَنَّ الْكاَفِرِيْنَ لاَ مَوْلَى لَهُمْ }

อิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า นั่นหมายความว่า วะลาอุลอิสลาม(การปกครองแห่งอิสลาม) เช่นพระดำรัสของอัลลอฮ์ตะอาลา ที่ตรัสว่า

(ทั้งนี้เพราะว่า อัลลอฮ์เป็นเมาลา(ผู้ปกครอง)บรรดาผู้ศรัทธา และแน่นอนพวกปฏิเสธศรัทธาไม่มีเมาลาสำหรับพวกเขา)

قاَلَ : وَقَوْلُ عُمَرَ لِعَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ تَعاَلَى عَنْهُماَ : أَصْبَحْتَ مَوْلَى كُلِّ مُؤْمِنٍ أَي وَلِيَّ كُلِّ مُؤْمِنٍ

(อิบนิมันซูร)กล่าวว่า คำพูดของท่านอุมัรที่กล่าวกับท่านอาลีว่า ท่านได้กลายเป็นเมาลาของมุอ์มินทุกคน นั่นหมายถึง ท่านกลายเป็นวะลีของมุอ์มินทุกคน

อ้างอิงจากหนังสือ ลิซานุล อาหรับ เล่ม 15 หน้า 405

 

คำ วะลี  ในคัมภีร์อัลกุรอ่าน อัลลอฮ์(.)ตรัสว่า

اللَّهُ وَلِيُّ الَّذِيْنَ آَمَنُوْا يُخْرِجُهُمْ مِنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّورِ

อัลลอฮ์ทรงเป็นวะลีของบรรดาผู้ศรัทธา พระองค์ทรงนำพวกเขาออกจากความมืดสู่ความสว่าง 

ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ โองการที่ 257

 

ท่านจะเห็นได้ว่า อัลลอฮ์ ผู้เป็น”วะลี”ในโองการนี้ ทรงอยู่ในฐานะผู้ปกครอง พระองค์จึงทรงมีอำนาจ พาบรรดาผู้ศรัทธา ออกจากความมืดสู่ความสว่างได้

 

คำถาม ฮาดีษเฆาะดีรคุม ท่านนบีมุฮัมมัด()อธิบายถึงท่านอาลีในฐานะ เมาลา ว่า

مَنْ كُنْتُ مَوْلَاهُ فَعَلِيٌّ مَوْلَاهُ

ผู้ใด ที่ฉันเป็น เมาลา ของเขา ดังนั้น อาลีก็คือ เมาลา ของเขา

หรืออีกรายงานหนึ่ง

مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَعَلِيٌّ وَلِيُّهُ

ผู้ใด ที่ฉันเป็น วะลี ของเขา ดังนั้น อาลีก็คือ วะลี ของเขา

 

รายงานฮะดีษ มีสองรูปแบบ  ซึ่งเรากล่าวไปแล้วในทางภาษาศาสตร์ว่า ทั้ง เมาลาและ วะลี มีความหมายเดียวกัน

 

ประเด็นสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจว่า เมาลา และ วะลี สองคำนี้ในฮะดีษเฆาะดีรคุมหมายถึงอะไร เราจะต้องสังเกตคำพูดของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ตั้งแต่แรก ที่กล่าวว่า

อัลลอฮ์คือ เมาลาของฉัน  และอัลลอฮ์คือ วะลีของฉัน  ให้ชัดเจนเสียก่อน

 

หนังสือ มุชกิลุล อาษาร ของอิหม่ามเตาะฮาวีย์ เล่ม 5 : 18-19 ฉบับตรวจทานโดย  เชค ชุเอบ อัรนาอูฏ

อบูอิวานะฮ์ เล่าให้เรา จากสุลัยมาน คือ อัลอะอ์มัช เล่าว่า เล่าให้เรา  ฮะบีบ บิน อบีษาบิต เล่าให้เรา จากอบีตูเฟล จากท่าน เซด บิน อัรก็อม เล่าว่า

لَمَّا رَجَعَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ عَنْ حَجَّةِ الْوَدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قَالَ كَأَنِّي قَدْ دُعِيتُ فَأَجَبْتُ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่เฆาะดีรคุม ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า  ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว

إِنِّي قَدْ تَرَكْتُ فِيكُمُ الثَّقَلَيْنِ ، أَحَدُهُمَا أَكْبَرُ مِنَ الآخَرِ : كِتَابُ اللهِ عز وجل  وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي  فَانْظُرُوا كَيْفَ تَخْلُفُونِي فِيهِمَا ، فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا ، حَتَى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสองสิ่งหนัก หนึ่งในสองสิ่งนั้นใหญ่กว่าอีกสิ่งหนึ่งคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์ของฉัน คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปรักษาอย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

ثُمَّ قَالَ إِنَّ اللهَ عز وجل مَوْلاَيَ ، وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน

ثُمَّ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقَالَ

จากนั้นท่าน(ศ)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า

مَنْ كُنْتُ وَلِيُّهُ  فَهَذَا وَلِيُّهُ

ผู้ใดที่ฉันเป็น วะลี ของเขา  ดังนั้น อาลีก็เป็น วะลี ของเขา

اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ  وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

فَقُلْتُ لِزَيْدٍ : سَمِعْتَهُ مِنْ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ فَقاَلَ : مَا كَانَ فِي الدَّوْحَاتِ أَحَدٌ إِلاَّ رَآهُ بِعَيْنِهِ ، وَسَمِعَهُ بِأُذُنِهِ (1)

อบีตูเฟลจึงกล่าวกับ เซด  บิน อัรก็อมว่า ท่านได้ยินฮะดีษนี้จากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)หรือ เซดตอบว่า ไม่มีใครที่อยู่ใกล้ต้นไม้นั้น เว้นแต่เขาจะเห็นมันด้วยตาของเขาเองและได้ยินมันด้วยหูของเขาเอง

قاَلَ أَبُوْ جَعْفَرٍ فَهَذَا الْحَدِيْثُ صَحِيْحُ الْإِسْناَدِ لاَ طَعْنَ لِأَحَدٍ فِي أَحَدٍ مِنْ رُوَاتِهِ فِيْهِ إِنْ كاَنَ ذَلِكَ الْقَوْلُ كاَنَ مِنْ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ لِعَلِيٍّ بِغَدِيْرَ خُمٍّ فِي رُجُوْعِهِ مِنْ حَجِّهِ إِلَى الْمَدِيْنَةِ لاَ فِيْ خُرُوْجِهِ لِحَجِّهِ مِنَ الْمَدِيْنَةِ

อบูญะอ์ฟัร อัตเตาะฮาวี กล่าวว่า ฮะดีษบทนี้ มีสายรายงานที่ ซอเฮี๊ยะฮ์ ไม่มีการตำหนิผู้หนึ่งผู้ใดจากบรรดาผู้เล่ามันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าหากคำพูดนั้นคือสิ่งที่มาจากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ที่กล่าวกับท่านอาลีที่เฆาะดีรคุมตอนท่านเดินทางกลับจากการทำฮัจญ์ไปมะดีนะฮ์ ไม่ใช่ตอนท่านจะออกเดินทางจากมะดีนะฮ์(ไปมักกะฮ์)เพื่อทำฮัจญ์ของท่าน

(1)เชคชุเอบ อัรนาอูฏ วิจารณ์ว่า

رِجاَلُهُ ثِقاَتٌ رِجاَلُ الشَّيْخَيْنِ اِلاَّ أَنَّ حَبِيْبَ بْنَ أَبِي ثاَبِتٍ مُدَلِّسٌ وَقَدْ عَنْعَنَ لَكِن تاَبَعَهُ فِطْرُ بنُ خَلِيْفَةَ عِنْدَ الْمُؤَلِّفِ فَالْحَدِيْثُ الصَّحِيْحُ

บรรดานักรายงานฮะดีษนี้ คือนักรายงานของเชคทั้งสอง(บุคอรีและมุสลิม) ยกเว้น ฮะบีบ บิน อบีษาบิต เขาเป็นมุดัลลิส(ผู้อำพรางสายรายงานฮะดีษ)และแน่นอนเขาได้รายงานฮะดีษชนิด”อันอัน” แต่ ฟิตรุ บิน คอลีฟะฮ์ได้ตามรายงานของเขา ในทัศนะของผู้เรียบเรียงนั้นถือว่าเป็น ฮะดีษที่ซอเฮี๊ยะฮ์

สรุปว่า เชคชุเอบ อัรนาอูฏ กับอิหม่ามเตาะฮาวีมีทัศนะตรงกันว่าฮาดีษนี้ซอเฮี๊ยะฮ์

 

ซอเฮี๊ยะฮ์ อิบนิฮิบบาน เล่ม 15 : 375 ฮะดีษที่ 6931

حدَّثنا فِطْر بن خَلِيفَة : عَنْ أَبِي الطُّفَيْلِ ، قَالَ : قاَلَ عَلِيٌّ : أَنْشُدُ اللهَ كُلَّ امْرِئٍ سَمِعَ رَسُولَ اللهِ صلى الله عليه و سلم يَقُولُ يَوْمَ غَدِيرِ خُمٍّ

ฟิตรุ บิน คอลีฟะฮ์ เล่าให้เรา จากอบีตูเฟล เล่าว่า ท่านอาลีได้กล่าวว่า ขอให้ทุกคนสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า เขาได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้กล่าวในวันเฆาะดีรคุม

لَمَا قَامَ فَقَامَ أُنَاسٌ فَشَهِدُوْا أَنَّهُمْ سَمِعُوْهُ يَقُوْلُ

ตอนท่านยืน แล้วประชาชนได้ลุกยืน พวกเขาต่างเป็นพยานยืนยันว่า พวกเขานั้นได้ยินท่านรอซูลกล่าวว่า

أَلَسْتُمْ تَعْلَمُوْنَ أَنِّي أَوْلَى النَّاسِ بِالْمُؤْمِنِيْنَ مِنْ أَنْفُسِهِمْ  قاَلُوْا : بَلَى يَارَسُوْلَ اللهِ قَالَ

พวกท่านรู้ดีใช่ไหมว่า ตัวฉันนั้น”เอาลา”คือผู้มีสิทธิมากที่สุดต่อบรรดามุอ์มิน ยิ่งกว่าตัวของพวกเขาเอง  พวกเขาตอบว่า ใช่แล้วครับโอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์  ท่านจึงกล่าวว่า

مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَإِنَّ هَذَا مَوْلاَهُ

ผู้ใดที่ฉันเป็น เมาลา ของเขา  ดังนั้นอาลี ก็เป็น เมาลา ของเขา

اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ ، وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

فَخَرَجْتُ وَفِي نَفْسِيْ مِنْ ذَلِكَ شَيْءٌ فَلَقِيْتُ زَيْدَ بْنَ أَرْقَمَ فَذَكَرْتُ ذَلِكَ لَهُ فَقاَلَ

قَدْ سَمِعْناَهُ مِنْ رَسُوْلِ الله صلى الله عليه و سلم يَقُوْلُ ذَلِكَ لَهُ

แล้วฉัน(อบีตูเฟล)จึงเดินออกมาข้างนอก โดยที่ในตัวฉันมีสิ่งหนึ่งคาใจจากคำพูดนั้น ทันใดนั้นฉันได้พบ เซด บิน อัรก็อม ฉันได้เล่าสิ่งนั้นให้เขาฟัง เขากล่าวว่า แน่นอนพวกเราได้ยินมันจากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวคำพูดนั้นกับท่านอาลี

قاَلَ شُعَيْبُ الْأَرْنَؤُوْط : إسْناَدُهُ حَسَنٌ رِجاَلُهُ ثِقاَتٌ رِجاَلُ الشَّيْخَيْنِ غَيْرُ فِطْرُ بْنُ خَلِيْفَةَ وَهُوَ صَدُوْقٌ

เชค ชุเอบ อัรนาอูฏ กล่าวว่า สายรายงานของฮะดีษ ฮาซัน(ดี) บรรดานักรายงานฮะดีษเชื่อถือได้ เป็นนักรายงานของเชคทั้งสอง(บุคอรีและมุสลิม) ยกเว้น ฟิตรุ บิน คอลีฟะฮ์ ซึ่งเขาเชื่อถือได้