lasted posts

Popular

مهدیعج-6

หลักฐานที่ สอง

หนังสือชื่อ อัลอะฮาดีษ อัลมุคตาเราะฮ์ เล่ม 2 : 106 ฮะดีษที่  480

كتاب الأحاديث المختارة  التأليف : الحافظ الحنبلي المقدسي المشهور بالضياء المقدسي

เรียบเรียงโดย อัลฮาฟิซ อัลฮัมบะลี อัลมักดะซี รู้จักกันในชื่อ อัลฎิยาอุล มักดะซี

قَالَ عَلِيٌّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ : أَنْشُدُ اللَّهَ مَنْ سَمِعَ رَسُوْلَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُوْلُ يَوْمَ غَدِيْرِ خُمٍّ

ท่านอาลี(ร.ฎ.)กล่าวว่า ฉันขอให้สาบานต่ออัลลอฮ์เถิด ผู้ที่ได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวในวันเฆาะดีรคุมว่า

اللهُ وَلِيِّيْ وَأَناَ وَلِيُّ الْمُؤْمِنِيْنَ

อัลเลาะฮ์ทรงเป็น”วะลี ของฉัน” และตัวฉันเป็น วะลี ของบรรดามุอ์มิน

مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَعَلِيٌّ مَوْلاَهُ

ผู้ใดที่ฉันเป็น เมาลา ของเขา  ดังนั้นอาลี ก็เป็น เมาลา ของเขา

 

قاَلَ الْمُحَقِّقُ : عَبْدُ الْمَلِك بْنُ عَبْدِ اللهِ بْنِ دُهَيْش  إسْناَدُهُ صَحِيْحٌ

เชค ด็อกเตอร์ อับดุลมะลิก บิน อับดุลลอฮ์ บิน ดุฮัยช์ มรณะฮ.ศ. 1434 กล่าวว่า สายรายงานของมัน ซอเฮี๊ยะฮ์

 

ท่านจะเห็นได้ว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์()ได้ยืนยันว่า

อัลลอฮ์(ซ.บ)ทรงมีสถานะเป็น วะลีของท่าน เสียก่อน

จากนั้นท่านรอซูลุลอฮ์(ศ) จึงได้ยืนยันว่า

ตัวท่านเป็น วะลีของบรรดามุอ์มิน

แล้วจากนั้นท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)จึงยืนยันถึงสถานะของท่านอาลีว่า

เขาเป็น “เมาลา ของทุกคน” เช่นกัน

 

คำถาม อำนาจวิลายะฮ์(การปกครอง)ของอัลลอฮ์ต่อมนุษย์ นั้นเป็นแค่ คนรักและผู้ช่วยเหลือ กระนั้นหรือ  

ขอให้เรากลับมาดูโองการที่ 257 ซูเราะฮ์อัลบะเก็าะเราะฮ์ อีกครั้ง

اللَّهُ وَلِيُّ الَّذِيْنَ آَمَنُوْا يُخْرِجُهُمْ مِنَ الظُّلُمَاتِ إِلَى النُّوْرِ

อัลลอฮ์ คือ วะลี ของบรรดาผู้ศรัทธา ทรงนำบรรดามุอ์มิน ออกจากความมืดทั้งหลาย สู่ความสว่าง

หมายความว่า อัลลอฮ์ทรงเป็นแค่ “ที่รักและผู้ช่วยเหลือ” หรือการที่อัลลอฮ์ ทรงนำบรรดาผู้ศรัทธาออกจากความมืด นั้นหมายถึง อัลลอฮ์ทรงมีอำนาจควบคุม ดูแล กิจการงาน ของบรรดาผู้ศรัทธาใช่ไหม พระองค์ทรงเป็นผู้ปกครองพวกเขาใช่ไหม

 

หนังสือชื่อ อัลบิดายะฮ์ วันนิฮายะฮ์ เล่ม 5 หน้า  209

ท่านอิบนิ กะษีร บันทึกฮะดีษว่า

ฮะบีบ บิน อบี ษาบิต จาก อบี ตูเฟล จาก เซด บิน อัรก็อม เล่าว่า

لَماَّ رَجَعَ رَسُوْلُ اللهِ مِنْ حَجَّةِ الْوَدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحاَتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قاَلَ كَأَنِّيْ قَدْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่เฆาะดีรคุม ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า  ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว

اِنِّيْ قَدْ تَرَكْتُ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ كِتاَبُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ فَانْظُرُوْا كَيْفَ تَخْلُفُوْنِي فِيهِمَا فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا  حَتَى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสองสิ่งหนักคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์ของฉัน คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปรักษาอย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

ثُمَّ قَالَ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า อัลลอฮ์ทรงเป็น เมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน

ثُمَّ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ فَقَالَ

จากนั้นท่าน(ศ)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า

مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَهَذَا وَلِيُّهُ

ผู้ใดที่ฉัน เป็น เมาลา ของเขา  ดังนั้นชายคนนี้(อาลี)ก็เป็น เมาลา ของเขา

اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاهُ  وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

فَقُلْتُ لِزَيْدٍ سَمِعْتَهُ مِنْ رَسُولِ اللهِ صلى الله عليه وسلم فَقاَلَ مَا كَانَ فِي الدَّوْحَاتِ أَحَدٌ إِلاَّ رَآهُ بِعَيْنِهِ ، وَسَمِعَهُ بِأُذُنَيْهِ تَفَرَّدَ بِهِ النَّسَائِيُّ مِنْ هَذَا الْوَجْهِ

ฉัน(อบีตูเฟล)จึงกล่าวกับ เซด บิน อัรก็อม ว่า ท่านได้ยินฮะดีษนี้จากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)หรือ เซดตอบว่า ไม่มีใครที่อยู่ใกล้ต้นไม้นั้น เว้นแต่เขาจะเห็นมันด้วยตาของเขาเองและได้ยินมันด้วยสองหูของเขาเอง  อันนะซาอีได้รายงานฮะดีษนี้ไว้คนเดียวในด้านนี้

قاَلَ شَيْخُناَ أَبُو عَبْدِ اللهِ الذَّهَبِيُّ وَهَذاَ حَدِيْثٌ صَحِيْحٌ

ท่านเชคของเราคือ อบู อับดุลลอฮ์ อัซซะฮะบี กล่าวว่า ฮะดีษนี้ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

ท่าน นะซาอี ได้กล่าวไว้ในหนังสือชื่อ

เคาะซออิศ อาลี  หน้าที่  93  ฮะดีษเลขที่ 79

باَبُ قَوْلُ النَّبِيِّ (ص) مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيُّهُ

หัวข้อ คำพูดนบี(ศ) มัน กุนตุ วะลียะฮู ฟะ ฮาซา วะลียุฮู

حَبِيبِ بْنِ أَبِي ثَابِتٍ عَنْ أَبِي الطُّفَيْلِ عَنْ زَيْدِ بْنِ أَرْقَمَ قاَلَ

ฮะบีบ บิน อบี ษาบิต จาก อบี ตูเฟล จาก เซด บิน อัรก็อม เล่าว่า

لَماَّ رَجَعَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم مِنْ حَجَّةِ الْوَدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمِّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قاَلَ كَأَنِّي دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ

เมื่อท่านนบี(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่เฆาะดีรคุม ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า  ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว

وَاِنِّي تاَرِكٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ اَحَدُهُماَ اَكْبَرُ مِنَ الْآخَرِ كِتاَبُ الله وَعِتْرَتِيْ اَهْلُ بَيْتِيْ  فَانْظُرُوْا كَيْفَ تَخْلُفُوْنِيْ فِيْهِماَ فَاِنَّهُماَ لَنْ يَفْتَرِقاَ حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

และแท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสองสิ่งหนัก สิ่งหนึ่งใหญ่กว่าอีกสิ่งหนึ่งคือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์ และอิตเราะฮ์ของฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปรักษาอย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

ثُمَّ قَالَ اِنَّ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَناَ وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน

ثُمَّ اِنَّهُ اَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقاَلَ

จากนั้นท่าน(ศ)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า

مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيُّهُ

ผู้ใดที่ฉันเป็น วะลี ของเขา  ดังนั้นชายคนนี้(อาลี)ก็เป็น วะลี ของเขา

اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاهُ  وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

فَقُلْتُ لِزَيْدٍ : سَمِعْتَهُ مِنْ رَسُوْلِ اللهِ صلى الله عليه وسلم ؟ فَقاَلَ : وَاِنَّهُ ماَ كاَنَ فِي الدَّوْحاَتِ اَحَدٌ إلاَّ رَآهُ بِعَيْنِهِ وَسَمِعَهُ بِاُذُنَيْهِ

ฉัน(อบีตูเฟล)จึงกล่าวกับเซด บิน อัรก็อม ว่า ท่านได้ยินฮะดีษนี้จากท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)หรือ เซดตอบว่า ไม่มีใครที่อยู่ใกล้ต้นไม้นั้น เว้นแต่เขาจะเห็นมันด้วยตาของเขาเองและได้ยินมันด้วยสองหูของเขาเอง

اِسْناَدُهُ صَحِيْحٌ

สายรายงานของฮะดีษนี้ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

นี่คือ มัศดัร-แหล่งอ้างอิง ฮะดีษที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)ได้กล่าวว่า

مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيُّهُ

ผู้ใดที่ฉันเป็น วะลีของเขา  ดังนั้นชายคนนี้(อาลี)ก็เป็น วะลีของเขา

 

ท่านจะเห็นได้ว่าความหมาย “เมาลา” ในทางภาษาและในตัวบทฮาดีษ นั้นหมายถึง “วะลี”

เพราะฉะนั้น ฐานะ “เมาลา ของท่าน อาลี” จึงเป็นฐานะที่ยืนยันมาก่อนหน้านั้นแล้วคือ รอซูลุลลอฮ์(ศ)เป็น เมาลา ของบรรดาผู้ศรัทธา

และอัลลอฮ์ทรงเป็น เมาลาของรอซูลุลลอฮ์(ศ)  ซึ่ง “เมาลาของอาลี” ในที่นี้จึงหมายถึง อิมามะฮ์ วัล คิลาฟะฮ์ คือเป็นผู้ปกครองทั้งทางศาสนจักรและอาณาจักร

ท่านอาลี ไม่ใช่เป็น “เมาลา-ผู้ปกครอง” แค่ทางศาสนจักรเท่านั้น

เพราะถ้าท่านหมายถึง ท่านอาลีเป็นเมาลาในทางศาสนาเท่านั้น

ฮาดีษ เฆาะดีรคุม ก็จะหมายถึง อัลลอฮ์และรอซูลคือ เมาลาในทางศาสนาเท่านั้นเช่นกัน   ดังที่คนบางกลุ่ม พยายามเล่นกับความหมายฮาดีษ มันกุนตุเมาลาฮุ ฟะอะลียุน เมาลาฮุ

 

ด้วยเหตุนี้ จึงถือว่า ฮาดีษ เฆาะดีรคุม คือหลักฐานพิสูจน์ยืนยันว่า ท่านอาลีเป็นผู้นำผู้ปกครอง ทั้งทาง ศาสนจักร และ อาณาจักร

 

เราจะแปลคำ “เมาลา – مَوْلَي” ว่า ใกล้ชิดที่สุด คือเอาลา- أَوْلَي ในรูป มัฟอัล- أَفْعَلُ (อิสมุต-ตัฟฎีล-นามเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ)นั้นไม่ได้ถ้าพิจารณาความหมายแวดล้อมต่างๆของฮะดีษ

แต่เราต้องแปลคำ “เมาลา –  مَوْلَي“ ว่าคือ  วะลี – وَلِيٌّ ในรูป ฟะอีล – فَعِيْلٌ (ซีเฆาะตุลมุบาละเฆาะฮ์- นามที่แสดงถึงความมาก)

 

คำถาม ฮาดีษ เฆาะดีรคุม ทำไมศาสดามุฮัมมัด()จึงใช้คำพูดด้วยรูปแบบสองคำนี้คือ เมาลา และ วะลี

คำตอบ

หนึ่ง. สาเหตุอาจมาจาก ผู้เล่าฮาดีษเฆาะดีรคุมนั้นมีมากมายหลายสายรายงาน

สอง. ผู้เล่าฮาดีษนี้ อาจเล่นกับความหมายของฮะดีษ วัลลอฮุอะอ์ลัม

สาม. ผู้เล่าฮาดีษนี้ ต้องการเบี่ยงเบนความหมายที่แท้จริงของฮาดีษก็ได้ วัลลอฮุอะอ์ลัม

 

แต่มันไม่มีความแตกต่างอะไรเลยสำหรับเรา เพราะทั้งคำว่า เมาลา และ วะลี ต่างมีความหมายเดียวกันทั้งสิ้น  ตามที่เราได้อธิบายไปแล้วแต่ต้น ในทางภาษาศาสตร์และการนำสองคำนี้มาใช้ในศาสนาอิสลาม

 

แต่ถ้าท่านยังจะแปลคำ เมาลา ว่า เอาลา(ใกล้ชิดที่สุด)กระนั้นก็ตาม ผลลัพท์ของความหมายในตัวยบทฮะดีษเฆาะดีรคุท ก็ออกมาเหมือนเดิมคือ

อัลลอฮ์และรอซูล คือ ผู้ปกครอง ของบรรดามุอ์มิน เพราะทั้งอัลลอฮ์และรอซูลนั้น ไม่ใช่เป็นแค่คนรัก หรือผู้ช่วยเหลือ ของพวกเขาแต่ทั้งสองอยู่ในฐานะ ผู้ปกครอง

 

กล่าวอีกนียหนึ่งคือ ความเป็น เมาลาของอัลลอฮ์และรอซูล ที่มีต่อบรรดามุอ์มิน คือสิ่งที่ยืนยันความเป็น เมาลาของท่านอาลี ที่มีต่อบรรดามุอ์มินเช่นกัน

ยกเว้นท่านจะปฏิเสธ ความเป็น เมาลาของอัลลอฮ์และรอซูล ที่มีต่อบรรดามุอ์มิน

เราก็ไม่สามารถจะยืนยันความเป็น เมาลาของท่านอาลีที่มีต่อบรรดามุอ์มิน ได้เช่นกัน

 

หากท่านแย้งว่า

การที่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศ)กล่าวว่า มันกุนตุ เมาลาฮุ ฟะ อะลียุน เมาลาฮุ(ผู้ใดที่ฉันเป็นเมาลาของเขา / อาลีก็เป็นเมาลาของเขา)

ฝ่ายชีอะฮ์จะหมายความว่า ท่านอาลีก็เป็น เมาลาของนบีมุฮัมมัด(ศ)ด้วยกระนั้นหรือ

ขอตอบว่า ถ้าเช่นนั้นการที่ฝ่ายซุนนี่ กล่าวว่า

อบูบักรคือ คอลีฟะตุ รอซูล(خَلِيْفَةُ رَسُوْلِ الله) ท่านหมายความว่า อบูบักรเป็นผู้ปกครองต่อท่านรอซูล()ด้วยใช่ไหม

เราจะสังเกตเห็นได้ว่านบีมุฮัมมัด(ศ)ได้ยืนยันความเป็นผู้ปกครองเรียงตามลำดับดังนี้

اللهُ وَلِيِّيْ وَأَناَ وَلِيُ الْمُؤْمِنِيْنَ مَنْ كُنْتُ مَوْلاَهُ فَعَلِيٌّ مَوْلاَهُ

อัลลอฮ์ทรงเป็นวะลีของฉัน และฉันเป็นวะลีของบรรดามุอ์มิน ผู้ใดที่ฉันเป็นเมาลาของเขา  อาลีก็เป็นเมาลาของเขา

 

หากท่านยังดื้อดึงต่อหลักฐานโดยที่จะแปลคำ “เมาลา และ วะลี” ว่าหมายถึง มิตร คนรัก หรือ ผู้ช่วยเหลือ  ไม่ใช่แปลว่า ผู้ปกครอง

ขอให้เรามาพิจารณาหลักฐานการใช้คำ วะลีนี้ที่แปลว่าผู้ปกครอง กันต่อไป

 

ท่านอบูบักรใช้คำ วะลี ที่แปลว่า ผู้ปกครอง

เรามาดูกันว่าท่านอบูบักร ผู้ถูกเลือกมาเป็นคอลีฟะฮ์คนแรก ได้ใช้คำ วะลี ซึ่งสื่อความหมายถึง สิ่งที่คุณอ้าง หรือว่าสื่อถึงความหมายถึง ผู้ปกครอง

 

หนังสือชื่อ อัลบิดายะฮ์ วันนิฮายะฮ์ เล่ม 6 หน้า 301 หัวข้อ

خلافة أبي بكر الصديق رضي الله عنه وما فيها من الحوادث

การดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของอบูบักร(ร.ฎ.)และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้น

อิบนิ กะษีร บันทึกว่า  : มุฮัมมัด บิน อิสฮาก เล่าว่า อัซซุฮ์รี เล่าให้ฉัน ท่านอะนัส บิน มาลิก เล่าให้ฉันฟังว่า

لما بويع أبو بكر في السقيفة وكان الغد جلس أبو بكر على المنبر وقام عمر

เมื่ออบูบักรได้รับสัตยาบันที่สะกีฟะฮ์ และในวันต่อมา อบูบักรได้นั่งบนมิมบัร และอุมัรได้ยืนขึ้น

فتكلم قبل أبي بكر فحمد الله وأثنى عليه بما هو أهله ثم قال أيها الناس

เขาได้กล่าวก่อนอบูบักร แล้วเขาได้สรรเสริญอัลลอฮ์และยกย่องพระองค์ ด้วยสิ่งที่คู่ควรต่อพระองค์ จากนั้นอุมัรได้กล่าวว่า โอ้ประชาชนทั้งหลาย

إني قد كنت قلت لكم بالأمس مقالة ما كانت وما وجدتها في كتاب الله ولا كانت عهدا عهدها الي رسول الله صلى الله عليه و سلم

ตัวฉันเคยพูดกับพวกท่านแล้วเมื่อวานนี้ด้วยคำพูดหนึ่ง มันไม่เคยมีและฉันไม่เคยพบมันในคัมภีร์ของอัลลอฮ์และไม่เคยพบคำสั่งเสียใดที่ท่านรอซุลุลลอฮ์(ศ)เคยสั่งเสียฉันไว้

ولكني كنت ارى أن رسول الله سيدبر أمرنا يقول يكون آخرنا وان الله قد أبقى فيكم كتابه الذي هدى به رسول الله

แต่ว่าฉันเคยเห็นว่า แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) จะควบคุมกิจการงานของพวกเรา และท่านจะกล่าวว่า จะเป็นในยุคสุดท้ายของเรา และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงให้คัมภีร์ของพระองค์คงอยู่ในหมู่พวกท่าน ซึ่งรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้รับการชี้นำด้วยมัน

فان اعتصمتم به هداكم الله لما كان هداه الله له

ดังนั้น ถ้าหากพวกท่านจับยึดมันไว้ อัลลอฮ์ก็จะทรงชี้นำทางพวกท่าน ในสิ่งอัลลอฮ์ทรงใช้มันชี้นำทางแก่เขา(คือท่านรอซูล)

وأن الله قد جمع أمركم على خيركم صاحب رسول الله صلى الله عليه و سلم وثاني اثنين إذ هما في الغار فقوموا فبايعوه فبايع الناس أبا بكر بيعة العامة بعد بيعة السقيفة

และอัลลอฮ์ ทรงรวมกิจการงานของพวกท่านไว้บนคนดีของพวกท่าน เขาคือสหายของรอซูลุลลอฮ์(ศ) และเขาเป็นคนที่สองในสองคน ขณะที่ทั้งสองอยู่ในถ้า ดังนั้นพวกท่านจงช่วยกันทำให้ตรง ดังนั้นพวกท่านจงมอบสัตยาบันแก่อบูบักรเถิด แล้วประชาชนได้ให้สัตยาบันกับอบูบักร อันเป็นการมอบสัตยาบันทั่วไปหลังจากที่มีการให้สัตยาบันที่สะกีฟะฮ์

ثم تكلم ابو بكر فحمد الله وأثنى عليه بما هو أهله ثم قال أمابعد

ต่อจากนั้นอบูบักรได้ปราศรัย แล้วเขาได้สรรเสริญอัลลอฮ์และยกย่องพระองค์ ด้วยสิ่งที่คู่ควรต่อพระองค์ แล้วเขาได้กล่าวว่า อัมมาบะอ์ดุ

أَيُّهاَ الناَّسُ فَاِنِّي قَدْ وُلِّيْتُ عَلَيْكُمْ

อัยยุฮันนาส ฟะอินนี ก็อด วุลลีตุ อะลัยกุม

โอ้ประชาชน แท้จริงตัวฉันได้ถูกเลือกให้มาเป็นวะลีบนพวกท่าน

 

คำถาม คำ “วุลลีตุ อะลัยกุม – ฉันได้ถูกเลือกให้มาเป็น “วะลี “ บนพวกท่าน “ ตรงนี้แปลว่าอะไร

คุณจะแปลวรรคนี้ว่า

ฉันถูกเลือกให้มาเป็น วะลี=ผู้ช่วยเหลือ บนพวกท่าน กระนั้นหรือ

 

ฉันถูกเลือกให้มาเป็น วะลี=คนรัก บนพวกท่าน  กระนั้นหรือ

 

แน่นอนคำแปลที่ถูกต้องของวรรคนี้คือ

โอ้ประชาชน  ฉันได้ถูกเลือกให้มาเป็นวะลี=ผู้ปกครองบนพวกท่าน

อิบนิ กะษีร กล่าวว่า  وهذا إسناد صحيح    สายรายงานฮะดีษบทนี้ ซอเฮี๊ยะฮ์

 

كتاب : معارج القبول بشرح سلم الوصول إلى علم الأصول

مؤلف : حافظ بن أحمد حكمي

หนังสือชื่อ  มะอาริจญุล เกาะบูล เล่ม หน้า 1134

เชคฮาฟิซ บิน อะหมัด ฮุกมี มรณะ ฮ.ศ. 1377 บันทึกว่า

มุฮัมมัด บิน อิสฮาก เล่าว่า อัซซุฮ์รี เล่าให้ฉัน ท่านอะนัส บิน มาลิก เล่าให้ฉันฟังว่า

لما بويع أبو بكر في السقيفة وكان الغد جلس أبو بكر رضي الله عنه على المنبر…

เมื่ออบูบักรได้รับสัตยาบันที่สะกีฟะฮ์ และในวันต่อมา อบูบักรได้นั่งบนมิมบัร…

ثم تكلم أبو بكر فحمد الله تعالى وأثنى عليه بما هو أهله ثم قال أما بعد

ต่อจากนั้นอบูบักรได้ปราศรัย แล้วเขาได้สรรเสริญอัลลอฮ์และยกย่องพระองค์ ด้วยสิ่งที่คู่ควรต่อพระองค์ แล้วเขาได้กล่าวว่า อัมมาบะอ์ดุ

أَيُّهاَ الناَّسُ فَإِنِّيْ قَدْ وُلِّيْتُ عَلَيْكُمْ وَلَسْتُ بِخَيْرِكُمْ

อัยยุฮันนาส ฟะอินนี ก็อด วุลลีตุ อะลัยกุม

โอ้ประชาชน แท้จริงตัวฉันได้ถูกเลือกให้มาเป็นวะลีบนพวกท่าน

และตัวฉันไม่ใช่คนดีที่สุดของพวกท่าน

 

หนังสือ มุคตะศ็อร ซีเราะตุล รอซูล() หน้าที่ 183

مختصر سيرة الرسول (ص) للشيخ محمد بن عبد الوهاب

เรียบเรียงโดย เชค มุฮัมมัด บิน อับดุล วะฮาบ บันทึกว่า

ثم تكلم أبو بكر رضي الله عنه فحمد الله وأثنى عليه بما هو أهله ثم قال أما بعد

ต่อจากนั้นท่านอบูบักรได้ปราศรัย แล้วเขาได้สรรเสริญอัลลอฮ์และยกย่องพระองค์ ด้วยสิ่งที่คู่ควรต่อพระองค์ แล้วเขาได้กล่าวว่า อัมมาบะอ์ดุ

أَيُّهاَ الناَّسُ فَإِنِّيْ قَدْ وُلِّيْتُ عَلَيْكُمْ وَلَسْتُ بِخَيْرِكُمْ

อัยยุฮันนาส ฟะอินนี ก็อด วุลลีตุ อะลัยกุม

โอ้ประชาชน แท้จริงตัวฉันได้ถูกเลือกให้มาเป็นวะลีบนพวกท่าน

 

ท่านจะเห็นได้ว่า ตำราของฝ่ายซุนนี่ ทั้งสามเล่ม ที่เราได้ยกมานั้นใช้คำ “วะลี” ที่หมายถึง “ผู้ปกครอง” ทั้งสิ้น ไม่ใช่คำ วะลี แปลว่าหมายถึง คนรักหรือผู้ช่วยเหลือ

เราชีอะฮ์จึงขอถามฝ่ายซุนนี่ว่า

ทำไมพอท่านอบูบักรใช้คำวะลี พวกคุณให้ความหมายว่า  ผู้ปกครอง

แต่พอนบีมุฮัมมัด()ใช้กับคำวะลี กับท่านอาลี พวกคุณให้ความหมายว่า  ผู้ช่วยเหลือหรือคนรัก

ทั้งๆที่ก่อนที่ท่านนบี(ศ)จะใช้คำวะลีนี้กับอาลี มีกอรีนะฮ์(ความหมายแวดล้อม)ในตัวบทฮะดีษมากมายที่บ่งบอกว่าวะลีนั้นหมายถึง ผู้ปกครอง

 

เรามาดูกันต่อ

ท่านอุมัร ใช้คำ วะลี ที่แปลว่า ผู้นำผู้ปกครอง

หนังสือชื่อ มุศ็อนนัฟ อิบนิ อบีชัยบะฮ์ เล่ม 7 : 434 ฮะดีษที่ 37056 หัวข้อ

ما جاء في خلافة عمر بن الخطاب

สิ่งที่ได้มีมาเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ของอุมัร บิน อัลค็อฏฏ็อบ

حدثنا وكيع وبن إدريس عن إسماعيل بن أبي خالد عن زُبَيْد بْن الْحَارِثِ

เล่าให้เรา วะเกี๊ยะอ์ และอิบนุอิดรีส จากอิสมาอีล บิน อบีคอลิด จากซุบัยดุ บิน อัลฮาริษ เล่าว่า

أن أبا بكر حين حضره الموت أرسل إلى عمر يستخلفه

อบูบักรขณะที่ความตายได้มาถึงเขา เขาได้ส่งคนไปตามอุมัรมา เพื่อจะแต่งตั้งเขาให้เป็นคอลีฟะฮ์

فقال الناس تستخلف علينا فظا غليظا

ประชาชนได้กล่าวว่า ท่านจะแต่งตั้ง ผู้ที่ประพฤติหยาบช้าและมีจิตใจแข็งกระด้างมาปกครองพวกเรา กระนั้นหรือ

وَلَوْ قَدْ وَلِيَناَ كاَنَ أَفَظَّ وَأَغْلَظَ

วะเลา ก็อด วะลิยะนา

และถ้าหากอุมัรได้เป็นวะลีผู้ปกครองพวกเรา

เขาก็จะเป็นผู้ประพฤติหยาบช้าและมีจิตใจแข็งกระด้างมากที่สุด

فما تقول لربك إذا لقيته وقد استخلفت علينا عمر

ดังนั้นท่านจะไปกล่าวอะไรต่อพระเจ้าของท่าน เมื่อท่านได้กลับไปพบพระองค์ แล้วท่านได้แต่งตั้งอุมัรเป็นคอลีฟะฮ์ปกครองพวกเรา

قال أبو بكر أبربي تخوفونني أقول اللهم استخلفت عليهم خير خلقك ثم أرسل إلى عمر فقال إني موصيك بوصية إن أنت حفظتها

อบูบักรกล่าวว่า พวกเจ้าจะมาข่มขู่ฉันด้วยพระเจ้าของฉันกระนั้นหรือ ฉันขอบอกว่า โอ้อัลลอฮ์ ฉันได้แต่งตั้ง คนดีคนหนึ่งแห่งมัคโลคของพระองค์มาปกครองพวกเขา  ต่อจากนั้นอบูบักรได้ส่งคนไปหาอุมัร แล้วกล่าวว่า ฉันขอสั่งเสียท่านด้วยวะซียัตหนึ่ง หากท่านจดจำรักษามันไว้

จะเห็นได้ว่า คำ วะลี ในฮะดีษนี้ ก็แปลว่า ผู้ปกครอง

 

หนังสือเล่มถัดมาคือ

กิตาบ อัซซุนนะฮ์ ของอบูบักร บิน อัลค็อลลาล  เล่ม 1 : 362 ฮะดีษที่ 345

มุฮัมมัด เล่าให้เราฟังว่า วะเกี๊ยะอ์ เล่าว่า จาก อิบนิ อบี คอลิด จากซะบีด เล่าว่า

أن أبا بكر رحمه الله لما حضره الموت أرسل إلى عمر رحمه الله يستخلفه ،

ตอนท่านอบูบักรใกล้เสียชีวิต เขาได้ส่งคนไปตามท่านอุมัร(มาหาเพื่อ)จะแต่งตั้งให้เป็นคอลีฟะฮ์

فقال الناس  تستخلف علينا عمر فظا غليظا

ประชาชนจึงกล่าวว่า ท่านจะให้อุมัร ผู้ประพฤติหยาบช้าผู้มีจิตใจแข็งกระด้าง ดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ปกครองพวกเรา กระนั้นหรือ

فلو قد وَلِيَناَ كان أفظ وأغلظ

ดังนั้นถ้าหากอุมัรได้มาเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)พวกเรา เขาคือคนประพฤติหยาบช้าและคนมีจิตใจแข็งกระด้างมากที่สุด

 

หนังสือ อัสบาบ ร็อฟอุล อุกูบะฮ์ ของชัยคุยอิสลาม อิบนิ ตัยมียะฮ์ เล่ม 1 : 20

أسباب رفع العقوبة لشيخ الإسلام ابن تيمية

อิบนิ ตัยมียะฮ์ กล่าวว่า

عَنْ زُبَيْدٍ ، أَنَّ أَبَا بَكْرٍ رَحِمَهُ اللَّهُ لَمَّا حَضَرَهُ الْمَوْتُ أَرْسَلَ إِلَى عُمَرَ رَحِمَهُ اللَّهُ يَسْتَخْلِفُهُ ، فَقَالَ النَّاسُ : ” تَسْتَخْلِفُ عَلَيْنَا عُمَرَ فَظًّا غَلِيظًا ، فَلَوْ قَدْ وَلِيَنَا كَانَ أَفَظَّ وَأَغْلَظَ

รายงานจาก ซุบัยด์ว่า ตอนท่านอบูบักรใกล้เสียชีวิต เขาได้ส่งคนไปตามท่านอุมัร(มาหาเพื่อ)จะแต่งตั้งให้เป็นคอลีฟะฮ์  ประชาชนจึงกล่าวว่า ท่านจะให้อุมัร ผู้ประพฤติหยาบช้าผู้มีจิตใจแข็งกระด้าง ดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ปกครองพวกเรา กระนั้นหรือ

فَلَوْ قَدْ وَلِيَنَا كَانَ أَفَظَّ وَأَغْلَظَ

ดังนั้นถ้าหากอุมัรได้มาเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)พวกเรา เขาคือคนประพฤติหยาบช้าและคนมีจิตใจแข็งกระด้างมากที่สุด

 

หนังสือ มินฮาญุซซุนนะฮ์ เล่ม 6 : 155  อิบนิ ตัยมียะฮ์ กล่าวว่า

وقد تكلموا مع الصديق في ولاية عمر وقالوا ماذا تقول لربك

พวกเขา(ประชาชน)ได้สนทนากับท่านอบูบักรในเรื่อง วิลายะตุ อุมัร (ตำแหน่งการปกครองของอุมัร) และพวกเขากล่าว(กับอบูบักร)ว่า ท่านจะพูดกับพระเจ้าของท่านอย่างไร

وقد وَلَّيْتَ علينا فظا غليظا

ดังนั้นถ้าหากอุมัรได้มาเป็นวะลี(ปกครอง)พวกเรา เขาคือคนประพฤติหยาบช้าและคนมีจิตใจแข็งกระด้างมากที่สุด