lasted posts

Popular

207149-001

หะดีษที่  1

อัลฮากิม อันนัยซาบูรี ( เกิดฮ.ศ. 321 มรณะ 405 ) รายงาน

 

رَوَي أَبُوْعَبْدِ اللهِ الْحاَكِمُ  مُحَمَّدُ بْنُ عَبْدِ اللهِ بْنِ مُحَمَّدِ بْنِ حَمْدَوَيْهِ بْنِ نُعَيْمِ بْنِ الْحَكَمِ  النَّيْساَبُوْرِيُّ الشاَّفِعِيُّ (321 – 405هـ،)

حَدَّثَناَ أَبُو الْحُسَيْنِ مُحَمَّدُ بْنُ أَحْمَدَ بْنِ تَمِيمٍ الْحَنْظَلِيِّ ، بِبَغْدَادَ ، ثَناَ أَبُو قِلَابَةَ عَبْدُ الْمَلِكِ بْنُ مُحَمَّدٍ الرَّقَاشِىُّ ، ثَناَ يَحْيَى بْنُ حَمَّادٍ ، وَحَدَّثَنِيْ أَبُوْ بَكْرٍ مُحَمَّدُ بْنُ بَالُوَيْهِ ، وَأَبُوْ بَكْرٍ أَحْمَدُ بْنُ جَعْفَرٍ الْبَزَّارُ قاَلاَ : ثَناَ عَبْدُ اللَّهِ بْن أَحْمَدَ بْنِ حَنْبَلٍ ، حَدَّثَنِي أَبِي ، ثَنَا يَحْيَى بْنُ حَمَّادٍ ، وَثَناَ أَبُو نَصْرٍ أَحْمَدُ بْنُ سَهْلٍ الْفَقِيهُ بِبُخَارَى ، ثَناَ صَالِحُ بْنُ مُحَمَّدِ الْحاَفِظُ الْبَغْداَدِيُّ ، ثَناَ خَلَفُ بْنُ سَالِمٍ الْمُخَرِّمِيُّ ، ثَنَا يَحْيَى بْنُ حَمَّادٍ ، ثَنَا أَبُو عَوَانَةَ ، عَنْ سُلَيْمَانَ الْأَعْمَشِ قاَلَ : ثَناَ حَبِيبُ بْنُ أَبِي ثَابِتٍ ، عَنْ أَبِي الطُّفَيْلِ عَنْ زَيْدِ بْنِ أَرْقَمَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ :

 

لَمَّا رَجَعَ النَّبِيُّ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم مِنْ حَجَّةِ الْوِدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قَالَ : كَأَنِّيْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ وَإِنِّيْ تَارِكٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ أَحَدَهُمَا أَكْبَرُ مِنَ الْآخَرِ : كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ فَانْظُرُوْا كَيْفَ تُخْلِفُوْنِيْ فِيْهِمَا  فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَقَا حَتَّي يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ     ثُمَّ قَالَ : إِنَّ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ  ثُمَّ إِنَّهُ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقَالَ : مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيَّهُ  اللّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

 

الْمُسْتَدْرَكُ عَلَى الصَّحِيْحَيْنِ  ح 4553 و 4554 قاَلَ الْحاَكِمُ : صَحِيْحٌ عَلَى شَرْطِ الشَّيْخَيْنِ ،

 

อะบุลฮูเซน มุฮัมมัด บินอะหมัด บินตะมีม อัลฮันซอลีได้เล่าให้เราฟังที่แบกแดด อะบูกิลาบะฮ์ อับดุลมะลิก บินมุฮัมมัด อัลร่อกอชีเล่าให้เราฟัง  ยะห์ยา บินหัมมาดเล่าให้เราฟัง และอะบูบักร มุฮัมมัด บินบาลุวัยฮ์กับอะบูบักร อะหมัด บินญะอ์ฟัร อัลบัซซาร ทั้งสองเล่าให้ฉันฟัง  อับดุลลอฮ์ บินอะหมัด บินฮัมบัลเล่าให้เราฟัง บิดาฉัน(อิหม่ามอะหมัด)เล่าให้ฉันฟัง  ยะห์ยา บินหัมมาดเล่าให้เราฟัง และอะบู นัศริน อะหมัด บินสะฮัล อัลฟะกีฮ์เล่าให้เราฟังที่เมืองบุคอรอ  ซอและห์ บินมุฮัมมัด อัลฮาฟิซ อัลบัฆดาดีเล่าให้เราฟัง  คอลัฟ บินซาลิม อัลมุค็อรริมีเล่าให้เราฟัง  ยะห์ยา บินหัมมาดเล่าให้เราฟัง อะบูอะวานะฮ์เล่าให้เราฟัง จากสุลัยมาน อัลอะอ์มัชกล่าวว่า หะบีบ บินอะบี ซาบิตเล่าให้เราฟัง จากท่านอะบีตุเฟล จากท่านเซด บิน อัรกอมเล่าว่า

 

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่เฆาะดีรคุม ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า : ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสองสิ่งหนัก หนึ่งในสองสิ่งนั้นใหญ่กว่าอีกอย่างหนึ่งคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์(วงศ์วาน)ของฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์(ครอบครัว)ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า พวกท่านจะรับเอาสองสิ่งนี้จากฉันไปรักษาอย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำเกาษัร

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน  จากนั้นท่าน(นะบี ศ.)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า “ บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นวะลีของเขา  ดังนั้นอาลีก็เป็นวะลีของเขา “   โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

 

ดูอัลมุสตัดร็อก อะลัซซอฮีฮัยนิ  หะดีษที่ 4553,4554

อัลฮากิมกล่าวว่า ซอฮิฮ์ตามเงื่อนไขของท่านเชคทั้งสอง(อัลบุคอรีและมุสลิม)

 

เชคอัลบานี ได้บันทึกหะดีษเฆาะดีรของอัลฮากิมบทนี้ไว้ในหนังสือซิลซิละตุซซอฮีฮะฮ์

 

หะดีษของท่านเซด บิน อัรกอม จากท่านอะบูตุเฟลเล่าว่า  

 

لَمَّا دَفَعَ النَّبِيُّ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّم مِنْ حَجَّةِ الْوِدَاعِ وَنَزَلَ غَدِيْرَ خُمٍّ أَمَرَ بِدَوْحَاتٍ فَقُمِمْنَ ثُمَّ قَالَ : كَأَنِّيْ دُعِيْتُ فَأَجِبْتُ وَإِنِّيْ تَارِكٌ فِيْكُمُ الثَّقَلَيْنِ أَحَدَهُمَا أَكْبَرُ مِنَ الْآخَرِ : كِتَابُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ فَانْظُرُوْا كَيْفَ تُخْلِفُوْنِيْ فِيْهِمَا  فَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَقَا حَتَّي يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

ثُمَّ قَالَ : إِنَّ اللهَ مَوْلاَيَ وَأَنَا وَلِيُّ كُلِّ مُؤْمِنٍ

ثُمَّ إِنَّهُ أَخَذَ بِيَدِ عَلِيٍّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ فَقَالَ : مَنْ كُنْتُ وَلِيَّهُ فَهَذَا وَلِيَّهُ  اللّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالاَهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

 

سِلْسِلَةُ الصَّحِيْحَةِ لِلْأَلْباَنِيِّ  ج : 4 ص: 330  ح : 1750 نَوْعُ الْحَدِيْثِ : صَحِيْحٌ

 

เมื่อท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กลับจากการทำฮัจญ์ครั้งสุดท้าย ท่านได้แวะพักที่เฆาะดีรคุม ท่านสั่งให้(พักตรง)ต้นไม้ใหญ่แล้วสั่งให้กวาด(ลานให้สะอาด) แล้วท่านได้ปราศัยว่า : ดูเหมือนว่าฉันถูกเรียก(กลับแล้ว)และฉันได้ตอบรับแล้ว แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่านสิ่งหนักสองสิ่ง หนึ่งในสองสิ่งนั้นใหญ่กว่าอีกอย่างหนึ่งคือคัมภีร์ของอัลลอฮ์และอิตเราะฮ์(วงศ์วาน)ของฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์(ครอบครัว)ของฉัน จงพิจารณาเถิดว่า พวกท่านจะขัดแย้งกับฉันในสองสิ่งนี้อย่างไร เพราะแท้จริงสองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระน้ำ(เกาษัร)

จากนั้นท่านได้กล่าวว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นเมาลา(ผู้คุ้มครอง)ของฉัน และฉันเป็นวะลี(ผู้ปกครอง)ของผู้ศรัทธาทุกคน  จากนั้นท่าน(นะบี ศ.)ได้จับมือท่านอาลี(ชูขึ้นเหนือศรีษะ)แล้วกล่าวว่า “ บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นวะลีของเขา  ดังนั้นอาลีก็เป็นวะลีของเขา “   โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

 

สถานะหะดีษ : ซอฮิฮ์  ดูซิลซิละตุซซอฮีฮะฮ์  โดยเชคอัลบานี  เล่ม 4 : 330  หะดีษที่ 1750

กิตาบ คอซออิศ อมีรุลมุอ์มินีน อาลี บิน อบีตอลิบ  ของ อัน-นะซาอี หน้า 84 – 85   หะดีษที่ 76

ฉบับตรวจทานโดย อบี อิสฮาก อัลฮุวัยนี  กล่าวว่า  อิสนาดของมัน ซอเฮี๊ยะฮ์

 

หะดีษที่  2

อิหม่ามอะหมัด (164 – 241 ฮ.ศ.) รายงาน

ฮูเซน บินมุฮัมมัดกับอะบูนุอัยม์ทั้งสองเล่าว่า ฟิฏร์เล่าให้เราฟัง จากท่านอะบีตุเฟลเล่าว่า

 

جَمَعَ عَلِيٌّ رَضِيَ اللَّهُ تَعَالَى عَنْهُ النَّاسَ فِي الرَّحَبَةِ ثُمَّ قَالَ لَهُمْ أَنْشُدُ اللَّهَ كُلَّ امْرِئٍ مُسْلِمٍ سَمِعَ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ يَوْمَ غَدِيرِ خُمٍّ مَا سَمِعَ لَمَّا قَامَ فَقَامَ ثَلَاثُونَ مِنْ النَّاسِ وَقَالَ أَبُو نُعَيْمٍ فَقَامَ نَاسٌ كَثِيرٌ فَشَهِدُوا حِينَ أَخَذَهُ بِيَدِهِ فَقَالَ لِلنَّاسِ أَتَعْلَمُونَ أَنِّي أَوْلَى بِالْمُؤْمِنِينَ مِنْ أَنْفُسِهِمْ قَالُوا نَعَمْ يَا رَسُولَ اللَّهِ قَالَ مَنْ كُنْتُ مَوْلَاهُ فَهَذَا مَوْلَاهُ اللَّهُمَّ وَالِ مَنْ وَالَاهُ وَعَادِ مَنْ عَادَاهُ

 

ท่านอาลี(ร.ฎ.)ได้รวบรวมประชาชนในวันแสดงความยิน(ที่เข้ารับตำแหน่งคอลีฟะฮ์) ต่อจากนั้นท่านอาลีได้กล่าวกับพวกเขาว่า ฉันขอให้อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อมุสลิมทุกคน ที่เขาได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวในวัน ( ที่อยู่กัน ณ.) เฆาะดีรคุม สิ่งที่เขาได้ยินมา เมื่อเขา(อาลี)ลุกขึ้นยืนแล้วประชาชนราวสามสิบคนก็ได้ยืนขึ้น  อะบูนุอัยม์เล่าว่า มีผู้คนมากมายได้ลุกขึ้นยืน แล้วพวกเขาได้เป็นพยานยืนยันว่า ขณะที่ท่าน(รอซูล ศ.)ได้จับมือท่านอาลีชูขึ้นแล้วท่านได้กล่าวกับประชาชนว่า พวกท่านรู้ใช่ไหมว่า แท้จริงฉันมีสิทธิใกล้ชิดที่สุดต่อผู้ศรัทธาทั้งหลายมากยิ่งกว่าตัวของพวกเขา  พวกเขากล่าวว่า ใช่ครับ โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์  ท่าน(รอซูล ศ.)จึงกล่าวว่า บุคคลใดก็ตามที่ฉันเป็นเมาลาของเขา ดังนั้นชายคนนี้(คืออาลี)ก็เป็นเมาลาของเขา  โอ้อัลลอฮ์โปรดรักผู้ที่เป็นมิตรต่อเขา และโปรดชิงชังผู้ที่เป็นศัตรูต่อเขา

 

สถานะหะดีษ : ซอฮิฮ์ ดูมุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 19321 ฉบับตรวจทานโดยเชคชุเอบอัรนะอูฏี

 

 

 

เมาลา และ วะลี แปลว่าอะไร

 

อัลบุคอรีรายงาน    ท่านนะบีมุฮัมมัด(ศ)กล่าวว่า

ماَ مِنْ مُؤْمِنٍ إِلاَّ وَأَنَا أَوْلَى بِهِ فِى الدُّنْيَا وَالآخِرَةِ اقْرَءُوا إِنْ شِئْتُمْ ( النَّبِىُّ أَوْلَى بِالْمُؤْمِنِينَ مِنْ أَنْفُسِهِمْ ) فَأَيُّمَا مُؤْمِنٍ مَاتَ وَتَرَكَ مَالاً فَلْيَرِثْهُ عَصَبَتُهُ مَنْ كَانُوا ، وَمَنْ تَرَكَ دَيْنًا أَوْ ضَيَاعًا فَلْيَأْتِنِى فَأَنَا مَوْلاَهُ

ไม่มีมุอ์มินคนใด เว้นแต่ฉันมีความใกล้ชิดต่อเขามากที่สุดทั้งในโลกนี้และปรโลก จงอ่านหากท่านต้องการ ( นะบีคือผู้ที่ใกล้ชิดต่อบรรดามุอ์มินมากยิ่งกว่าตัวของพวกเขา) ฉะนั้นมุอ์มินคนใดก็ตามที่ตายแล้วและเขาได้ทิ้งทรัพย์ไว้ ก็ให้ญาติสนิทของเขาที่ยังอยู่จงรับมรดกของเขาไป และ(ถ้าผู้ตายคนใด)ได้ทิ้งหนี้สินไว้หรือ(ทิ้ง)ความเสียหาย(ครอบครัวหรือบุตร)เอาไว้ ก็ให้เขา(เจ้าหนี้หรือผู้เสียหาย)จงมาหาฉัน เพราะฉันคือ ”เมาลา”(ผู้ปกครอง)ของเขา

ดูซอฮิฮ์บุคอรี  หะดีษที่ 2399

 

อิหม่ามอะหมัด (164 – 241 ฮ.ศ.) รายงาน    ท่านนะบีมุฮัมมัด(ศ)กล่าวว่า

مَنْ تَرَكَ مَالًا فَلِوَرَثَتِهِ وَمَنْ تَرَكَ دَيْنًا أَوْ ضَيْعَةً فَإِلَيَّ وَأَنَا وَلِيُّ مَنْ لَا وَلِيَّ لَهُ

ผู้(ตาย)คนใดก็ตามที่เขาได้ทิ้งทรัพย์ไว้ มันก็เป็นสิทธิของญาติสนิทของเขา

และ(ถ้าผู้ตายคนใด)ได้ทิ้งหนี้สินไว้หรือ(ทิ้ง)ความเสียหายเอาไว้ ดังนั้นก็ให้เขา(เจ้าหนี้หรือผู้เสียหาย)จงมาหาฉัน และฉันคือ”วะลี”(ผู้ปกครอง)ของผู้ที่เขาไม่มีวะลี(มารับผิดชอบ)

 

ดูมุสนัดอะหมัด หะดีษที่ 17238 สายรายงานดีเชื่อถือได้  ฉบับตรวจทานโดยเชคชุเอบอัรนะอูฏี

คำถาม

ตามความเชื่อของท่าน  คอลีฟะฮ์คือเรื่องอุซูลุดดีนหรือฟิกฮ์ ?

หากตอบว่า เป็นเรื่องอุซูลุดดีนโปรดแสดงหลักฐานด้วยว่าเป็นอุซูลุดดีนอย่างไร

หากตอบว่า เป็นฟิกฮ์แล้วทำไมท่านต้องประณามชีอะฮ์ที่ไม่ทำตามฟิกฮ์ของท่าน