lasted posts

Popular

download (10)

۩   เนื่องจากท่านคอลิดได้ด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานตามที่ท่านมุสลิมบันทึกไว้

 

หากคุณตอบผมว่า  “ ใช่ “  เชิญคุณละอ์นัตท่านคอลิดเถิด  เพื่อเราจะได้พิสูจน์ว่า พวกคุณมีความยุติธรรมจริงๆ

 

หากถามว่า

เหตุใดท่านนะบี(ศ)จึงกล่าวว่า (( ลาตะซุบบู อัศฮาบี…พวกท่านจงอย่าด่าซอฮาบะฮ์ของฉัน))  ?

 

Θ   อิบนุหะญัรอธิบายว่า

 

سَبَب لِهَذَا الْحَدِيث ، وَهُوَ مَا وَقَعَ فِي أَوَّله قَالَ : ” كَانَ بَيْن خَالِد بْن الْوَلِيد وَعَبْد الرَّحْمَن بْن عَوْف شَيْء ، فَسَبَّهُ خَالِد ”

สาเหตุของหะดีษนี้ มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนแรก  เขาเล่าว่า  ปรากฏว่าระหว่างท่านคอลิด บินวาลีดกับท่านอับดุลเราะห์มาน บินเอาฟ์มีสิ่งหนึ่ง

แล้วท่านคอลิดจึงได้ด่าทอท่านอับดุลเราะห์มานบินเอาฟ์

ดูหนังสือฟัตฮุลบารี เล่ม 10 : 468  หะดีษที่ 3397

 

วรรคท้ายๆท่านอิบนุหะญัรได้อธิบายว่า

 

وُقُوع التَّصْرِيح فِي نَفْس الْخَبَر بِأَنَّ الْمُخَاطَب بِذَلِكَ خَالِد بْن الْوَلِيد وَهُوَ مِنْ الصَّحَابَة الْمَوْجُودِينَ إِذْ ذَاكَ بِالِاتِّفَاقِ .

 

เกิดความชัดเจนในหะดีษเดียวกันนี้คือว่า แท้จริงบุรุษที่สอง(ที่ท่านนะบีกล่าวกับเขา)ตามนั้น (ว่าจงอย่าด่าซอฮาบะฮ์ของฉัน)คือ  ท่านคอลิด บินวาลีด และเขาคือซอฮาบะฮ์คนหนึ่ง..

ดูหนังสือฟัตฮุลบารี เล่ม 10 : 468  หะดีษที่ 3397

 

คำถามสำหรับวาฮาบี

ท่านคอลิด บินวาลีด จะถูกฮุก่มว่า ต้องถูกอัลลอฮ์ละอ์นัตด้วยหรือไม่ ?

เพราะพวกคุณอ้างว่าท่านนะบี(ศ)กล่าวว่า

 

مَنْ سَـبَّ أَصْحاَبِيْ فَعَلَيْهِ لَعْنَةُ اللهِ

 

ผู้ใดก็ตามที่ด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน การสาปแช่งของอัลลอฮ์จะตกอยู่กับผู้นั้น

ดูมุอ์ญัมกะบีร โดยต็อบรอนี  หะดีษที่  12709

 

 

۞ หากเราจะยึดฮุก่ม(กฎ)ที่ว่า

ผู้ใดด่าทอซอฮาบะฮ์   ผู้นั้นต้องถูกอัลลอฮ์สาปแช่งมาเป็นบรรทัดฐาน และเอามาใช้กันแบบจริงๆ โดยไม่มีข้อยกเว้นกับใครหน้าไหนทั้งสิ้น

 

คำถามสำหรับวาฮาบีคือ

มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ได้ด่าทอสาปแช่งท่านอาลีเป็นเวลาถึง 80 ปี ดูหลักฐานที่

http://www.q4sunni.com/believe/index.php?option=com_kunena&Itemid=71&func=latest&page=19&sel=8760

 

ดังนั้นจึงอยากถามว่า

1,ทำไมท่านปกป้องมุอาวียะฮ์แต่ท่านกลับเมินเฉยสิทธิของท่านอะลี
2,ทำไมท่านนิ่งเงียบกับการที่มุอาวียะฮ์และพวกด่าทอคอลีฟะฮ์อาลี
3,ทำไมเวลามีคนวิจารณ์มุอาวียะฮ์ท่านโกรธ   แล้วตำหนิว่าเขาคนนั้นประนามซอฮาบะฮ์
4,หากหะดีษ ลา ตะซุบบู อัศฮาบีย์ – พวกท่านจงอย่าด่าทอซอฮาบะฮ์ของฉัน ถูกต้องจริง ไฉนท่านจึงไม่ประณามมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ที่สาปแช่งด่าทอท่านอะลี
5,หรือว่าศาสนาของท่านขัดแย้งกันในตัว  คือทั้งรักมุอาวียะฮ์ผู้ด่าและรักท่านอะลีผู้ถูกด่า
6,หรือว่าศาสนาของท่านปกป้องมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ที่ล่วงเกินท่านอาลี
7,หรือว่าศาสนาของท่านปกป้องคนชั่ว

 

 

۩  โอ้ชาววาฮาบีทั้งหลาย !!!  พวกท่านอ้างว่า   ท่านนะบีห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์   

 

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ  พวกอุมัยยะฮ์ไม่เคยได้ยินท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวดอกหรือว่า

 

مَنْ سَبَّ عَلِيًّا فَقَدْ سَبَّنِي

 

ผู้ใดด่าทออาลี  เท่ากับผู้นั้นด่าทอฉัน

สถานะหะดีษ  : ซอฮิ๊ฮ์  ดูมุสนัดอะหมัด หะดีษที่  26791 ฉบับตรวจทานโดยเชคอัรนะอูฏี

 

ท่านฮากิม บันทึกว่า ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า

 

من سب عليا فقد سبني ، ومن سبني فقد سب الله تعالى

 

ผู้ใดด่าทออาลี  เท่ากับผู้นั้นด่าทอฉัน  และผู้ใดด่าทอฉัน เท่ากับผู้นั้นด่าทออัลลอฮ์ตะอาลา

ดูอัลมุสตัดร็อก  หะดีษที่  4594

 

ท่านอัลมุนาวี อธิบายหะดีษที่ท่านนะบีกล่าวว่า

 

( من سب عليا ) بن أبي طالب ( فقد سبني فقد سب الله )

 

ผู้ใดด่าทออาลี  เท่ากับผู้นั้นด่าทอฉัน  และผู้ใดด่าทอฉัน เท่ากับผู้นั้นด่าทออัลลอฮ์

 

ومن سب الله فهو أعظم الأشقياء وفيه إشارة إلى كمال الاتحاد بين المصطفى والمرتضى بحيث أن محبة الواحد توجب محبة الآخر وبغضه يوجب بغضه

 

และผู้ใดด่าทออัลลอฮ์ เขาคือคนชั่วช้าที่สุด และหะดีษนี้ได้ชี้ถึงการรวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างท่านนะบีกับท่านอะลี  กล่าวคืออันความรักที่มีต่อบุคคลหนึ่งนั้นส่งผลให้ต้องรักต่ออีกบุคคลหนึ่ง  และการเกลียดชังที่มีต่อบุคคลหนึ่งนั้นส่งผลให้ต้องชิงชังต่อบุคคลหนึ่งไปด้วย

ดูฟัยดุลเกาะดีร  โดยอัลมุนาวี เล่ม  6 : 147 หะดีษที่ 8736

 

และท่านอัลมุนาวียังกล่าวว่า  หะดีษข้างต้นนี้ มีสถานะซอฮิ๊ฮ์ดังนี้

 

( من سب عليا ) أي ابن أبي طالب ( فقد سبني ) أي فكأنه سبني ( ومن سبني فقد سب الله ) ومن سب الله فهو أعظم الاشقياء ( حم ك عن أم سلمة ) واسناده صحيح

كتاب : التيسير بشرح الجامع الصغير  للمناوى  ج 2 ص 817

 

ผู้ใดด่าทออาลี  เท่ากับผู้นั้นด่าทอฉัน  และผู้ใดด่าทอฉัน เท่ากับผู้นั้นด่าทออัลลอฮ์

และผู้ใดด่าทออัลลอฮ์ เขาคือคนชั่วช้าที่สุด  และอิสนาดของหะดีษนี้   ซอฮิ๊ฮ์ (ถูกต้อง)

ดูหนังสืออัตตัยซีร บิชัรฮิลญามิอิซ ซ่อฆีร  โดยอัลมุนาวี เล่ม 2 : 817

 

ท่านมุลลาอาลีอัลกอรีได้อธิบายหะดีษที่ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า

 

من سب عليا أي من جهة النسب فقد سبني أي من شتم عليا فكأنه شتمني فمقتضاه أن يكون سب علي كفرا أو هو محمول على التهديد والوعيد أو مبني على الاستحلال والله أعلم

كتاب : مرقاة المفاتيح شرح مشكاة المصابيح  الملا على القاري  ج 17  ص 447

 

ผู้ใดด่าทออาลี  หมายถึงในแง่ของเชื้อสาย เท่ากับผู้นั้นด่าทอฉัน  คือหมายถึงผู้ใดด่าว่าต่ออาลี อย่างกับว่าเขาได้ด่าว่าฉัน   ดังนั้นตามสภาพของเขา การด่าว่าอาลีนั้นถือเป็นการกุฟร์(ตกอยู่ในสภาพไร้ศรัทธา) หรือไม่ก็ให้ความหมายว่าเป็นการขู่สำทับ  การเตือนให้ระวังหรือตั้งอยู่บนอิสติ๊ห์ล้าล(อนุมัติให้สังหารได้) วัลลอฮุ อะอ์ลัม

ดูหนังสือมิรกอตุลมะฟาติ๊ห์ ชัรฮุมิชกาตุลมะซอบิ๊ห์ โดยมุลลาอาลีอัลกอรี เล่ม 17 : 447

 

 

คำถามสำหรับวาฮาบี

 

ท่านกล้าฮุก่มมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ไหมว่า พวกเขาได้ด่าทออัลเลาะฮ์และรอซูล ???

 

 

จะเห็นได้ว่า พวกวาฮาบีและพวกอะชาอิเราะฮ์พยายามสรรหาคำฟัตวาต่างๆจากอุละมาอ์ของพวกเขามาฮุก่มชีอะฮ์ด้วยสาเหตุที่ว่า พวกชีอะฮ์ได้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวของซอฮาบะฮ์   ซึ่งการวิจารณ์ไม่ใช่เป็นการด่าทอว่าร้ายซอฮาบะฮ์

 

ในขณะเดียวกันพวกซุนนี่กลับนิ่งเฉยมาตลอดกับเรื่องที่มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์  หรือแม้แต่นักปราชญ์ซุนนี่บางส่วนได้ด่าทอว่าร้ายท่านอาลี บินอบีตอลิบซึ่งเป็นทั้งอะฮ์ลุลบัยต์ เป็นซอฮาบะฮ์และเป็นคอลีฟะฮ์