lasted posts

Popular

2739921_984

เปิดสมองวะฮาบี ตอนการละหมาดของชีอะฮ์ (3)

 

ฮะดีษการอะซานคำว่า ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล

 

 

  1. ชีอะฮ์มีมติตรงกันในเรื่องนี้ เพราะมีรายงานจากท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)

 

 

وَبِإِسْنَادِهِ عَنْ مُحَمَّدِ بْنِ عَلِيِّ بْنِ مَحْبُوْبٍ ، عَنْ عَلِيِّ بْنِ السِّنْدِيُّ ، عَن اِبْنِ أَبِي عُمَيْرٍ ، عَن اِبْنِ اُذَيْنَة ، عَن زُرَارَة وَالْفُضَيْلِ بْنِ يَساَرَ ، عَنْ أَبِي جَعْفَر ( عليه السلام ) قاَلَ :

 

ด้วยสายรายงานของเขา จากมุฮัมมัด บิน อาลี บิน มะห์บูบ จากอาลี บิน อัส-ซินดี จาก อิบนิ อบีอุมัยริน จากอิบนิ อุซัยนะฮ์ จากซุรอเราะฮ์และ อัลฟูเดล บิน ยะซ้าร รายงานจากอบีญะอ์ฟัร (อิม่ามบาเก็ร อ.) กล่าวว่า

 

 

لَمَّا أُسْرِيَ بِرَسُولِ اللَّهِ ( صلى الله عليه وآله ) فَبَلَغَ الْبَيْتَ الْمَعْمُوْرَ حَضَرَتِ

الصَّلاَةُ

 

ตอนท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ถูกนำตัวขึ้น อิสรอ วัล มิอ์ร็อจญ์ จนมาถึงบัยตุลมะอ์มูร ก็ถึงเวลานมาซ

 

فَأَذَّنَ جَبْرَئِيْلُ وَأَقاَمَ ، فَتَقَدَّمَ رَسُوْلُ الله ( ص ) قاَلَ : فَقُلْناَ لَهُ : كَيْفَ أَذَّنَ ؟ فَقاَلَ

 

ท่านญิบรออีลได้อะซานและอิกอมัต แล้วท่านรอซูล(ศ)จึงขึ้นไปเป็นอิม่ามนำนมาซ(บรรดานบี)  รอวีย์เล่าว่า เราได้กล่าวกับอิม่ามบาเก็รว่า ญิบรออีลได้อะซานอย่างไร  อิม่ามได้ตอบว่า (เขาอะซานแบบนี้)

 

اللَّهُ أَكْبَرُ اللَّهُ أَكْبَرُ اللَّهُ أَكْبَرُ ، أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ ، أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ ، أَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ ، أَشْهَدُ أَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ ، حَيَّ عَلَى الصَّلَاةِ حَيَّ عَلَى الصَّلَاةِ ، حَيَّ عَلَى الْفَلَاحِ حَيَّ عَلَى الْفَلَاحِ ، حَىَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ ، حَىَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ ، اللَّهُ أَكْبَرُ اللَّهُ أَكْبَرُ اللَّهُ أَكْبَرُ ، لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ

وَالْإقاَمَةُ مِثْلُهاَ ، إلاَّ أَنَّ فِيْهاَ : قَدْ قاَمَتِ الصَّلاَةُ ، قَدْ قاَمَتِ الصَّلاَةُ ،

 

และการอิกอมะฮ์ก็อ่านเหมือนการอะซาน ยกเว้น ในอิกอมะฮ์ต้องกล่าวคำว่า “ก็อด กอมะติซ-ซ่อลาต” 2 ครั้ง

 

بَيْنَ حَيَّ عَلَى الْخَيْرِ الْعَمَلِ ، حَيَّ عَلَى الْخَيْرِ الْعَمَلِ ، وَبَيْنَ اللهُ أكْبَرُ

 

หลังคำว่า ”ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัลๆ” ก่อนคำว่า อัลลอฮุ อักบัรๆ

 

فَأَمَرَ بِهاَ رَسُوْلُ الله ( ص ) بِلاَلاً ، فَلَمْ يَزَلْ يُؤَذِّنُ بِهاَ حَتَّى قَبَضَ اللهُ رَسُوْلَهُ (ص)

 

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้สั่งบิลาลให้อะซานแบบนั้น แล้วบิลาลยังคงอะซานแบบนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งอัลลอฮ์ทรงรับเอา(ดวงวิญญาณของ)รอซูลของพระองค์ไป

หนังสือ วะซาอิลุช-ชีอะฮ์ โดยเชค ฮุรรุล อามิลี มรณะฮ.ศ.1033  เล่ม 4 หน้า 644 ฮะดีษที่ 6970

อัลลามะฮ์ฮิลลี กล่าวว่า เป็นฮะดีษซอเฮี๊ยะฮ์ ดูหนังสือ มุนตะฮา อัลมะตอลิบ เล่ม 4 : 381

 

 

 

  1. ตำราซุนนี่ การอ้างว่า คำอะซาน “ ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล “ สืบไปถึงท่านรอซูล(ศ)

หนังสือ มีซาน อัลอิอ์ติดาล  เล่ม 1 : 284 อันดับที่ 552

 

زَعَمَ أَنَّهُ سَمِعَ مُوسَى بْنَ هَارُونَ ، عَنِ الْحِمَّانِىِّ ، عَنْ أَبِي بَكْرِ بْنِ عَيَّاشٍ ، عَنْ عَبْدِ الْعَزِيزِ بْنِ رُفَيْعٍ عَنْ أَبِي مَحْذُوْرَةَ قاَلَ :

 

เขา(อะหมัด บิน มุฮัมมัด บิน อัซซิรรี)ได้อ้างว่า เขาได้ยินมูซา บิน ฮารูน จากอัลฮิมมานี จากอบีบักร บิน อัยยาช จากอับดุลอะซีซ บิน รุฟัยอิน จากอบี มะห์ซูเราะฮ์(ชื่อเอ๊าส์ บิน มิอ์ยัร เป็นมุอัซซินนบี เขามรณะ ฮ.ศ. 79) เล่าว่า

 

كُنْتُ غُلاَماً، فَقاَلَ النَّبِيُّ صلى الله عليه وسلم : اِجْعَلْ فِي آخِرِ أَذَانِكَ حَىَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ

 

ตอนฉันเป็นเด็กหนุ่ม ท่านนบี(ศ)ได้กล่าวว่า เจ้าจงทำให้ในท้ายอะซานของเจ้า(กล่าวว่า) ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล

ฮะดีษนี้ มีสถานะ ดออีฟ เพราะ  อัซซะฮะบี กล่าวว่า 

 

أَحْمَدُ بْنُ مُحَمَّدِ بْنِ السَّرِيِّ بْنِ يَحْيَى بْنِ أَبِى دَارِمٍ الْمُحَدِّثُ : الْكُوْفِىّ الرَّافِضِىّ الْكَذَّابُ

 

อะหมัด บิน มุฮัมมัด บิน อัซซิรรี บิน ยะห์ยา บิน อบีดาริม เป็นมุฮัดดิษ  เป็นชาวกูฟะฮ์ เป็นชีอะฮ์ เป็นคนโกหก

 

وقال محمد بن أحمد بن حماد الكوفى الحافظ – بعد أن أرخ موته: كان مستقيم الامر عامة دهره، ثم في آخر أيامه كان أكثر ما يقرأ عليه المثالب، حضرته ورجل يقرأ عليه: إن عمر رفس فاطمة حتى أسقطت بمحسن

 

มุฮัมมัด บิน อะหมัด บิน ฮัมมาด(กล่าวว่า)  เขา(อะหมัด บิน มุฮัมมัด บิน อัซซิรรี)เป็นชาวกูฟะฮ์ เป็นนักท่องจำฮะดีษ การบันทึกประวัติเขาหลังจากเสียชีวิตคือ เป็นคนเที่ยงตรงในกิจการ(ศาสนา)ตลอดชีวิต แต่ต่อมาในช่วงปลายชีวิตของเขา มีคนได้อ่าน มะซาลิบ-ซอฮาบะฮ์ ให้เขาฟังมากเกินไป มีชายคนหนึ่งได้มาอ่านให้เขาฟังเรื่อง ท่านอุมัรเตะท่านหญิงฟาติมะฮ์จนแท้งทารกมุห์ซิน

 

สรุป

 

 

1.ตำราซุนนี / ชีอะฮ์ มีรายงานสืบไปถึงท่านนบี /  2. อะหมัด บิน มุฮัมมัด บิน อัซซิรรี เดิมเชื่อถือได้ในการรายงานฮะดีษ แต่ช่วงปลายชีวิตเขาไปตำหนิซอฮาบะฮ์มากไป จึงถูกตัดสินว่าเขาเป็นชีอะฮ์เป็นคนโกหก ดังนั้นฮะดีษเรื่องอะซานจึงมีสถานะ ดออีฟ ตามไปด้วย