lasted posts

Popular

shutterstock_104872724

เปิดสมองวะฮาบี ตอนการละหมาดของชีอะฮ์ (5)

 

  1. วิเคราะห์ จริงหรือที่อัชเชากานี อ้างว่า ฮะดีษอะซานคำ “ ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล “ นั้นมีสายรายงานที่ไม่ถูกต้อง เรามาดูตัวบทฮะดีษและคำวิจารณ์กัน

สุนัน อัลบัยฮะกี เล่ม 1 : 425 ฮะดีษที่ 2075

 

عَنْ جَعْفَرِ بْنِ مُحَمَّدٍ عَنْ أَبِيهِ : أَنَّ عَلِىَّ بْنَ الْحُسَيْنِ كَانَ يَقُولُ فِى أَذَانِهِ إِذَا قَالَ حَىَّ عَلَى الْفَلاَحِ قَالَ : حَىَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ وَيَقُولُ : هُوَ الأَذَانُ الأَوَّلُ

 

อิม่ามญะอ์ฟัร รายงานจากบิดาของเขา(อิม่ามบาเก็ร) เล่าว่า อิม่ามอาลี บิน อัลฮูเซน ได้กล่าวในการอะซานของเขา เมื่อกล่าวว่า ฮัยยะ อะลัล ฟะล๊าห์ ท่านจะกล่าวว่า “ ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล “ และท่านกล่าวว่ามันคือการอะซานแรก(ซุบฮิ)

 

มุศ็อนนัฟ อิบนิอบีชัยบะฮ์ เล่ม 1 : 195 ฮะดีษที่ 2239

 

عن جعفر عن أبيه ومسلم بن أبي مريم أن علي بن حسين كان يؤذن فإذا بلغ حي على الفلاح قال حي على خير العمل ويقول هو الأذان الأول

 

อิม่ามญะอ์ฟัรรายงานจากบิดาของเขาและมุสลิม บิน อบีมัรยัม ว่า อิม่ามอาลี บิน อัลฮูเซน เคยอะซานเมื่อเอ่ยถึง ฮัยยะ อะลัล ฟะล๊าห์ ท่านจะกล่าวว่า “ ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล “ และท่านกล่าวว่ามันคือการอะซานแรก(ซุบฮิ)

 

สุนัน อัลบัยฮะกี เล่ม 1 : 424 ฮะดีษที่ 2073

 

حَدَّثَنَا مَالِكُ بْنُ أَنَسٍ عَنْ نَافِعٍ قَالَ : كَانَ ابْنُ عُمَرَ يُكَبِّرُ فِى النِّدَاءِ ثَلاَثًا وَيَشَّهَدُ ثَلاَثًا ، وَكَانَ أَحْيَانًا إِذَا قَالَ حَىَّ عَلَى الْفَلاَحِ قَالَ عَلَى إِثْرَهَا : حَىَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ.

 

เล่าให้เรา มาลิก บิน อะนัส จากนาเฟี๊ยะอ์ เล่าว่า อิบนิอุมัร ได้ทำการกล่าว อัลลอฮุอักบัร ในอะซานสามครั้ง และคำชะฮาดะฮ์สามครั้ง และบางครั้งเมื่อเขากล่าวว่า ฮัยยะ อะลัลฟะล๊าห์ เขาจะกล่าวตามหลังว่า ฮัยยะ อะลา ค็อยริลอะมัล

 

วิเคราะห์สถานะฮะดีษ

 

 

قال ابن الوزير اليماني : بحثت عن هذين الإسنادين فوجتهما صحيحين إلى ابن عمر وزين العابدين, وفي المختصر من شرح ابن دقيق العيد على العمدة : وقد صح بالسند الصحيح أن زين العابدين وابن عمر أذنا بحي على خير العمل حتى ماتا ) الروض النضير للسياغي 1/ 542

 

 

อิบนุลวะซีร อัลยะมานี กล่าวว่า  ฉันได้ค้นคว้าถึงสะนัดสองรายงานนี้ แล้วพบว่า สายรายงานทั้งสองนั้นซอเฮี๊ยะฮ์ สืบไปถึงอิบนิอุมัรและอิม่ามซัยนุลฯ และในหนังสืออัลมุคตะศ็อร มิน ชัรฮิ อิบนิดะกี๊ก อัลอัยดิ อะลัย อุมดะฮ์ กล่าวว่า เป็นสายรายงานที่ถูกต้องที่รายงานว่า อิม่ามซัยนุลฯและอิบนิอุมัร ได้อะซานด้วยคำว่า  “ ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล “ จนทั้งสองเสียชีวิต ดูหนังสือ อัลเราฎุน-นะฎีร  ของซิยาฆี เล่ม 1 : 542

 

وقال الحسن بن أحمد الجلال في ضوء النهار 1/468 : ( وصحح ابن دقيق وغيره ان ابن عمر وزين العابدين ثبتا على التأذين بها حتى ماتا)

 

อัลฮาซัน บิน อะหมัด อัลญะลาล กล่าวในหนังสือ เฎาอุน-นะฮาร เล่ม 1 : 468  ว่า อิบนิ ดะดี๊กและคนอื่นๆได้ตรวจทานว่าถูกต้อง ที่ว่า อิบนิอุมัรและอิม่ามซัยนุลฯ ได้อะซานด้วยคำนั้น(ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล) จนทั้งสองเสียชีวิต

 

 

 

7.นักปราชญ์ซุนนี่สังกัดอะชาอิเราะฮ์กล่าวว่า ฮัยยะอะลา ค็อยริลอะมัล ถูกตัดออกจากอะซานในสมัยท่านอุมัร  หนังสือ ชัรฮุ อัตตัจญะรีด ของท่านกูชะญี หัวข้ออิมามะฮ์ หน้าที่ 464   ท่านอุมัร บิน คอตตอบ ได้ปราศรัยว่า

 

أيّها الناسُ ثلاثٌ كنَّ على عَهد رسولِ الله أنا أنهى عنهنّ وأُحَرمهنَّ وأُعاقب عليهنّ، وهي: متعة النساء، ومتعة الحج، وحيّ على خَير العَمَل

 

โอ้ประชาชน มีสามสิ่งที่มีอยู่ในสมัยท่านรอซูล(ศ) แต่ฉันขอสั่งห้ามมันและถือว่ามันเป้นสิ่งฮะร่ามและจะลงโทษบนผู้ฝ่าฝืนกระทำมัน นั่นคือ 1.มุตอะฮ์สตรี  2.มุตอะฮ์ฮัจญ์และ 3.การอะซาน ฮัยยะ อะลา คอยริลอะมัล

 

 

  1. ในยุคท่านอาลีปกครอง ท่านเคยอะซานคำนี้

 

หนังสือฟิกฮ์มัซฮับมาลิกีชื่อ  ฮาชียะฮ์ อัดดะซูกี อะลา อัชชัรฮิลกะบีร เล่ม 2 : 221

 

(تَنْبِيهٌ ) كَانَ عَلِيٌّ رَضِيَ اللَّهُ تَعَالَى عَنْهُ يَزِيدُ ( حَيَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ ) بَعْدَ حَيِّ عَلَى الْفَلَاحِ وَهُوَ مَذْهَبُ الشِّيعَةِ الْآنَ

 

หมายเหต – ท่านอาลี(ร.ฎ.)เคยเพิ่มคำอะซานว่า (ฮัยยะ อะลา ค็อยริล อะมัล) ต่อจากคำ ฮัยยะ อะลัล ฟะล๊าห์ และนั่นคือ(การอะซานของ)มัซฮับชีอะฮ์ในปัจจุบัน

 

  1. หนังสือ มัจญ์มูอุลฟะตาวา เล่ม 5 : 279 อิบนิ ตัยมียะฮ์ กล่าวว่า

 

” أَنَّ حَيَّ عَلَى خَيْرِ الْعَمَلِ ” لَمْ يَكُنْ مِنْ الْأَذَانِ الرَّاتِبِ وَإِنَّمَا فَعَلَهُ بَعْضُ الصَّحَابَةِ لِعَارِضِ تَحْضِيضًا لِلنَّاسِ عَلَى الصَّلَاةِ فَهَذَا الْقَوْلُ أَوْسَطُ الْأَقْوَالِ

 

คำว่า ฮัยยะ อะลา คอยริล อะมัล นั้นเดิมไม่เคยมีในอะซานที่กล่าวเรียงตามลำดับมาก่อน แต่ที่จริงมีซอฮาบะฮ์บางคนได้กระทำมันไว้ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องการกำชับผู้คนโดยเฉพาะให้มานมาซ ดังนั้นทัศนะนี้ คือทัศนะที่อยู่ตรงกลางที่สุด