marriage-in-islam_1

เปิดสมองวะฮาบี ตอนนิกะฮ์ มุตอะฮ์ 11

 

#####

 

วิจัยเรื่องการแอบอ้างว่า  [ ท่านนบี()ได้สั่งห้ามทำมุตอะฮ์ที่ ค็อยบัร  ..07 ]

 

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩

 

 

รายงานฮะดีษเรื่องห้ามทำมุตอะฮ์สตรี ที่พวกคุณยึดเป็นซุนนะฮ์หลักในการยกเลิกโองการของอัลลอฮ์ ตะอาลา คือ

 

รายงานการอ้างว่า ท่านอาลี  ได้เล่าว่า ท่านรอซูล(ศ)ได้สั่งห้ามทำนิกะห์มุตอะฮ์

ซึ่งรายงานฮะดีษเจ้าปัญหานี้เกือบทั้งหมด มีที่มาจาก สายรายงานเดียว เท่านั้นคือจาก

 

“อัซซุฮ์รี” จากอัลฮาซันและอับดุลลอฮ์ บุตรชายของมุฮัมมัด บินอัลฮะนาฟียะฮ์ จากท่านอาลี…

 

ดังนั้นก่อนอื่นใดเราจำเป็นต้องทำความรู้จัก นักรายงานผู้นี้ ให้ชัดเจนเสียก่อนว่า

เขาคือใคร มีชีวิตอยู่อย่างไร และทำงานให้กับใคร และจบชีวิตที่ไหน

 

###########

 

อัซซุฮ์รี่  

อบูบักร มุฮัมมัด บิน มุสลิม บิน อุบัยดุลลอฮ์ บิน อับดุลลอฮ์ บิน ชิฮาบ อัซซุฮ์รี

 

محمّد بن مسلم بن عبيد الله بن شهاب الزهري

 

อัซซุฮ์รี่ ชาวมะดีนะฮ์ เขาเกิด ปี ฮ.ศ.58 และมรณะที่กรุงดามัสกัส เมืองช่าม ปีฮ.ศ. 123 – 124

 

อัซซุฮ์รีเป็นคนมีความรู้คนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่เขาคือข้ารับใช้ของราชวงศ์อุมัยยะฮ์   กล่าวกันว่า เขาได้รายงานฮะดีษไว้ถึง 2200 บท

 

##########

 

อิบนิ ฮะญัร อัลอัสเกาะลานีย์ นักปราชญ์ซุนนี่ ได้เล่าว่า

 

قَالَ الْعُلَمَاء . كَرِهَ جَمَاعَة مِنْ الصَّحَابَة وَالتَّابِعِينَ كِتَابَة الْحَدِيث وَاسْتَحَبُّوا أَنْ يُؤْخَذ عَنْهُمْ حِفْظًا كَمَا أَخَذُوا حِفْظًا ، لَكِنْ لَمَّا قَصُرَتْ الْهِمَم وَخَشِيَ الْأَئِمَّة ضَيَاع الْعِلْم دَوَّنُوهُ ، وَأَوَّل مَنْ دَوَّنَ الْحَدِيث اِبْن شِهَاب الزُّهْرِيّ عَلَى رَأْس الْمِائَة بِأَمْرِ عُمَر بْن عَبْد الْعَزِيز ، ثُمَّ كَثُرَ التَّدْوِين ثُمَّ التَّصْنِيف

 

บรรดานักปราชญ์ เล่าว่า  กลุ่มคนจากทั้งที่เป็นซอฮาบะฮ์และตาบิอีนนั้นไม่ชอบการจดบันทึกฮะดีษ พวกเขาชอบให้รับเอาฮะดีษจากพวกเขาไปด้วยการท่องจำ เหมือนที่พวกเขาก็รับเอาจากคนอื่นด้วยการท่องจำ แต่ต่อมาเมื่อกาลเวลาผ่านไปการเอาจริงเอาจัง(ในการท่องจำ)เริ่มไม่ค่อยให้ความสำคัญ และบรรดาอะอิมมะฮ์ก็เริ่มหวั่นเกรงว่าความรู้นั้นจะสูญหายไปพวกเขาจึงเริ่มจดมัน และบุคคลแรกที่ทำการบันทึกฮะดีษคือ อิบนุชิฮาบ อัซซุฮ์รี ในช่วงต้นศตวรรษที่หนึ่งแห่งฮิจเราะฮ์ศักราช ตามพระราชดำริของกษัตริย์อุมัร บิน อับดุลอะซีซ ต่อจากนั้นก็มีการจดฮะดีษกันมากขึ้นแล้วก็มีการเรียบเรียงเป็นตำรา (หลังจากที่ซุนนะฮ์ถูกสั่งห้ามบันทึกมาเป็นเวลาอันยาวนาน)

ดูหนังสือ ฟัตฮุลบารี เล่ม 1 : 181 ฮะดีษที่ 110

 

จากคำบอกเล่านี้ เราพอจะมองภาพได้ชัดเจนอย่างหนึ่งคือ ตำราซุนนะฮ์ฉบับแรกๆนั้นถูกคลอดออกมาจากวังของราชวงศ์อุมัยยะฮ์

โดยพวกอุมัยยะฮ์ได้แต่งตั้งให้อัซซุฮ์รีเป็นหัวหน้าคณะคอยควบคุมการบันทึกและเรียบเรียงตำราซุนนะฮ์  มันจึงเป็นซุนนะฮ์ฉบับที่เรียบเรียงขึ้นจากตระกูลอุมัยยะฮ์ที่ไม่เอาอะฮ์ลุลบัยต์นบี

 

ดังนั้นตำราซุนนะฮ์ฉบับนี้ จึงมีการตัดรายงานฮะดีษของอะฮ์ลุลบัยต์นบี ออกเสียส่วนมาก

ไม่ว่า จะเป็นเรื่องอะกีดะฮ์หรือฟิกฮ์ หรือเรื่องที่ล่อแหลมต่อระบบการปกครองของราชวงซ์อุมัยยะฮ์

 

ด้วยเหตุผลที่ว่า มันคือรายงานฮะดีษของฝ่ายชีอะฮ์อาลี  ในที่สุดตำราซุนนะฮ์ฉบับวังอุมัยยะฮ์นี้จึงได้กลายเป็นซุนนะฮ์ของทางการ เพราะรัฐบาลเป็นของอุมัยยะฮ์ มันเป็นตำรามาตรฐาน

จนสามัญชนทั่วไป ก็ให้การยอมรับ และคิดเอาเองว่า มันคงถูกต้อง

 

ทีนี้ ซุนนะฮ์ฉบับอะฮ์ลุลบัยต์นบี เรื่องใด ก็ตาม ที่ขัดแย้งกับซุนนะฮ์ฉบับอุมัยยะฮ์ ก็ถูกแบน

 

ในฐานะที่อัซซุฮ์รี่ คือผู้แอบอ้างถึงอิม่ามอาลีว่าได้รายงานว่า “ห้ามทำมุตอะฮ์” ด้วยรูปคำที่หลากหลาย จนพี่น้องฝ่ายซุนนี่ นำฮะดีษของอัซซุฮ์รี่ไป “ ยกเลิก อายัต มุตอะฮ์สตรี”

เราจึงจำเป็นต้องมาพิจารณาว่า อัซซุฮ์รี่ ผู้นี้ มีความรักต่อท่านอาลี บินอบีตอลิบ จริงหรือ

##########