download (10)

เปิดสมองวะฮาบี ตอนนิกะฮ์ มุตอะฮ์ 15

 

  1. อัลฮาซัน บิน มุฮัมมัด(ฮะนาฟียะฮ์) บิน อาลี บิน อบีตอลิบ

 

أبو محمد الْحَسَن بن محمد بن علي بن أبي طالب

 

มารดาชื่อ ญุมาน บินกอยส์ บิน มัคร่อมะฮ์ บินอัลมุตตอลิบ  มรณะฮ.ศ. 199

หมายเหตุ –

บุคคลนี้ได้รายงานเรื่องมุตอะฮ์สตรีไว้ทั้งสองรูปแบบคือทั้งถือว่าฮะลาลและถือว่าฮะราม ดังจะได้กล่าวต่อไป  แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นได้คือมันขัดแย้งกันและดูมีความลับลมคมนัยแน่ๆสำหรับเรื่องนี้

 

3.อับดุลลอฮ์ บิน  มุฮัมมัด(ฮะนาฟียะฮ์) บิน อาลี บิน อบีตอลิบ

 

وأبو هاشم عبد الله بن محمد بن علي بن أبي طالب

 

มารดาชื่อ ฟะต๊าต  มรณะที่เมืองช่าม ในยุคกษัตริย์มสุลัยมาน บินอับดุลมะลิก ปีฮ.ศ. 198-199

 

อิบนุฮะญัร อัลอัสเกาะลานี กล่าวว่า

 

وَكَانَ عَبْد اللَّه يَتَّبِع السَّبَئِيَّة ” ا ه وَالسَّبَئِيَّة بِمُهْمَلَةٍ ثُمَّ مُوَحَّدَة يُنْسَبُونَ إِلَى عَبْد اللَّه بْن سَبَأ

 

อับดุลลอฮ์ บินมุฮัมมัด ปฏิบัติตตามพวกสะบะอียะฮ์….ซึ่งพวกเขาอ้างอิงไปยังอับดุลลอฮ์ บินสะบะฮ์

ดูหนังสือ ฟัตฮุลบารี เล่ม 14 : 367 ฮะดีษที่ 4723

##########

 

 

อัลบัฆดาดีย์  กล่าวว่า : พวกอัลสะบะอียะฮ์ คือผู้ติดตาม(แนวคิดของ)อับดุลลอฮ์ บิน สะบะอ์ ที่เสแสร้งคลั่งไคล้ท่านอาลี รอฎิยัลลอฮ์ อันฮุ อย่างเกินขอบเขต และยังกล่าวอ้างว่าท่านเป็นนบี สุดท้ายถึงกับอ้างว่า ท่านอาลีคืออัลลอฮ์

##########

 

หมายเหตุ

ชาวซุนนะฮ์ระดับอุลามาอ์จนถึงเอาวามล้วนไม่ยอมรับพวกสะบะอียะฮ์ทั้งสิ้นตามที่อัลบัฆดาดีย์กล่าวว่า พวกสะบะอียะฮ์อ้างว่าท่านอาลีเป็นนบี สุดท้ายถึงกับอ้างว่า ท่านอาลีคืออัลลอฮ์

แต่ทำไมทั้งอัลบุคอรี กับมุสลิม บินฮัจยาจและมุฮัดดิษซุนนะฮ์คนอื่นๆจึงยอมรับรายงานของอับดุลลอฮ์ บินมุฮัมมัด บิน อัลฮะนาฟียะฮ์  ซึ่งเป็นพวกสะบะอียะฮ์ ว่า ซอฮิฮ์ ฟังดูแล้วพึลึกดี

 

แล้วชีอะฮ์สิบสองอิม่าม ก็ไม่ยอมรับรายงานฮะดีษของอับดุลลอฮ์ บินมุฮัมมัด บิน อัลฮะนาฟียะฮ์ ผู้ตามพวกสะบะอียะฮ์ที่อ้างว่าท่านอาลีเป็นนบีหรือเป็นอัลลอฮ์อย่างแน่นอน

##########

 

สรุปความว่า

  1. อะดาละฮ์ของอัซซุฮ์รี คือสาเหตุที่ทำชีอะฮ์ไม่ยอมรับรายงานฮะดีษของอัซซุฮ์รี และมีอุลามาอ์ซุนนะฮ์บางส่วนก็ตำหนิเขาด้วยเช่นกัน ดังนั้นรายงานฮะดีษของเขาคือปัญหา ไม่ใช่ชีอะฮ์มีปัญหากับรายงานของอิม่ามอาลี
  2. ชีอะฮ์ยังเชื่อว่า อัซซุฮ์รีได้หมกเม็ดแอบอ้างว่า ท่านอาลีเล่าว่า ท่านนบี(ศ)สั่งห้ามมุตอะฮ์สตรี ซึ่งหากท่านอาลีพูดแบบนั้นจริงๆ ลูกหลานของท่านอาลีคงมีทัศนะว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งฮะร่าม แต่ในทางตรงกันข้ามอะฮ์ลุลบัยต์นบี กลับรายงานว่า มุตอะฮ์สตรีคือสิ่งอนุมัติ นั่นเป็นเพราะครอบครัวของท่านอาลีย่อมรู้ดีกว่าคนนอกบ้านอย่างอัซซุฮ์รี
  3. ตำราซุนนะฮ์ที่บันทึกฮะดีษว่า “มุตอะฮ์ฮะร่าม” ถูกผลิตออกมาจากวังของราชวงศ์อุมัยยะฮ์ เมื่ออัซซุฮ์รีคือหัวหน้าคณะวิชาการฝ่ายผลิตตำราซุนนะฮ์ และจากนั้นส่งออกสู่สายตาประชาชนทั่วไปว่า มีฮะดีษสั่งห้ามทำมุตอะฮ์สตรี ประชาชนที่ไร้การศึกษาก็พลอยหลงเชื่อไปด้วย โดยที่ไม่ได้ตระหนักว่ายังมีอะฮ์ลุลบัยต์นบี(อ)ผู้ที่ท่านรอซูล(ศ)สั่ง้สียให้ปฏิบัติตามพวกเขาถือทัศนะที่ตรงกันข้ามกับตำราของพวกอุมัยยะฮ์ อีกทั้งยังซอฮาบะฮ์นบีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมว่ามุตอะฮ์ฮะร่ามเช่นกัน
  4. ทำรายงานฮะดีษของพวกสะบะอียะฮ์ที่อะฮ์ลุสซุนนะฮ์ชิงชังหนักหนาจึงไปถูกบันทึกอยู่ในซอฮิฮ์บุคอรีและมุสลิมได้ หรือเป็นเพราะว่า ฮะดีษนี้ถูกใจพวกเขา
  5. ซุนนะฮ์(ฮะดีษ)มีปัญหาสายรายงานถึงขนาดนี้แล้ว ทำไมพวกคุณกล้าจะเอาไปยกเลิกอายัตกุรอ่านได้ ทำแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการยกย่องคำพูดของอัซซุฮ์รีเหนือกาลามุลเลาะฮ์หรือ

 

۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩۩