The-Meaning-of-Marriage-in-Islam-640x330

เปิดสมองวะฮาบี ตอนนิกะฮ์ มุตอะฮ์ 21

 

3.3. อิบนุอับบาสเคยขัดแย้งกับอิมามอาลีในปัญหาเรื่องมุตอะฮ์จริงหรือ

แน่นอนเราไม่เชื่อเรื่องนี้หรอก เพราะว่า อิบนุอับบาสคือลูกศิษย์ที่ปฏิบัติตามท่านอาลีโดยเฉพาะในเรื่องมุตอะฮ์นี้

จะเชื่อได้หรือว่า อิบนุอับบาสยังดื้อถือทัศนะของตัวเองไว้ว่ามุตอะฮ์คือสิ่งฮะลาล หลังจากที่ท่านอาลีได้ประกาศฮุก่มของอัลลอฮ์และรอซูล ให้เขารับรู้ว่ามุตอะฮ์สตรีว่าถูกสั่งห้ามจริงที่คอยบัร แน่นอนไม่มีทาง

ด้วยเหตุนี้เอง พวกจอมโกหก จึงจำต้องกุเรื่องขึ้นมาว่า อิบนุอับบาสได้เปลี่ยนทัศนะจากเดิมที่ยึดว่า มุตอะฮ์นั้นฮะลาล ไปสู่ มุตอะฮ์นั้นฮะร่าม

 

อิบนุ ตัยมียะฮ์ กล่าวว่า

وروي عن ابن عبّاس أنّه رجع عن ذلك لمّا بلغه حديث النهي

มีรายงานว่า อิบนุอับบาสได้เปลี่ยนทัศนะจากสิ่งนั้น เมื่อเขาได้รับรู้ฮะดีษสั่งห้าม

ดู มินฮาญุสซุนนะฮ์  เล่ม 2 หน้า  156

 

แต่นี่คือเรื่องที่พวกเขาโกหกให้กับท่านอิบนุอับบาส

เพราะ อิบนุฮะญัร อัลอัสก่อลานี ได้กล่าวว่า

قَالَ اِبْن بَطَّال : رَوَى أَهْل مَكَّة وَالْيَمَن عَنْ اِبْن عَبَّاس إِبَاحَة الْمُتْعَة ، وَرُوِيَ عَنْهُ الرُّجُوع بِأَسَانِيد ضَعِيفَة

อิบนุ บัฏฏ็อล กล่าวว่า  ชาวมักกะฮ์กับชาวเยเมน ได้รายงานจากอิบนิอับบาสว่า มุตอะฮ์คือสิ่งอนุมัติ และรายงานที่ว่าอิบนิอับบาสเปลี่ยนทัศนะ(จากฮะลาลไปสู่ทัศนะที่ว่ามุตอะฮ์คือสิ่งฮะร่าม)นั้น สายรายงานทั้งหมด ถือว่า ดออีฟ(คืออ่อนแอยึดถือไม่ได้)

ดูฟัตฮุลบารี เล่ม 14 : 369 ฮะดีษที่ 4725

 

ด้วยเหตุนี้ อิบนุกะษีร กล่าวว่า

ومن هذا ما رجع ابن عبّاس عمّا كان يذهب إليه من إباحتها

และจากฮะดีษนี้ทำให้อิบนุอับบาสเปลี่ยนทัศนะ จากเดิมเคยยึดว่าอนุญาติไปยังการถือว่ามันฮะร่าม

ดู ตารีค อิบนิกะษีร เล่ม 4 หน้า  193

 

แน่นอน ท่านอิบนุอับบาสไม่เคยเปลี่ยนทัศนะเดิมที่ยึดว่า มุตอะฮ์นั้นคือสิ่งอนุมัติจนเขามรณะ ฮ.ศ. 68 ที่เมืองตออิ๊ฟ

 

หลักฐานที่ระบุว่า  อิบนุอับบาสยังยึดทัศนะเดิมที่ว่า “มุตอะฮ์คือสิ่งฮะลาล “

มาถึงยุคสมัยของ ท่านอับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร  ที่ชัดเจนที่สุดคือฮะดีษบทนี้

 

ท่านอุรวะฮ์ บิน อัซซุเบร ได้เล่าว่า

أَنَّ عَبْدَ اللَّهِ بْنَ الزُّبَيْرِ قَامَ بِمَكَّةَ فَقَالَ إِنَّ نَاسًا (أَعْمَى اللَّهُ قُلُوبَهُمْ كَمَا أَعْمَى أَبْصَارَهُمْ) يُفْتُونَ بِالْمُتْعَةِ (يُعَرِّضُ بِرَجُلٍ)

ท่านอับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร ได้ยืนขึ้นที่นครมักกะฮ์ แล้วกล่าวว่า แท้จริงประชาชน(ขออัลลอฮ์ทรงทำให้จิตใจของพวกเขาบอดเหมือนที่ทำให้ดวงตาของพวกเขาบอดด้วยเถิด) ได้ฟัตวาด้วยเรื่องมุตอะฮ์ว่าอนุมัติ (เขามุ่งถึงชายคนหนึ่ง)

فَنَادَاهُ فَقَالَ إِنَّكَ لَجِلْفٌ جَافٍ فَلَعَمْرِى لَقَدْ كَانَتِ الْمُتْعَةُ تُفْعَلُ عَلَى عَهْدِ إِمَامِ الْمُتَّقِينَ (يُرِيدُ رَسُولَ اللَّهِ (ص))

แล้วท่านอับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร ได้ตะโกนเรียกอิบนิอับบาสว่า แท้จริงท่านคือคนเหือดแห้ง(หมายถึงคนมีความรู้ความเข้าใจน้อยนิด) ขอสาบานว่า เดิมทีนิกะห์มุตอะฮ์นั้นเคยถูกกระทำบนสมัยของอิมามุลมุตตะกีน(หมายถึงท่านรอซูล ศ.)

فَقَالَ لَهُ ابْنُ الزُّبَيْرِ فَجَرِّبْ بِنَفْسِكَ فَوَاللَّهِ لَئِنْ فَعَلْتَهَا لأَرْجُمَنَّكَ بِأَحْجَارِكَ

แล้วอิบนิซุเบรได้กล่าวกับอิบนิอับบาสว่า ดังนั้นจงฝึกฝนตัวเจ้าไว้ให้ดี ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ว่า ถ้าหากเจ้ายังขืนทำมุตอะฮ์อีกละก้อ ข้าจะขว้างเจ้าด้วยก้อนหินของเจ้าแน่

ดู ซอฮิฮ์มุสลิม ฮะดีษที่  3495

 

วิเคราะห์เจาะลึก –

คนในฮะดีษที่ อับดุลลอฮ์ บิน ซุเบร  สาปแช่งให้เขาใจบอดเหมือนที่ตาเขาบอดในยามชราคือ “ อับดุลลอฮ์  บิน อับบาส “  ผู้ที่ท่านรอซูล(ศ)ขอดุอาอ์ให้เขาว่า

اللَّهُمَّ فَقِّهْهُ فِي الدِّينِ وَعَلِّمْهُ التَّأْوِيلَ

อัลลอฮ์โปรดทำให้อิบนิอับบาสเข้าใจในศาสนาและโปรดสอนเขาให้รู้ในตะอ์วีลด้วยเถิด

 

นั่นคือสภาพความเป็นอยู่ของอิบนุอับบาสในสมัยของอิบนิ ซุเบร ตอนอยู่ที่นครมักกะฮ์

 

จะเห็นได้ว่า อิบนุอับบาส ยังคงยึดถือทัศนะมุตอะฮ์คือสิ่งฮะลาลมาโดยตลอด จนบรรดาฟุเกาะฮาอ์แห่งนครมักกะฮ์และเยเมนล้วนยึดตามทัศนะของอิบนิอับบาส ตามที่อิบนิฮะญัรกล่าวไว้คือ

 

ชาวมักกะฮ์กับชาวเยเมน ได้รายงานจากอิบนิอับบาสว่า มุตอะฮ์คือสิ่งอนุมัติ และรายงานที่ว่าอิบนิอับบาสเปลี่ยนทัศนะ(จากฮะลาลไปสู่ฮะร่าม)นั้น สายรายงานทั้งหมด ถือว่า ดออีฟ(อ่อนแอยึดถือไม่ได้) ดูฟัตฮุลบารี เล่ม 14 : 369 ฮะดีษที่ 4725

 

เราต่างทราบดีว่า ยุคที่ท่านอุมัรดำรงตำแหน่งคอลีฟะฮ์ ท่านได้ประกาศต่อประชาชนว่า นิกะห์มุตอะฮ์คือสิ่งฮะร่ามและห้ามทำมัน

 

ท่านอุมัร มรณะ ปี ฮ.ศ. 23  ส่วนท่านอิบนุอับบาส มรณะ ปี ฮ.ศ. 68 นั่นหมายความว่า 45 ปีเต็ม ที่อิบนุอับบาสกับชาวมักกะฮ์และเยเมนยังยึดมั่นต่อเรื่องที่ว่า มุตอะฮ์คือ สิ่งที่อัลลอฮ์และรอซูล ได้อนุมัติให้ทำ

 

ฮะดีษในซอฮิฮ์มุสลิม ฮะดีษที่  3495  ทำให้เราได้รับความกระจ่างชัดว่า  อิบนิอับบาสไม่เคยทำสิ่งใดขัดแย้งต่ออัลลอฮ์ และรอซูล และท่านอาลีผู้เป็นบรมครูของเขาเลย

 

หากสมมุตว่า อิบนิอับบาสได้รับรู้เรื่องราวว่า มุตอะฮ์ถูกสั่งห้ามแล้ว และท่านอาลีได้ให้การยืนยันว่า การสั่งห้ามเป็นเรื่องจริง หลังจากท่านอาลี มรณะปี ฮ.ศ.40

อิบนิอับบาสคงไม่ฝ่าฝืนต่ออาจารย์ของเขามาอีกตั้ง 18 ปีหรอก

 

บทสรุปคือ

เรื่องอิบนิอับบาสเปลี่ยนทัศนะจากมุตอะฮ์ฮะลาลไปสู่มุตอะฮ์ฮะร่าม จึงเป็นเรื่องที่คนรุ่นหลังกุขี้นเองหลังจากอิบนิอับบาสเสียชีวิตแล้ว