lasted posts

Popular

ตอบคำถามวะฮาบี อิมามอาลีดื่มเหล้าจริงหรือ ?

 

GB-203_280

หนึ่ง – ริวายะฮ์ต่างๆเรื่องนี้สับสนและขัดแย้งกันใน ซะบับ นุซูลอายัตนี้ น่าแปลกอย่างมาก ซึ่งจะยกมาให้ดูต่อไป

นี่คือเหตผลแรกที่บ่งบอกชัดเจนว่า รายงานเหล่านั้นไม่ถูกต้อง ที่จะนำมาอ้างอิง ซึ่งถือว่ามันคือเรื่องที่กุขึ้น

 

สอง

ท่านอาลี รับอิสลาม ตอนอายุ สิบกว่าปี เขาไม่ได้เติบโตมาในยุคญาฮิลียะฮ์ จนมีโอกาศได้ดื่มสุรา หรืออิบาดัตเจว็ด แต่เขาได้รับการเลี้ยงดูโดยท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ท่านได้สอนอัคลากให้เขา สอนดีนอิสลามให้เขา ซึ่งอิสลามไม่อนุมัติให้ดื่มสุรา และศาสนาและคัมภีร์ต่างๆจากฟากฟ้าไม่อนุญาติให้ดื่มสุรา

หลักฐานที่แสดงว่า สุราคือสิ่งฮะรอม ตั้งแต่เริ่มประกาศอัลอิสลามคือสิ่งที่อิบนิอบีชัยบะฮ์ได้บันทึกไว้ในหนังสือ มุศ็อนนัฟของเขา เล่ม 3 : 333 ฮาดีสที่ 36567

عن بن الحنفية في قوله وَلَيَحْمِلُنَّ أَثْقَالَهُمْ وَأَثْقَالًا مَعَ أَثْقَالِهِمْ قال

อิบนุ อัลฮะนาฟียะฮ์ ในอายัต (และแน่นอน พวกเขาจะแบกรับความผิดของพวกเขาและความผิดอื่น ๆ ร่วมกับความผิดของพวกเขา ([29.13]) เขาได้เล่าว่า

كان أبو جهل وصناديد قريش يتلقون الناس إذا جاؤا إلى النبي صلى الله عليه و سلم يسلمون فيقولون إنه يحرم الخمر ويحرم الزنى ويحرم ما كانت تصنع العرب فارجعوا فنحن نحمل أوزاركم فنزلت هذه الآية وليحملن أثقالهم

ปรากฏว่า อบูญะฮัลและบรรดาหัวหน้ากูเรช จะพบปะผู้คน เมื่อพวกเขาได้มาหาท่านนบี(ศ) พวกเขาให้สลามแล้วพวกเขาก็กล่าวว่า แท้จริงสุราคือสิ่งต้องห้าม ซีนาคือสิ่งต้องห้าม ชาวอาหรับไม่เคยกระทำ ดังนั้นพวกท่านจงย้อนกลับไป พวกเราจะแบกรับความผิดของพวกท่านเอง ดังนั้นอายัตนี้จึงประทานลงมา  และแน่นอน พวกเขาจะแบกรับความผิดของพวกเขา

 

สาม

ประเด็นสำคัญคือ เรื่องนี้ บรรดาผู้เล่าทั้งหมด รับรายงานฮะดีษเรื่องท่านอาลี ดื่มสุรามาจาก

 

عَطَاءُ بْنُ السَّائِبِ

 

อะตออ์ บิน อัซซาอิบ

 

ซึ่งการถ่ายทอดฮะดีษของ อะตออ์ บิน อัซซาอิบ นั้นมีปัญหา เพราะเขา  اختلاط  ผสมปะปนในการเล่าฮะดีษของเขา เพราะฉะนั้น ฮะดีษของพวกเขา จึงมีสถานะ ดออีฟ และถูกปฏิเสธ มัรดู๊ด

เรามาดูกัน

 

อัลมุสตัดรอก ของอัลฮากิม  ฮาดีสที่  3156

สะนัด

أخبرنا محمد بن علي بن دحيم الشيباني ، ثنا أحمد بن حازم الغفاري ، ثنا أبو نعيم ، وقبيصة ، قالا : ثنا سفيان ، عن عطاء بن السائب ، عن أبي عبد الرحمن ، عن علي رضي الله عنه ، قال

มุฮัมมัด บิน อาลี บิน ดุหัยมิน อัชชัยบานี – อะหมัด บิน ฮาซิม อัลฆิฟารี – อบูนุอัยม์ และ กุบัยเศาะฮ์ ทั้งสองเล่าว่า สุฟยาน เล่าให้เรา จาก อะตออ์ บิน อัซซาอิบ จากอบี อับดิลเราะห์มาน จากท่านอาลี(ร.ฎ.)กล่าวว่า

دعانا رجل من الأنصار قبل تحريم الخمر ، فحضرت صلاة المغرب ، فتقدم رجل « فقرأ قل يا أيها الكافرون فالتبس عليه فنزلت ( لا تقربوا الصلاة وأنتم سكارى حتى تعلموا ما تقولون  ) الآية

ชายชาวอันศอรคนหนึ่งได้เชิญเรามา ก่อนที่สุราจะเป็นสิ่งฮะรอม พอถึงเวลาละหมาดมัฆริบ ชายคนหนึ่งได้ขึ้นนำละหมาด แล้วเขาอ่านซูเราะฮ์กุลยาอัลยุฮัลกาฟิรูน แล้วเขาอ่านสับสน ดังนั้นจึงประทานลงมาว่า

[4.43] ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงอย่าเข้าใกล้การละหมาด ขณะที่พวกเจ้ากำลังมันเมาอยู่ จนกว่าพวกเจ้าจะรู้ สิ่งที่พวกเจ้าพูด

 

สายรายงานฮะดีษทำนองนี้ แม้แต่นักปราชญ์ฮาดีษซุนนี่ก็วิจารณ์ว่า มีปัญหา ดูฮาดีษ สุนัน ติรมิซี ฮาดีษที่

حَدَّثَنَا عَبْدُ بْنُ حُمَيْدٍ حَدَّثَنَا عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ سَعْدٍ عَنْ أَبِى جَعْفَرٍ الرَّازِىِّ عَنْ عَطَاءِ بْنِ السَّائِبِ عَنْ أَبِى عَبْدِ الرَّحْمَنِ السُّلَمِىِّ عَنْ عَلِىِّ بْنِ أَبِى طَالِبٍ قَالَ صَنَعَ لَنَا عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ عَوْفٍ طَعَامًا فَدَعَانَا وَسَقَانَا مِنَ الْخَمْرِ فَأَخَذَتِ الْخَمْرُ مِنَّا وَحَضَرَتِ الصَّلاَةُ فَقَدَّمُونِى فَقَرَأْتُ (قُلْ يَا أَيُّهَا الْكَافِرُونَ) لاَ أَعْبُدُ مَا تَعْبُدُونَ وَنَحْنُ نَعْبُدُ مَا تَعْبُدُونَ. قَالَ فَأَنْزَلَ اللَّهُ تَعَالَى (يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لاَ تَقْرَبُوا الصَّلاَةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى حَتَّى تَعْلَمُوا مَا تَقُولُونَ ). قَالَ أَبُو عِيسَى هَذَا حَدِيثٌ حَسَنٌ صَحِيحٌ غَرِيبٌ.

หนังสือ ตุห์ฟะตุล อะห์วะซี ชะเราะฮ์ ญาเมี๊ยะอ์ อัตติรมีซี     เล่ม 7 : 347 ฮาดีษที่  2952

الكتاب : تحفة الأحوذي بشرح جامع الترمذي   ج 7  ص 347  ح 2952

المؤلف : محمد عبد الرحمن بن عبد الرحيم المباركفوري أبو العلا

อัลมุบารอก ฟูรีย์ วิจารณ์ว่า

وَأَخْرَجَهُ أَبُو دَاوُدَ وَالنَّسَائِيُّ . قَالَ الْمُنْذِرِيُّ : وَفِي إِسْنَادِهِ عَطَاءُ بْنُ السَّائِبِ لَا يُعْرَفُ إِلَّا مِنْ حَدِيثِهِ وَقَدْ قَالَ يَحْيَى بْنُ مَعِينٍ : لَا يُحْتَجُّ بِحَدِيثِهِ ، وَفَرَّقَ مَرَّةً بَيْنَ حَدِيثِهِ الْقَدِيمِ وَحَدِيثِهِ الْحَدِيثِ وَوَافَقَهُ عَلَى التَّفْرِقَةِ الْإِمَامُ أَحْمَدُ . وَقَالَ أَبُو بَكْرٍ الْبَزَّارُ : هَذَا الْحَدِيثُ لَا نَعْلَمُهُ يُرْوَى عَنْ عَلِيٍّ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ مُتَّصِلَ الْإِسْنَادِ إِلَّا مِنْ حَدِيثِ عَطَاءِ بْنِ السَّائِبِ عَنْ أَبِي عَبْدِ الرَّحْمَنِ يَعْنِي السُّلَمِيَّ وَإِنَّمَا كَانَ ذَلِكَ قَبْلَ أَنْ يُحَرَّمَ الْخَمْرُ فَحُرِّمَتْ مِنْ أَجْلِ ذَلِكَ ، هَذَا آخِرُ كَلَامِهِ . وَقَدْ اُخْتُلِفَ فِي إِسْنَادِهِ وَمَتْنِهِ ، فَأَمَّا الِاخْتِلَافُ فِي إِسْنَادِهِ فَرَوَاهُ سُفْيَانُ الثَّوْرِيُّ وَأَبُو جَعْفَرٍ الرَّازِيُّ عَنْ عَطَاءِ بْنِ السَّائِبِ فَأَرْسَلُوهُ ، وَأَمَّا الِاخْتِلَافُ فِي مَتْنِهِ فَفِي كِتَابِ أَبِي دَاوُدَ وَالتِّرْمِذِيِّ مَا قَدَّمْنَاهُ ، وَفِي كِتَابِ النَّسَائِيِّ وَأَبِي جَعْفَرٍ النَّحَّاسِ أَنَّ الْمُصَلِّيَ بِهِمْ عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ عَوْفٍ ، وَفِي كِتَابِ أَبِي بَكْرٍ الْبَزَّارِ : أَمَرُوا رَجُلًا فَصَلَّى بِهِمْ وَلَمْ يُسَمِّهِ ، وَفِي حَدِيثِ غَيْرِهِ فَتَقَدَّمَ بَعْضُ الْقَوْمِ اِنْتَهَى كَلَامُ الْمُنْذِرِيِّ .

 

ความจริงอะกีดะฮ์แบบนี้ได้รับการสืบสานถ่ายทอดจาก อิบนุ ตัยมียะฮ์ ที่ได้กล่าวไว้ในตำราของเขาชื่อ มินฮาญุซซุนนะฮ์  เล่ม 4 : 65

 

وقد انزل الله تعالى في علي :”يا ايها الذين ءامنوا لا تقربوا الصلاة وانتم سكارى حتى تعلموا ما تقولون” لما صلى فقرأ وخلط “.

 

และพระองค์อัลลอฮ์นั้นได้ลงมาเรื่อง อะลี ว่า

[4.43] โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงอย่าเข้าใกล้การละหมาด ขณะที่พวกเจ้ากำลังมึนเมาอยู่ จนกว่าพวกเจ้าจะรู้ สิ่งที่พวกเจ้าพูด

 

เพราะตอนท่านอะลีนมาซ ท่านนั้นได้อ่านและทำนมาซผิด

 

วิเคราะห์การใส่ร้ายเรื่องท่านอะลีกินเหล้า

หลังจากตรวจสอบจาก ตำราฮาดีษซุนนี่ ทั้งหก เราพบว่า รายงานที่เกี่ยวกับท่านอะลี ดื่มเหล้านั้นมีอยู่ในตำราของ อบีดาวูด / ติรมิซีย์ / นะซาอีย์ / อัลมุสตัดรอก เช่น

عن علي بن أبي طالب قال: صنع لنا عبد الرحمن بن عوف طعاما فدعانا وسقانا من الخمر، فأخذَتِ الخمرُ منا، وحضرتْ الصلاةُ فقدموني (ليَؤُمَّ بهم) فقرأت : “قل يا أيها الكافرون لا أعبد ما تعبدون ونحن نعبد ما تعبدون”، فانزل الله: “يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا لَا تَقْرَبُوا الصَّلَاةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى حَتَّى تَعْلَمُوا مَا تَقُولُون …”

ในรายงานที่ อบูดาวูด ติรมีซีย์ นาซาอีย์ และฮากิมได้บันทึกไว้ จากท่านอะลี บิน อบีตอลิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ” อับดุรเราะห์มาน บิน เอาฟ์ ได้ปรุงอาหารให้เรา แล้วได้เชิญเราไปดื่มค็อมร์ (เผื่อบางคนไม่อยากแปลว่าสุรา) แล้วค็อมร์ก็ได้ถูกเอาไปจากเรา และถึงเวลาละหมาด แล้วพวกเขาก็ให้ฉันนำหน้า(เป็นอิหม่ามให้กับพวกเขา) แล้วฉันได้อ่านว่า ” กุลยาอัยยุฮัลกาฟิรูน โอ้บรรดากาฟิรทั้งหลาย

ลาอะอฺบุดุ มาตะอฺบูดูน ฉันไม่สักการะในสิ่งที่พวกเจ้าสักการะ

วะนะห์นูนะอฺบุดูมาตะอฺบุดูน และพวกเราสักการะในสิ่งที่พวกเจ้าสักการะ

ดังนั้นอัลลอฮฺจึงประทานอายะฮฺ

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آَمَنُوا لَا تَقْرَبُوا الصَّلَاةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى حَتَّى تَعْلَمُوا مَا تَقُولُون

[4.43] โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! จงอย่าเข้าใกล้การละหมาด ขณะที่พวกเจ้ากำลังมึนเมาอยู่ จนกว่าพวกเจ้าจะรู้ สิ่งที่พวกเจ้าพูด

 

และอีกรายงานหนึ่ง จากสุนัน อบีดาวูด

حَدَّثَنَا مُسَدَّدٌ حَدَّثَنَا يَحْيَى عَنْ سُفْيَانَ حَدَّثَنَا عَطَاءُ بْنُ السَّائِبِ عَنْ أَبِى عَبْدِ الرَّحْمَنِ السُّلَمِىِّ عَنْ عَلِىِّ بْنِ أَبِى طَالِبٍ عَلَيْهِ السَّلاَمُ أَنَّ رَجُلاً مِنَ الأَنْصَارِ دَعَاهُ وَعَبْدَ الرَّحْمَنِ بْنَ عَوْفٍ فَسَقَاهُمَا قَبْلَ أَنْ تُحَرَّمَ الْخَمْرُ فَأَمَّهُمْ عَلِىٌّ فِى الْمَغْرِبِ فَقَرَأَ (قُلْ يَا أَيُّهَا الْكَافِرُونَ) فَخَلَطَ فِيهَا فَنَزَلَتْ (لاَ تَقْرَبُوا الصَّلاَةَ وَأَنْتُمْ سُكَارَى حَتَّى تَعْلَمُوا مَا تَقُولُونَ )

เนื้อเรื่องคล้ายกัน ต่างกันตรงที่ว่า รายงานของอบีดาวูด บอกว่า ชายคนหนึ่งจากอันศอรได้เชิญอะลี

และอับดุรเราะฮ์มาเป็นแขก.

อ่านต่อในตอนที่ ๒