lasted posts

Popular

คำบรรยาย เปิดโปงซุนนะฮ์จอมปลอม โดย อ.อับดุลฮากีม วันแอเลาะ (6)

 

images (3)

 

อัลลอฮ์ได้แบ่งไว้เป็นที่ชัดเจนแล้วคนรู้กับคนไม่รู้แต่พวกคณะใหม่นี่ไม่เป็นอะไรสักอย่างหนึ่งครับ พูดกันตรงไปตรงมาเป็นอย่างนั้น ไม่ยอมเป็นอะไรสักอย่างเดียว ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้?? ก็เป็นเพราะว่าเขาเอามาจากอัลกุรอานและอัลฮะดิษเองเลยไง ข้ามหัวคนรู้ระดับมุจญตะฮีดไปเลยทีเดียว ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นอย่างนั้น ไม่ใครเกิดมาเป็นมุจญตะฮีดโดยไม่อาศัยมุจญตะฮีด ไม่มีหรอกครับ มันไม่มีมันต้องเป็นผู้ตามมาก่อน พัฒนาความรู้ของตนเองจากมุจญตะฮีดไปแล้วจนกระทั่งมีความรู้เต็มระบบเหมือนกับมุจญตะฮีดด้วยกัน ถึงขั้นนั้นแหละจึงจะสามารถเข้าใจเจตนารมณ์ของอัลกุรอานหรือฮะดิษของท่านนบีได้เพราะมีความรู้มากพอแล้ว แต่เล่นที่จะไม่เป็นอะไรสักอย่างเดียวนี่มันไม่ได้หรอกครับ มันไม่ถูกต้องตามนัยของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน นี่แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมตกอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงหรือหลักการที่อัลลอฮ์ได้กำหนดเอาไว้ ไม่ยอมรับสิ่งที่อัลลอฮ์ต้องการให้เป็น มากมายหลายแบบ

มาดูนะครับเอาเรื่องสดๆร้อนๆเมื่อตอนรายอฮัจยีที่ผ่านไปแล้ว ในวันตรุษอิดิ้ลอัฏฮา หลังจากนั้นมันก็มีปัญหาเกิดขึ้นตามสื่อ ผมไม่รู้ว่าสื่อไหน เพราะจริงๆผมพูดได้ว่าผมไม่เคยดูสื่อเหล่านี้เลย เหตุที่ไม่ดูก็เพราะว่าเป็นสื่อมีปัญหา ถ้าสิ่งที่ผมได้พูดไปในวันนี้ ผมอยากให้สื่อได้มาฟังสิ่งที่ผมด้วย จะได้นำสิ่งที่ผมพูดไปไตร่ตรองว่าจุดยืนที่ยืนอยู่ สิ่งที่สื่อกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้มันคือการสร้างสรรค์หรือมันคือการทำลาย มันคือจุดยืนที่ถูกต้องหรือคือจุดยืนที่ผิดพลาด สื่อก็คือคนคนหนึ่งซึ่งก็เหมือนกับพวกเรา ดังนั้นต้องสำเหนียกนะครับเรื่องนี้ ต้องสำเหนียกเพราะในข้อเท็จจริงสิ่งที่ทุกคนได้ทำไปเขาต้องรับผิดชอบ คนที่ทำดีเขาก็จะได้รับการตอบแทนในสิ่งที่ดี คนที่ทำในสิ่งที่ไม่ดีเขาก็ต้องได้รับผิดชอบในสิ่งที่เขาได้ทำไป ต้องตั้สติต้องทบทวนแล้วก็ต้องไตร่ตรองว่าสิ่งที่ทำในขณะนี้มันถูกต้องหรือไม่ ผลมันออกมาดีต่ออิสลามและต่อประชาคมหรือไม่ มันเป็นการทำลายรากเหง้าและหลักการสำคัญที่อิสลามต้องการจะให้เป็นหรือไม่ ต้องดูในจุดนี้และขอให้ฟังในสิ่งที่ผมพูดในคืนวันนี้ด้วยเจตนาดีและด้วยความรัก

หลังจากรายอผ่านไปแล้ว ผมไปพูดที่โรงเรียนของอาจารย์อานัส ดาราฉาย ซึ่งที่จริงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปพูดในเรื่องเหล่านี้ แต่ผู้อำนวยการในวันนั้นเขาถามผม เขาคงจะอยากรู้เพิ่มเติมเพราะเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้พูดในวันนั้น ถามผมว่าอาจารย์ผมดูจากสื่อ นักวิชาการที่สื่อเขาเชิญมาออกรายการเนี่ย ตรงนี้มันหมายความว่าในกระบวนการทั้งหมดถ้าไม่ดีต้องรับผิดชอบ คนที่ทำหน้าที่สื่อ คนที่ไปเอาอาจารย์ ผมก็ไม่รู้ว่าใครแล้วก็ไม่สนใจที่จะถาม เอามาออกสื่อแล้วก็สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นเขาคือใคร ถ้าท่านอยากจะรู้ท่านไปสืบเสาะเอาเอง แล้วกาไว้ได้เลยว่านี่ไม่ใช่นักวิชาการ แล้วสื่อก็ควรจะรับรู้ไว้เลยว่าต่อไปในภายภาคหน้าอย่าให้คนๆนี้มาออกรายการ เพราะคนๆนี้คือคนที่ทำลายศาสนาและทำลายจริยธรรมของสังคมมุสลิม

                 สื่อที่ออกเขาบอกว่าไง เขาบอกว่าพวกเราไปเชือดกุรบานแล้วก็ไปทำการตักบีรเหมือนกับการตัรบีรยิน บอกว่าพวกมันตักบีรให้ควายฟังไม่มีอยู่ในซุนนะห์ของท่านนบี ไม่มีหลักที่จะให้ทำในลักษณะอย่างนี้ เวลาคนมาเล่าให้ผมฟัง มาถามผมแบบนี้ นี่ถ้าผมอยู่ใกล้ๆบ้องหูแน่นอน จริงๆ การพูดความรับผิดชอบสูงนะครับ รับผิดชอบต่อศาสนาและรับผิดชอบต่อประชาคมมุสลิมทั้งประเทศ แล้วมาพูดโดยปราศจากความรับผิดชอบอย่างนี้ได้ยังไง เมื่อถามผมก็ตอบเลยเป็นซุนนะห์ของท่านนบี มีปรากฏฮะดิษชัดเจน

“กอลารอซูลลุลอฮบิกะซัยนี อำดาคอยริอักรอนี…2/21.58” ความว่า พระศาสดา(ซล)ได้ทำกุรบานแก่สีเทามีเขา 2 ตัว โดยพระองค์ได้ทำกายเชือดด้วยพระหัตถ์อันประเสริฐของพระองค์ด้วยตนเอง และพรองค์กล่าวบิสมิลลาฯและพระองค์ได้ทำการตักบีร ฮะดิษนี้รายงานโดยอบูดาวูดด้วยสายรายงานที่ถูกต้อง

นี่มันคือการเปลี่ยนบทบัญญัติของศาสนา ถ้าจะพูดไปอีกเวอร์ชั่นนึงมันจะแรง คนที่เปลี่ยนบทบัญญัติของศาสนาฮุกุ่มทางฟิกเขาว่าอย่างไร พวกเราคงตอบกันได้แล้ว เจอก็ช่วยไปตอบแทนด้วย จะได้เสียผู้เสียคนไปเลยเพราะมันเสียตั้งแต่พูดแล้วพูดกันตรงๆเสียตั้งแต่ตอนพูดแล้ว ถ้าจะเสียอีกไม่แย่ไปกว่าเดิมแล้ว ที่เสียมากเสียเพราะอัลลอฮ์และรอซูล ถ้าเราจะไปอะไรอีกบ้างเล็กน้อยในก็ไม่ระคายหรอก มันไม่ได้หนักไปกว่าที่อัลลอฮ์จะต้องลงโทษเขาในวันอาคิเราะฮ์อย่างแน่นอนในฐานะที่ไม่มีความรู้พูดเอามันโดยปราศจากความรับผิดชอบ ทำให้ศาสนาต้องขาดความสมประกอบไม่สมบูรณ์ด้วยลิ้นของคนที่ไม่มีความรับผิดชอบในทางศาสนา หลากหลายปัญหาทุกปัญหาเป็นอย่างนั้น

                ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะให้ท่านทั้งหลายได้ทำความเข้าใจก็คือว่า ปัญหาเหล่านี้ถ้ามันเป็นเรื่องที่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนา เขาไม่ต้องรอให้นักวิชาการไร้สำนักในปัจจุบันนี้มากอบกู้เอกราชให้แก่ศาสนาอิสลามหรอกครับ คนที่เขามีความรู้จริงๆในอดีต เขาคัดค้านแล้วก็ถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์อิสลามแล้ว ไม่ตกทอดมาสู่ยุคปัจจุบันนี้หรอก ทำไมคนไทยมองไม่ออกหรอครับ ผมแปลกใจมาก ว่าที่ฟังๆกันอยู่มองไม่ออกเลยหรือไง ว่าการตัดสินปัญหาเป้นจำนวนมากที่ออกมาตามสื่อนี่ไม่มีน้ำหนักอะไรเลย เหตุที่ว่าไม่มีน้ำหนักนั้นก็เพราะว่าเป็นการตัดสินที่ไปขัดกับนักวิชาการที่สมบูรณ์ในอดีตและผลงานทางวิชาการของท่านได้ผ่านการตรวจสอบมาแล้วเป็นพันๆปี อย่างในประเทศไทยของเราควรจะมีความภาคภูมิใจเลยทีเดียว ในส่วนที่เกี่ยวกับหลักปฏิบัติเราเรียนฟิกตามมัศฮับชาฟีอีย์ ท่านทราบไหมว่าตัวมะตันที่เขียนโดยอบีซูญาดเนี่ย ท่านเป็นใคร ท่านเป็นอาเลมอุลามาอฺที่ทำหน้าที่ต่อสู้เพื่อหยิบยื่นจริยธรรมคำสอนที่ถูกต้องให้แก่ประชาคมมุสลิม ในวาระสุดท้ายของชีวิตท่านละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนของท่านมาประจำอยู่ที่มัสยิดนาบาวีย์ในนครมะดีนะห์ อาเลมท่านนี้ท่านมาทำอะไรที่นี่ ท่านสงสัยไหม?? ท่านอิ่มเอมกับสิ่งที่ท่านได้ทำมาตลอดชีวิตของท่าน ท่านตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นครมะดีนะห์ก็เพื่อมาเติมเต็มความสมบูรณ์ให้แก่ชีวิตในวาระสุดท้าย ได้มาอยู่ในแผ่นดินฮารอมใกล้ที่ฝังพระศพของท่านนบีมูฮัมมัด(ซล) แล้วท่านมาทำหน้าที่กวาดมัสยิด ในระหว่างที่ท่านมาใช้ชีวิตด้วยการเป็นขี้ข้ากวาดมัสยิด (พูดถึงขี้ข้าเป็นภาษาปัจจุบันนะครับ) ท่านได้ร่างหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา กอยะตุลอิฟติซอรหรือ…..2/26.14 ที่เราเรียกว่าเป็นตัวมะตั่นต้นแบบเลยทีเดียว แล้วมะตั่นนี้ได้รับการขัดเกลามา ช่วงนั้นอยู่ในยุคศตวรรษที่เท่าไหร่ครับ อยู่ในศตวรรษที่สี่ ในช่วง ฮศ.ที่สามร้อยกว่าถึงสี่ร้อย อยู่ในยุคแรกๆเลยทีเดียว เขียนออกมาเราศึกษากันทุกวันนนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้หรอก ว่าศึกษามาจากนักวิชาการท่านใด ท่านนี้ครับอบีซูญาด