lasted posts

Popular

 

ที่มาอะกีดะฮ์ที่ หลงทางของวาฮาบีย์
————————-

อยากจะทำความเข้าใจกับพี่น้องผู้ทีเข้ามาหาความรู้ในห้องศาสนาอิสลามนี้ ซึ่งผมถือว่า มีหลากหลายแนวทัศนะ

ไม่ว่า พี่น้องที่อยู่แนวทางวาฮาบี ชีอะฮ์หรือกลุ่มอื่นๆว่าผุ้ที่ทำหน้าที่ชี้แจงนั้นก็นำมาซึ่งความเป็นจริงที่มันเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นไม่ได้กล่าวหาหรือฮุกมใครคนใด

เพราะผู้ชี้แจงย่อมรุ้ดีถึงการฮุกมคนอื่นในสิ่งต่าง เช่นคนทำบิดอะตกนรก คนที่ไม่ทำไม่ตก โดยไม่แยกแยะว่า บิดอะคืออะไร มีกี่ประเภทไมใช่ว่า พอสิ่งไหนที่ท่านนบีไม่ทำซอฮาบะฮ์ทำ ตาบีอีนทำสะลัฟ ทำ ฉะนั้นการฮุกมมันก็๋โดนทั้งซอฮาบะฮ์และสะลัฟที่กระทำ
เพราะเราเล่นเพียงฮุกมกับคำนิยามที่เป็นเพียงเปลือกนอกโดยไร้ความเข้าใจ
แนวทางที่ไม่ยอมรับว่า อะไรก็ตามกระทำไม่ได้อีกหลังจากท่านนบีจากไปใครกระทำเป็นบิดอะ ฮ์ดอลาละฮ์ ตรงนี้ถือว่าคับแคบ

ในเรื่องอิคลาสในทางวิชาการนั้น มัสฮับทั้งสี่ย่อมมีข้อได้เปรียบกว่ากลุ่มวาฮาบีย์ เพราะปัจจัยแวดล้อมและความน่าเชื่อถือมากกว่ากลุ่มวาฮาบีที่กล่าวมา
มีทั้งนักปราชญ์หลายด้านหลายวิชาการที่ถูกถ่ายทอดสิ่งนั้นมาถึงพวกเรา มีความรอบคอบและระมัดระวังในวิชาความรู้จากอุลามาอ์ที่ถูกรองรับ
ไม่ว่าเรื่อง
เกี่ยวกับระดับของฮาดิสซอฮิฮ์ที่จะนำมาใช้ก็ไม่ใช่ว่าจะนำมาปฎิบัติได้ทั้งหมดเลยถ้าหากขาดความเข้าใจในระดับตัวบทดังนั้นการพิจารณาฮาดิสนั้นเขาต้องเรียนเพื่อวิเคราะห์
ดังนั้นคนเอาวามจำเป็นต้องเข้าใจเรื่องนี้ ผ่านผู้รู้

ในด้านอะกีดะฮ์นั้นในกลุ่มวะฮาบีนั้นก็คือกลุ่มที่แยกมาจากแนวทางของฮะนาบิละฮ์นั้นเอง

ซึ่งในกลุ่มอุลามาอ์ฮัมบะลีย์เองมิได้มีหลักอะกีดะฮ์อันเดียวกัน แต่แตกออกเป็น 2 กลุ่ม

1. กลุ่มอุลามาอ์มัซฮับฮัมบะลีย์ ที่ทำการมอบหมาย(ตัฟวีฎ)กับความหมายอายะฮ์หรือฮะดิษที่มีความหมายหลายนัยยังไปอัลเลาะฮ์ตะอาลา กลุ่มนี้เขาเรียกว่ากลุ่ม อัลมุเฟาวิเฎาะฮ์ اَلْمُفَوِّضَةُ
เช่น
อิหม่ามอะหมัด
ท่านอิบนุกุดามะฮ์
ท่านอิบนุรอญับ
ท่านอิบนุอบียะลา
ท่านอิบนุอะกีล
ท่านอิบนุอัลเญาซีย์
ท่านอัสสะฟารีนีย์
ท่านอิมามอับดุลบากีย์อัลฮัมบาลีย์
ท่านอบูมุฮัมมัด อัตตะมีมีย์ เป็นต้น

ที่กล่าวมานี้คือ อุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ที่เป็นส่วนหนึ่งจากอะฮ์ลุลฮะดิษกลุ่มนี้
อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์เรียกเขาว่า
فُضَلاَءُ مِنَ الحَنَابِلَةِ
บรรดาอุลามาอ์ผู้ประเสริฐจากฮัมบาลีย์

ซึ่งพวกเขาอยู่ในแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ รู้จักในนามของ อะฮ์ลุลฮะดิษหรือกลุ่มอัลอะษะรียะฮ์

ในทางตรงกันข้ามก็มีอุลามาอ์ฮัมบาลีย์อีกกลุ่มนั้น สร้างความเสื่อมเสียและความอับอายให้แก่มัซฮับฮัมบาลีย์ในเรื่องอะกีดะฮ์ ตามที่อุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ได้ยืนยันเอาไว้

2. กลุ่มอุลามาอฺมัซฮัมบาลีย์(ยุคหลัง) ซึ่งจะไม่ทำการมอบหมาย(ตัฟวีฎ)ความหมายของอายะฮ์หรือฮะดิษที่แท้จริงไปยังอัลเลาะฮ์ตะอาลา

แต่พวกเขารู้ความหมายและเข้าใจความหมายในเชิงตัชบีฮ์(เข้าใจคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์ไปคล้ายคลึงกับคุณลักษณะของมัคโลค)

เช่น
ท่านอุษมาน บิน สะอีด อัดดาริมีย์ (ซึ่งเป็นคนละคนก็ท่านอัดดารีมีย์เจ้าของสุนันอัดดาริมีย์ที่เป็นอะฮ์ลิสซุนนุะฮ์) ,

ท่านอบูยะลา ,
ท่านอบูอับดิลลาฮ์ อิบนุ ฮามิด
ท่านอิบนุอัซซาฆูนีย์
ท่านอิบนุบัฏเฏาะฮ์ (เป็นนักรายงานที่ฏออีฟ)
ท่านอิบนุมันดะฮ์ (ผู้ที่รายงานฮะดิษแล้วพูดเกี่ยวกับฮะดิษแล้วจะเบี่ยงเบนและสับสนตามที่ท่านอัซซะฮะบีย์ได้กล่าวไว้)
อัลกะฮารีย์ (นักกุฮะดิษ)
ท่านอัลอิชชารีย์ (นักกุฮะดิษ)
ท่านอิบนุกาดิช (นักกุฮะดิษ) เป็นต้น

ท่านอัลฮาฟิซ อิบนุอะษีร ได้ถ่ายทอดคำกล่าวของท่าน อิมาม อบู มุฮัมมัด อัตตะมีมีย์ อุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ ความว่า

لَقَدْ شَانَ أَبُوْ يَعْلىَ الْحَنَابِلَةَ شَيْناً لاَ يَغْسِلُهُ مَاءُ البِحَارِ

แท้จริงท่านอบูยะลาได้สร้างความเสื่อมเสียอับอายให้แก่บรรดาอุลามาอฺมัซฮับฮัมบาลีย์
ซึ่งเป็นความอับอายที่น้ำทะเลก็ไม่สามารถล้างมันได้

ดูหนังสือ กามิล อิบนุอะษีร เล่ม 10 : 52

ท่านอิมามอัลฮาฟิซ อิบนุ อัลเญาซีย์ อุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ ได้กล่าวถึงอุลามาอฺฮัมบาลีย์บางกลุ่มว่า

وَرَأَيْتُ مِنْ أَصْحَابِنَا مَنْ تَكَلَّمَ فْي الأُصُوْلِ بِمَا لاَ يَصْلُحُ ، وَانْتَدَبَ للتَصْنِيْفِ ثَلاَثَةٌ أَبُوْ عَبْدِاللهِ بنُ حَامِدٍ ، وَصَاحِبُهُ الْقَاضِيْ وَابْنُ الزَّاغُوْنِيْ ؛ فَصَنَّفُوْا كُتُباً شَانُوْا بِهَا الْمَذْهَبَ وَرَأَيْتُهُمْ قَدْ نَزَلُوْا إِلَى مَنْزِلَةِ الْعَوَّامِ ، فَحَمَلُوْا الصِفَاتِ عَلىَ مُقْتَضَى الحِسِّ

ข้าพเจ้าได้เห็นจากส่วนหนึ่งของอุลามาอ์แห่งเรา(คืออุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์) ได้ทำการพูดถึงเรื่องอุศูล(หลักอะกีดะฮ์)ด้วยกับสิ่งที่ไม่บังควร

และทำการตอบรับในการประพันธ์เป็นตำราขึ้นมา โดย 3 ท่านด้วยกัน คือ อบูอับดิลลาฮ์อิบนุฮามิด , ท่านกอฎีย์ อบูยะลา , และท่านอิบนุอัซซาฆูนีย์ ,

ดังนั้นพวกเขาจึงทำการประพันธ์ตำราต่าง ๆ ที่พวกเขาได้สร้างความเสื่อมเสียอับอายให้แก่มัซฮับ(ฮัมบาลีย์)

และข้าพเจ้าได้เห็นพวกเขาลดตนเองลงไปอยู่ในตำแหน่งของคนเอาวาม(สามัญชน)

แล้วทำการตีความบรรดาซิฟัตของอัลเลาะฮ์ ตามนัยยะของรูปธรรม”
หนังสือ ชุบฮะตุชตัชบีฮ์ ของท่านอิบนุอัลเญาซีย์ หน้า 6

ดังนั้นเราจะพบว่า วาฮาบีย์ปัจุบันจะมีความเชื่อเช่นนี้

สรุป
หลักอะกีดะฮ์ของอุลามาอ์มัซฮับฮัมบาลีย์ กลุ่มที่ 2 เหล่านี้ได้เกิดขึ้นไปช่วงศตวรรษที่ 4

หลังจากนั้นได้หมดบทบาทลงด้วยการปกป้องจากแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์

จนกระทั่งมาถึงศตวรรษที่ 7 ท่านอิบนุตัยมียะฮ์ก็ทำการฟื้นคืนกลับขึ้นมาอีกครั้งแล้วหมดบทบาทไป

ด้วยการด้วยการปกป้องจากแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์

ต่อมาในศตวรรษที่ 12 โดยการฟื้นคืนกลับขึ้นมาอีกโดยท่านมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ

และนี่คือจุดกำเนิดของแนวทางและหลักอะกีดะฮ์ของวะฮาบีย์ในปัจจุบันอย่างแท้จริง