lasted posts

Popular

มะเร็งร้ายไอซิสได้มาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว

irna – มะเร็งร้ายของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส สร้างความหวาดวิตกและหวาดกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ของประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค และในที่สุดความหวาดกังวลก็ได้ปะทุขึ้นมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ระเบิดบนท้องถนนในกรุงจาการ์ตา

นับตั้งแต่การก่อตั้งกลุ่มก่อการร้ายไอซิสโดยชาติตะวันตก และการสนับสนุนของชาติอาหรับบางประเทศที่เป็นชาติผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ และการเข้าร่วมสมทบของกลุ่มสุดโต่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส ทำให้กลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้ได้แสดงความกังวลอาจจะเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศบ้านเมืองของพวกเขา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากประมาณหกสัปดาห์ที่อินโดนีเซียได้รับการแจ้งเตือนอาจจะเกิดเหตุการณ์โจมตีของกลุ่มก่อการร้าย จึงได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในการจับกุมผู้ต้องสงสัยในการก่อการร้ายมากขึ้น

ตามสถิติบางกระแส ระบุว่า ชาวอินโดนีเซียที่เข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิส ในอิรักและซีเรียมีประมาณ 500-700 คน และบางส่วนของผู้ก่อการร้ายได้เดินกลับไปยังประเทศอินโดนีเซียแล้วทำให้มีการแพร่เชื้อไอซิสเข้าสู่ประเทศเรียบร้อยแล้ว

นอกเหนือจากชาวอินโดนีเซียแล้ว ยังมีชาวมาเลเซีย  100 กว่าคนที่ให้ความร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสในอิรักและซีเรีย  หรือเข้าร่วมในการปฏิบัติก่อเหตุก่อการร้าย

ตามที่รายงานได้ระบุ  ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของไอซิสนั้น ในเบื้องต้นจะทำงานด้านการบริการ แต่เมื่อวันเวลาได้ผ่านพ้นไปก็ได้ยกระดับขึ้นมาพลทหารชุดปฏิบัติการและมือระเบิดฆ่าตัวตาย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวมาเลเซียสองคน ได้ทำการระเบิดฆ่าตัวตายในอิรักทำให้พลเมืองผู้บริสุทธิ์ 30 คนเสียชีวิต   จากนั้นเมื่อข่าวดังกล่าวถูกแพร่กระจายในประเทศมาเลเซียทำให้นาญิบ  ราซัก นายกรัฐมนตรีมาเลเซียถึงกับ ‘ช็อก’ ต่อข่าวที่เกิดขึ้น ซึ่งเขาเองก็เพิ่งกลับมาจากการเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย

นายิบ ราซัก ยังไม่ทันหายตกใจข่าวดังกล่าว ก็เกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมาอีก  เพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดจากนั้น มีการรายงานข่าว วัยรุ่นชาวมาเลเซีย วัย 16 ปีได้ฆ่าผู้หญิงในประเทศตามแบบของไอซิส และช่วงเวลานั้นเอง มีการนำเสนอข่าวการเดินทางของ  ‘ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน’ รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียไปเยือนซาอุดีอาระเบีย

การนำเสนอข่าวการปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มหัวรุนแรงในมาเลเซีย อีกทั้งการปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชาวมาเลเซียในต่างประเทศ  ในขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ของประเทศได้ออกเตือนว่า มีชาวมาเลเซียในประเทศจำนวน 50,000 กว่าคนที่ให้การสนับสนุนกลุ่มไอซิส  เหลานี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่แท้จริงของไอซิสในประเทศนี้   ประเด็นที่ คอลิด อบูบักร์ จเรตำรวจแห่งชาติมาเลเซียได้เผยเมื่อวานนี้ที่ออกมายืนยันว่า  “หมาป่าโดดเดี่ยว“ ((Lone Wolf)) คือภัยคุกคามที่แท้จริงของ ISIS ในประเทศมาเลเซีย

กระแสการสนับสนุน ISIS ที่เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า มาเลเซียแม้จะอ้างว่ามีการวางมาตรการที่รัดกุมต่อการรับมือการก่อการร้ายในประเทศประสบความสำเร็จร้อยละ 95   นั้น หรือสิ่งนี้อาจจะเป็นการอ้างที่เป็นเท็จ หรืออาจจะเป็นการเจริญเติบโตของกลุ่มก่อการร้ายในรูปของการปฏิบัติการก่อการร้ายลักษณะการงอกเงยของเห็ดที่เพิ่มมากขึ้น   ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของประเทศต้องพิจารณานโยบายปัจจุบัน กฎหมายภายในประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อสามารถที่จะรับมือและจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากเหตุการณ์ระเบิดของผู้ก่อการร้ายในอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นไปตามที่คาดการณ์มาแล้ว เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่า “เราอาจจะตกเป็นเหยื่อของความคิดก่อการร้ายไอซิส ‘  เหล่านี้เป็นอันตรายที่อยู่ใกล้เอื้อมของมาเลเซีย ที่รอโอกาสและระยะเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในมาเลเซีย เหมือนกับที่เกิดขึ้นในมาแล้วอินโดนีเซีย

การสกัดกั้นเพื่อหลีกหนีจากภัยคุกคามเหล่านี้ จะต้องมีการเสริมสร้างกฎหมายภายในของประเทศและในภูมิภาคเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่งการเสริมสร้างกฎหมายเหล่านี้ยังไม่บรรลุความสำเร็จเท่าที่ควร  ซึ่งจำต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการพิจารณารากเหง้าของการก่อตั้งของกลุ่มหัวรุนแรงและพวกความคลั่งไคล้ในประเทศเหล่านี้
ความจำเป็นเหล่านี้ หากรัฐบาลมีการละเลยและไม่ตระหนักถึงภัยอันตราย และด้วยเหตุผลหลายๆประการ อาทิเช่น ภาษาร่วมกันของผู้คนในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย  การมีอยู่ของกลุ่มหัวรุนแรงในภาคใต้ของฟิลิปปินส์และไทย อีกทั้งการมีผู้สนับสนุนไอซิสในมาเลเซีย ที่จำนวนมาก กว่า 50,000 คน และความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ให้การสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ในประเทศอินโดนีเซีย  ทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้ที่มีความเปราะบางเช่นนี้จะมีความเหมาะสมและพร้อมที่สุดในการปรากฏตัวและเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายไอซิสในภูมิภาค  จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ของกลุ่มก่อการร้ายไอซิส ในการแอบอ้างสร้างรัฐอิสลามแห่งหัวรุนแรงและการก่อการร้ายของตนได้สมบูรณ์แบบแห่งใหม่ในภูมิภาคนี้