lasted posts

Popular

hakeem

คำบรรยาย เปิดโปงซุนนะฮ์จอมปลอม โดย อ.อับดุลฮากีม วันแอเลาะ (10)

 

มูฮัมมัด บินอับดุลวาฮาบมีพี่น้องคนนึ่งชื่อสุไลมาน ศึกษากันอะไรต่างๆแต่มาเห็นอาการของพี่ชายแล้วไม่ยอมรับแนวความคิดอันนี้ ไปพูดกับพี่ชายบอกว่า คือเป็นน้องไปพูดมากเดี๋ยวมีเรื่อง พูดอย่างสุภาพ

สุไลมานถามว่า : มูฮัมมัดรุกุ่นอิสลามมีกี่ประการ

มูฮัมมัดอิบนุอับดุลวาฮาบบอกว่า : มี 5 ประการ คำตอบนี้ถูกต้องใช่มั้ยครับ

สุไลมานบอกต่อไปว่า : แต่สิ่งที่ท่านเป็นอยู่ในขณะนี้มันไม่ใช่ 5 ประการ แต่มันเป็น 6 ประการ ประการที่ 6 ก็คือมุสลิมที่ถูกต้องจะต้องยึดถือตามท่านเท่านั้นถึงจะถูกต้อง ถ้าไปยึดถือคนอื่นแสดงว่าไม่ได้เป็นมุสลิม สิ่งที่ท่านทำมัน 6 ประการ ข้อเท็จจริงนั้นมันมีแค่ 5 ประการ

ท่านทั้งหลายเข้าใจนะครับ นี่ผมถ่ายทอดออกมาจากตำราโดยตรง เสร็จแล้วในที่สุดเมื่อมีความเห็นต่างกับพี่ชายแล้ว อยู่กับพี่ชายต่อไปไม่ได้แล้วเพราะรู้ความโหดร้าย ใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของเขาถูกฆ่าหมด โดยใช้กองกำลังทหารฆ่าหมดในฐานะที่ทำบิดอะฮ์ ต้องมูฮารอมคือต้องรบต้องต่อสู้ เพื่อบังคับให้กลับมาอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ถ้าไม่กลับมาก็ฆ่าได้เลย ยังอุตส่ามาอ้างอิงหลักการของศาสนาอิสลามด้วยซ้ำ เสร็จแล้วน้องชายคนนี้จึงต้องแอบนี้หลบไปอาศัยอยู่ที่นครมะดีนะห์ เป็นนักวิชาการที่มีความรู้ พ่อของมูฮัมมัด บินวาฮาบก็เป็นนักวิชาการที่ซอและห์มีความรู้ แต่ไม่ทำตามพ่อ คือไม่ตามใครเลยพูดกันตรงๆ มัศฮับอะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น เมื่อหนีมาอยู่ที่นครมะดีนะห์แล้วท่านสุไลมานจึงได้ร่างหนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง เป็นการโต้ตอบสิ่งที่พี่ชายได้ทำ ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง ไม่กล้าไปพูดใกล้ๆโดยฆ่าแน่นอน นั่นขนาดพี่กับน้องยังไว้ใจไม่ได้เลย ที่ผมพูดท่านอย่าวิจารณ์ผม ผมพูดไปตามตำราไปตามประวัติ ตามตำราหลายเล่ม นี่ยังมีถ่ายเอกสารมาอีก 4-5 เวอร์ชั่นด้วยกันจากตำราต่างกัน เสร็จแล้วส่งคนเอาหนังสือนี้ไปมอบให้แล้วให้ไปถามปัญหาด้วย

เมื่อเอาหนังสือไปมอบให้แล้ว ไม่กล้าเอาไปมอบเอง ให้คนที่ฝากไปถามปัญหาด้วยว่าเมื่อถึงเดือนรอมฏอนในแต่ละคืนอัลลอฮ์จะปลดปล่อยมุสลิมไม่ให้เข้านรกคืนละกี่คน??

มูฮัมมัด อิบดุลวาฮาบตอบว่าคืนละหนึ่งแสนคน แล้วก็ในตัวบทฮะดิษบอกว่า ในคืนสุดท้ายนั้นอัลลอฮ์จะทำการปลดปล่อยเท่ากับที่ได้ปล่อยมาแล้วตั้งแต่วันที่ 1 จนกระทั่งถึงวันที่ 29 หรือ 28 ก็แล้วแต่ว่าเดือนนั้นมี 29 หรือ 30 วัน คำตอบนี้จากใครครับ จากมุอัมมัดบินอับดุลวาฮาบซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มวะฮะบีนี่แหละครับ คืนละหนึ่งแสนสิบคืนก็หนึ่งล้าน ถ้าประมาณว่า 30 คืนก็คือสามล้าน สิบคืนสามล้าน แต่ว่าในคืนสุดท้ายบอกว่าปลดปล่อยเท่ากับที่ได้เคยปลดปล่อยมาแล้ว จาก 3 ล้านโดยประมาณก็กลายเป็น 6 ล้าน แสดงว่าในทุกเดือนรอมฏอนในแต่ละคืนอัลลอฮ์จะปลดปล่อยคือจะไม่ให้ผู้ที่เป็นมุสลิมต้องเข้านรกปีละประมาณ 6 ล้านคน เมื่อได้รับคำตอบอย่างนี้จากปากมูฮัมมัดบินวาฮาบแล้ว คนที่ไปก็เลยถามว่า คนที่เสื่อมในในท่านที่อยู่ในกลุ่มของท่าน ณ ปัจจุบันนี้ในความเป็นจริงแล้วมีไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสิบของจำนวนมุสลิมที่อัลลอฮ์ปล่อยให้ออกจากนรกในเดือนรอมฏอน แล้วอัลลอฮ์ไปเอามุสลิมที่ไหนมาปล่อยในเมื่อกลุ่มของท่านมีไม่ถึงหนึ่งในสิบที่เป็นอยู่ในขณะนั้น

ปรากฏว่ามูฮัมมัดบินอัลดุลวาฮาบตอบคำถามนี้ไม่ได้ ซึ่งตอบไม่ได้อย่างเดียวไม่พอแต่น่าจะได้ฉุกคิดว่าถ้านั้นคนที่เป็นมุสลิมมันไม่ใช่กลุ่มของตัวแล้วละ มันต้องเป็นกลุ่มอื่นเพราะได้ตัดสินกุ่มอื่นไปเป็นกาเฟรหมดแล้วไม่ได้เป็นมุสลิม ต้องดูแล้วว่าแนวคิดของตัวเองจุดยืนของตัวเองมันคลาดเคลื่อนหรือป่าว ถามเพื่อต้องการให้คิดเฉยๆ แล้วในที่สุดก็ตอบไม่ได้ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นในประวัติ

——————————-

                ดังนั้นผมจึงกังวลอยู่อย่างหนึ่งว่าคนที่ไปศึกษาเล่าเรียนในซาอุดิอารเบีย ถ้าศึกษาโดยไม่มี ฉ อันตรายนะครับ อันตราย ฉ ในที่นี่เหมือนเราพูดถึงสื่อเลยใช่มั้ย คือรายการไหนที่ล่อแหลมเขาจะขึ้นตัว ฉ ไว้เฉพาะ อันนี้ผมอยากจะบอก อย่างสื่อที่ยังคงออกกันอยู่อย่างเดิมๆที่เป็นกันอยู่ โดยเฉพาะในภาวะที่เป็นอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับการสื่อนำเสนอข้อมูลทางศาสนา ถ้าเป็นไปได้อยากให้ขึ้น ฉ ทุกรายการเลย ฉ ในที่นี้ก็คือดูได้เฉพาะนักวิชาการเท่านั้น ดดยจะต้องใช้วิจารณญาณหรือดูภายใต้การกำกับดูแลของนักวิชาการ ภายใต้การแนะนำของนักวิชาการผู้มากในความสามารถเขียนไว้ให้ชัดเจน เพราะว่าถ้าหากว่าไม่เตือนกันแบบนี้แล้วไปๆมาๆคนที่เขาดีๆอยู่ แล้วมีความรู้น้อยเหมือนกับที่มูฮัมมัดบินอับดุลวาฮาบกระทำต่อคนที่อยู่ในชนบทจนกระทั่งเสื่อมใสหมดเลย ความเสียหายมันก็จะเกิดขึ้นในวงกว้าง

                ดังนั้นท่านที่เคารพทั้งหลายครับ ผมจึงอยากจะให้มุสลิมในประเทศไทยของเราได้ใช้วิจารณญาณเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะย้อนกลับไปดูตัวอย่าง โดยเฉพาะประเด็นของคณะใหม่ มีหลายเรื่องที่คณะใหม่ในช่วงแรกๆออกมาบอก

—อย่างละหมาดเวลาตัสบีย์ก็ไม่ต้องไม่ใส่ว่า “บีฮัมดี” ซุบฮานะรอบบิยัลอาลา “บิฮัมดิ” ไม่ต้องไปใส่

—คอเตบเวลาอ่านคุตบะห์ก็ไม่ต้องไปถือไม้เท้านะ ไม่ต้องคลุมผ้านะ

—ไปอ่านอัลกุรอานที่กุโบรก็ไม่ได้

นั่นล้วนแล้วแต่เป็นกากเดนทางความคิดของอิบนุตัยมียะห์แล้วก็พวกวะฮาบีทั้งนั้นเลยทีเดียว นี่ผมถึงบอกว่าคณะใหม่กับวะฮาบีเป็นคู่แฝดกันเลย แต่ว่าในหลายๆเรื่องเหล่านี้ผมได้โต้ตอบมากว่า 20 ปีแล้ว โดยมาสอนในหลักสูตรเร่งรัด สอนที่บ้านดอนที่สำนักจุฬาราชมนตรี มีคนไปศึกษากันเป็นพันคนถึงขั้นต้องเปิดทีวีวงจรปิดในการไปดูเลยทีเดียว แล้วก็มีเอกสารประกอบคำบรรยายเป็นที่เรียบร้อย บอกที่มาที่ไปว่าที่เขาหมวกโพกสารบั่นกันมันเป็นซุนนะห์ เอาฮะดิษที่นบีโพกผ้าสารบั่นนบีใส่หมวกนบีโพกสารบั่นให้คนอื่นมานำเสนอมีเป็นร้อยๆฮะดิษเลย คอเตบถือไม้เท้าในการอ่านคุตบะห์

ผมก็ต้องใช้เวลาค้นสัปดาห์ต่อสัปดาห์จริงๆอย่างนั้น หนังสือสิบๆเล่มอยู่บนโต๊ะเพราะว่าผมต้องเขียนเอกสารประกอบคำบรรยายด้วย เวลาเขียนออกมาที 4-5 หน้า ไม่ใช่ A4 นะ ยาวกว่า A4 พิมพ์มาเสร็จเรียบร้อย พิมพ์ที่บางบัวทองนั่นแหละ พิมพ์เข้ากระดาษไขในสมัยเทคโนโลยียังไม่เจริญคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มี พิมพ์เข้ากระดาษไข ในช่วงเย็นของวันเสาร์เจ้าหน้าที่เขาก็วิ่งไปเอากระดาษไขที่ผม ผมพิมพ์ทั้งภาษาอาหรับภาษาไทยเข้าไป เขาก็ไปเอามาไขกันที่บ้านดอนที่สำนักจุฬาเลย เพื่อที่จะได้มาแจกนักศึกษาพันกว่าคนในวันรุ่งขึ้นแล้วมันแค่ 4 หน้าต่อการสอนชั่วโมงกว่าๆมันได้เรื่องสองเรื่องเท่านั้น ผมใช้เวลาสอนที่นั่น 10 สัปดาห์ได้ไปประมาณแค่ 20 เรื่องเท่านั้นเอง แต่ๆละเรื่องนั้นจะมีหลักฐานจากอัลกุรอานอัลฮะดิษจากตำรับตาราต่างๆบอกเสร็จสรรพเลยว่าชื่ออะไรอยู่หน้าที่เท่าไรบันทัดที่เท่าไรอีกต่างหาก เป็นรายละเอียดที่ครบถ้วน อันนี้เอามาเล่าเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ลูกหลานคณะใหม่ในปัจจุบันที่เป็นนักวิชาการได้ทราบเอาไว้ ซึ่งมาวันนี้หลังจากที่ได้ออกสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปแล้ว ถ้าผมจะบอกว่าคนที่มาริเริ่มในประเทศไทย ที่มาตำหนิประณามว่าทำไม่ได้นบีไม่ได้ทำแล้วเรามาทำกัน สวมหมวกโพกสารบั่นถือไม้ตุกะมีผ้าคลุมศีรษะอีกต่างหากคอเตบโดยมีคนเอาไปให้ต่างๆเหล่านี้และอีกหลายๆเรื่องประมาณ 20 เรื่องด้วยกัน ซึ่ง ส. วงศ์เสงี่ยมเขาก็มาขอผมไปพิมพ์ ผมก็บอกว่าได้แต่อย่าไปขายแพงนะ ที่บอกอย่างนี้ก็เพียงเพื่อจะบอกว่าผมไม่ได้หากินในทางวิชาการ ไม่ได้ค่าลิขสิทธิ์ไม่ได้ค่าเขียนไม่ได้ค่าอะไร แล้วเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ถ้าจะเป็นประโยชน์เพื่อให้เกิดความเข้าใจเอาไปดำเนินการเลยแล้วก็อย่าไปขายแพง เหมือนกับจะบอกว่าค่าเขียนผมไม่ได้เอาคุณก็ไม่ควรที่จะไปขายแพงแต่อย่างใดทั้งสิ้น รู้สึกตอนนี้เขาขายเล่มละ 30 บาทเท่านั้นเอง ชื่อหนังสือว่า “ปัญหาคีลาฟียะฮ์” ไม่ใช่มาโฆษณา ผมต้องการอ้างหลักฐานว่านี่คือข้อเท้จจริงที่เกิดแล้วบนผืนแผ่นดินไทยขณะนี้