saudi-yemen-4

สิ่งที่ซาอุดิอาระเบียจะเสียหายไม่น้อยกว่าด้านอื่นๆ นั่นคือความน่าเชื่อถือในสายตานานาอารยประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศมุสลิมด้วยกัน เพราะซาอุดิอาระเบียประกาศตนเองว่าเป็นผู้รับใช้หรือดูแลแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองของอิสลาม ซึ่งต้องรักษาความสงบ เอกภาพและความสมานฉันท์ในประเทศมุสลิมด้วยกัน กลับเป็นผู้เริ่มก่อเหตุรุกรานประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพและฐานะทางเศรษฐกิจด้อยกว่าตนเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญ คนเยเมนมีส่วนเป็นอย่างมากในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญของซาอุดิอาระเบีย ทั้งในระดับล่างที่มีชาวเยเมนหลายล้านคนเข้ามาทำงานหลากหลายอาชีพในซาอุดิอาระเบีย และในระดับบน เช่น เชคอะฮ์มัดซากี ยามานี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย ที่ทำหน้าที่ยาวนานที่สุด คือประมาณ 28 ปี นายมุฮัมมัด บินลาเดน บิดาแท้ๆ ของอุซามะฮ์ บินลาเดน ผู้ไต่เต้าจากกรรมกรก่อสร้างขึ้นมาเป็นเจ้าของเครือข่ายธุรกิจหลากหลายที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดิอาระเบีย ในนามบินลาเดนกรุ๊ป ต่างก็เป็นชาวเยเมน

แทบไม่น่าเชื่อว่าผู้ประกาศตัวว่าเป็นผู้รับใช้ฮะรอมอัชชะรีฟทั้งสองคือ มักกะฮ์สถานที่ตั้งของมัสยิดอัลฮะรอม ที่มีวิหารกะอ์บะฮ์ของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตา ซึ่งมุสลิมทุกคนต้องหันไปสู่ยามละหมาดเคารพภักดีต่อพระองค์ และมะดีนะฮ์ สถานที่ตั้งของมัสยิดนะบะวีและสถานที่ฝังร่างอันมีเกียรติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) ศาสดาท่านสุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า ที่ถูกส่งมายังมนุษยชาติเพื่อเป็นความเมตตาแก่โลกทั้งหลาย กลับกระทำสิ่งที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับคำว่า “เมตตา” และ “ความมีมนุษยธรรม” ทิ้งระเบิดสังหารผู้บริสุทธิ์ที่มีทั้งเด็ก ผู้หญิงและคนชรารวมอยู่ด้วย ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเหล่านี้คือพี่น้องร่วมศรัทธาของซาอุดิอาระเบีย เวลาละหมาดก็หันหน้าไปทางวิหารกะอ์บะฮ์ที่ตั้งอยู่ที่เมืองมักกะฮ์ในประเทศซาอุดิอาระเบีย