lasted posts

Popular

สื่ออิหร่านโต้ ข้อกล่าวอ้างที่ไร้มาตรฐานของสื่อซาอุฯ

اجساد حاجیان در مسیرهای منا

ขณะนี้จะเห็นได้ว่าสื่อต่างๆ ของซาอุดิอาระเบียพยายามที่จะชี้ให้ชาวโลกเห็นว่าฮุจญาตของอิหร่านคือตัวการที่ทำให้เกิดโศกอนาฏกรรมดังกล่าวที่มินา แต่ประเด็นที่น่าแปลกใจก็คือ ในขณะที่สื่อต่างๆ ประโคมข่าวโจมตีอิหร่าน บางส่วนจากสื่อบางแห่งที่มีจรรยาบันเดียวกันกับวะฮาบีกำลังเผยแพร่สาส์นต่างๆ ที่ระบุถึงความปลอดภัยและความสงบอย่างเต็มร้อยพร้อมขอบคุณถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดิอาระเบียในการจัดพิธีกรรมฮัจญ์ อีกทั้งกล่าวแสดงความยินดีต่อกันและกันโดยมิได้สนใจใคร่ดีกับบรรดาฮุจญาตที่เสียชีวิตอย่างน้อย 1500 คน และบาดเจ็บอีกนับพันภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ของพิธีฮัจญ์ในปีนี้

Alalalm รายงาน : หนังสือพิมพ์ ” ซะบัก ” ของซาอุดิอาระเบียอ้างว่าเหตุการณ์ร้ายในมินาเกิดขึ้นหลังจากการเดินออกมาของคาราวานชาวอิหร่านจากเส้นทางตลาดอัลอาหรับ

ในขณะที่ถ้าหากฮุจญาตชาวอิหร่านทั้งหมดรวมตัวกันในที่หนึ่ง จำนวนของพวกเขาก็ยังไม่ถึงจุดที่น่าสนใจที่สามารถทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้เมื่อเทียบกับฮุจญาตเกือบ 2 ล้านคน และโดยส่วนมากเหล่าคาราวานมักจะไม่เคลื่อนไหวพร้อมกันทีเดียวในเส้นทางทั้งหลาย

สื่อฉบับนี้ยังอ้างอีกว่า ฮุจญาตชาวอิหร่านไม่ยอมกลับก่อนเกิดเหตุการณ์ที่มินา

ในขณะที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์และข่าวต่างๆ ชี้ว่า ความแออัดและการเบียดเสียดของผู้คนจนถึงขั้นเหยียบกันตายนั้นเป็นผลมาจากขบวนของ มุฮัมมัด บิน ซัลมาน ราชกุมารของกษัตริย์ที่มีทั้งคลิป และพยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยัน

และทางหนังสือพิมพ์ Daily Mail ของอังกฤษได้รายงานจากคำบอกเล่าของ ” อะฮ์หมัด อบูบักร ” อายุ 45 ปี หนึ่งในผู้แสวงบุญชาวลิเบียที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมมารดาของตนว่า : ตำรวจได้ปิดทางเข้า – ออกที่จะนำไปสู่สถานที่ขว้างเสาหินทั้งหมดและเปิดเพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น

แล้วแบบนี้ยังเป็นเพราะชาวอิหร่านอีกหรือ?

ยังไม่จบ หนังสือพิมพ์ซาอุฯ ยังชี้ถึง พิธีกรรมประกาศความเป็น ปฏิปักษ์ต่อบรรดาผู้ตั้งภาคีของฮุจญาตชาวอิหร่านที่ทำให้เกิดการขัดแย้งและปะทะกันกับบรรดาฮุจญาตที่ไม่เห็นด้วยกับผู้แสวงบุญชาวอิหร่าน

สิ่งนี้ถูกกล่าวอ้างในขณะที่พิธีกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นอย่างสงบก่อนหน้านั้นหนึ่งวันพร้อมการปรากฏตัวของบรรดาฮุจญาตอิหร่านโดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น ในทางกลับกันจะเห็นว่าการนองเลือดมักจะเกิดมาจากรัฐบาลซาอุฯ ต่างหาก ถ้าหลายคนยังคงจำได้ในพิธีกรรมฮัจญ์ปี 1987 ทหารและกองกำลังตำรวจของซาอุฯ ได้ปราบปรามการจัดพิธีกรรมดังกล่าวอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้เหล่าฮุจญาตเสียชีวิต 402 คน โดย 275 คนเป็นชาวอิหร่าน ทั้งที่พิธีกรรมดังกล่าวเป็นการประกาศการเป็นปฏิปักษ์กับศัตรูของพระเจ้าที่เข่นฆ่าพี่น้องมุสลิมอย่างยิวไซออนิสต์และอเมริกา

และในปีนี้จะเห็นได้ว่าแทนที่ทางการซาอุฯ จะให้ความสำคัญในเรื่องของระบบระเบียบ และมาตรการความปลอดภัย พวกเขากลับมุ่งเน้นการควบคุมด้านการเมือง ห้ามการโต้แย้งของประชาชนต่อนักปกครองของพวกเขา โดยเฉพาะฮุญาตชาวอียิปต์และบาห์เรน อีกทั้งห้ามการกล่าวสโลแกนต่อต้านสหรัฐ ฯ และ รัฐเถื่อนไซออนิสต์

ขณะนี้ประเทศอิสลามและประเทศอื่นๆ ในโลกคงทราบดีแล้วว่า ” การไร้ความสามารถของรัฐบาลซาอุฯ และความอ่อนแอของพวกเขาในการบริหารกิจการฮัจญ์คือสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ อาลิซาอู๊ด ต้องการใช้ประโยชน์จากสื่อรับจ้างของตนทุกวิถีทางเพื่อเรียกคืนความน่าเชื่อถือของตน และต้องการปกปิดเบื้องหลังเหตุการณ์ในมินา และเหตุเครนยักษ์ล่มในมัสยิดุลฮะรามที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย

คำกล่าวอ้างต่างๆ เกิดขึ้นในขณะที่ฮุจญาตอิหร่านเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้

ถึง 131 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งของการแข่งขันกุรอานนานาชาติของปีนี้ที่ถูกจัดขึ้นในอินโดนีเซีย อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บและสูญหายอีกมากมาย.

 

ที่มา : http://fa.alalam.ir/news/1742487