lasted posts

Popular

hamka183

 

 

 

เปิดสมองวะฮาบี ตอนไม่อนุญาตให้สังหารชีวิตพี่น้องมุสลิม ตอนที่๑

 

 

 

เราได้ใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อเยียวยาแนวความคิดของวะฮาบียฺ ด้วยการบำรุงเลี้ยงด้านความคิดของพวกเขาในลักษณะของการคิดแนวใหม่ เนื่องจากวะฮาบียฺนั้นมีความคิดว่าพี่น้องมุสลิมส่วนใหญ่เป็นมุชริก และผลที่ตามมาคือ การอนุญาตให้ไล่ฆ่าสังหารพี่น้องมุสลิมด้วยกัน ข้าพเจ้าได้ประสบการครั้นเมื่ออยู่กับวะฮาบียฺว่า วิธีการที่จะทำให้พวกเขาเลิกคิดไล่ฆ่าสังหารพี่น้องซุนนียฺ และชีอะฮฺก็คือ การหยิบยกฮะดีซของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ที่ห้ามไม่ให้สังหารชีวิตมวลผู้นมาซทั้งหลายขึ้นมาอธิบายแก่พวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในนิยามของมุชริกหรือมุนาฟิกีน (ผู้กลับกลอก) ก็ตาม ด้วยเหตุผลของฮะดีซนั้นเองทำให้ หนึ่งในหัวหน้าของวะฮาบียฺเชค มุกบิล อัลวาดิอียฺ (ขออัลลอฮฺทรงเมตตาท่าน) ได้ออกฟัตวาไม่อนุญาตให้ฆ่าสังหารมุชริกีนชีอะฮฺ และซูฟียฺ

บางที่สิ่งที่เหตุผลสำคัญที่หยุดยั้งการสังหารชีอะฮฺและซุนนียฺที่เป็นมุชรีกีน ในทัศนะของวะฮาบียฺ โดยน้ำมือของพี่น้องวะฮาบียฺ อาจเป็นเพราะการสร้างความเข้าใจในประเด็นที่ว่า สมมุติว่า ชีอะฮฺและซุนนียฺส่วนใหญ่เป็นมุชริกีนไปหมดแล้ว แต่เชคมุกบิล อัลวาดิอียฺ ได้เขียนไว้ในหนังสือส่วนใหญ่ของท่านว่า พวกเขาถึงแม้ว่าจะเป็นมุชริกแต่พวกเขาก็ไม่เคยละทิ้งนมาซ และท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) ก็ได้สั่งห้ามไม่ให้สังหารชีวิตของผู้นมาซ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นมุชริก หรือนิฟากไปแล้วก็ตาม

 

ในหนังสือฮะดีซของพี่น้องซุนนะฮฺได้เขียนไว้ว่า มีชายคนหนึ่งกล่าวแก่ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) ว่า โอ้ มุฮัมมัดพึงสำรวมตนเถิด (มีตักวา) ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) ได้กล่าวกับเขาว่า ยังมีคนอื่นที่มีความสำรวมตนดียิ่งไปกว่าฉันอีกหรือ

 

เวลานั้น คอลิด บิน วะลีด กล่าวว่า โอ้ ยาเราะซูลปล่อยให้พวกเราสังหารเขาเถิด ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า อย่าทำเช่นนั้นเด็ดขาด วะลีด บางทีเขาอาจเป็นผู้ดำรงนมาซก็ได้

ทำนองเดียวกัน อัสเกาะลานีย์ ได้กล่าวถึงเรื่อง ซัรฮูน ซึ่งเป็นหนึ่งในมุนาฟิกีน ไว้ในหนังสือของท่านชื่อ อัลอะซอบะฮฺ ฟี ตัมยีซ อัซเซาะฮาบะฮฺ ท่านกล่าวเช่นนี้ว่า

พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะสังหารเขาอยู่แล้ว ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ถามพวกเขาว่า เขาผู้นั้นดำรงนมาซหรือไม่ พวกเขาตอบว่า ใช่เขาดำรงนมาซ ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) กล่าวต่อไปว่า ฉันไม่อนุญาตให้สังหารผู้ดำนมาซ”

 

ทำนองเดียวกัน ท่านซะฮะบียฺ ได้กล่าวไว้ในหนังสือของท่านชื่อว่า มีซาน อัลอิอฺติดาล ถึงฮะดีซบทหนึ่งที่มีสายรายงานอ่อน ถึงเรื่องราวของ อามิร บิน อับดุลลอฮฺ บิน ซิยาก ท่านได้กล่าวว่า

ได้มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) แล้วกล่าวว่า เขาคือผู้หลบภัยสำหรับมุนาฟิกีน และเขาได้พูดอีกมากมายเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง หลังจากนั้นเขาได้ขออนุญาตท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) สังหารชายคนนั้น ท่านเราะซูล ถามเขาว่า ชายผู้นั้นดำรงนมาซไหม เขาตอบว่า ใช่ ชายผู้นั้นดำรงนมาซ แต่นมาซของเขาไม่มีประโยชน์ดอก ท่านเราะซูล (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า ฉันไม่อนุญาตให้สังหารผู้ดำนมาซ”

ในประเด็นนี้จะเห็นว่ามีฮะดีซที่มีรายงานเชื่อถือได้จำนวนมากมายกล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ไม่อนุญาตให้สังหารมุนาฟิกีนหรือมุชริกีนที่ดำรงนมาซ ซึ่งข้าพเจ้าได้อ่านฮะดีซเหล่านี้ให้พี่น้องวะฮาบียฺ ที่มือของพวกเขาเปื้อนรอยเลือดของพี่น้องชีอะฮฺ เมื่อพวกเขาได้ยินฮะดีซเหล่านี้พร้อมกับได้เห็นฟัตวาของท่านมุกบิล อัลวาดิอียฺ พวกเขาได้เตาบะฮฺ ก(กลับตัวกลับใจ) จากการสังหารชีอะฮฺทันที

ความผิดพลาดของเชคและผู้ปฏิบัติตามในการกล่าวว่าหาว่าชีอะฮฺ 12 อิมาม เป็นกาฟิรว่าเป็นคำพูดของอิบนุตัยมียะฮฺ

 

 เมื่อเป็นข้อยุติแล้วสำหรับเราที่ว่า พี่น้องวะฮาบียฺส่วนใหญ่กล่าวว่าชีอะฮฺเป็นกาฟิร ซึ่งเหตุผลของพวกเขาคือ ฟัตวาของอิบนุตัยมียะฮฺที่อนุญาตให้สังหารชีอะฮฺได้ จำเป็นต้องกล่าวกับพวกเขาว่าเรามีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งบอกว่า ฟัตวาของอิบนุตัยมียะฮฺนั้นเกี่ยวข้องกับพวก นะซีรียะฮฺ ไม่ใช่พวกชีอะฮฺ 12 อิมาม เรายังมีหลักฐานจากหนังสือของอิบนุตัยมียะฮฺเองที่ยืนยันว่า เขาไม่ได้ปฏิเสธชีอะฮฺ 12 อิมาม และไม่ถือว่าพวกเขาเป็นกาฟิร

ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับพี่น้องวะฮาบียฺจำนวนหลายคนและสามารถยกเหตุผลหักล้างพวกเขาได้ว่า เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบและพรรคพวกของเขา ได้เปลี่ยนแปลงคำพูดของอิบนุตัยมียะฮฺ โดยเปลี่ยนเจตนารมณ์ของอิบนุตัยมียะฮฺเป็นชีอะฮฺ 12 อิมาม ซึ่งพวกเขามีแผนการที่จะทำให้ชีอะฮฺ 12 อิมามกับวะฮาบียฺทะเลาะกันเอง

 

เชคอับดุลวะฮาบลืมบทบาทของบนีอุมัยยะฮฺในแนวคิดของอิบนุตัยมียะฮฺ

 

 

ในช่วงสุดท้ายของหนังสือ ข้าพเจ้าคิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเยียวยารักษาพี่น้องวะฮาบียฺคือ การกล่าวอธิบายถึงแผนการและบทบาทของบนีอุมัยยะฮฺ ช่วงเวลาที่เราสามารถเข้าถึงแนวคิดและสติปัญญาของวะฮาบียฺได้คือ การศึกษาค้นคว้าด้านวิชาการเกี่ยวกับบทบาทและผลสะท้อนของบนีอุมัยยะฮฺ ที่มีต่อวะฮาบียฺ

 

บรรดาผู้ปฏิบัติตามแนวทางนี้ต่างคิดว่าสิทธิของบนีอุมัยยะฮฺคือ การได้ปกครองอิสลามของเคาะลิฟะฮฺ 12 คน ตามรายงานของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ที่กล่าวถึงเรื่องนี้เอาไว้

 

ช่วงเวลาหนึ่งข้าพเจ้าคิดว่าบุคคลใดก็ตามที่เขากล่าวร้ายต่อบนีอุมัยยะฮฺ เท่ากับได้กล่าวร้ายศาสนา ซึ่งฮะดีซ 12 อิมาม หรือ 12 เคาะลิฟะฮฺ นั้นได้ระบุว่าศาสนานั้นอยู่ในกำมือของบนีอุมัยยะฮฺ

 

ช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ข้าพเจ้าได้ตระเวนเรียนและสอนหนังสือตามวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในซาอุดี และเยเมน ข้าพเจ้ายังจำได้ว่า หนังสือ มินฮาจญุ อัซซุนนะฮฺ ของอิบนุตัยมียะฮฺ และหนังสือ อัลอะวาซิม มินัลเกาะวาซิม ของอิบนุอาเราะบียฺ มาลิกียฺ แก้ไขโดย มุฮิบบุดดีน เคาะฎีบ ซึ่งหนังสือเหล่านี้ได้ยกฐานันดรอันสูงส่งให้แก่ราชวงศ์บนีอุมัยยะฮฺ และลดเกียรติเหล่าบรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ (.) ลูกหลานของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) โดยเฉพาะท่านอิมามอะลี (.)  ซึ่งความสนใจของเราที่มีต่อหนังสือ 2 เล่มนี้ กลายเป็นสาเหตุสำคัญทำให้จุดดำในความคิดที่เคยมีต่อท่านอิมามอะลี (.) ได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น มิหนำซ้ำยังมีความโกรธแค้นต่อเหล่าบรรดาศัตรูของท่านอีกต่างหาก

 

ดังนั้นถ้าเราต้องการทำให้พี่น้องวะฮาบียฺถูกปลดปล่อยจากความทุกข์โศกจากบนีอุมัยยะฮฺแล้วละก็ เบื้องต้นต้องอธิบายให้พวกเขาเข้าใจถึงข้อผิดพลาดของอิบนุตัยมียะฮฺ และอิบนุอาเราะบียฺ

 

ข้าพเจ้ายังจำได้เสมอว่าช่วงสมัยที่อ่านหนังสือทั้งสองเล่มนี้ ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าการปกป้องบนีอุมัยยะฮฺ เป็นสิ่งจำเป็นที่แยกออกจากศาสนาไม่ได้ และข้าพเจ้ายังคิดเลยเถิดไปอีกว่า ข้าพเจ้าต้องล้างแค้นอิมามอะลี (.) ในฐานะที่สร้างความเสื่อมเสียแก่โลกอิสลามในยุคแรก

 

 

 

anti-salafi.com