lasted posts

Popular

ความสับสนของราชวงศ์ซะอูด ในการบริหารจัดการกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย   

              หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลนิวยอร์กไทม์ส รายงานถึงความมึนงงสับสนของราชวงศ์ซะอูดเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการวิกฤต ซีเรีย โดยเขียนว่า : นโยบายของราชวงศ์ซะอูดที่มีต่อสงครามในซีเรียนั้นไม่ประสานสอดคล้องกัน ริยาดต้องการให้สงครามครั้งนี้เกิดการนองเลือดและการทำลายล้างเท่าที่จะเป็น ไปได้

ความสับสนของราชวงศ์ซะอูด ในการบริหารจัดการกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย

              หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลนิวยอร์กไทม์ส รายงานถึงความมึนงงสับสนของราชวงศ์ซะอูดเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการวิกฤต ซีเรีย โดยเขียนว่า : นโยบายของราชวงศ์ซะอูดที่มีต่อสงครามในซีเรียนั้นไม่ประสานสอดคล้องกัน ริยาดต้องการให้สงครามครั้งนี้เกิดการนองเลือดและการทำลายล้างเท่าที่จะเป็น ไปได้

             ข่าวฟาร์ส : ความสับสนของราชวงศ์ซะอูดในการบริหารจัดการกลุ่มก่อการร้ายในซีเรีย สำนักข่าวฟาร์สรายงาน โดยอ้างจากสถานีโทรทัศน์อัลอาลัมว่า โรเบิร์ต เวิร์ธ (Robert F. Worth) ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลนิวยอร์กไทม์ส (International New York Times) ในกรุงริยาดได้เขียนว่า: นโยบายของราชวงศ์ซะอูดที่มีต่อสงครามในซีเรียนั้นไม่ประสานสอดคล้องกัน สงครามซึ่งราชวงศ์ซะอูดได้ดำเนินการโดยใช้กลุ่มหัวรุนแรงเป็นเครื่องมือ เพื่อที่จะทำลายระบอบการปกครองของบัชชาร อัลอะซัดและอิหร่าน กลุ่มนิยมอิสลามหัวรุนแรงเหล่านี้มีแนวคิดที่คล้ายกันกับแนวคิดของกลุ่มอัล กออิดะฮ์

            เวิร์ธกล่าวว่า : ราชวงศ์ซะอูดกำลังเผชิญปัญหาใหญ่เกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการสงครามใน ซีเรีย และต้องการให้สงครามครั้งนี้เกิดการนองเลือดและการทำลายล้างเท่าที่จะเป็นไป ได้ ในสงครามครั้งนี้ได้ใช้ประโยชน์จากกลุ่มหัวรุนแรงติดอาวุธที่ราชวงศ์ซะอูด เองแทบจะไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้เลย

            เขากล่าวในรายงานของเขาว่า : ราชวงศ์ซะอูดมีความวิตกกังวลต่อการขยายตัวของพลังอำนาจของกลุ่มต่างๆ ในเครืออัลกออิดะฮ์ที่อยู่ในซีเรีย เพราะจนถึงขณะนี้พวกเขายังไม่ลืมพวกหัวรุนแรงชาวซาอุดิอาระเบียในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมาที่ได้เดินทางกลับจากอัฟกานิสถานไปยังประเทศของตน และได้สร้างปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ มากมาย ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงออกคำสั่งห้ามพลเมืองของซาอุดิอาระเบียไม่ให้เข้าร่วมในสงคราม แต่คำสั่งห้ามนี้ไม่ถูกดำเนินการ เนื่องจากพลเมืองหลายพันคนของซาอุฯ จากลูกหลานของครอบครัวต่างๆ ที่มีชื่อเสียงได้เดินทางไปยังซีเรีย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยของซาอุดิอาระเบียเองก็ยอมรับในเรื่องนี้

ตามความเชื่อของนักเขียนชาวอเมริกันผู้ นี้ ราชวงศ์ซะอูดกำลังพยายามหาทางโค่นล้มระบอบการปกครองของบัชชาร อัลอะซัดและระบอบการปกครองของอิหร่าน ในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนอัลอะซัด และมีเพียงเครื่องมือเดียวที่พวกเขาจะทำการต่อสู้กับสองระบอบนี้ คือการสนับสนุนทางด้านการเงินและการทหารต่อกลุ่มติดอาวุธทั้งหลายที่กำลัง ปฏิบัติการอยู่ในซีเรีย 

            เวิร์ธอ้างจากพลเมืองซาอุดีอาระเบียคนหนึ่ง ชื่ออบูค็อฏฏ๊อบ ซึ่งกำลังต่อสู้อยู่ในซีเรีย ซึ่งเขากล่าวว่า “ถ้าหากชาวชีอะฮ์สามารถควบคุมซีเรียได้ ซาอุดีอาระเบียประเทศของผมจะตกอยู่ในอันตราย เพื่อจะปกป้องประเทศของผม ผมจึงได้เข้าไปยังซีเรีย”

             ในรายงานนี้ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า : บรรดาเจ้าหน้าที่ของซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า พวกเขาได้ขอร้องประชาชนว่าไม่ให้กลับไปยังซีเรีย แต่ทว่าพวกเขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่พำนักของผู้ที่ได้กลับไปยังประเทศ ซีเรีย และ “มันซูร อัตเตอร์กี” โฆษกกระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียได้กล่าวเช่นกันว่า “เราพยายามที่จะสกัดกั้นพลเมืองของซาอุดิอาระเบียไม่ให้ไปยังซีเรีย แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เราไม่สามารถที่จะห้ามเยาวชนจากการเดินทางออกนอกประเทศได้ เยาวชนจำนวนมากได้เดินทางไปยังลอนดอนและเมืองอื่นๆ เพื่อว่าจากที่แห่งนั้นพวกเขาจะเดินทางต่อไปยังตุรกีและท้ายที่สุดก็ไปยัง ซีเรีย”

             คำพูดเหล่านี้ของบรรดาเจ้าหน้าที่ชาวซาอุดิอาระเบีย ถูกกล่าวอ้างในขณะที่เอกสารหลักฐานจำนวนมากได้ชี้ให้เห็นว่า พวกเขาได้ปล่อยตัวนักโทษที่เป็นอันตรายให้เป็นอิสระ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเดินทางไปซีเรีย กระทั้งว่าพวกเขาได้ให้เงินเดือนแก่ครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น             จนถึงขณะนี้ผู้ก่อการร้ายจำนวนหลายพันคน รวมทั้งบรรดาผู้ก่อการร้ายชาวซาอุดิอาระเบียได้ถูกฆ่าในซีเรีย ซาอุดีอาระเบียประกาศอย่างเปิดเผยถึงการให้การสนับสนุนของตนต่อบรรดากลุ่ม ติดอาวุธในซีเรียที่กำลังสู้รบกับระบอบและประชาชนของประเทศนี้ และกำลังให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทางด้านอาวุธต่อกลุ่มเหล่านี้

          

           นิตยสารอเมริกัน “Foreign Policy” เพิ่งรายงานเมื่อไม่นานมานี้ว่า : ซาอุดีอาระเบียได้จัดซื้อขีปนาวุธต่อต้านรถถังจำนวน 15,000 ลูก มูลค่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์

            นิตยสารฉบับนี้ได้เขียนว่า : ปัญหาสำคัญเกี่ยวกับข้อตกลงซื้อขายอาวุธอยู่ที่ลักษณะของอาวุธเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่มีการใช้งานในสงครามการต่อสู้ภาคพื้นดิน

           ตามข้อเขียนของนิตยสารฉบับนี้ บรรดาผู้สังเกตการณ์เชื่อว่า ข้อตกลงซื้อขายอาวุธเหล่านี้ถูกลงนามโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนของ ซาอุดิอาระเบียต่อกลุ่มติดอาวุธในซีเรีย

           ในทิศทางเดียวกันนี้ เอกอัครราชทูตของซาอุดีอาระเบียในประเทศประเทศอังกฤษได้กล่าวว่า ประเทศของเขาจะยังคงให้การสนับสนุนแก่กลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาลใน ซีเรียต่อไป ไม่ว่าตะวันตกจะร่วมมือหรือไม่ก็ตาม

            “มุฮัมมัด บินเนาวาฟ บินอับดุลอะซีซ อาลิ ซะอูด” ได้กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ซาอุดีอาระเบียจะเข้าสู่การปฏิบัติการเพียงลำพังประเทศเดียว แม้ตะวันตกจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ประเทศนี้ก็จะยังคงให้การสนับสนุนทางการเงินและอาวุธแก่บรรดากลุ่มติดอาวุธ ในซีเรียต่อไป 

            เขาได้ชี้ถึงความขัดแย้งของซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มประเทศตะวันตกเกี่ยวกับ ซีเรีย พร้อมกับกล่าวว่า “ตัวเลือกต่างๆ ของนโยบายต่างประเทศของตะวันตกบางประเทศจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงและ เสถียรภาพของภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงของโลกอาหรับทั้งหมด และริยาดได้ประกาศว่า จะปฏิบัติการ (ในซีเรีย) โดยลำพังคนเดียว และไม่มีตัวเลือกเป็นอย่างอื่น นอกจากการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้นในกิจการระหว่างประเทศ”

           เอกอัครราชทูตชาวซาอุได้ย้ำถึงการสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มที่ รู้จักกันในนาม “กองทัพปลดปล่อยซีเรีย” และฝ่ายต่อต้านระบอบการปกครองของประเทศนี้ และกล่าวว่า “เครื่องมือในการจัดการกับการขยายตัวของความรุนแรงในประเทศซีเรียและใน พื้นที่อื่นๆ นั้น ก็คือการสนับสนุนทางการเงินและทางด้านอาวุธในกรณีที่จำเป็น แก่ฝ่ายที่มีความเป็นสายกลาง”

         ในขณะที่มีรายงานต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการสนับสนุนของซาอุดีอาระเบียต่อกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในซีเรียด้วย อย่างเช่นกลุ่ม “ญับฮะตุ้ลอิสลามียะฮ์” และกลุ่ม “ญับฮะตุ้นนุศเราะฮ์”

ที่มา : farsnews

แปลโดย : Md Naeem Elahi

http://www.islamicstudiesth.com/index.php/news-and-articles/critic/32-saud-terrorist-groups-syria