lasted posts

Popular

s87888-324x160

จับโกหกวาฮาบี ตอน 2

ซุนนี่มีรุ่นอิสลามห้าข้อ แต่ชีอะฮ์มีรุกุ่นอิสลามไม่เหมือนซุนนี่

ตอบ วาฮาบีโกหก เพราะอิมามอาลี(อ)รายงานว่า ท่านญิบรออีลได้มาหาท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ) แล้วเขาได้กล่าวกับท่านว่า อิสลามคืออะไร ท่านรอซูลตอบว่าคือ

شَهَادَةُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَأَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ وَإِقَامُ الصَّلَاةِ وَإِيتَاءُ الزَّكَاةِ وَحَجُّ الْبَيْتِ وَصِيَامُ شَهْرِ رَمَضَانَ وَالغُسْلُ مِنْ الْجَنَابَةِ

1.การปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และมุฮัมมัดคือศาสนฑูตของอัลลอฮ์ 2.ดำรงนมาซ 3.จ่ายซะกาต 4.ทำฮัจญ์ 5.ถือศีลอดในเดือนรอมะฎอน 6.และอาบน้ำฆุซุ่ลญินาบะฮ์

กิตาบ สุลัยม์ บินก็อยส์ หน้า 613–614 หะดีษที่ 8 สายรายงานเชื่อถือได้ ตรวจทานโดยอัลลามะฮ์ สัยยิด อิบนิตอวูซ มรณะ ฮ.ศ. 664 ดูหนังสือ อัต-ตะห์รีร อัต-ตอวูซ หน้าที่ 136

การอาบน้ำฆุซุ่ลญินาบะฮ์ คือหลักปฏิบัติที่เป็นวายิบ เพราะ อัลลอฮ์ (ซ.บ) ตรัสว่า

وَإِنْ كُنْتُمْ جُنُبًا فَاطَّهَّرُوا

และหากพวกเจ้าเป็นผู้มีญะนาบะฮ์ (ฮะดัษใหญ่ ) พวกเจ้าจงชำระ(อาบน้ำ) ทำความสะอาดเถิด  ซูราะฮ์ อัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 6

 

วาฮาบีกล่าวว่า นบีมุฮัมมัด(ศ) เสียชีวิตโดยไม่ได้ วะซียัต สั่งเสีย เรื่อง คอลีฟะฮ์ ไว้  ตอบ วาฮาบีโกหกชัดเจน เพราะท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)มีวะซียัตเรื่องคอลีฟะฮ์ไว้

เชคศอดูก(305 – 381 ฮ.ศ.)กล่าวว่า ชีอะฮ์ทั้งหมดมีมติตรงกันว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า

إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ الثَّقَلَيْنِ كِتَابُ اللَّهِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَهُماَ الْخَلِيْفَتاَنِ مِنْ بَعْدِيْ وَإِنَّهُماَ لَنْ يَفْتَرِقاَ حَتَّى يَرِداَ عَلَىَّ الْحَوْضَ

แท้จริงฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สองสิ่งหนัก คือ คัมภีร์ของอัลลอฮ์และ อิตเราะฮ์ตีคือ อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน ทั้งสองคือ คอลีฟะฮ์ ภายหลังจากฉัน และทั้งสองจะไม่แยกจากกัน จนกระทั่งทั้งสองจะกลับมายังฉันที่สระน้ำเกาษัร

ตำราชีอะฮ์ชื่อ กะมาลุดดีน ของเชคศอดูก เล่ม 1 หน้า 64

และตำราซุนนี่ชื่อ มุสนัด อิบนิอบี ชัยบะฮ์ มรณะฮิจเราะฮ์ที่ 235 เล่ม 1 : 546 ฮะดีษที่ 135 อบูดาวูด อุมัร บิน สะอัด จาก ชะรีก จากอัลรุกัยนิ จากอัลกอซิม บิน หัสซาน จากเซด บิน ษาบิต รายงาน (ท่านนบีมุฮัมมัด ศ.) กล่าวว่า

إِنِّي تَرَكْتُ فِيكُمُ الْخَلِيفَتَيْنِ كَامِلَتَيْنِ : كِتَابَ اللَّهِ ، وَعِتْرَتِي ، وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน “สองคอลีฟะฮ์” ที่สมบูรณ์ สิ่งนั้นคือ กิตาบุลเลาะฮ์ และอิตเราะฮ์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร มุสนัด อิบนิอบี ชัยบะฮ์ เล่ม 6 : 309 ฮะดีษที่ 31679 อุร บิน สะอัด รายงานจาก ชะรีก จากอัลรุกัยนิ จากอัลกอซิม บิน หัสซาน จาก เซด บิน ษาบิต รายงาน ท่านรอซูล(ศ)กล่าวว่า

إنِّي تاَرِكٌ فِيْكُمُ الْخَلِيْفَتَيْنِ مِنْ بَعْدِيْ كِتاَبُ اللهِ وَعِتْرَتِيْ أَهْلُ بَيْتِيْ وَإنَّهُماَ لَنْ يَتَفَرَّقاَ حَتَّى يَرِدَا عَلَىَّ الْحَوْضَ

ฉันได้มอบ “สองคอลีฟะฮ์” ไว้ในหมู่พวกท่าน หลังจากฉัน คือกิตาบุลเลาะฮ์และอิตเราะฮ์ตี คืออะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

ซอเฮี๊ยะฮ์ ญามิอุซ-ซอฆีร ฮะดีษที่ 2457 เชคอัลบานี กล่าวว่า ซอเฮี๊ยะฮ์

عَنْ زَيْدِ بْنِ ثَابِتٍ إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ خَلِيفَتَيْنِ : كتاب الله حَبْلٌ مَمْدُودٌ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

เซด บิน ษาบิต เล่าว่า (ท่านนบี ศ. กล่าวว่า) ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สองคอลีฟะฮ์ คือ กิตาบุลลอฮ์…..และอิตเราะตีคือ อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

มุสนัดอะหมัด ฮะดีษที่ 21618 เชคชุเอบ อัรนาอูฏ กล่าวว่า ซอเฮี๊ยะฮ์ บิ ชะวาฮิดีฮี

عَنْ زَيْدِ بْنِ ثَابِتٍ قَالَ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِنِّي تَارِكٌ فِيكُمْ خَلِيفَتَيْنِ كِتَابُ اللَّهِ حَبْلٌ مَمْدُودٌ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالْأَرْضِ أَوْ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ إِلَى الْأَرْضِ وَعِتْرَتِي أَهْلُ بَيْتِي وَإِنَّهُمَا لَنْ يَتَفَرَّقَا حَتَّى يَرِدَا عَلَيَّ الْحَوْضَ

เซด บิน ษาบิต เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)กล่าวว่า ฉันได้ทิ้งไว้ในหมู่พวกท่าน สอง คอลีฟะฮ์ คือกิตาบุลลอฮ์ คือเชือกที่ทอดยาวอยู่ระหว่างฟ้ากับดิน หรือทอดจากฟ้าลงสู่ดิน และอิตเราะฮ์ตีคือ อะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน สองสิ่งนี้จะไม่แยกจากกัน จนกว่าทั้งสองจะกลับมาหาฉันที่สระเกาษัร

ความหมายฮะดีษ สอง คอลีฟะฮ์ อัลลามะฮ์ อัลมุนาวี อัชชาฟิอี (952-1031 ฮ.ศ.) อธิบายฮะดีษ “คอลีฟะตัยนิ “ ว่า

وَرَجَّحَهُ الْقُرْطُبِيُّ يَعْنِي إن ائْتَمَرْتُمْ بِأَوَامِرِ كِتاَبِهِ وَانْتَهَيْتُمْ بِنَوَاهِيِّهِ وَاهْتَدَيْتُمْ بِهَدْيِ عِتْرَتِيْ وَاقْتَدَيْتُمْ بِسِيْرَتِهِمْ اهْتَدَيْتُمْ فَلَمْ تُضِلُّوْا

ท่านกุรตุบีได้ให้น้ำหนักฮะดีษนี้ว่าหมายถึง ถ้าหากพวกท่านได้ปฏิบัติตามคำสั่งใช้คำสั่งห้ามตามคัมภีร์ของอัลลอฮ์ และพวกท่านได้รับการชี้นำด้วยการชี้นำของอิตเราะฮ์ของฉัน และหากพวกท่านได้ดำเนินตามแนวทางของพวกเขา พวกท่านก็จะได้รับทางนำ แล้วพวกท่านจะไม่หลงทางเด็ดขาด

قاَلَ الْقُرْطُبِيّ وَهَذِهِ الْوَصِيَّةُ وَهَذاَ التَّأْكِيْدُ الْعَظِيْمُ

ท่านกุรตุบี กล่าวว่า นี่คือวะซียะฮ์(คำสั่งเสียของท่านศาสดามุฮัมมัด) และนี่คือการย้ำเตือนที่สำคัญยิ่ง

คำพูดของอัลกุรตุบีคือหลักฐานพิสูจน์ว่า วาฮาบีโกหก

 

วาฮาบีถามว่า อะกีดะฮ์ชีอะฮ์ห้าข้อ 1,เตาฮีด 2,อาดิล 3,นุบูวะฮ์ 4,อิมามะฮ์ 5,มะอ๊าด ใครกำหนด ? เมื่อชีอะฮ์ตอบว่า อะกีดะฮ์ห้าข้อนี้ เชคมูฟีด มรณะฮิจเราะฮ์ที่ 413 คือคนแรกที่แบ่งไว้ในหนังสือ อันนุกัต อัลอิอ์ติกอดียะฮ์

วาฮาบีจะตำหนิชีอะฮ์ว่า เมื่ออะฮ์ลุลบัยต์ไม่ได้แบ่งไว้แบบนี้ แสดงว่าเป็นบิดอะฮ์

เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ เกิด 1115 – 1206 ฮ.ศ. ได้แบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ประเภทคือ 1,เตาฮีด อุลูฮียะฮ์   2, เตาฮีด รุบูบียะฮ์   3, เตาฮีด อัสมาอ์วะซิฟาต

การแบ่งแบบนี้ไม่มีระบุไว้ในอัลกุรอาน หะดีษนบี และบรรดาซอฮาบะฮ์ ตาบิอีน และตาบิอิต-ตาบิอีน ก็ไม่ได้กล่าวไว้เลยเป็นที่ทราบดีว่า การแบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ข้อเช่นนี้ไม่เคยมีในยุคศตวรรษที่ 3 จนถึงศตวรรษที่ 6 เมื่อถึงศตวรรษที่ 7 การแบ่งเตาฮีดเป็นอุลูฮียะฮ์และรุบูบียะฮ์พึ่งเกิดขึ้น ขอถามวาฮาบี การแบ่งเตาฮีดออกเป็น 3 ประเภทนี้ แสดงว่าเป็นบิดอะฮ์ใช่ไหม