lasted posts

Popular

hamka149

 

 

 

ปัญหาหลักของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบตอนที่๒

 

 

 

วะฮาบียฺซุนนียฺในสมัยปัจจุบันนามว่า เชคอับดุลเราะซาก อะฟีฟียฺ เป็นมุฟตียฺ (ผู้นำออกคำวินิจฉัย) ทั่วไปในประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า..

เตาฮีดรุบูบียะฮฺ คือหนึ่งในความรอบรู้ของพระเจ้าเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ของพระองค์ การประทานปัจจัยยังชีพ การประทานความตาย การให้ชีวิต และอื่นๆ อีกมากมายจากการกระทำ การบริบาลโลกและจักรวาล ท้องฟ้า และแผ่นดิน เช่นเดียวกันหมายถึง หนึ่งในความรอบรู้ของพระองค์ในการสร้างสรรค์และการวางกฎระเบียบ หรือการประทานบรรดาศาสดา และคัมภีร์ ดังที่พระองค์ตรัสว่า” ..

 

أَلاَ لَهُ الْخَلْقُ وَالأَمْرُ تَبَارَكَ اللّهُ رَبُّ الْعَالَمِينَ

 

พึงรู้เถิดว่าการสร้างและกิจการทั้งหลายเป็นสิทธิของพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก”

 

ตามความเป็นจริงแล้วเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้กล่าวอ้างว่า ไม่มีความขัดแย้งกันในเรื่องเตาฮีดรุบูบียะฮฺ ระหว่างบรรดาศาสดา และบรรดามุชริกีนในสมัยเหล่านั้น จากคำพูดของเชคทำให้ได้บทสรุปว่า บรรดามุชริกีนทุกคนนั้นมีอีมานต่อเตาฮีดรุบูบียะฮฺ ถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับได้อาชญากรรมอย่างรุนแรงกับเตาฮีด เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านเชคได้กล่าวอธิบายไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งของท่านว่า

จากมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ถึง อับดุลลอฮฺ บิน สะฮีม สิ่งที่นำมนุษย์เข้าสู่อิสลามคือ เตาฮีดอุลูฮียะฮฺ

 

แน่นอนว่า ความพิเศษในหลักเตาฮีดของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบก็คือ สิ่งที่บรรดาวะฮาบียฺทั้งหมดทั้งเก่าและใหม่ต่างมีความเชื่อศรัทธาต่อสิ่งนั้น ซึ่งขัดแย้งกับการแต่งตั้งศาสดาทั้งหมดในเรื่อง เตาฮีดรุบูบียะฮฺ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เชควะฮาบียฺในสมัยนี้นามว่า มุฮัมมัด บิน ฮะซัน อัลอัสมารียฺ ได้กล่าวไว้ขณะกล่าวสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงภายใต้หัวข้อว่า มะซายา ดะอฺวะตุชเชค มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ท่านกล่าวว่า ..

 

ความพิเศษประการที่ 4 กล่าวคือ บรรดามุชริกีนในสมัยแรกของการแต่งตั้งซัยยิดอัลมุรสลีน ดูภายนอกเหมือนว่าพวกเขามีปัญหากับ เตาฮีดอุลูฮียะฮฺ แต่พวกเขาไม่มีปัญหากับเตาฮีดรุบูบียะฮฺ พวกเขาได้สารภาพว่า ประเด็นนี้ท่านอิมาม เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ได้บันทึกไว้ในหนังสือ เราะซาอิลวะมะซาอิล”

 

โดยทั่วไปแล้วบรรดาวะฮาบียฺต่างมีความเห็นพร้องต้องกันว่า เชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ ปฏิเสธว่าบรรดาศาสดาไม่ได้ถูกแต่งตั้งมาเพื่อ เตาฮีดรุบีบียะฮฺ

หลังจากที่เราได้กล่าวถึงทัศนะของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ เกี่ยวกับหลักเตาฮีดแล้ว ลำดับต่อไปจะกล่าวถึงหลักเตาฮีดในทัศนะของ ซัยยิดกุฏบ์บ้าง ท่านซัยยิดได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า

 

จากคำอธิบายของอัลกุรอานบทฮูดทั้ง 3 ตอน ได้กล่าวถึงเตาฮีด อุลูฮียะฮฺอย่างต่อเนื่องและสมบูรณ์ แต่สิ่งนั้นไม่ได้อยู่ในฐานะของการพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของพระเจ้า ทว่าอยู่ในฐานะของการอธิบายถึง ความเป็นเอกเทศในการบริบาลของพระเจ้า ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ดังที่ ประเด็นนี้มั่นคงและดำเนินอยู่แล้วในระบบการสร้างสรรค์ของพระองค์ ส่วนประเด็นเกี่ยวกับ อุลูฮียะฮฺ  นั้น ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องมาวิภาษกัน ทว่ารุบูบียะฮฺต่างหากที่บรรดาศาสดาได้ถูกประทานลง และศาสดาท่านสุดท้ายคือ ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ก็ถูกประทานลงมาเพื่อสิ่งนี้เช่นกัน บรรดาผู้มีศาสนาได้แสดงความนอบน้อมต่ออัลลอฮฺพระผู้ทรงเอกะ ยังพระองค์เท่านั้นที่ทุกภารกิจการของมนุษย์ต้องย้อนคืนสู่การพิพากษา กฎเกณฑ์ และพระบัญชาของพระองค์”

 

เช่นกันท่านได้กล่าวอีกว่า

ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างชนที่โง่เขลา (ญาฮิล) กับอิสลาม และไม่มีความแตกต่างกันระหวังสัจธรรมกับความเท็จและฏอฆูตบนอุลูฮียะฮฺของพระเจ้า หรือบนการบริบาลโลกและจักรวาล ทว่ามนุษย์ทะเลาะวิวาทกันบนปัญหาที่ว่าใครจะเป็นพระเจ้าของประชาชน ซึ่งทรงใช้กฏเกณฑ์ของพระองค์ปกครองมนุษย์ และทรงให้มนุษย์เคลื่อนไหวไปตามบัญชาของพระองค์ และแสดงความเคารพภักดีต่อพระองค์อย่างมั่นคง

 

ในตัฟซีรบทอิบรอฮีม ท่านกล่าวว่า “เราต้องไม่ลืมประเด็นที่ว่าท่านศาสดาอิบรอฮีม (.) ได้วิงวอนขอพรต่อพระเจ้าเพื่อลูกหลานและปวงบ่าวทั้งหลายด้วยความนอบน้อม โดยเริ่มต้นด้วยคำว่า ร็อบบะนา (โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา) หรือ ร็อบ (โอ้ พระผู้อภิบาล) ลิ้นของท่านจะเอื้อนเอ่ยถึงการบริบาลของพระผู้อภิบาล แก่ตัวอของท่านและลูกหลานของท่านตลอดเวลา ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลุ่มลึก ท่านศาสดาอิบรอฮีม (.) ได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺด้วยคุณลักษณะของรุบีบียะฮฺ (บริบาล) ไม่ใช่คุณลักษณะของอุลูฮียะฮฺ

 

คุณลักษณะที่เป็นอุลูฮียะฮฺ (ความคู่ควรในการเคารพภักดี) นั้นจะไม่ค่อยมีการวิภาษเท่าใดนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่อาหรับที่เป็นญาฮิล แต่ประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคือ รุบูบียะฮฺ (การบริบาล) ด้วยเหตุนี้ การมีศาสนาท่ามกลางวิถีชีวิตที่เป็นจริง เป็นเสมือนชีวิตที่ไร้ค่า ดุจดังเช่นความรู้และความเป็นจริงซึ่งมีผลต่อชีวิตอย่างยิ่ง ฉะนั้น สภาพความต่างระหว่างอิสลามและญาฮิล หรือระหว่างพระเจ้ากับชิริกนั้นปรากฏอยู่ในโลกของความจริง หรืออีกนัยหนึ่งมนุษย์นั้นถูกตัดสินอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของพระเจ้า ในกรณีนี้พระองค์คือพระผู้อภิบาลของพวกเขาทั้งหมด หรือถ้ามนุษย์ไม่ได้ถูกตัดสินให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของพระเจ้า  และมนุษย์เชื่อฟังปฏิบัติตามสิ่งอื่นนอกเหนือจากพระเจ้า สิ่งนั้นคือพระผู้อภิบาลของเขา อัลกุรอานได้นำเสนอดุอาอฺของศาสดาอิบรอฮีม (.) ในฐานะที่เป็นบรรพชนอาหรับแก่บรรดามุชริกีนทั้งหลาย ซึ่งดุอาอฺนั้นได้เน้นถึงความเป็นรุบูบียะฮฺของพระเจ้า ดุอาอฺได้แจ้งให้พวกเขารู้ว่าพวกเขาตกอยู่สภาพหนึ่งที่เป็นปรปักษ์กับความชัดเจน

 

ข้าพเจ้าเชื่อว่า บรรดาวะฮาบียฺที่ได้โจมตีซัยยิดกุฎบ์นั้น เนื่องจากว่าซัยยิดมีทัศนะคติขัดแย้งกับเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบในเรื่องการรู้จักเตาฮีดในที่นี้ข้าพเจ้าไม่ได้มีเจตนาที่จะเชิญให้ท่านทั้งหลายไปปฏิบัติตามแนวคิดของซัยยิดกุฎบ์ ในเรื่องเตาฮีดแต่อย่างใด แต่ข้าพเจ้ากำลังพยายามทำให้พี่น้องวะฮาบียฺของเรา ลดความเลยเถิด ลดฐิติ ความความใจร้อนในเรื่องเตาฮีด และออกห่างจากแนวคิดของเชคมุฮัมมัด บิน อัลดุลวะฮาบให้ได้ เนื่องจากซัยยิดกุฎบ์คือบุคคลที่ช่วยเหลือข้าพเจ้าและวะฮาบียฺคนอื่น อีกหลายพันคนให้หลุดพ้นความเลยเถิดในเตาฮีด ของเชคมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮาบ

 

 

 

anti-salafi.com