lasted posts

Popular

400px-أمير_المؤمنين_أبي_خالد_يزيد_بن_معاوية_الأموي

۞   รายชื่อชาวสะลัฟและค่อลัฟที่ ด่าทอ สาปแช่งท่านอาลี  บินอบีตอลิบ

 

 

คอลิด บินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี  

 

ชาวดามัสกัส   นักรายงานหะดีษผู้นี้ ได้ด่าทอว่าร้ายท่านอาลี  แต่โลกซุนนี่ทำนิ่งเฉย ซ้ำยิ่งกว่านั้นยังสรรเสริญยกย่องเขาอีกด้วย

 

→ท่านซะฮะบีกล่าวว่า

 

خالد بن عبدالله القسرى الدمشقي

صدوق لكنه ناصبى بغيض، ظلوم   قال ابن معين: رجل سوء يقع في على

 

คอลิด บินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี   เชื่อได้ แต่เขาเป็นนาศิบ ชิงชังท่านอาลี

อิบนุมะอีนกล่าวว่า  เขาคือคนชั่ว  ด่าทอว่าร้ายท่านอาลี

ดูมีซานุลอิ๊อ์ติดาล  อันดับที่ 2436

 

→ท่านอิบนุหะญัรกล่าวว่า

 

คอลิด บินอับดุลลอฮ์ บินยาซีดบินอะซัด อัลก็อสรี  เป็นผู้ปกครอง ฉายาอบุลกอสิม

ในปีฮ.ศ.  106 คอลิดบินอับดุลลอฮ์ได้ปกครองอิรัก โดยฮิชามบินอับดุลมะลิกเป็นคนแต่งตั้งเขา ต่อมาก็ปลดเขาในปีฮ.ศ. 125 และเขาถูกสังหารในปีฮ.ศ.136  ตอนนั้นเขาอายุ60ปี

 

قال عبدالله بن أحمد بن حنبل سمعت يحيى بن معين قال خالد بن عبدالله القسري كان واليا لبني أمية وكان رجل سوء وكان يقع في علي بن أبي طالب رضي الله عنه

 

ท่านอับดุลลอฮ์ บุตรอิม่ามอะหมัดเล่าว่า :

ฉันได้ยินท่านยะห์ยาบินมะอีนกล่าวว่า  คอลิดบินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี เป็นข้าหลวงรับใช้ของพวกอุมัยยะฮ์ และเขาเป็นคนชั่วและเคยด่าว่าร้ายท่านอะลีบินอบีตอลิบ

ดูตะฮ์ซีบุต ตะฮ์ซีบ  อันดับที่ 189

 

→เชคสะฟัร ฮะวาลี นักปราชญ์วาฮาบีให้การยกย่องผู้ด่าทอท่านอาลีคนนี้ว่า

 

خالد بن عبد الله بن يزيد بن أسد القسري الدمشقي، أمير العراقيين، توفي -رحمه الله- سنة (126) هـ .

 

คอลิด บินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี หัวหน้าของชาวอิรัก ท่านมรณะ ขออัลลอฮ์เมตตาทท่านด้วยในปีฮ.ศ. 126

ดูเวบอัลฮะวาลี

http://www.alhawali.com/index.cfm?method=home.showFahras&id=1000021&ftp=Alam

 

Θ  ท่านอิซอมีกล่าวว่า

 

فقد كان خَالِدُ بْنُ عَبْدِ اللَّهِ الْقَسْرِىُّ عاَمِلَ الوليد بن عبد الملك على مكة…

وهو الذي كان يفصح بلعن علي بن أبي طالب – كرم الله وجهه – على المنبر هناك،

كتاب : سمط النجوم العوالي في أنباء الأوائل والتوالي للعصامي  ج 1 ص 110

 

 

คอลิด บินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี เป็นข้าหลวงของกษัตริย์วาลีด บินอับดุลมะลิกแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ที่ปกครองอยู่ที่เมืองมักกะฮ์(ในปีฮ.ศ.89 )…

และคอลิดคือผู้ที่พูดจาฉะฉานด้วยการละอ์นัตสาปแช่งท่านอาลี บินอบีตอลิบบนมิมบัรที่นั่น(คือที่มักกะฮ์)

 

►หนังสือ ซัมตุล นุญูมิลอะวาลี  โดยอัลอิศอมี  เล่ม 1 : 110

 

Θ ท่านซะฮะบีเล่าว่า

 

كان الذي قبض على سعيد بن جبير والي مكة خالد بن عبد الله القسري، فبعث به  إلى الحجاج،

 

ปรากกว่าคนที่จับกุมตัวท่านสะอีด บินญุเบรคือผู้ปกครองเมืองมักกะฮ์ชื่อคอลิด บินอับดุลลอฮ์ อัลก็อสรี จากนั้นเขาได้ส่งตัวท่านสะอีดไปให้หัจญ๊าจญ์ บินยูสุฟ(ประหารชีวิต)

ดูสิยัร อะอ์ลามุน นุบะลาอ์  เล่ม  4 : 336

 

สะอีด บินญุเบรคือนักตัฟสีรผู้โด่งดังลูกศิษย์เองของท่านอิบนุอับบาสที่ได้รับการถ่ายวิชาการอิสลามมาจากท่านอาลี บินอบีตอลิบอีกทีหนึ่ง

สะอีดมีความรักต่อท่านอาลีเป็นอย่างยิ่ง และด้วยความรักที่เขามีต่อท่านอาลีนี้เองจึงถูกหัจญ๊าจญ์บินยูสุฟข้ารับใช้ของพวกอุมัยยะฮ์สังหารเขาอย่างเหี้ยมโหด ขออัลลอฮ์เมตตาเขาด้วยเถิด.

 

 

โอ้ชาววาฮาบีพวกท่านสร้างสโลแกนลวงโลกว่า  เชิดชูซอฮาบะฮ์บ้าง ปกป้องลูกหลานนะบีบ้าง สารพัดสรรหาคำหวานมาโฆษณา

 

คำถามสำหรับวาฮาบี

  1. ท่านใช้ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดในเรื่องการด่าว่าซอฮาบะฮ์กระนั้นหรือ ?
  2. ทำไมท่านนิ่งเฉยต่อคนที่ด่าทอท่านอาลี
  3. ทำไมท่านให้การยกย่องคนที่ด่าทอท่านอาลี
  4. หรือว่า กฎห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์นี้ท่านสร้างขึ้นมาเพื่อ ปกป้องซอฮาบะฮ์ที่ท่านรักเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

โอ้วาฮาบีมาตรว่า ความรักที่มีต่อซอฮาบะฮ์คือดีนอิสลามและการวิจารณ์ซอฮาบะฮ์คือการกุโฟ้รจริง

 

ทำไมไม่มีกุรอ่านสักอายัตหนึ่งกล่าวไว้อย่างชัดเจนเหมือนที่อัลลอฮ์ตะอาลาทรงตรัสถึงการมอบความรักให้กับอะฮ์ลุลบัยต์นะบี อาทิเช่น อัลลอฮ์ตะอาลาตรัสว่า

 

قُلْ لَا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى

 

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)  ฉันมิได้ขอร้องค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการนี้ เว้นแต่เพื่อความรักใคร่ในญาติสนิท      ซูเราะฮ์อัช-ชูรอ  : 23

 

☻หากถามว่า  กะรอบะฮ์(ญาติสนิท)ของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ในที่นี่คือใคร ???

 

☺เชิญท่านรับฟังจากปากอุละมาอ์ของพวกท่านเองเถิด

 

حدثنا برهان بن علي الصوفي، حدثنا محمّد بن عبد الله بن سليمان الحضرمي، حدثنا حرب بن الحسن الطحان، حدثنا حسين الأشقر، عن قيس، عن الأعمش، عن سعيد بن جبير، عن ابن عباس،

قال : لما نزلت {قُل أَسْ َلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلا الْمَوَدَّةَ فِى الْقُرْبَى} قالوا : يارسول الله من قرابتك هؤلاء الّذين وجبت علينا مودّتهم ؟  قال : «علي وفاطمة وأبناءهما»،

 

ท่านอิบนุอับบาสเล่าว่า  :    เมื่ออายัตมะวัดดะฮ์ถูกประทานลงมา  พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)กล่าวว่า  โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ใครคือกะรอบะฮ์ของท่านที่เป็นวายิบต้องแสดงความรักต่อพวกเขา ?

ท่านตอบว่า  คืออาลี  ฟาติมะฮ์และบุตรชายทั้งสองของเขา

 

۞หะดีษดังกล่าวถูกรายงานโดยมุฟัสสิรอะฮ์ลุสซุนนะฮ์ดังต่อไปนี้

ท่านษะละบีกล่าวไว้ในตัฟสีรอัลกัชฟุวัลบะยาน  เล่ม 12 : 52

ท่านอิบนุอะตียะฮ์กล่าวไว้ในตัฟสีรมุหัรริรุลวะญีซ  เล่ม 6 : 50

ท่านสิยูตีกล่าวไว้ในตัฟสีรดุรรุลมันษูร  เล่ม 9 : 66

ท่านอิบนิอบีอาติมกล่าวไว้ในตัฟสีรอิบนิอบีฮาติม  เล่ม 12 : 195

ท่านอบุสสะอู๊ดกล่าวไว้ในตัฟสีรอบุลสสะอู๊ด  เล่ม 6 : 80

ท่านอะลูซี่กล่าวไว้ในตัฟสีรอัลอะลูซี  เล่ม 18 : 263

ท่านอบูฮัยยานกล่าวไว้ในตัฟสีรบะห์รุลมุฮีฏ  เล่ม 9 : 476

ท่านบัยฎอวีกล่าวไว้ในตัฟสีรอัลบัยฎอวี  เล่ม 5 : 152

ท่านฟัครุลรอซีกล่าวไว้ในตัฟสีรอัลกะบีร(รอซี)  เล่ม 13 : 432

ท่านนะสะฟีกล่าวไว้ในตัฟสีรอันนะสะฟี  เล่ม 3 : 280

ท่านเชากานีกล่าวไว้ในตัฟสีรฟัตฮุลเกาะดีร  เล่ม 6 : 381

 

สิบเอ็ดมุฟัสสิรซุนนี่ระบุว่า  หนึ่งในญาติสนิทของท่านนะบี(ศ)คือ ท่านอะลี บินอบีตอลิบ ที่มุสลิมจำเป็นต้องแสดงความรักต่อเขา

 

คำถามสำหรับวาฮาบี

มุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์ได้แสดงความรักต่อท่านอาลีในฐานะกะรอบะตุลรอซูล(ศ)ด้วยการด่าทอสาปแช่งกระนั้นหรือ ?

ทำไมกฎที่ท่านสร้างขึ้นมาว่า ห้ามด่าทอซอฮาบะฮ์ จึงไม่ถูกนำมาใช้กับบุคคลที่ด่าทอท่านอาลีแทนการแสดงความรักต่อท่าน ?

 

 

۞ มุหัดดิษอะฮ์ลุสซุนนะฮ์กับอายะฮ์มะวัดดะฮ์ฟิลกุรบา

 

Θ อัลฮากิม อันนัยซาบูรี บันทึกว่า

 

حدثنا أبو محمد الحسن بن محمد بن يحيى ابن أخي طاهر العقيقي الحسني ، ثنا إسماعيل بن محمد بن إسحاق بن جعفر بن محمد بن علي بن الحسين ، حدثني عمي علي بن جعفر بن محمد ، حدثني الحسين بن زيد ، عن عمر بن علي ، عن أبيه علي بن الحسين قال :

خطب الحسن بن علي الناس حين قتل علي

 

ท่านฮาซัน บินอาลีได้ปราศัยกับประชาชนในวันที่ท่านอาลีเสียชีวิตว่า : …

 

أَيُّهَا النَّاسِ مَنْ عَرَفَنِيْ فَقَدْ عَرَفَنِيْ وَمَنْ لَمْ يَعْرِفْنَيْ فَأَنَا الْحَسَنُ بْنُ عَلِيٍّ وَأَنَا بْنُ النَّبِيِّ وَأَنَا بْنُ الْوَصِيِّ  وَأَنَا بْنُ الْبَشِيْرِ وَأَنَا بْنُ الَّنذِيْرِ وَأَنَا بْنُ الدَّاعِيِّ إِلَى اللهِ بِإِذْنِهِ وَأَنَا بْنُ السِّرَاجِ الْمُنِيْرِ وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ كَانَ جَبْرِيْلُ يَنْزِلُ إِلَيْنَا وَيَصْعَدُ مِنْ عِنْدِنَا وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ أَذْهَبَ اللهُ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهَّرَهُمْ تَطْهِيْرًا وَأَنَا مِنْ أَهْلِ الْبَيْتِ الَّذِيْ اِفْتَرَضَ اللهُ مَوَدَّتَهُمْ عَلَى كُلِّ مُسْلِمٍ فَقَالَ تَبَارَكَ وَتَعَالَى لِنَبِيِّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلّم قُل لَّا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى وَمَن يَقْتَرِفْ حَسَنَةً نَّزِدْ لَهُ فِيهَا حُسْنًا  {الشورى/23}  فَإِقْتِرَافُ الْحَسَنَةِ مَوَدَّتُـنَا أَهْلُ الْبَيْتِ.

 

โอ้ประชาชนทั้งหลาย  ผู้ใดรู้จักฉันเท่ากับเขาได้รู้จักฉันดีแล้ว แต่ถ้าผู้ใดยังไม่เคยรู้จักฉัน  ดังนั้น(ขอแนะนำตัวว่า) ฉันคืออัลฮาซันบุตรของอะลี, ฉันคือบุตรหลานของท่านนะบี, ฉันคือบุตรของวะซี, ฉันคือบุตรของผู้บอกข่าวดี, ฉันคือบุตรของผู้แจ้งข่าวร้าย, ฉันคือบุตรของผู้เชิญชวนสู่อัลลอฮ์ด้วยอนุมัติของพระองค์, ฉันคือบุตรของประทีปแห่งแสงสว่าง, ฉันคือหนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์ที่ท่านญิบรีลลงมาหาพวกเราและขึ้นไปจากพวกเรา,

ฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์คนหนึ่งที่อัลลอฮ์ขจัดความโสมมออกไปจากพวกเขาและชำระพวกเขาจนบริสุทธิ์ไร้มลทิน, ฉันคืออะฮ์ลุลบัยต์คนหนึ่งที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดว่าความรักที่มีต่อพวกเขาคือฟัรฎูของมุสลิมทุกคน ดังที่อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า(จงกล่าว(ต่อมุสลิมทั้งหลายเถิดมุฮัมมัด) ว่า ฉันไม่ขอค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการประกาศอิสลามนี้ ยกเว้น ให้แสดงความรักต่อญาติสนิท    แล้วผู้ใดได้ทำดี เราจะเพิ่มพูลให้เขาในการนั้นซึ่งความดี) เพราะฉะนั้นการทำความดีในที่นี้หมายถึง การแสดงความรักต่อเรา อะฮ์ลุลบัยต์     

ดูหนังสือ อัลมุสตัดร็อก อัลฮากิม เล่ม 11 : 114 หะดีษที่ 4785

มุอ์ญัมเอาซัฏ เล่ม 5 : 199 หะดีษที่  2244

 

 

Θ อัต ต็อบรอนีบันทึกว่า

 

حدثنا محمد بن عبد الله ثنا حرب بن الحسن الطحان ثنا حسين الأشقر عن قيس بن الربيع عن الأعمش عن سعيد بن جبير : عن ابن عباس رضي الله عنهما قال : لما نزلت { قل لا أسألكم عليه أجرا إلا المودة في القربى } قالوا : يا رسول الله ومن قرابتك هؤلاء الذين وجبت علينا مودتهم ؟ قال : علي و فاطمة وابناهما

 

ท่านอิบนุอับบาสเล่าว่า  :    เมื่ออายัตมะวัดดะฮ์ฟิลกุรบาถูกประทานลงมา  พวกเขา(ซอฮาบะฮ์)กล่าวว่า  โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ ใครคือกะรอบะฮ์ของท่านที่เป็นวายิบต้องแสดงความรักต่อพวกเขา ?

ท่านตอบว่า  คืออาลี  ฟาติมะฮ์และบุตรชายทั้งสองของเขา

 

มุอ์ญัมเอาซัฏ เล่ม 3 : 47 หะดีษที่ 2641  และเล่ม 11 : 444 หะดีษที่ 12259

 

 

Θอิบนุญะรีรบันทึกว่า

 

ท่านอะลี บินฮูเซน (ซัยนุลอาบิดีน)กล่าวว่า ฉันคือกุรบา ญาติสนิทของท่านศาสดา

 

عن السديّ، عن أبي الديلم قال : لَمَّا جِيْءَ بِعَلِيِّ بْنِ الْحُسَيْنِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ أَسِيْراً، فَأُقِيْمَ عَلَى دَرَجِ دِمَشْق، قَامَ رَجُلٌ مِنْ أَهْلِ الشَّامِ فَقَالَ : اَلْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِيْ قَتَلَكُمْ وَاسْتَأْصَلَكُمْ، وَقَطَعَ قَرْنَ الْفِتْنَةِ، فَقَالَ لَهُ عَلِيُّ بْنُ الْحُسَيْنِ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ : أَقَرَأْتَ الْقُرْآنَ ؟  قَالَ: نَعَمْ، قَالَ: أَقَرَأْتَ آلَ حم ؟  قَالَ : قَرَأْتُ الْقُرْآنَ وَلَمْ أَقْرَأْ آلَ حم ؟   قَالَ : مَا قَرَأْتَ : { قُل لاَّ أَسْـئَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْراً إِلاَّ ٱلْمَوَدَّةَ فِى ٱلْقُرْبَىٰ }  قَالَ : وَإِنَّكُمْ لَأَنْتُمْ هُمْ ؟   قَالَ : نَعَمْ .

 

อัซ-ซุดดีรายงานจากท่านอบี อัด-ดัยลัมเล่าว่า :   ตอนที่ท่านอะลี บุตรชายของท่านฮูเซนถูกคุมตัวเป็นเชลยมายืนอยู่ที่ถนนเมืองดามัสกัส  มีชายชาวเมืองซีเรียคนหนึ่งด่าท่านว่า : ขอบคุณอัลลอฮ์ที่ทรงสังหารพวกเจ้าและตัดเขาแห่งความวุ่นวาย

ท่านอะลี บุตรฮูเซนได้ถามชายชาวเมืองซีเรียคนนั้นว่า   : ท่านอ่านอัลกุรอ่านบ้างไหม ?  

ชายชาวเมืองซีเรีย :  เคยอ่านสิ   

ท่านอะลีบุตรฮูเซน : แล้วท่านเคยอ่านซูเราะฮ์อัชชูรอ(บทที่43)บ้างไหม

ชายชาวเมืองซีเรีย   ฉันเคยอ่านอัลกุรอ่าน แต่ไม่เคยอ่านซูเราะฮ์อัชชูรอ

ท่านอะลี บุตรฮูเซน  : ท่านคงไม่เคยอ่านโองการที่อัลลอฮฺทรงตรัสว่า 

จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัดต่อมุสลิมทั้งหลายว่า) ฉันไม่ขอค่าตอบแทนใด ๆ เพื่อการประกาศอิสลามนี้ ยกเว้น ให้แสดงความรักต่อญาติสนิท ) นี้ใช่ไหม ?  

ชายชาวเมืองซีเรียถามว่า   พวกท่านคืออัลกุรบา(ญาติสนิท)ของท่านศาสดามุฮัมมัดกระนั้นหรือ ?

ท่านอะลี บุตรฮูเซน ตอบว่า  :  ใช่แล้ว         

 

ดูตัฟสีรอัต-ต็อบรี   อิบนุ ญะรีร เล่ม 21 หน้า 528  ดูบทอัช-ชูรอ : 23

 

หะดีษเหล่านี้ได้บอกเล่าว่า   ใครคือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)ที่มุสลิมจำเป็นต้องมอบความรักให้กับพวกเขา

 

 

อย่างไรก็ตามการตัฟสีรและหะดีษของอุละมาอ์ซุนนี่เหล่านี้ยังไม่อาจทำให้วาฮาบีที่ใจมืดบอดเปิดตาใจยอมรับว่า  ท่านอาลี  ฟาติมะฮ์และฮาซันกับฮูเซนคือญาติสนิทที่สุดของท่านศาสดามุฮัมมัด(ศ)ได้หรอกเราทราบดี  เพราะคำถามที่วาฮาบีจะนำมาอ้างกับชีอะฮ์แบบทุเรศคือ

 

หะดีษที่ยกมานั้นมันไม่ซอฮิ๊ฮ์  คือไม่อยู่ในระดับที่จะเชื่อได้ว่า บุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทของท่านนะบี(ศ)

 

ความเป็นจริงเราไม่จำเป็นต้องยกหลักฐานใดมายืนยันหรอกว่า บุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)

 

เพราะบุคคลทั้งสี่คือญาติสนิทที่สุดของท่านนะบี(ศ)อันเป็นที่รู้กันอยู่แล้วในหมู่ซอฮาบะฮ์

 

แต่ที่วาฮาบีถามหาหลักฐานซอฮิ๊ฮ์ในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาต้องการปกป้องมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์รวมทั้งนักปราชญ์บางส่วนของพวกเขาที่ด่าทอว่าร้ายญาติสนิทของท่านรอซูล(ศ) ก็เท่านั้นเองเนื่องจากนัยยะของอายะฮ์มะวัดดะฮ์ฟิลกุรบาเป็นโองการที่ชีอะฮ์สามารถนำมาถามพวกวาฮาบีว่า

 

เมื่ออัลกุรอ่านสั่งให้รักญาติสนิทของท่านรอซูล(ศ)  ทำไมยังมีชาวสะลัฟและค่อลัฟบางส่วนด่าว่าท่านอาลี ???

 

คำถามนี้จะย้อนศรกลับไปยังพวกวาฮาบีว่า  หากมีรายงานว่าท่านนะบี(ศ)สั่งห้ามด่าว่าซอฮาบะฮ์จริงๆ   ทำไมคนกลุ่มแรกที่ทำบิดอะฮ์โดยริเริ่มด่าทอสาปแช่งซอฮาบะฮ์นั้นก็คือมุอาวียะฮ์และพวกอุมัยยะฮ์มิใช่หรือ ???

 

และซอฮาบะฮ์ที่ถูกด่าทอสาปแช่งมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์อิสลามคือ ท่านอาลีใช่ไหม ?

 

คำถามต่อมาคือ  ทำไมชาวสะลัฟและค่อลัฟบางส่วนจึงกล้าด่าทอว่าร้ายชายที่ชื่ออาลี ???

 

หรือว่า ชาวสะลัฟและค่อลัฟเหล่านั้นไม่รู้จักสถานะของชายชื่ออาลี ???

 

หรือว่า ชาวสะลัฟและค่อลัฟเหล่านั้นรู้จักสถานะของชายชื่ออาลีดี แต่เจตนาจะด่าทอเขา ???

 

 

۞ ทีนี้ถ้าถามว่า  อาลีคนนี้เป็นอะไรกับท่านนะบี(ศ)  เราจะพบหลักฐานดังนี้

 

ท่านหญิงอุมมุ สะละมะฮ์เล่าว่า :

 

أَنَّ النَّبِيَّ صلى الله عليه و سلم جَلَّلَ عَلَى الْحَسَنِ وَالْحُسَيْنِ وَعَلِيٍّ وَفَاطِمَةَ كِسَاءً

ثُمَّ قَالَ : اللّهُمَّ هَؤُلاءِ أهْلُ بَيْتِيْ وَخَاصَّـتِيْ أذْهِبْ عَنْهُمُ الرِّجْسَ وَطَهِّرْهُمْ تَطْهِيْراً

فَقَالَتْ أمُّ سَلَمَة وَاَنَا مَعَهُمْ يَا رَسُوْلَ اللهِ ؟  قَالَ (ص) : إنَّكِ اِلَى خَيْرٍ

 

แท้จริงท่านนบี(ศ)ได้เอาผ้ากีซาคลุมบนตัวอัลฮาซัน ,อัลฮูเซน,อาลีและฟาติมะฮ์ จากนั้นท่านกล่าวว่า  : โอ้อัลลอฮ์บุคคลเหล่านี้คืออะฮ์ลุลบัยต์ของข้าพเจ้า และเป็นอะฮ์ลุลบัยต์พิเศษของข้าพเจ้า 

โปรดขจัดความโสมมออกจากพวกเขา และโปรดชำระพวกเขาให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยเถิด

ท่านหญิงอุมมุสะละมะฮ์(ร.ฎ)กล่าวว่า : ขอให้ข้าพเจ้าได้อยู่พร้อมกับพวกเขาด้วยเถิด  โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์     ท่านตอบว่า :  เธอไปยังความดี

 

สถานะหะดีษ  : ซอฮิ๊ฮ์  ดูซอฮีฮุต-ติรมิซี  หะดีษที่ 3038  ตรวจทานโดยเชคอัลบานี

 

หะดีษข้างต้นระบุว่า  อาลีคืออะฮ์ลุลบัยต์ค็อศ(ญาติสนิทคนหนึ่ง)ของท่านนะบี(ศ) แล้วไง ?

 

ท่านสะอัด บุตรอบีวักกอศเล่าว่า :

 

لَمَّا نَزَلَتْ هذِهِ الْآيَةُ : { .. فَقُلْ تَعَالَوْاْ نَدْعُ أَبْنَاءنَا وَأَبْنَاءكُمْ .. }

دَعَا رَسُوْلُ الله ( ص ) عَلِيًّا وَ فَاطِمَةَ وَ حَسَنًا وَ حُسَيْنَا فَقَالَ : ” اللّهُمَّ هؤُلاَءِ أَهْلِيْ

เมื่อโองการนี้ประทานลงมา:    ( ดังนั้นจงมาเถิด เราก็จะเรียกลูก ๆ ของเรา และลูกของพวกท่าน…  )

ท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)ได้เรียก อะลี ฟาติมะฮ์ ฮาซันและฮูเซนมา 

แล้วกล่าวว่า : โอ้อัลลอฮ์  พวกเขาเหล่านี้คือ (อะฮ์ลี) ครอบครัวของข้าพเจ้า

ดูซอฮิ๊ฮ์มุสลิม  หะดีษที่ 4420

 

ท่านฮุบชี บินญุนาดะฮ์เล่าว่า :

 

قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ :     عَلِيٌّ مِنِّي وَأَنَا مِنْهُ

 

ท่านรอซูลุลเลาะฮ์(ศ)กล่าวว่า  :  อาลีมาจากฉัน   และ   ฉันมาจากเขา

 

ดูหนังสือสุนันติรมิซี   หะดีษที่ 4085

สุนันอิบนิมาญะฮ์  หะดีษที่ 124

สุนันกุบรอ   นะซาอี  หะดีษที่ 8146,8147

มุสนัดอะหมัด  หะดีษที่ 16853,16856,16857,16858

มุอ์ญัมกะบีร อัตต็อบรอนี หะดีษที่ 3511,3513

มุสนัดอิบนิอบีชัยบะฮ์  หะดีษที่ 844

มุสนัดอบียะอ์ลา  หะดีษที่ 355

มุศ็อนนัฟอับดุลร่อซ๊าก หะดีษที่ 439

 

หะดีษเหล่านี้ยังไม่พออีกหรือที่จะบอกว่า  อาลีคือญาติสนิทของท่านรอซูลุลลอฮ์(ศ)  แล้วไง ?