lasted posts

Popular

images (2)

อิบนุ ตัยมียะฮ์ เป็นปราชญ์ที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งจากมัซฮับฮัมบาลี ซึ่งเขาเป็นปราชญ์ที่กลุ่มวะฮาบียึดถือมากที่สุดในแนวคิดและผลงานต่างๆของเขา

อิบนุตัยมียะฮืคนนี้ คือตัวจริงเสียงจริงในการด่าทอว่าร้ายต่อ ท่านอบูบักร อุมัร อุสมาน และท่านอาลี มาดูหลักฐานกัน

อิบนุตัยมียะฮ์  ตำหนิ คอลีฟะฮ์รอชีดีน

 

อิบนุฮะญัร อัลอัสเกาะลานี มรณะ ฮ.ศ. 852  กล่าวว่า

حَتَّى انْتهى إِلَى عمر فخطأه فِي شَيْء فَبلغ الشَّيْخ إِبْرَاهِيم الرقي فَأنْكر عَلَيْهِ فَذهب إِلَيْهِ وَاعْتذر واستغفر وَقَالَ فِي حق عَليّ أَخطَأ فِي سَبْعَة عشر شَيْئا ثمَّ خَالف فِيهَا نَص الْكتاب مِنْهَا اعْتِدَاد المتوفي عَنْهَا زَوجهَا أطول الْأَجَليْنِ وَكَانَ لتعصبه لمَذْهَب الْحَنَابِلَة يَقع فِي الأشاعرة حَتَّى أَنه سبّ الْغَزالِيّ

(อิบนุตัยมียะฮ์ได้แสดงทัศนะว่า)ท่านอุมัรได้ทำผิดในเรื่องหนึ่ง พอเรื่องถึงเชคอิบรอฮีม อัรร็อกกี เลยปฏิเสธเขาและไปหาเขา(อิบนิตัยมียะฮ์) เขาได้สารภาพผิดและขออภัย และอิบนิตัยมียะฮ์ได้กล่าวในสิทธิของท่านอาลีถึง 17 เรื่อง ต่อมาเขาได้ขัดแย้งในเรื่องนั้นต่อตัวบทอัลกุรอ่าน เช่นเรื่องอิดดะฮ์สตรีที่สามีตายจากนางไป อิบนิตัยมียะฮ์มีความตะอัซซุบต่อมัซฮับฮัมบาลีอย่างยิ่ง เขาได้พูดจาตำหนิพวกอะชาอิเราะฮ์จนถึงขั้นที่เขาได้ด่าทออิหม่ามเฆาะซาลี

หนังสือ อัดดุร็อรอัลกามินะฮ์ เล่ม 1 : 179

الدرر الكامنة في أعيان المائة الثامنة  المؤلف : ابن حجر العسقلاني (المتوفى: 852هـ)

المحقق: مراقبة / محمد عبد المعيد ضان  الناشر: مجلس دائرة المعارف العثمانية – صيدر اباد/ الهند

الناشر: مجلس دائرة المعارف العثمانية – صيدر اباد/ الهند

الطبعة: الثانية، 1392هـ/ 1972م  عدد الأجزاء: 6

อิบนุฮะญัร ได้กล่าวว่า

وَأطلق ابْن تَيْمِية إِلَى الشَّام وافترق النَّاس فِيهِ شيعًا فَمنهمْ من نسبه إِلَى التجسيم لما ذكر فِي العقيدة الحموية والواسطية وَغَيرهمَا من ذَلِك كَقَوْلِه أَن الْيَد والقدم والساق وَالْوَجْه صِفَات حَقِيقِيَّة لله وَأَنه مستوٍ على الْعَرْش بِذَاتِهِ فَقيل لَهُ يلْزم من ذَلِك التحيز والانقسام فَقَالَ أَنا لَا أسلم أَن التحيز والانقسام من خَواص الْأَجْسَام فألزم بِأَنَّهُ يَقُول بتحيز فِي ذَات الله…..

อิบนุตัยมียะฮ์ได้ถูกส่งกลับไปที่เมืองช่าม ประชาชนได้แตกแยกกันออกเป็นกลุ่มต่างๆในเรื่องของเขา ส่วนหนึ่งกล่าวว่าเขา(อิบนิตัยมียะฮ์)

وَمِنْهُم من ينْسبهُ إِلَى النِّفَاق لقَوْله فِي عَليّ مَا تقدم وَلقَوْله إِنَّه كَانَ مخذولا حَيْثُ مَا توجه وَأَنه حاول الْخلَافَة مرَارًا فَلم ينلها وَإِنَّمَا قَاتل للرئاسة لَا للديانة وَلقَوْله إِنَّه كَانَ يحب الرِّئَاسَة وَأَن عُثْمَان كَانَ يحب المَال وَلقَوْله أَبُو بكر أسلم شَيخا يدْرِي مَا يَقُول وَعلي أسلم صَبيا وَالصَّبِيّ لَا يَصح إِسْلَامه على قَول

ส่วนหนึ่งกล่าวว่าเขา(อิบนิตัยมียะฮ์)คือมุนาฟิก เนื่องจากเขาได้กล่าวเกี่ยวกับท่านอาลีตามที่ผ่านมาแล้ว และเนื่องจากเขาได้กล่าวว่าท่านอาลีถูกทอดทิ้งไม่เป็นไปตามที่ท่านมุ่งหมายเอาไว้ และท่านอาลีพยายามจะเป็นคอลีฟะฮ์หลายครั้งแต่ไม่ได้เป็น อันที่จริงท่านอาลีได้สู้รบปรบมือเพื่อตำแหน่งความเป็นผู้นำไม่ใช่เพื่อศาสนา เขายังกล่าวว่าท่านอาลีลุ่มหลงในตำแหน่งผู้นำ ส่วนท่านอุษมานก้ลุ่มหลงในทรัพย์สิน และเขาได้กล่าวว่าท่านอบูบักรเข้ารับอิสลามตอนแก่ชราไม่รู้ว่าพูดอะไร และท่านอาลีเข้ารับอิสลามตอนเด็กซึ่งความเป็นเด็กนั้นไม่ถูกต้องต่อการรับอิสลามของเขาบนทัศนะหนึ่ง

หนังสือ อัดดุร็อรอัลกามินะฮ์ เล่ม 1 : 181

หลักฐานพิสูจน์ความชิงชังของอิบนิตัยมียะฮ์ที่มีต่อ อมีรุลมุอ์มินนีน อาลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ

อิบนุฮะญัร อัลอัสเกาะลานี ได้วิจารณ์หนังสือ “มินฮาญุซซุนนะฮ์ของอิบนิตัยมียะฮ์”ว่า

وكم من مبالغة لتوهين كلام الرافضي ادته أحيانا إلى تنقيص علي رضي الله عنه

ความเกินเลยมากมายเท่าไหร่แล้ว สำหรับการดูหมิ่น(ของอิบนิตัยมียะฮ์)ต่อคำพูดของรอฟิเฎาะฮ์(คืออัลลามะฮ์ฮิลลี)ได้นำไปสู่การกล่าวร้ายต่อท่านอาลี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ

หนังสือ ลิซาน อัลมีซาน ของอิบนุฮะญัร เล่ม 8 หน้า 552

ต้องยอมรับว่า สมจริงตามที่คำพูดของอิบนิฮะญัร

อัลลามะฮ์ อาลาวี บิน ตอฮิร อัลหัดด๊าด มรณะ ฮ.ศ. 1382 กล่าวในหนังสือ

อัลเกาลุล ฟัศลุ ฟีมา ลิ บนีฮาชิม วะ กุเรช เล่มที่สอง ว่า

وفي منهاجه من السب والذم الموجه المورد في قالب المعاريض ومقدمات الأدلة في أمير المؤمنين علي والزهراء البتول والحسنين وذريتهم ما تقشعر منه الجلود وترجف له القلوب

ในหนังสือมินฮาญุซซุนนะฮ์ของอิบนิตัยมียะฮ์ เกี่ยวกับการด่าทอและการตำหนิที่มีจุดประสงค์ของประเด็น ในการต่อต้านคัดค้านและสถานะทางหลักฐานเกี่ยวกับทานอมีรุลมุอ์มินีน อาลี ,ท่านหญิงอัซซะฮ์รอและท่านฮาซันกับท่านฮูเซน รวมทั้งลูกหลานของพวกเขา ทำให้ขนลุกและหัวใจสั่นสะท้าน

อิบนิตัยมียะฮ์มีความชิงชังต่อท่านอาลี ถึงขั้นกล่าวว่า

فإن الناس متنازعون في أول من أسلم فقيل أبو بكر أول من أسلم فهو أسبق إسلامًا من علي، وقيل إن عليًّا أسلم قبله لكن علي كان صغيرًا وإسلام الصبي فيه نزاع بين العلماء

ประชาชนนั้นขัดแย้งกันในเรื่อง คนแรกที่เข้ารับอิสลาม บางคนกล่าวว่า ท่านอบูบักรคือคนแรกที่เข้ารับอิสลาม และเขานำหน้ามาก่อนท่านอาลี และบางคนกล่าวว่า ท่านอาลีเข้ารับอิสลามก่อนท่านอบูบักร แต่ว่าท่านอาลีเป็นเด็ก และการรับอิสลามของเด็กนั้นยังเป็นเรื่องที่มีความขัดแย้งกันในหมู่อุละมาอ์

มินฮาญุซซุนนะฮ์  เล่ม 4 : 66

อิบนิตัยมียะฮ์ กล่าวอีกว่า

وعلي يثبت له حكم الكفر والإيمان وهو دون البلوغ، والصبي المولود بين أبوين كافرين يجري عليه حكم الكفر في الدنيا باتفاق المسلمين، وإذا أسلم قبل البلوغ على قولين للعلماء، بخلاف البالغ فإنه يصير مسلمًا باتفاق المسلمين، وكان إسلام الثلاثة مخرجًا لهم من الكفر باتفاق المسلمين، وأما إسلام علي فهل يكون مخرجًا له من الكفر على قولين مشهورين، ومذهب الشافعي أن إسلام الصبي غير مخرج له من الكفر

ฮุก่มกุฟร์(การไร้ศรัทธา)และอีหม่าน(การมีศรัทธา) จะต้องนำมาใช้พิสูจน์กับอาลี (เพราะเขารับอิสลาม)ขณะที่ยังไม่บาลิฆ และเขาเป็นเด็กที่คลอดจากพ่อแม่ที่เป็นกาเฟ็ร อันจะต้องนำฮุก่มกุฟร์ในโลกมาใช้ดำเนินการกับอาลี ซึ่งเป็นมติของมุสลิมีน และถ้าหากอาลีเข้ารับอิสลามก่อนบาลิฆ ก็อยู่บนสองทัศนะของอุละมาอ์ ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่บาลิฆแล้ว เพราะเขาจะกลายเป็นมุสลิมด้วยมติของมุสลิมีน และปรากฏว่า การเข้ารับอิสลามของทั้งสาม(คืออบูบักร,อุมัร,อุษมาน)คือการถูกนำออกจากความเป็นกุฟร์สำหรับทั้งสาม ด้วยมติของมุสลิมีน ส่วนกรณีการเข้ารับอิสลามของอาลี จะเป็นการถูกนำออกจากความเป็นกุฟร์สำหรับอาลีด้วยหรือไม่ มีสองทัศนะที่มัชฮูร และตามทัศนะของอิหม่ามชาฟิอีกล่าวว่า การเข้ารับอิสลามของเด็ก ไม่ถือว่าเป็นการถูกนำออกจากความเป็นกุฟร์สำหรับเขา

มินฮาญุซซุนนะฮ์  เล่ม 4 : 341

อิบนิตัยมียะฮ์ได้แสดงความชิงชังต่อท่านอาลีและใส่ร้ายซอฮาบะฮ์กับตาบิอีน โดยเขากล่าวว่า

أَنَّ اللهَ قَدْ اَخْبَرَ اَنَّهُ سَيَجْعَلُ لِلَّذِيْنَ آَمَنُوا وَعَمِلُوا الصَّالِحَاتِ وُداًّ وَ هَذاَ وَعْدٌ مِنْهُ صاَدِقٌ

وَ مَعْلُوْمٌ أَنَّ اللهَ قَدْ جَعَلَ لِلصَّحاَبَةِ مَوَدَّةً فِيْ قَلْبِ كُلِّ مُسْلِمٍ لاَ سَيِّماَ الْخُلَفاَءُ رَضِيَ اللهُ عَنْهُمْ لاَ سَيِّماَ أَبُوْ بَكْرٍ وَ عُمَرُ فَاِنَّ عَامَّةَ الصَّحاَبَةِ وَ التاَّبِعِيْنَ كاَنُوْا يَوَدُّوْنَهُماَ وَ كاَنُوْا خَيْرَ الْقُرُوْنَ

เป็นที่รู้กันดีว่า  อัลลอฮ์ทรงใส่ความรักสำหรับซอฮาบะฮ์ไว้ในหัวใจของมุสลิมทุกคน  โดยเฉพาะบรรดาคุละฟาอ์(ร.ฎ) โดยเฉพาะอบูบักรและอุมัร เพราะบรรดาซอฮาบะฮ์และบรรดาตาบิอีนรักชอบเขาทั้งสอง  และพวกเขาคือคนที่ประเสริฐแห่งศตวรรษ

وَلَمْ يَكُنْ كَذَلِكَ عَلِيٌّ فَاِنَّ كَثِيْراً مِنَ الصَّحاَبَةِ وَ التاَّبِعِيْنَ كاَنُوْا يُبْغِضُوْنَهُ وَ يَسُبُّوْنَهُ وَ يُقاَتِلُوْنَهُ

(แต่สำหรับ)อาลีกลับไม่เป็นเช่นนั้น  เพราะซอฮาบะฮ์และตาบิอีนส่วนมากมีความชิงชังเขา(อาลี)   ด่าทอเขาและสู้รบกับเขา

หนังสือ มินฮาญุส ซุนนะฮ์  เล่ม 7 หน้า  137 -138

คำพูดของอิบนุตัยมียะฮ์นี้  มีสองประเด็นคือ

1.อิบนุตัยมียะฮ์ตำหนิท่านอาลีว่า คนในยุคนั้นส่วนมากชิงชังท่าน

2.อิบนุตัยมียะฮ์ ได้ใส่ร้ายซอฮาบะฮ์และตาบิอีนส่วนมาก มีความชิงชัง ด่าทอและสู้รบกับท่านอาลี