imam_wahibi03

ท่านษะอ์ละบีย์ ตาย ฮ.ศ. 427 ได้บันทึกว่า

عن مجاهد وعن علي بن الحسين بن علي المرتضى(عليهم السلام) عن جده قال : قال رسول الله {صلى الله عليه وسلم} يوم ندعو كل أناس بإمامهم قال : «يوتى كل قوم بإمام زمانهم وكتاب ربهم وسنّة نبيهم».

จากมุญาฮิดและจากท่านอะลี บิน อัลฮูเซน บินอะลี อัลมุรตะฎอ(อ) ได้รายงานจากปู่ของเขาว่า(คือท่านอะลี) ได้กล่าวว่า ท่านรอซูลุลเลาะฮ์(ศ)กล่าวว่า (วันที่เราจะเรียกมนุษย์ทุกกลุ่ม พร้อมกับอิหม่ามของพวกเขา) ท่านได้กล่าวว่า ทุกกลุ่มชนจะถูกนำมาพร้อมกับอิมามแห่งยุคสมัยของพวกเขา และ(พร้อมกับ)คัมภีร์ของพระเจ้าของพวกเขา และ(พร้อมกับ) ซุนนะห์ของนบีของพวกเขา

ตัฟซีร อัลกัชฟุ วัลบะยาน เล่ม 8 หน้า 44

เราจะเห็นได้ว่า การอธิบายคำว่า อิม่าม ในอายัตนี้ ถูกให้ความหมายว่าเป็นคน ไม่ใช่หนังสือ แต่คนที่มีสถานะเป็นอิม่ามผู้นำ และผู้ที่อธิบายคือ ท่านรอซูลุลเลาะฮ์ / ท่านอาลี / ท่านซัยนุลอาบิดีน บินฮูเซน อะฮ์ลุลเบต / ตาบิอีน / อุละมาอ์ยุคสะลัฟ มาจนถึง ท่านเชากานีย์ อาเล่มที่วะฮาบียึดถือตำราของเขา

สรุปได้ว่า มีการอธิบายความหมายคำว่า “อิม่าม” ในอายัตนี้ ห้า ทัศนะ

  1. หมายถึง นบีของพวกเขา
  2. หมายถึง คัมภีร์ที่ถูกประทานลงมาในแต่ละอุมมะฮ์
  3. หมายถึง ดีน-ศาสนาของพวกเขาที่นับถือ
  4. หมายถึง บัญชีการกระทำของพวกเขาที่ทำเอาไว้ในดุนยา ทั้งดี/ชั่ว
  5. หมายถึง คนที่เป็นผู้นำในทุกยุคทุกสมัย

แต่ท่านอิบนุญะรีร กล่าวว่าทัศนะถูกต้องที่สุดคือ คำพูดของผู้ที่กล่าวว่า ความหมายของอายัต(วันที่เราจะเรียกมนุษย์ทุกกลุ่ม พร้อมกับอิหม่ามของพวกเขา) คือบรรดาผู้ที่ถูกปฏิบัติตามและเป็นผู้นำในโลกดุนยา

ในเมื่อเราชีอะฮ์ บอกว่า

يَوْمَ نَدْعُوا كُلَّ أُنَاسٍ بِإِمَامِهِمْ

วันที่เราจะเรียกมนุษย์ทุกกลุ่ม พร้อมกับอิหม่ามของพวกเขา ในที่นี้คือ คน ไม่ใช่ สิ่งของ

มันก็คือ หนึ่งในคำอฺธิบายทั้งห้า และที่สำคัญตรงกับทัศนะของอิบนิญะรีร อาเล่มซุนนี่ด้วย