lasted posts

Popular

isirak

เอพีรายงานวันนี้ (26 ก.พ.) ว่า พลตรี ไฮเดอร์ อัล-มาตูรี (Haider al-Maturi) ผู้บัญชาการหน่วยตำรวจคอมมานโดอิรักได้ให้สัมภาษณ์กับเอพี ว่า ทางหน่วยของเขาสามารถยึดพื้นที่ภายในฝั่งตะวันตกของเมืองโมซุลได้ แต่ยอมรับว่ายังเป็นการรบทีชนะไม่ขาด และทางกองกำลังยังคงสู้รบดุเดือดกับกลุ่มก่อการร้าย IS
       
       ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ อัล-มาตูรี กล่าวว่า ทางหน่วยได้เข้าพื้นที่เขตทายารัน (Tayaran) และสามารถ “เข้าควบคุม” ได้แล้วในเช้าวันอาทิตย์ (26 ก.พ.)
       
       และในการเปิดเผย ผู้บัญชาการกองกำลังอิรัก ชี้ว่า ทางกลุ่มก่อการร้ายได้ส่งรถระเบิดฆ่าตัวตายไม่ต่ำกว่า 10 คันเข้าโจมตี แต่ทว่า 9 ใน 10 ทางกองกำลังอิรักสามารถสกัดได้ทันโดยระเบิดทิ้งได้ก่อนที่รถเหล่านี้จะสามารถแล่นเข้าสู่เป้าหมาย เพื่อสร้างความเสียหายให้กับทางแบกแดด
       
       แต่ทว่า อัล-มาตูรี ชี้ เป็นที่น่าเสียดายว่า รถระเบิดฆ่าตัวตายคันสุดท้ายระเบิด และทำให้มีตำรวจคอมมานโดอิรัก 2 นาย เสียชีวิต และอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม ในการปะทะวันนี้ (26 ก.พ.) หน่วยตำรวจคอมมานโดอิรักสามารถจับสมาชิก IS ได้ 2 คน เป็นชาวอิรัก 1 ราย และอีกคนเป็นนักรบต่างชาติพูดภาษารัสเซีย
       
       ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า สหรัฐฯประสบความยากลำบากในการใช้ปฏิบัติการทางอากาศช่วยเหลือกองกำลังอิรักบริเวณด้านนอกเมืองโมซุล โดย CBS NEEWS สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ กองกำลังอิรักสามารถเข้ายึดสนามบินโมซุลได้สำเร็จ และรุกคืบเข้าไปยังเมืองโมซุล
       
       แต่ทว่าสื่อสหรัฐฯ ชี้ว่า ในวันที่ 7 ของปฏิบัติการบุกยึดพื้นที่ตะวันตกของเมืองโมซุล เป็นความคืบหน้าที่ช้ามาก ซึ่งพบว่าปฏิบัติการเคลื่อนพลของแบกแดดต้องประสบปัญหาจากโดรนของกลุ่มก่อการร้าย IS ที่ถูกส่งออกมา โดยในบางจังหวะมีโดรนส่งออกมา 3 – 5 ตัว บริเวณหนองน้ำ
       
       ทั้งนี้ พบว่า โดรนที่ถูกส่งออกมานั้นเป็นโดรนคอปเตอร์แบบ 4 ใบพัด ที่เหมือนเพิ่งออกมาจากชั้นวางขายถูกผูกเข้ากับระเบิด หรือกระสุน ซึ่งภาพจากวิดีโอคลิปที่ถูกเผยแพร่อออกมาจากกลุ่มก่อการร้าย พบว่า โดรนเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำลายเป้าหมายที่เป็นยานรบหุ้มเกราะของแบกแดดได้อย่างจัง
       
       CBS NEWS รายงานเพิ่มเติมว่า มีพลเรือนจำนวนมากได้อพยพหนีออกมาจากโมซุล โดยอาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ทะเลทรายโดยรอบ แต่พบว่า มีอีกราว 700,000 คนที่ยังคงอาศัยภายในเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอิรักแห่งนี้
       
       และพบว่า หน่วยรบพิเศษสหรัฐฯที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาได้ออกปฏิบัติการใกล้กับแนวรบเพื่อช่วยเหลือกองกำลังอิรักให้สามารถมีปฏิบัติการสู้รบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย พลเอก โจเซฟ โวเทล (Joseph Votel) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯในตะวันออกกลาง เข้าตรวจการความพร้อมเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินการแพทย์ (medevac helicopters) และศูนย์โรงพยาบาลสนามที่ถูกตั้งเพื่อรองรับทหารอเมริกันที่ได้รับบาดเจ็บ แต่พบว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่เคยถูกใช้งานเลยนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการยึดโมซุลตะวันตก ซึ่งต่างจากเฮลิคอปเตอร์การแพทย์ในฝั่งของกองกำลังอิรัก ที่บินออกไปแล้วถึง 26 ครั้งแค่เฉพาะในวันศุกร์ (26 ก.พ)
       
       สื่อสหรัฐฯยังเพิ่มเติมว่า ในสมรภูมิบุกยึดโมซุลตะวันตก พบการสนับสนุนจากกองกำลังสหรัฐฯในทุกหนทุกแห่ง อาทิเช่น ฮ.อาปาเชกันชิพรอจอดในฐานทัพที่ห่างอออกไปราว 40 ไมล์ทางใต้ของเมืองโมซุล เหมือนเช่นกันกับเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีแบบเคลื่อนที่ของภายใต้การควบคุมของพันโท แมรี ฟลอยด์ (Lt. Mary Floyd)
       
       ซึ่งฟลอยด์ได้ชี้ว่า ระยะพิสัยทำการของจรวดเหล่านี้อยู่ในระหว่าง 15 – 70 กม. ซึ่งเป็นในระยะจากฐานที่ตั้งกองทัพและเมืองโมซุลพอดี
       
       และสื่อสหรัฐฯชี้อย่างระทึก ว่า และใกล้แนวหน้าสมรภูมิรบเข้าไป ไม่ถึง 10 ไมล์ทางใต้ของเมืองโมซุล พบปืนใหญ่โฮวิตเซอร์ (Howitzer) ของอเมริกานั้นคอยสแตนด์บายสนับสนุนปฏิบัติการตลอดเวลา ซึ่งหน้าที่ของหน่วยปืนใหญ่นี้ คือ การสยบการยิงออกมาจากฝั่งข้าศึก และคำสั่งจากกัปตันหัวหน้าหน่วย เจฟฟรีย์ รอซ (Geoffrey Ross) ให้กองกำลังอิรักรุกคืบ
       
       โดย รอซ ยืนยันว่า เขาไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า ได้ยิงไปแล้วกี่นัด แต่ยืนยันว่า “เป็นจำนวนที่ยิงมากกว่าที่ทางเราคาดกันไว้ก่อนที่จะออกมาจากค่ายฟอร์ตฮูด”
       
       ทั้งนี้ ในวันศุกร์ (24 ก.พ.) พบว่า กองกำลังอรักสูญสียไป 4 นาย บาดเจ็บอีก 53 คน ซึ่งนายทหารสหรัฐฯชี้ว่า ในทุกๆ วันเป็นงานยาก ในสนามรบแห่งนี้