lasted posts

Popular

ขุดโคตร ลัทธิแห่งการหลั่งเลือด ตอนที่ 3

Wahabi_05

ณ จุดนี้เองในประวัติศาสตร์ ที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งอีกครั้งหนึ่ง กับวิธีการที่ มารร้ายอย่าง ลัทธิวะฮาบี เข้ามามีบทบาทในศาสนาอิสลามและสังคมโลก เราต้องศึกษาถึงที่มาที่ไป และภายใต้อิทธิพลของผู้ใดกัน ที่ทำให้ลัทธิแปลกปลอมนี้มีชีวิต และสามารถหายใจต่อไปได้เรื่อยๆ…..แน่นอนว่าจะต้อง หนีไม่พ้น เงาอิทธิพลของจักรวรรดินิยม ซึ่งซุ่มซ่อนอยู่…

 

มันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า ISIS หรือ ดาวรุ่งหน้าใหม่ของวงการแสดงการก่อการร้ายโลก ตามนโยบายสร้างความหวาดกลัวสมัยใหม่นี้ หาได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับศาสนาอิสลามไม่! ไม่มีแม้แต่เพียงสักนิดเดียว!

 

ความเป็นจริง ทั้งท่านศาสดามูฮัมหมัด (ศ็อลฯ) และท่านอิมามอะลี (อ) เองก็ได้เคยเตือนเรา ถึงการปรากฏขึ้นของ มารผจญสีดำ (สัญลักษณ์ ISIS)

 

ในอัลฟีตาน ตำรารวบรวมวจนะ(ฮาดิษ)ของท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) อันเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในยุคสุดท้าย โดยนักปราชญ์เรืองนาม Nuyam bin Hammad ในปี ฮ.ศ. 229 ได้บันทึกวจนะหนึ่งที่รายงานโดยท่านอิมามอะลี (อฺ) จากท่านศาสดามุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า:

 

“หากท่านเห็น ธงสีดำ (ผงาดขึ้น) ดังนั้นจงยืนหยัดและอย่าได้ขยับมือและเท้าของท่านเถิด จะมีผู้คนปรากฏขึ้น พวกเขาอ่อนแอ และ ไร้ความสามารถ หัวใจของพวกเขาเปรียบดั่งก้อนอิฐซึ่งทำจากเหล็ก (หยาบกระด้าง) พวกเขาคือผู้คนแห่งรัฐ (ผู้คนของ Al Dawla) พวกเขาไม่มีสัจจะ และไม่รักษาสนธิสัญญา พวกเขาจะเรียกร้องสู่สัจธรรม ทว่าพวกเขามิใช่ผู้ที่มาจากมัน ชื่อพวกเขาเป็นฉายา (เช่น อบูมูฮัมหมัด) และนามสกุลของพวกเขาเป็นชื่อเมือง (เช่น Al Halabi) และผมของพวกเขาถูกปล่อย(ยาว) เหมือนผู้หญิง (ดังนั้น) จงละทิ้งพวกเขาเถิด ท้ายที่สุดพวกเขาจะสู้รบกันเอง เมื่อนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.)จะนำพาสัจธรรมมาจากผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์”

 

โปรดติดตามต่อตอนที่ 4